บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 2 ดอกบัวขาวปะทะชาเขียวตัวแม่

บรรยากาศในโถงรับรองของมูลนิธิเงียบงันไปชั่วอึดใจ สายตาของคุณนายหลินยังคงจับจ้องไปที่ใบหน้าของหลินเฟยด้วยความแปลกใจผสมความสนใจ ต่างจากหลินหว่านที่ตอนนี้ในใจกำลังเดือดพล่านด้วยความริษยา เธอไม่เคยเห็นหลินเฟยในมาดนี้มาก่อน ทุกครั้งที่ผ่านมา หลินเฟยจะดูประหม่าและพยายามทำให้ตัวเองดูเด่นจนดูตลก แต่ครั้งนี้... ทำไมเด็กคนนี้ถึงดูสง่างามราวกับถูกฝึกมาอย่างดีจากตระกูลชั้นสูง?

"ชื่อเฟยเฟยงั้นหรือ..." คุณนายหลินเปรยขึ้นพร้อมรอยยิ้มจางๆ "ท่าทางของเธอ... ไม่เหมือนเด็กคนอื่นๆ ในมูลนิธิเลยนะ"

หลินเฟยคลี่ยิ้มบาง เธอไม่ได้รีบตะครุบโอกาสเหมือนคนหิวโหย แต่เธอก้าวเดินเข้าไปใกล้ในระยะที่พอเหมาะ "ดิฉันได้รับคำสั่งสอนจากครูใหญ่เสมอค่ะว่า แม้ว่าชาติกำเนิดของเราจะเลือกไม่ได้ แต่กิริยามารยาทและการวางตัวคือสิ่งที่เราสร้างเองได้ ดิฉันหวังเพียงว่าจะไม่ทำให้ตระกูลหลินต้องอับอายหลังจากรับดิฉันไปดูแลค่ะ"

คำพูดที่ฟังดูอ่อนน้อมแต่แฝงด้วยความเฉียบคมทำให้หลินเทียน พี่ชายคนโตที่ยืนกอดอกพิงผนังอยู่ถึงกับเลิกคิ้วสูง เขาไม่ได้พูดอะไร แต่สายตาที่เคยมองผ่านๆ เริ่มจับจ้องร่างบางอย่างพินิจพิเคราะห์

"เฟยเฟยพูดจาฉลาดดีนี่" หลินเทียนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ "ต่างจากเด็กคนอื่นที่เอาแต่ร้องไห้กอดขาพ่อแม่"

หลินหว่านหน้าถอดสี เธอรีบแทรกตัวเข้ามาทันที "พี่เฟยเฟยคงตื่นเต้นน่ะค่ะ หว่านหว่านเองก็ดีใจจนทำตัวไม่ถูกเหมือนกัน..." เธอทำท่าจะเข้าไปเกาะแขนหลินเฟยตามนิสัยเดิม แต่หลินเฟยกลับขยับตัวหลบอย่างแนบเนียน พร้อมกับหยิบกระเป๋าใบเล็กขึ้นมาถือ

"หว่านหว่าน เธอควรไปเตรียมตัวเถอะ รถของตระกูลหลินมีที่จำกัด ถ้าเรามัวแต่ชักช้า เดี๋ยวคุณท่านจะรอนานเอาได้นะ" หลินเฟยพูดด้วยน้ำเสียงเป็นห่วงเป็นใยราวกับพี่สาวใจดี แต่มันกลับตอกย้ำให้หลินหว่านดูเป็นคนไร้กาลเทศะในสายตาผู้ใหญ่

หลินหว่านกำหมัดแน่นภายใต้แขนเสื้อ นังคนนี้... มันไปกินดีหมีหัวใจเสือมาจากไหน!

"ต่อแต่นี้พวกเธอคือลูกสาวของฉันทั้งสองคน เธอเป็นพี่แล้วกันนะ ฉันจะให้ชื่อว่าหลินเฟย ส่วนเธอคือหลินหว่าน พวกเธอคือลูกสาวของฉันอย่างเต็มตัว" คุณนายหลินเอยด้วยรอยยิ้มที่เมตตา

ตลอดการเดินทางบนรถหรูหลินหว่านพยายามชวนคุณนายหลินคุยเรื่องดอกไม้ เรื่องนิทาน หรือเรื่องความประทับใจต่างๆ เพื่อเรียกคะแนนสงสาร แต่หลินเฟยกลับเลือกที่จะนั่งนิ่ง มองออกไปนอกหน้าต่างด้วยสายตาที่เรียบเฉย

"เฟยเฟย ไม่คุยกับพี่ชายบ้างล่ะ?" หลินเทียนถามขึ้นขณะกำลังเช็กเอกสารในแท็บเล็ต

หลินเฟยหันกลับมา ยิ้มให้เขาอย่างพอดี "ดิฉันเห็นคุณพี่กำลังยุ่งกับงานสำคัญอยู่ค่ะ ไม่อยากทำตัวเป็นภาระให้คุณพี่เสียสมาธิ อีกอย่าง... การนั่งมองวิวข้างทางเพื่อจดจำความสวยงามของเมืองนี้ก่อนจะเข้าไปอยู่ในคฤหาสน์ ก็เป็นสิ่งที่น่ารื่นรมย์นะคะ"

คำตอบของเธอทำให้หลินเทียนถึงกับหยุดงานในมือ เขาไม่เคยเจอผู้หญิงคนไหนที่รู้จักขอบเขตและให้เกียรติคนอื่นได้เท่านี้มาก่อน ผิดกับหลินหว่านที่เอาแต่เซ้าซี้เขาจนเขาเริ่มรู้สึกรำคาญ

