บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 4 งานวันเกิดที่ซ่อนยาพิษ

รอยบุ๋มบนเบาะผ้าต่วนสีแดงในหีบไม้ดำยังคงชัดเจน เสิ่นเยว่หนิงจ้องมองพื้นที่ว่างเปล่านั้นครู่หนึ่ง ก่อนจะเอื้อมมือไปดึงฝาหีบลงแล้วบิดกุญแจล็อกกลับตามเดิม ราวกับไม่เคยมีผู้ใดเปิดมันออกดู

ชุนหลันที่ยืนถือตะเกียงอยู่ด้านหลังรีบขยับเข้ามาใกล้ “คุณหนูเจ้าคะ ตราหอการค้าเป็นของสำคัญที่สุดในคลังสินเดิม เหตุใดเราไม่รีบแจ้งฮูหยินใหญ่ให้สั่งค้นจวนเดี๋ยวนี้เล่าเจ้าคะ”

“กุญแจคลังอยู่ที่ท่านแม่มาตลอด แต่หีบกลับไม่มีรอยงัดแงะ แสดงว่าคนร้ายต้องแอบพิมพ์รอยกุญแจไปทำลูกกุญแจปลอมไว้ตั้งแต่ตอนที่ท่านแม่เริ่มล้มป่วย” เยว่หนิงตรวจดูฝุ่นบนชั้นวางไม้จันทน์ แล้วก้าวเดินออกจากห้องคลัง “การเบิกเงินก้อนใหญ่หรือสั่งย้ายสินค้าของตระกูลซู ลำพังมีแค่ตราหยกดำยังทำไม่ได้ ต้องใช้รหัสสมุดบัญชีควบคู่กัน หรือไม่ก็ต้องรอให้เจ้าของตราสิ้นใจไปก่อน คนที่ขโมยไปจึงยังไม่กล้านำมันออกมาใช้ในยามนี้ หากเราโวยวายสั่งค้นจวน พวกมันจะรู้ตัวว่าเราระแวงและนำตราไปซ่อนในที่ที่หาไม่พบ”

เมื่อกลับถึงเรือนพักของมารดา เยว่หนิงเล่าเรื่องตราประทับที่หายไปให้ซูหว่านอี๋ฟังตามตรง สองแม่ลูกตกลงกันว่าจะปิดเรื่องนี้ไว้เป็นความลับต่อไป ตลอดช่วงเวลาหลังจากนั้น เยว่หนิงยังคงให้ชุนหลันสับเปลี่ยนยาบำรุงทุกเช้า อาการแน่นหน้าอกของมารดาค่อยๆ ทุเลาลงตามลำดับ แต่เวลาออกมารับหน้าคนในจวน ซูหว่านอี๋ยังคงทาแป้งให้ใบหน้าดูขาวซีดและแสร้งไอแห้งอยู่เสมอ เพื่อรอให้คนร้ายลงมือในงานใหญ่ที่กำลังจะมาถึง

จนกระทั่งถึงวันงานเลี้ยงวันเกิดครบรอบสี่สิบเอ็ดปีของฮูหยินใหญ่แห่งจวนติ้งอันโหว

โถงรับรองของเรือนหลักถูกประดับด้วยผ้าแพรสีแดงและโคมไฟกระดาษ ฮูหยินและคุณหนูจากตระกูลขุนนางในเมืองหลวงทยอยเดินทางมาร่วมอวยพรจนเต็มลานเรือน ซูหว่านอี๋ในชุดเสื้อคลุมผ้าต่วนสีม่วงเข้มนั่งอยู่บนตั่งประธาน โดยมีเยว่หนิงคอยยืนปรนนิบัติอยู่ข้างกาย ข้อมือขาวของหญิงสาวยังคงสวมกำไลหยกขององค์ชายสามไว้ให้ทุกคนเห็นเด่นชัด

เมื่อถึงเวลาถวายของขวัญ หลิ่วซูเยว่ในชุดผ้าไหมสีกลีบบัวก็ก้าวออกมาด้านหน้าพร้อมรอยยิ้มอ่อนโยน ด้านหลังมีเสิ่นหมิงจูเดินตามมาอย่างสำรวม

“พี่สะใภ้ใหญ่ ร่างกายของท่านช่วงนี้ไม่ค่อยแข็งแรง ข้าเห็นแล้วก็อดเป็นห่วงไม่ได้” หลิ่วซูเยว่รับกล่องไม้พะยูงแกะสลักลายเมฆาจากมือสาวใช้มายื่นให้ตรงหน้า “นี่คือกำยานไม้กฤษณาผสมเกสรบัวหิมะที่ข้าสั่งซื้อมาจากหอเครื่องหอมทางใต้ ได้ยินว่ามีสรรพคุณช่วยให้หลับสบายและคลายอาการอุดตันในทรวงอก จึงตั้งใจนำมามอบให้พี่สะใภ้ในวันนี้โดยเฉพาะ”

“ลำบากสะใภ้รองแล้ว” ซูหว่านอี๋รับคำด้วยน้ำเสียงแหบพร่าเล็กน้อย ก่อนจะพยักหน้าให้สาวใช้รับกล่องกำยานมาเปิดออก

เพื่อไม่ให้เป็นการเสียมารยาทต่อหน้าแขกเหรื่อ สาวใช้ประจำเรือนจึงหยิบกำยานก้อนหนึ่งจากในกล่องไปจุดในกระถางทองเหลืองที่ตั้งอยู่ข้างตั่งประธาน

ควันสีขาวหม่นลอยม้วนตัวขึ้นจากกระถาง กลิ่นหอมหวานเย็นกระจายไปทั่วโถงรับรอง แขกที่นั่งอยู่แถวหน้าพากันเอ่ยชมว่ากลิ่นหอมแปลกตากว่ากำยานทั่วไป

เพียงไม่กี่อึดใจหลังจากสูดกลิ่นควันเข้าไป ซูหว่านอี๋ที่นั่งฟังคำอวยพรอยู่ก็ชะงัก ลมหายใจของนางติดขัด มือข้างหนึ่งยกขึ้นขยุ้มสาบเสื้อตรงหน้าอก ใบหน้าที่แต่งแต้มไว้ซีดเผือดลงจนไร้สีเลือด ก่อนที่ร่างกายจะเอนพับไปพิงพนักตั่ง

“ท่านแม่” เยว่หนิงรีบประคองร่างมารดาไว้ สัมผัสได้ว่าชีพจรที่ข้อมือของมารดาเต้นรัวผิดปกติ และนี่ไม่ใช่การแสดงตามที่นัดหมายกันไว้

เสียงฮือฮาดังขึ้นทั่วห้องโถง หลิ่วซูเยว่รีบก้าวเข้ามาทำท่าตกใจ “พี่สะใภ้ใหญ่เป็นอะไรไป หรือว่านั่งรับลมข้างนอกนานเกินไปจนโรคเก่ากำเริบ เด็กๆ รีบประคองฮูหยินใหญ่กลับเข้าไปพักในห้องนอนเร็วเข้า ส่วนแขกเหรื่อทางนี้ ข้าจะช่วยดูแลต่อให้เอง”

“ช้าก่อนเจ้าค่ะ” เยว่หนิงยกมือขึ้นกั้นสาวใช้ของเรือนรองที่จะเข้ามาแตะตัวมารดา นางหันไปสั่งชุนหลันด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด “ดับไฟในกระถางกำยานเดี๋ยวนี้ เปิดหน้าต่างทุกบานออก แล้วสั่งคนของเราไปปิดประตูเรือนหลัก ห้ามผู้ใดเข้าออกจนกว่าจะตรวจของขวัญในโถงนี้เสร็จ”

บ่าวชายที่ยืนเฝ้าหน้าลานเรือนขานรับแล้ววิ่งไปปิดประตูไม้บานใหญ่ทันที แขกในงานต่างหันไปมองหน้ากันด้วยความตื่นตระหนก

ใบหน้าของหลิ่วซูเยว่แข็งค้างไปชั่วขณะ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นสีหน้าเศร้าหมอง นางหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาซับหางตา “เยว่หนิง เจ้าสั่งปิดประตูเรือนเช่นนี้ หมายความว่าอย่างไร หรือเจ้าสงสัยว่ากำยานที่อาสะใภ้มอบให้มีปัญหา ต่อหน้าแขกผู้มีเกียรติมากมาย เจ้าคิดจะปรักปรำคนในครอบครัวเดียวกันหรือ”

“พี่หญิงใหญ่ ท่านแม่ของข้าตั้งใจหาซื้อกำยานนี้มาหลายวันเพื่อป้าสะใภ้ใหญ่ ท่านพูดเช่นนี้ไม่ใจร้ายเกินไปหรือเจ้าคะ” เสิ่นหมิงจูรีบเอ่ยเสริมด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

“อาสะใภ้รองกับน้องหญิงเข้าใจผิดแล้ว” เยว่หนิงประคองมารดาให้นั่งพิงหมอนโดยมีชุนหลันคอยพัดระบายอากาศให้ “ก่อนหน้านี้ท่านแม่อาการดีขึ้นมากแล้ว แต่พอจุดกำยานก้อนนี้ได้ไม่ถึงครึ่งถ้วยชากลับเกิดอาการแน่นหน้าอกขึ้นมาทันที ข้าทราบดีว่าอาสะใภ้รองหวังดีต่อท่านแม่ ดังนั้นเพื่อไม่ให้ผู้ใดนำเรื่องนี้ไปนินทาลับหลังจนเสียชื่อเสียงของอาสะใภ้ ข้าจึงต้องตรวจสอบให้แน่ชัดต่อหน้าทุกคน”

เยว่หนิงหันไปเชิญฮูหยินผู้เฒ่าตระกูลจางซึ่งมาจากครอบครัวหมอหลวงเก่าแก่และนั่งอยู่ในกลุ่มแขกให้เข้ามาช่วยดู

ฮูหยินผู้เฒ่าจางเดินเข้ามาหยิบฝาครอบกระถางกำยานขึ้นดม แล้วใช้ปิ่นเงินเขี่ยก้อนกำยานที่ดับไฟแล้วออกเป็นสองซีก ก่อนจะหยิบกำยานก้อนอื่นในกล่องไม้พะยูงขึ้นมาเทียบกัน

“กำยานที่ยังไม่ได้จุดในกล่องนี้เป็นไม้กฤษณาชั้นดีจริง” ฮูหยินผู้เฒ่าจางขมวดคิ้ว “แต่ก้อนที่ถูกจุดไปแล้ว รวมถึงอีกสองก้อนที่วางซ้อนอยู่ชั้นล่างสุด มีผงดอกยี่โถแห้งและหญ้าลิ้นงูผสมอยู่ หากคนทั่วไปสูดดมคงแค่เวียนศีรษะเล็กน้อย แต่สำหรับผู้ที่ชีพจรหัวใจอ่อนแออยู่ก่อนแล้ว ควันชนิดนี้จะบีบให้หัวใจเต้นผิดจังหวะและหน้ามืดได้ทันที”

สิ้นคำพูดนั้น เสียงซุบซิบในห้องโถงก็ดังขึ้นอีกระลอก สายตาทุกคู่พุ่งตรงไปยังหลิ่วซูเยว่เป็นจุดเดียว

หลิ่วซูเยว่หน้าเสีย รีบส่ายหน้าปฏิเสธ “เป็นไปไม่ได้ ตอนที่ข้าซื้อมาจากร้าน หอเครื่องหอมตรวจสอบให้ดูต่อหน้าแล้วว่าเป็นของแท้ทุกก้อน ข้าจะใส่ของพวกนั้นลงไปทำไม”

เยว่หนิงหยิบกล่องไม้พะยูงขึ้นมาพลิกดูขอบด้านล่าง แล้วชี้ให้ทุกคนเห็นคราบน้ำชาจางๆ ที่ติดอยู่ตรงมุมไม้ “กล่องใบนี้มีรอยเปื้อนที่เพิ่งเกิดไม่นาน อาสะใภ้รองส่งของขวัญมาเก็บไว้ที่ห้องพักของขวัญข้างโถงใหญ่ตั้งแต่เมื่อเช้าใช่หรือไม่เจ้าคะ”

ยังไม่ทันที่หลิ่วซูเยว่จะตอบ พ่อบ้านฉินที่ยืนอยู่แถวประตูด้านข้างก็ก้าวออกมาคุกเข่าลงกับพื้นแล้วโขกศีรษะเสียงดัง

“ฮูหยินใหญ่ คุณหนูใหญ่ เรื่องนี้เป็นความผิดของบ่าวเองขอรับ” พ่อบ้านฉินก้มหน้าแนบพื้น มือทั้งสองข้างกำแน่น “เมื่อเช้าตอนที่บ่าวรับผิดชอบตรวจนับของขวัญอยู่ที่ห้องด้านข้าง มีบ่าวไพร่เดินเข้าออกเพื่อจัดโต๊ะอาหารจำนวนมาก บ่าวปวดท้องจึงออกไปเข้าห้องสุขาครู่หนึ่งโดยไม่ได้ปิดกลอนประตูห้องเก็บของขวัญ คาดว่าคงมีคนฉวยโอกาสนั้นแอบสับเปลี่ยนกำยานในกล่องของฮูหยินรอง บ่าวบกพร่องต่อหน้าที่จนเกือบทำให้ฮูหยินใหญ่ได้รับอันตราย ขอฮูหยินใหญ่โปรดอนุญาตให้บ่าวลาออกกลับบ้านเกิดเพื่อชดใช้ความผิดด้วยเถิดขอรับ”

หลิ่วซูเยว่ลอบถอนหายใจออกมาเฮือกหนึ่ง ก่อนจะรีบตวาดเสียงดัง “ที่แท้ก็เป็นเพราะความสะเพร่าของเจ้านี่เอง พ่อบ้านฉิน เรื่องใหญ่ถึงเพียงนี้เจ้ากลับปล่อยปละละเลยได้อย่างไร พี่สะใภ้ใหญ่ ข้าเห็นว่าเขาอายุมากแล้ว หูตาคงฝ้าฟาง ไล่เขาออกจากจวนไปเสียวันนี้เลยเถิดเจ้าค่ะ”

เยว่หนิงมองแผ่นหลังที่โค้งงอของพ่อบ้านฉิน นางรู้ดีว่าที่เขารีบออกตัวรับผิดเพียงเรื่องความบกพร่องและขอลาออก ก็เพื่อตัดตอนไม่ให้สาวไปถึงตัวผู้บงการ แต่คนอย่างหลิ่วซูเยว่และองค์ชายสามไม่มีทางปล่อยให้คนที่กุมความลับเรื่องยารากหญ้าหนาวมีชีวิตรอดออกไปพูดจาข้างนอกได้ หากพ่อบ้านฉินก้าวพ้นธรณีประตูจวนติ้งอันโหวในวันนี้ ไม่เกินคืนนี้เขาจะต้องกลายเป็นศพอย่างแน่นอน

“พ่อบ้านฉินรับใช้ตระกูลเสิ่นของเรามายี่สิบปี จะให้ออกไปง่ายๆ ได้อย่างไร” เยว่หนิงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง “อีกอย่าง คนที่แอบสับเปลี่ยนกำยานในห้องเก็บของขวัญยังลอยนวลอยู่ในจวน หากให้พ่อบ้านฉินออกไปตอนนี้ ก็เท่ากับปล่อยให้คนร้ายตัวจริงหลุดรอดไปได้ ข้าเห็นควรให้ตัดเบี้ยหวัดพ่อบ้านฉินหกเดือน และให้เขาอยู่สืบหาตัวคนที่ลอบเข้าไปในห้องเก็บของขวัญมารับโทษให้จงได้”

พ่อบ้านฉินเงยหน้าขึ้นมองคุณหนูใหญ่ด้วยแววตาสั่นไหว วูบหนึ่งมีความตื่นตระหนกและลังเลพาดผ่าน ก่อนที่เขาจะก้มศีรษะลงรับคำสั่งโดยไม่อาจโต้แย้งได้อีก

หลังจากงานเลี้ยงเลิกราและแขกเหรื่อเดินทางกลับไปหมดแล้ว เยว่หนิงให้คนประคองมารดากลับไปพักผ่อนในห้องนอน ส่วนตัวนางถือกล่องไม้พะยูงของกลางกลับมาตรวจสอบต่อในห้องหนังสือ

หญิงสาวเทก้อนกำยานที่เหลือออกจนหมด นิ้วเรียวกดลงบนแผ่นผ้าต่วนที่บุรองก้นกล่อง เมื่อรู้สึกว่าพื้นไม้ด้านล่างนูนขึ้นผิดปกติ นางจึงดึงปิ่นเงินจากมวยผมออกมาแงะขอบไม้แผ่นบางที่ประกบซ่อนไว้ขึ้น

ใต้แผ่นไม้รองก้นกล่องกำยาน มีกระดาษน้ำมันแผ่นหนึ่งพับซ่อนอยู่ เมื่อเยว่หนิงคลี่กระดาษแผ่นนั้นออกดูบนโต๊ะ ภายในคือภาพวาดเส้นทางลำเลียงเสบียงของกองทัพชายแดนที่บิดาของนางเป็นผู้ดูแล โดยมีสัญลักษณ์ระบุจุดพักม้าและคลังเสบียงลับไว้อย่างละเอียดทุกจุด

สิ่งนี้ที่เคยนำความตายมาสู่ครอบครัวนาง...
ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel