บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 5 รอยร้าวในครอบครัว

เยว่หนิงใช้นิ้วลูบไปตามเส้นหมึกบนกระดาษน้ำมันที่ซ่อนอยู่ใต้ก้นกล่องไม้พะยูง เส้นทางลำเลียงเสบียงสายเหนือถูกวาดขึ้นอย่างละเอียด ตั้งแต่จุดตั้งค่ายพักแรมของทหารไปจนถึงช่องเขาแคบที่ใช้หลบเลี่ยงกองลาดตระเวน ลายเส้นเหล่านี้ไม่ใช่ฝีมือของบิดา แต่เป็นลายมือของเสมียนในจวนที่ลอบคัดลอกมาจากแผนที่ฉบับจริงในห้องหนังสืออีกทอดหนึ่ง

หญิงสาวพับกระดาษน้ำมันเก็บเข้าสาบเสื้อ แล้วเดินถือตะเกียงกลับไปยังห้องนอนของซูหว่านอี๋เพื่อนำสิ่งนี้ให้มารดาดู

ซูหว่านอี๋ที่อาการแน่นหน้าอกจากควันกำยานเริ่มทุเลาลงแล้ว รับกระดาษแผ่นนั้นไปกางออกดูใต้แสงไฟ

“กล่องกำยานใบนี้หลิ่วซูเยว่สั่งซื้อมาจากหอเครื่องหอมทางใต้ คาดว่าคนของเรือนรองคงใช้ร้านค้าแห่งนั้นเป็นจุดติดต่อกับคนข้างนอก เมื่อวานในงานเลี้ยงมีแขกและบ่าวรับใช้จากหลายตระกูลเดินเข้าออกพลุกพล่าน พ่อบ้านฉินคงตั้งใจจะนำกล่องไม้เปล่าที่ซ่อนแผนที่ใบนี้ส่งออกไปกับคนของร้านเครื่องหอมหลังจบงาน แต่เพราะเจ้าสั่งปิดประตูเรือนและยึดกล่องของกลางไว้เสียก่อน แผนที่แผ่นนี้จึงตกมาอยู่ในมือเรา”

“พวกมันกล้าขโมยแม้กระทั่งแผนที่ทางการทหารของท่านพ่อ แสดงว่าเป้าหมายไม่ใช่แค่เรื่องทรัพย์สินในเรือนหลังแล้วเจ้าค่ะ” เยว่หนิงเก็บกระดาษน้ำมันลงในหีบเหล็กข้างหัวเตียงของมารดา “เมื่อวานเรากดดันพ่อบ้านฉินไปไม่น้อย คนเรือนรองย่อมเริ่มระแวงว่าเรากำลังจับตาดูอยู่ หากพวกมันชะลอแผนการแล้วซ่อนตัวเงียบ เราจะสาวไปถึงตัวคนที่ถือตราหอการค้าและคนที่ลอบติดต่อกับตำหนักองค์ชายสามได้ยากขึ้น”

ซูหว่านอี๋เงยหน้ามองบุตรสาว “แล้วเจ้าคิดจะทำอย่างไรต่อไป”

“ในเมื่อพวกมันอยากได้สินเดิมของท่านแม่ไปหนุนหลังองค์ชายสาม ลูกก็จะทำให้พวกมันเห็นว่าภายในเรือนหลักของเรากำลังแตกคอกันเอง” เยว่หนิงขยับเข้าไปนั่งข้างขอบตั่งแล้วเล่าแผนการที่เตรียมไว้ให้มารดาฟังด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา

เช้าวันรุ่งขึ้น บ่าวไพร่ที่กำลังกวาดลานหินและตัดแต่งกิ่งไม้หน้าเรือนหลักต่างต้องชะงักมือ เมื่อได้ยินเสียงถ้วยกระเบื้องถูกปาลงพื้นแตกกระจายดังลอดออกมาจากในห้องโถง