เมื่อถึงคฤหาสน์ตระกูลหลิน ความอลังการที่เคยเป็นบ้านหลังแรกของเธอในชาติก่อนปรากฏตรงหน้า หลินเฟยไม่ได้แสดงอาการตื่นเต้นจนน่าเกลียด เธอเพียงแค่เดินตามหลังผู้เป็นนายเข้าบ้านอย่างสงบ ขณะที่หลินหว่านแสร้งทำเป็นตื่นตาตื่นใจจนเกือบสะดุดพรม

"นี่คือห้องของพวกเธอทั้งสองคนนะ" แม่บ้านใหญ่พาขึ้นไปยังชั้นสอง "คุณท่านให้เลือกห้องกันเอง"

หลินหว่านรีบจองห้องที่ใหญ่ที่สุดและตกแต่งด้วยโทนสีชมพูหวานแหววทันที "หว่านหว่านขอห้องนี้ได้ไหมคะ? มันดูเหมือนห้องนอนเจ้าหญิงเลย หว่านหว่านชอบมากค่ะ"

หลินเฟยมองห้องนั้นด้วยสายตาว่างเปล่า ในชาติก่อน เธอแย่งห้องนี้มาด้วยความโลภและอยากเอาชนะ จนสุดท้ายก็กลายเป็นข้ออ้างให้หลินหว่านฟ้องพ่อแม่ว่าเธอเป็นคนก้าวร้าวขี้อิจฉา

"ถ้าเธอชอบห้องนี้ งั้นฉันขอห้องถัดไปนะคะ" หลินเฟยตอบทันทีอย่างไม่ลังเล "ห้องนั้นมีระเบียงที่เห็นวิวสวนกุหลาบตอนเช้าได้ชัดเจนกว่า ดิฉันชอบความเป็นส่วนตัวและการได้ดื่มด่ำกับธรรมชาติมากกว่าความหรูหราค่ะ"

หลินหว่านยิ้มกริ่ม โง่จริงๆ... ทิ้งห้องที่ดีที่สุดไปหาห้องวิวสวน

แต่หลินเฟยรู้ดีว่าห้องที่หลินหว่านเลือกคือห้องที่จะมีปัญหาเรื่องระบบไฟและเสียงรบกวนจากห้องเครื่องของคฤหาสน์ ส่วนห้องที่เธอเลือก คือห้องที่มีทางเชื่อมออกไปสู่สวนและเป็นจุดที่เธอสามารถวางแผน 'ฉีกหน้ากาก' น้องสาวตัวแสบได้อย่างไร้ร่องรอย

ในคืนแรกของการมาอยู่คฤหาสน์ หลินหว่านเริ่มแผนการทันที เธอแอบย่องออกมาจากห้องเพื่อไปที่ห้องครัว แสร้งทำเป็นหิวน้ำแล้วทำแก้วแตก เพื่อให้คนในบ้านตื่นมาเห็นว่าเธอขยันและดูน่าสงสารที่ปรับตัวไม่ได้

แต่ในขณะที่หลินหว่านกำลังก้มเก็บเศษแก้วและบีบน้ำตาอยู่นั้น หลินเฟยที่แอบซุ่มอยู่ในเงามืดก็ก้าวออกมา

"หว่านหว่าน... ดึกขนาดนี้ทำไมถึงออกมาทำอะไรแบบนี้ล่ะ?" หลินเฟยพูดด้วยน้ำเสียงที่ดังพอให้พี่ชายทั้งสามที่เพิ่งกลับจากงานเลี้ยงได้ยิน

หลินหว่านสะดุ้งสุดตัว รีบแสร้งทำเป็นตกใจ "พี่เฟยเฟย... หว่านหว่านแค่หิว... หว่านหว่านกลัวความมืด เลยเผลอทำแก้วแตกค่ะ"

หลินเฟยเดินเข้าไปใกล้ หยิบไม้กวาดมาช่วยเก็บอย่างคล่องแคล่ว "ไม่เป็นไรหรอกจ้ะ พี่เข้าใจว่าเธอเพิ่งมาใหม่คงยังไม่ชิน แต่คราวหน้าไม่ต้องทำเองแบบนี้หรอกนะ เดี๋ยวคนอื่นจะหาว่าพวกเราไม่อยู่ในระเบียบวินัย ตระกูลหลินใจดีกับพวกเรามากแล้ว เราต้องทำตัวให้สมกับที่เขาเมตตา... จริงไหมคะคุณพี่?"

หลินเฟยหันไปสบตากับพี่ชายทั้งสามที่ยืนดูเหตุการณ์อยู่ตรงบันไดพอดี คำพูดของเธอเป็นการตอกย้ำว่า 'เธอกำลังทำตัวให้เป็นปัญหา'

หลินเทียนมองหลินหว่านด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปจากเดิมเล็กน้อย "หว่านหว่าน... ถ้าหิว ครั้งหน้าบอกแม่บ้านนะ อย่าทำอะไรเองให้เกิดอันตราย"

"ค่ะ... พี่ใหญ่..." หลินหว่านกัดริมฝีปากแน่น ความรู้สึกพ่ายแพ้เริ่มกัดกินใจ

หลินเฟยหันมายิ้มให้หลินหว่าน รอยยิ้มที่ทำให้หลินหว่านรู้สึกเย็นสันหลังวาบ นี่เพิ่งเป็นแค่จุดเริ่มต้นของความบันเทิงที่เธอจะมอบให้!

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel