ตอนที่ 1 เถ้าถ่านแห่งความตายและการหวนคืน
ร้อน...
นั่นคือความรู้สึกเดียวที่หลินเฟยสัมผัสได้ ควันไฟสีดำทะมึนลอยคละคลุ้งไปทั่วคฤหาสน์ตระกูลหลิน เปลวเพลิงสีแดงฉานลุกลามเลียไปตามผ้าม่านและเฟอร์นิเจอร์ราคาแพงอย่างหิวโหย เสียงคานไม้ลั่นเอี๊ยดอ๊าดบ่งบอกว่าโครงสร้างของบ้านกำลังจะพังทลายลงมาในไม่ช้า
"แค่กๆ... คุณแม่! พี่ใหญ่! อดทนไว้นะคะ!"
หลินเฟยไอจนตัวโยน ใบหน้าที่เคยงดงามเปรอะเปื้อนไปด้วยเขม่าควันและน้ำตา เธอใช้ท่อนไม้ที่ติดไฟครึ่งหนึ่งงัดซากแชนเดอเลียร์ที่หล่นลงมาทับขาของมารดาบุญธรรมออก เลือดสีข้นไหลซึมจากบาดแผลบนแขนของเธอที่ถูกเศษกระจกบาด แต่เธอไม่สนใจความเจ็บปวดนั้นเลยสักนิด
"เฟยเฟย... หนีไปลูก... ทิ้งแม่ไว้" คุณนายหลินพูดด้วยน้ำเสียงแหบพร่า น้ำตาไหลรินด้วยความเสียใจเมื่อเห็นลูกสาวบุญธรรมพยายามช่วยเหลือตนเองทั้งที่ก่อนหน้านี้ตนเองได้ด่าทอไปว่าลูกสาวคนนี้เป็นขี้ขโมย แต่ทว่าเวลานี้กับเสียชีวิตมาช่วยเหลือเธอโดยไม่ห่วงตัวเองเลยสักนิดเดียว
"ไม่ค่ะ! หนูไม่ทิ้งแม่! พี่ใหญ่ ช่วยหนูพยุงแม่หน่อย!" หลินเฟยหันไปตะโกนบอกหลินเทียน พี่ชายคนโตที่บาดเจ็บที่ศีรษะจนเลือดอาบหน้า
ด้วยพละกำลังเฮือกสุดท้าย หญิงสาวตัวเล็กๆ ผลักดันร่างของมารดาและพี่ชายออกจากประตูหลังที่เปลวไฟยังลามมาไม่ถึง เธอใช้แผ่นหลังของตัวเองรับเศษไม้ติดไฟที่ร่วงหล่นลงมาแทนพวกเขา
"ออกไป! ออกไปให้พ้น!" เธอผลักร่างของทั้งสองคนออกไปสู่ลานกว้างนอกบ้านได้สำเร็จ ทว่า... ในเสี้ยววินาทีที่เธอกำลังจะก้าวตามออกไป คานหลังคาขนาดใหญ่ที่ถูกไฟเผาจนไหม้เกรียมก็ร่วงหล่นลงมาขวางประตูไว้
ตึง!!
"เฟยเฟย!!" เสียงของพี่ชายคนโตตะโกนก้อง แต่ถูกกลืนหายไปกับเสียงคำรามของเปลวเพลิง
หลินเฟยล้มลงกับพื้น เธอถูกขังอยู่ข้างใน ความร้อนแผดเผาผิวหนังจนแทบจะปริแตก อากาศสำหรับหายใจถูกแทนที่ด้วยก๊าซพิษ เธอรู้ตัวดีว่าเธอคงไม่รอดแล้ว แต่ถึงอย่างนั้น ในใจของเธอก็ยังมีความโล่งใจที่คนที่เธอรักปลอดภัย
ทว่า... ในวินาทีที่สติกำลังจะหลุดลอย เธอพลันได้ยินเสียงไซเรนของรถดับเพลิง และเสียงพูดคุยที่ดังแว่วมาจากเครื่องรับวิทยุสื่อสารของหน่วยกู้ภัยที่เพิ่งมาถึง ซึ่งตกลงอยู่ใกล้ๆ หน้าต่างที่แตก
"พบผู้รอดชีวิตสองคน... พวกเขาปลอดภัยแล้ว พวกเขาบอกว่า... ลูกสาวบุญธรรมอีกคนชื่อหลินหว่าน วิ่งหนีเอาตัวรอดออกมาก่อนใครเพื่อนตั้งแต่ไฟเริ่มไหม้ ทิ้งพวกเขาไว้ข้างใน..."
"แล้วผู้หญิงที่ติดอยู่ข้างในล่ะ?"
"พวกคุณชายหลินที่รอดมาได้ก่อนบอกว่า... หลินเฟยลูกสาวบุญธรรมอีกคนน่ะ เนรคุณ ขโมยเครื่องเพชรไปแล้วหนีออกจากบ้านไปตั้งแต่เมื่อเย็นวานนี้แล้ว คงไม่ได้อยู่ในนี้หรอก ไม่ต้องไปหาหรอก ปล่อยมันไป..."
ดวงตาของหลินเฟยเบิกกว้าง ท่ามกลางความร้อนที่แผดเผา หัวใจของเธอกลับเย็นเฉียบเหมือนตกลงไปในธารน้ำแข็ง
ขโมยเครื่องเพชร? หนีออกจากบ้าน? ไม่ต้องไปหา?
ภาพเหตุการณ์เมื่อเย็นวานนี้แล่นเข้ามาในหัว หลินหว่าน น้องสาวบุญธรรมที่แสนดีและอ่อนโยน เป็นคนเข้ามาในห้องของเธอ ร้องห่มร้องไห้บอกว่าตัวเองเป็นหนี้พนันก้อนโต จึงแอบเอาเครื่องเพชรของคุณแม่ไปขาย หลินหว่านคุกเข่าอ้อนวอนให้หลินเฟยช่วยปกปิดเรื่องนี้ไว้ก่อน แล้วเธอจะหาเงินมาไถ่คืนให้
แต่พอเรื่องแดงขึ้นมา หลินหว่านกลับชี้หน้าด่าว่าหลินเฟยเป็นคนขโมยไปขายเพื่อเอาเงินไปปรนเปรอผู้ชาย!
หลินเฟยถูกพ่อแม่และพี่ชายทั้งสามรุมด่าทอด้วยถ้อยคำหยาบคาย ไม่มีใครฟังคำอธิบายของเธอสักคำ พวกเขาเชื่อน้ำตาของหลินหว่าน เชื่อว่าผู้หญิงที่แสนบอบบางคนนั้นไม่มีทางทำเรื่องชั่วร้ายได้ และไล่หลินเฟยออกจากบ้านในคืนนั้น เธอต้องแอบซ่อนตัวอยู่ในห้องเก็บของใต้หลังคา เพราะไม่มีที่ไป
จนกระทั่งไฟไหม้... เธอจึงยอมเสี่ยงตายฝ่ากองเพลิงลงมาช่วยพวกเขา!
แต่ผลตอบแทนที่เธอได้รับ คือการถูกตราหน้าว่าเป็นอีตัวเนรคุณ ในขณะที่คนที่ทิ้งพวกเขาไปอย่างเห็นแก่ตัวอย่างหลินหว่าน... กลับได้รับความเห็นใจ?
แม้กระทั่งผู้ชายที่เธอแอบรักอย่าง 'กู้ซีเฉิน' ก็ยังเคยมองเธอด้วยสายตารังเกียจ และพูดปกป้องหลินหว่านว่า 'ผู้หญิงหน้าไหว้หลังหลอกอย่างเธอ เทียบกับความบริสุทธิ์ของหว่านหว่านไม่ได้แม้แต่ปลายเล็บ'
ฮะๆ... บริสุทธิ์งั้นเหรอ? ดอกบัวขาวจอมปลอมน่ะสิ!
หลินเฟยกระอักเลือดสีดำออกมา น้ำตาแห่งความคับแค้นใจไหลอาบแก้มที่ไหม้เกรียม
ฉันทำเพื่อพวกคุณมาตลอด... ยอมถูกด่า ยอมถูกมองว่าร้ายกาจ ยอมแม้กระทั่งสละชีวิตนี้... แต่พวกคุณกลับมองไม่เห็นคุณค่าของฉันเลย...
ถ้าชาติหน้ามีจริง... ฉันจะไม่เป็นคนดีโง่ๆ ให้พวกแกเหยียบย่ำอีกแล้ว! หลินหว่าน... กู้ซีเฉิน... ตระกูลหลิน... ฉันขอสาปแช่งพวกแก!
สติสัมปชัญญะของหลินเฟยดับวูบลง พร้อมกับเปลวเพลิงที่กลืนกินร่างของเธอจนเหลือเพียงเถ้าถ่าน
.
"เฮือก!!"
ร่างบางสะดุ้งสุดตัวผุดลุกขึ้นนั่งบนเตียงแคบๆ สองมือยกขึ้นกุมลำคอตัวเอง หอบหายใจเอาอากาศเข้าปอดอย่างตะกละตะกลาม เหงื่อเย็นเฉียบผุดพรายเต็มกรอบหน้า
ร้อน... ไม่สิ ไม่ร้อนแล้ว...
หลินเฟยกะพริบตาถี่ๆ ปรับโฟกัสสายตา มองไปรอบๆ ห้อง ผนังสีขาวหม่น เตียงเหล็กสองชั้น ตู้เสื้อผ้าไม้เก่าๆ ที่มีสติกเกอร์การ์ตูนลอกๆ แปะอยู่... นี่มันไม่ใช่คฤหาสน์ตระกูลหลิน และไม่ใช่กองเพลิง
นี่มัน... ห้องนอนในมูลนิธิเด็กกำพร้าแสงตะวัน!
หลินเฟยรีบยกมือขึ้นดู แขนของเธอยังเนียนนุ่ม ไม่มีรอยแผลเป็นจากเศษกระจก ไม่มีรอยไหม้พุพอง เธอรีบวิ่งไปที่กระจกบานเล็กที่แขวนอยู่ข้างตู้เสื้อผ้า ภาพที่สะท้อนกลับมาคือเด็กสาววัยสิบแปดปี ใบหน้าจิ้มลิ้มพริ้มเพรา ดวงตากลมโตสุกใส ผิวพรรณเปล่งปลั่ง... นี่คือตัวเธอเองเมื่อเจ็ดปีก่อน!
เจ็ดปีก่อน... วันที่ตระกูลหลินมารับตัวลูกบุญธรรม!
"ฉัน... ยังไม่ตาย? ฉันย้อนเวลากลับมางั้นเหรอ?" หลินเฟยพึมพำกับตัวเอง เสียงของเธอสั่นพร่า ก่อนที่มุมปากจะค่อยๆ ยกขึ้นเป็นรอยยิ้ม... รอยยิ้มที่ไม่ได้มีความสดใสของเด็กสาววัยสิบแปด แต่เป็นรอยยิ้มที่เย็นเยียบไปถึงกระดูก
สวรรค์มีตาจริงๆ ที่ให้โอกาสเธอได้กลับมาแก้ไขความผิดพลาดโง่ๆ ในอดีต!
"พี่เฟยเฟยคะ... ตื่นหรือยังคะ?"
เสียงหวานใสที่ดังขึ้นหน้าประตู ทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของหลินเฟยชะงักไป ดวงตากลมโตหรี่ลง ทอประกายวาวโรจน์ด้วยความเกลียดชังที่ฝังลึกเข้าไปในจิตวิญญาณ
ประตูถูกเปิดออก เผยให้เห็นร่างบอบบางของหญิงสาวในชุดเดรสสีขาวสะอาดตา ใบหน้าสวยหวานประดับด้วยรอยยิ้มซื่อบริสุทธิ์ ดวงตาที่ดูใสซื่อเหมือนลูกกวางน้อย... 'หลินหว่าน' (ในตอนนั้นยังใช้ชื่อแค่ หว่านหว่าน)
"พี่เฟยเฟย วันนี้คุณท่านตระกูลหลินจะมารับพวกเราแล้วนะคะ พี่รีบแต่งตัวเถอะค่ะ" หลินหว่านเดินเข้ามาจับมือหลินเฟยอย่างสนิทสนม
ในอดีต หลินเฟยเคยคิดว่าเด็กสาวตรงหน้าคือเพื่อนที่แสนดี เป็นน้องสาวที่เธอต้องปกป้อง แต่ตอนนี้ เมื่อมองทะลุรอยยิ้มจอมปลอมนั่นลงไป เธอเห็นเพียงอสรพิษร้ายที่ซ่อนเขี้ยวพิษไว้เพื่อรอวันแว้งกัด
ชาติที่แล้ว ในวันรับอุปการะ หลินเฟยตื่นเต้นมาก เธอแต่งตัวด้วยชุดที่ดีที่สุด พยายามพรีเซนต์ตัวเอง ทำตัวร่าเริงเกินเหตุเพื่อเอาใจพ่อแม่บุญธรรม ผลคือเธอถูกมองว่าเป็นเด็กทะเยอทะยานและดู 'พยายาม' มากเกินไป ในขณะที่หลินหว่านใส่ชุดสีขาวเรียบๆ ทำตัวสงบเสงี่ยมเจียมตัว ก้มหน้าบีบน้ำตาเล็กน้อยพูดว่า 'หนูดีใจจังเลยค่ะที่จะได้มีครอบครัว' เพียงแค่นั้น... ความเอ็นดูทั้งหมดของตระกูลหลินก็ตกไปอยู่ที่หลินหว่านแต่เพียงผู้เดียว
หลินเฟยดึงมือตัวเองออกจากการเกาะกุมของหลินหว่านอย่างเชื่องช้า แต่ทว่าเย็นชา
"ฉันตื่นแล้ว ไม่ต้องให้เธอมาปลุกหรอก" หลินเฟยตอบเสียงเรียบ
หลินหว่านชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาคู่สวยฉายแววประหลาดใจกับท่าทีที่เปลี่ยนไปของพี่สาวร่วมบ้านกำพร้า ปกติหลินเฟยจะตื่นเต้นและดี๊ด๊ากว่านี้ไม่ใช่หรือ? ทำไมวันนี้ถึงดู... น่าเกรงขามแปลกๆ?
"พี่เฟยเฟย... พี่โกรธอะไรหว่านหว่านหรือเปล่าคะ?" หลินหว่านเริ่มใช้วิชาถนัด ดวงตาเริ่มมีน้ำใสๆ คลอเบ้า ทำหน้าเหมือนคนถูกรังแก
หลินเฟยมองภาพนั้นแล้วแทบจะหลุดหัวเราะออกมา
จะเริ่มแสดงละครตั้งแต่ตอนนี้เลยสินะ? ได้สิ ในเมื่อเธออยากเล่นบทนางเอกผู้น่าสงสาร ฉันก็จะเล่นบทผู้หญิงที่สูงส่งจนเธอเอื้อมไม่ถึงให้ดู! มาดูกันว่ามารยาแบบ 'ดอกบัวขาว' ของเธอ กับมารยาแบบ 'ชาเขียวตัวแม่' ที่ผ่านความตายมาแล้วอย่างฉัน... ใครมันจะแน่กว่ากัน!
"ฉันจะไปโกรธอะไรเธอได้ล่ะ หว่านหว่าน" หลินเฟยยิ้มบางๆ เป็นรอยยิ้มที่ไปไม่ถึงดวงตา "ฉันแค่กำลังคิดว่า วันนี้เป็นวันสำคัญ เราควรจะทำตัวให้ 'ดูแพง' และ 'สง่างาม' ไม่ใช่มามัวบีบน้ำตาทำตัวน่าสงสารเหมือนเด็กขาดความอบอุ่น... เธอว่าไหม?"
คำพูดที่แทงใจดำอย่างตรงไปตรงมาทำเอาหลินหว่านหน้าเจื่อน รอยยิ้มใสซื่อบนใบหน้าแข็งค้างไปชั่วขณะ
"อ่อ... ค...ค่ะ พี่เฟยเฟยพูดถูก งั้นหว่านหว่านไปรอข้างนอกนะคะ" หลินหว่านรีบหันหลังเดินออกไปจากห้อง กำหมัดแน่นด้วยความไม่พอใจ
หลินเฟยมองตามแผ่นหลังนั้นไป สายตาของเธอเย็นเยียบราวกับน้ำแข็ง
ชาติที่แล้ว เธอแย่งทุกอย่างไปจากฉัน... ครอบครัว ความรัก และชีวิต
ชาตินี้... ฉันจะกระชากหน้ากากของเธอออกมา เหยียบย่ำความจอมปลอมของเธอให้จมดิน และทำให้เธอรู้ซึ้งว่า การเป็น 'หมาหัวเน่า' ที่แท้จริง... มันเป็นยังไง!
หลินเฟยหันกลับมาที่ตู้เสื้อผ้า เธอหยิบชุดเดรสสีน้ำเงินเข้มที่ดูเรียบหรูแต่ตัดเย็บอย่างประณีตออกมา (ชุดที่ครูใหญ่ใจดีเคยซื้อให้) แทนที่จะเป็นชุดสีชมพูฟูฟ่องน่ารำคาญที่เธอเคยใส่ในอดีต เธอรวบผมขึ้นเป็นมวยต่ำอย่างลวกๆ ปล่อยปอยผมตกลงมาเคลียแก้มเล็กน้อย ไม่แต่งหน้าจัดจ้าน แต่เผยให้เห็นผิวพรรณที่กระจ่างใสและดวงตาที่เด็ดเดี่ยว
เมื่อเธอเดินลงมาที่โถงรับแขกของมูลนิธิ รถโรลส์รอยซ์สีดำสนิทก็แล่นเข้ามาจอดพอดี
คุณท่านและคุณนายหลินก้าวลงมาจากรถ ตามด้วย 'หลินเทียน' พี่ชายคนโตที่ดูเป็นผู้ใหญ่และภูมิฐาน
หลินหว่านรีบวิ่งออกไปต้อนรับ ทำท่าทางเหมือนลูกนกตัวน้อยที่น่าสงสาร "สวัสดีค่ะ คุณท่าน คุณนาย... หว่านหว่านดีใจจังเลยค่ะที่พวกคุณมารับ" เธอช้อนตามองด้วยแววตาใสซื่อ
คุณนายหลินยิ้มอย่างเอ็นดู "เด็กดี... น่ารักน่าชังจริงๆ"
ทว่า ในขณะที่ทุกคนกำลังให้ความสนใจหลินหว่านอยู่นั้น เสียงฝีเท้าที่ก้าวเดินอย่างเชื่องช้าแต่มั่นคงก็ดังขึ้น
หลินเฟยเดินเข้ามาหยุดอยู่ห่างออกไปเล็กน้อย เธอไม่ได้วิ่งเข้าไปประจบประแจง ไม่ได้บีบน้ำตา เธอเพียงแค่ยืนตัวตรง สองมือประสานกันไว้ด้านหน้า โค้งศีรษะลงเล็กน้อยด้วยท่วงท่าที่สง่างามราวกับได้รับการอบรมจากตระกูลผู้ดีเก่า
"สวัสดีค่ะ คุณท่านหลิน คุณนายหลิน และคุณชายหลิน" น้ำเสียงของเธอราบเรียบ นุ่มนวล แต่แฝงไปด้วยความเคารพและไม่อ่อนข้อจนเกินไป "ดิฉันหลินเฟย... ยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับความเมตตาจากตระกูลหลินค่ะ"
เมื่อหลินเฟยเงยหน้าขึ้น สบตากับคุณท่านและคุณนายหลิน สายตาที่นิ่งสงบ เยือกเย็น และเปล่งประกายความฉลาดหลักแหลมของเธอ ทำให้ทุกคนในที่นั้นถึงกับชะงัก แม้แต่หลินเทียนที่เป็นนักธุรกิจหนุ่มผู้เข้มงวด ยังอดไม่ได้ที่จะมองเด็กสาวตรงหน้าด้วยสายตาประหลาดใจ
นี่ไม่ใช่สายตาของเด็กกำพร้าที่โหยหาความรัก แต่เป็นสายตาของหงส์ที่พร้อมจะกางปีกบินเหนือผู้คน!
หลินหว่านที่ยืนอยู่ข้างๆ สัมผัสได้ถึงความสนใจที่ถูกดึงไป เธอกัดริมฝีปากล่างด้วยความริษยา...
เกมแห่งการเอาคืน... ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว!