“ตราบใดที่แม่ยังมีลมหายใจ เจ้าอย่าหวังว่าจะได้จัดงานแต่งงานเข้าตำหนักองค์ชายสาม” เสียงของซูหว่านอี๋ตวาดก้องออกมาถึงระเบียงทางเดิน ตามด้วยเสียงหอบไออย่างหนัก

“แค่เรื่องกำยานเมื่อวาน แม่ยังเห็นไม่ชัดอีกหรือว่าคนรอบกายเจ้านำพาเรื่องเดือดร้อนมาให้จวนโหวมากเพียงใด”

“เรื่องเมื่อวานเป็นความสะเพร่าของบ่าวไพร่ในจวน เกี่ยวอันใดกับองค์ชายสามเจ้าคะ” เสียงของเยว่หนิงโต้กลับอย่างไม่ยอมลดละ “ท่านแม่มีอคติต่อพระองค์มาตั้งแต่ต้น ไม่ว่าท่านแม่จะว่าอย่างไร ลูกก็จะแต่งให้องค์ชายสามเพียงผู้เดียวเท่านั้น”

“เด็กโง่เขลา ชายผู้นั้นต้องการสิ่งใดจากตระกูลเสิ่นและตระกูลซูของเรา เจ้าดูไม่ออกจริงๆ หรือ”

“ลูกดูออกเพียงว่าพระองค์จริงใจต่อลูก ยามนี้ในราชสำนักกำลังมีการคัดเลือกผู้รับผิดชอบงานราชพิธี องค์ชายสามจำเป็นต้องใช้เงินทองจำนวนมากเพื่อสร้างผลงานให้ฝ่าบาทพอพระทัย หากท่านแม่ไม่ยอมออกหน้าช่วยเหลือ ลูกก็จะนำสินเดิมบางส่วนในคลังที่ลูกถือกุญแจอยู่ไปมอบให้พระองค์ด้วยตนเอง”

“เยว่หนิง หากเจ้ากล้าแตะต้องของในคลังเพื่อชายผู้นั้น แม่จะยึดกุญแจคืนเดี๋ยวนี้”

สิ้นเสียงตวาดของฮูหยินใหญ่ ม่านหน้าประตูห้องโถงก็ถูกกระชากเปิดออก เยว่หนิงวิ่งก้มหน้าออกมาจากห้องด้วยขอบตาแดงก่ำ นางใช้ผ้าเช็ดหน้าซับหางตาพลางสาวเท้ากลับเรือนพักของตนโดยไม่เหลียวมองข้างหลัง

เมื่อกลับมาถึงเรือนของตนเอง เยว่หนิงก็สั่งให้ชุนหลันนำหีบเครื่องประดับและสมุดบัญชีบางส่วนออกมาวางเรียงไว้บนโต๊ะโดยเปิดหน้าต่างทิ้งไว้ พร้อมทั้งจงใจใช้ให้สาวใช้ชั้นรองในเรือนออกไปติดต่อหารถม้าและสอบถามร้านแลกตั๋วเงินในตลาด

ไม่ถึงครึ่งวัน ข่าวเรื่องคุณหนูใหญ่ทะเลาะกับฮูหยินใหญ่เรื่องการแต่งงาน จนถึงขั้นคิดจะแอบนำสินเดิมในคลังไปช่วยองค์ชายสาม ก็แพร่สะพัดไปถึงเรือนของหลิ่วซูเยว่อย่างรวดเร็ว สาวใช้ของเรือนรองที่แอบมาด้อมมองแถวสวนไผ่เห็นชุนหลันกำลังขนหีบไม้ขึ้นวางบนระเบียง ก็รีบนำความกลับไปรายงานเจ้านายทันที

ฝ่ายเรือนรองที่เดิมทีกำลังกังวลเรื่องกล่องกำยานเมื่อวาน เมื่อได้ยินว่าสองแม่ลูกเรือนหลักเกิดรอยร้าวกันเองเพราะเรื่องของเซียวเฉิงอวี้ ความระแวงก่อนหน้านี้ก็คลายลง ทั้งยังเริ่มร้อนใจเกรงว่าเยว่หนิงจะแอบขนทรัพย์สินในคลังไปให้องค์ชายสามเพื่อเอาหน้าเสียก่อนที่พวกตนจะได้ลงมือ

บ่ายคล้อยวันเดียวกัน ขณะที่เยว่หนิงกำลังนั่งตรวจรายการของขวัญอยู่ในห้อง บ่าวเฝ้าประตูหน้าจวนก็วิ่งเข้ามารายงานว่า เผยจิ่งเหิง รองเจ้ากรมต้าหลี่ เดินทางมาขอพบผู้ดูแลจวนติ้งอันโหวเพื่อสอบถามข้อราชการ

มือของเยว่หนิงที่ถือพู่กันชะงักไปครู่หนึ่ง ชื่อของเผยจิ่งเหิงยังคงชัดเจนอยู่ในความทรงจำของนาง ในชาติก่อน ตอนที่บิดาถูกกล่าวหาว่าลักลอบเคลื่อนย้ายเสบียงหลวงไปให้กลุ่มกบฏ ขุนนางในราชสำนักต่างพากันถอยห่างหรือเร่งรัดให้ตัดสินโทษตายเพื่อเอาใจองค์ชายสาม มีเพียงรองเจ้ากรมต้าหลี่ผู้นี้ที่ยึดถือหลักฐานและดึงดันจะตรวจสอบรอยตราประทับใหม่อีกครั้ง เพียงแต่ในตอนนั้นเซียวเฉิงอวี้ใช้คำสั่งเร่งด่วนประหารบิดาของนางที่หน้าประตูเมืองไปก่อนที่เผยจิ่งเหิงจะเดินทางมาถึงเพียงครึ่งชั่วยาม

นางไม่คิดเลยว่าในชาตินี้ เขาจะก้าวเข้ามาสืบเรื่องเสบียงถึงในจวนติ้งอันโหวเร็วกว่าเดิมถึงเพียงนี้

ยามนี้บิดาอยู่ชายแดน จิ้งอันออกไปเรียนที่สำนักศึกษา ส่วนมารดาก็ต้องแสร้งนอนซมอยู่บนเตียงตามแผน เยว่หนิงในฐานะบุตรสาวคนโตของสายหลักจึงผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าสีสุภาพ แล้วเดินออกไปต้อนรับแขกที่โถงหน้าด้วยตนเอง

ภายในโถงรับรองหน้าจวน บุรุษในชุดขุนนางสีครามเข้มยืนหันหลังให้ประตู มือข้างหนึ่งไพล่อยู่ด้านหลัง สายตาจับจ้องภาพวาดภูเขาบนผนังห้อง เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าก้าวข้ามธรณีประตูเข้ามา เขาจึงหันกลับมาช้าๆ

เผยจิ่งเหิงในวัยยี่สิบห้าปีมีใบหน้าคมสันเรียบตึง ดวงตาเรียวยาวสีดำจัดมองตรงมาอย่างประเมินค่า น้ำเสียงยามเอ่ยทักทายราบเรียบไร้ความเกรงใจต่ออำนาจจวนโหว

“คารวะคุณหนูเสิ่น ข้าเผยจิ่งเหิงแห่งกรมต้าหลี่ มารบกวนเวลาของคนในจวนแล้ว”

“คารวะใต้เท้าเผย” เยว่หนิงย่อกายลงตามธรรมเนียม “ท่านพ่อของข้าปฏิบัติหน้าที่อยู่ชายแดน ส่วนท่านแม่เพิ่งล้มป่วยในงานวันเกิดเมื่อวานจึงไม่อาจออกมาพบหน้าได้ ข้าเสิ่นเยว่หนิงได้รับมอบหมายให้ดูแลเรื่องในจวนชั่วคราว เชิญใต้เท้านั่งลงพูดคุยก่อนเถิดเจ้าค่ะ”

เผยจิ่งเหิงนั่งลงบนเก้าอี้รับรองฝั่งตรงข้ามโดยไม่แตะต้องถ้วยน้ำชาที่สาวใช้นำมาวาง “ที่ข้ามาในวันนี้ เพราะเมื่อคืนคนของกรมต้าหลี่เข้าตรวจค้นจุดพักสินค้าเถื่อนแห่งหนึ่งนอกเมืองหลวง และจับกุมคนส่งของจากหอเครื่องหอมทางใต้ได้ผู้หนึ่ง จากการสอบสวน คนผู้นั้นสารภาพว่าได้รับคำสั่งให้มารอรับกล่องไม้พะยูงที่บรรจุแผนที่เส้นทางลำเลียงเสบียงชายแดน ซึ่งจะถูกส่งออกมาจากจวนติ้งอันโหวหลังจบงานเลี้ยงเมื่อวาน”

ชุนหลันที่ยืนอยู่ด้านหลังเยว่หนิงเผลอขยับตัวเล็กน้อย ส่วนเยว่หนิงยังคงประสานมือไว้บนตักอย่างสงบ

“ขณะนี้กรมต้าหลี่กำลังสืบสวนคดีลักลอบขายเสบียงหลวงในแถบชายแดนเหนือ” เผยจิ่งเหิงจ้องมองใบหน้าของหญิงสาวเพื่อจับพิรุธ “เมื่อสิบปีก่อนเคยเกิดคดียักยอกเสบียงในลักษณะเดียวกันนี้มาแล้ว และบัดนี้ร่องรอยของขบวนการค้าเสบียงเถื่อนกลับเชื่อมโยงมาถึงสิ่งของที่ส่งเข้าออกจวนของท่านโหว ข้าจึงต้องมาสอบถามคุณหนูใหญ่โดยตรงว่า เมื่อวานนี้มีกล่องไม้พะยูงจากหอเครื่องหอมทางใต้ถูกนำเข้ามาในจวนจริงหรือไม่”

เยว่หนิงสบตากับเขาโดยไม่หลบเลี่ยง นางจำได้ว่าบิดาของเผยจิ่งเหิงเคยต้องโทษตายในคุกเพราะคดีเสบียงเมื่อสิบปีก่อน ในสายตาของเขาเวลานี้ ตระกูลเสิ่นที่รับผิดชอบเสบียงชายแดนย่อมเป็นผู้ต้องสงสัยอันดับแรก หากนางปฏิเสธเรื่องกล่องไม้ เขาก็เพียงแค่ไปถามแขกในงานเมื่อวานก็จะรู้ความจริง แต่หากนางนำแผนที่แผ่นนั้นออกมามอบให้เขาทันที ลายมือของเสมียนในจวนที่วาดแผนที่ก็จะกลายเป็นหลักฐานมัดตัวบิดาของนางเสียเอง

“เรียนใต้เท้าเผย เมื่อวานมีกล่องกำยานไม้พะยูงจากหอเครื่องหอมทางใต้ถูกนำเข้ามาในงานเลี้ยงจริงเจ้าค่ะ” เยว่หนิงตอบด้วยน้ำเสียงชัดเจน “เพียงแต่ของสิ่งนั้นอาสะใภ้รองเป็นผู้หาซื้อมาเป็นของขวัญวันเกิดให้ท่านแม่ และทันทีที่จุดกำยานในกล่อง ท่านแม่ของข้าก็เกิดอาการพิษกำเริบจนแน่นหน้าอกต่อหน้าแขกเหรื่อทั้งงาน ฮูหยินผู้เฒ่าตระกูลจางเป็นผู้ตรวจสอบด้วยตนเองว่ากำยานในกล่องถูกสับเปลี่ยนใส่สมุนไพรพิษลงไป”

หัวคิ้วของเผยจิ่งเหิงขยับเข้าหากันเล็กน้อย

“เวลานี้ท่านแม่ของข้ายังนอนพักฟื้นอยู่บนเตียงเพราะพิษจากกำยานกล่องนั้น ส่วนตัวกล่องไม้ข้าได้ยึดไว้เพื่อใช้สืบหาตัวบ่าวไพร่ที่ลอบสับเปลี่ยนของในห้องเก็บของขวัญ” เยว่หนิงเอ่ยต่ออย่างเป็นลำดับ “หากคนของหอเครื่องหอมอ้างว่ารอรับแผนที่เสบียงจากกล่องใบนั้น ย่อมหมายความว่ามีคนลอบใช้จวนติ้งอันโหวเป็นทางผ่านในการส่งของผิดกฎหมาย และคิดจะทำร้ายฮูหยินใหญ่ของจวนโหวไปพร้อมกัน หากเรือนหลักของข้าร่วมมือกับคนพวกนั้นจริง เหตุใดจะต้องวางยาพิษนายหญิงของจวนตนเองต่อหน้าฮูหยินตระกูลขุนนางนับสิบด้วยเล่าเจ้าคะ”

ภายในโถงรับรองเงียบลงชั่วขณะ เผยจิ่งเหิงมองสตรีตรงหน้าอย่างพินิจพิเคราะห์ ข่าวลือในเมืองหลวงต่างพูดตรงกันว่าคุณหนูใหญ่ตระกูลเสิ่นเป็นสตรีหัวอ่อนที่ลุ่มหลงองค์ชายสาม แม้แต่เมื่อเช้าสายข่าวของเขายังรายงานว่านางเพิ่งร้องไห้อาละวาดใส่ฮูหยินใหญ่เรื่องสินเดิม แต่ยามที่นางนั่งเผชิญหน้ากับผู้ตรวจการกรมต้าหลี่ กลับชี้แจงเหตุผลได้อย่างรัดกุมโดยไม่มีท่าทีตื่นกลัวแม้แต่น้อย

“คำพูดของคุณหนูใหญ่มีเหตุผล” เผยจิ่งเหิงลุกขึ้นยืน “เรื่องพิษในกำยานข้าจะให้คนไปตรวจสอบเทียบเคียงกับพยานในงานอีกครั้ง เรื่องกล่องไม้และบ่าวไพร่ที่น่าสงสัย หากคุณหนูพบเบาะแสเพิ่มเติม หวังว่าจะแจ้งให้กรมต้าหลี่ทราบโดยไม่ปิดบัง”

“ย่อมได้เจ้าค่ะ ตระกูลเสิ่นเองก็ต้องการจับตัวคนที่คิดร้ายต่อท่านแม่เช่นกัน” เยว่หนิงลุกขึ้นย่อกายส่งแขก

เผยจิ่งเหิงหมุนตัวเดินไปถึงธรณีประตูโถงรับรอง ก่อนที่ฝีเท้าของเขาจะหยุดชะงักลง เขามองออกไปที่ลานหินด้านนอกแล้วเอ่ยขึ้นโดยไม่หันกลับมา

“คนที่กล้าใช้แผนที่เสบียงทหารมาพัวพันกับเรือนหลัง ย่อมไม่ได้เล็งเป้าหมายไว้เพียงจุดเดียว” น้ำเสียงทุ้มต่ำของเขาดังก้องในห้องโถง “เมื่อครู่ตอนที่ข้าขี่ม้าผ่านหน้าสำนักศึกษาหลวง ได้ยินว่าอีกสามวันข้างหน้า คุณชายเสิ่นจิ้งอันจะเดินทางออกไปร่วมล่าสัตว์ที่ป่านอกเมืองกับคุณชายเสิ่นจื่อหาน ในเมื่อช่วงนี้ภายในจวนโหวมีเรื่องไม่น่าไว้วางใจ ทางที่ดีคุณหนูควรเตือนน้องชายให้ระวังตัวไว้บ้าง”

กล่าวจบ ร่างสูงในชุดขุนนางสีครามก็ก้าวพ้นประตูออกไป ทิ้งให้เยว่หนิงยืนนิ่งอยู่กลางโถงรับรองด้วยหัวใจที่เต้นแรงขึ้น

“หรือเขารู้ความลับอะไรมา”
ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel