บท
ตั้งค่า

ตอนที่3ขอร้องท่าน

ตอนที่3ขอร้องท่าน

หลังจากงานเลี้ยงฉลองสิ้นสุดลง ขณะที่ฮ่องเต้ยังมิทันเสวย

สุราจอกสุดท้าย ขันทีคนสนิทก็ก้าวเข้ามา กระซิบเสียงเบา

“ฝ่าบาท…เจ้ากรมการคลังจางเจียน ขอเข้าเฝ้า บัดนี้ทรง รออยู่ที่ห้องทรงอักษร พ่ะย่ะค่ะ” ฮ่องเต้วางจอกสุรา ก่อนจะลุกขึ้นเสด็จออกจากท้องพระ

โรงโดยมิเอื้อนเอ่ยคำใด ขันทีเดินตามหลังไปโดยทันที เมื่อมาถึงห้องทรงอักษร จางเจียนเจ้ากรมการคลัง นั่งคุกเข่ารออยู่แล้ว ครั้นเห็นฮ่องเต้เสด็จมาถึง ก็รีบประสานมือ เหนือศีรษะ ยื่นห่อเอกสารออกมา

“กระหม่อมขอถวายหลักฐานสำคัญเกี่ยวกับการก่อกบฏ ขององค์รัชทายาทและเสนาบดีหลิน พ่ะย่ะค่ะ” ฮ่องเต้รับมาเปิดดู ลายมือที่ปรากฏบนกระดาษ หนักแน่น

มั่นคง มิอาจปลอมแปลง ตราประทับแดงฉานประทับอยู่ข้างล่าง เป็นตราของหลี่เหวินเทียนและเสนาบดีหลินโดยแท้ ทันใดนั้น ขันทีอีกคนหนึ่งรีบเข่ามาคุกเข่ารายงานเสียงเร่ง

ร้อน

“ถวายบังคม ฝ่าบาท…มีคนพบว่าองค์รัชทายาทกับสตรี

นามหลินชิงอวี้ ลักลอบมีสัมพันธ์กันในวังหลัง พ่ะย่ะค่ะ” นัยน์ตาเยือกเย็นเปลี่ยนเป็นดุดันทันที แม้หลักฐานจะชี้ชัด แต่ก็ยังคงมีความลังเลอยู่บ้าง แต่เมื่อได้ยินรายงานนี้ความโกรธก็ แล่นขึ้นมายิ่งทำให้หลักฐานนั้นมีมูลมากยิ่งขึ้น

“นำทาง!” ขันทีที่มารายงานเร่งนำทางเสด็จไปยังเรือนด้านในวัง ก่อน

จะมาหยุดอยู่เบื้องหน้าห้อง ห้องหนึ่ง ฮ่องเต้ทรงผลักประตูออก ภาพเบื้องหน้าทำให้ดวงเนตรคมนั้นเต็มไปด้วยเพลิงกริ้ว เมื่อเห็นร่างขององค์รัชทายาทหลี่เหวินเทียนแนบชิดกับ

หญิงสาวในชุดเบาบาง ทรวดทรงยังมิทันคลุมด้วยอาภรณ์เรียบร้อย

“ก่อกบฏ! ผิดกฎวังหลวง อัปรีย์ยิ่งนัก!” เสียงกริ้วดังก้อง พระองค์ตวาดสั่งดังลั่น

“ตระกูลหลินคิดก่อกบฏ ประหารทั้งตระกูล! และจับตัวห ลี่เหวินเทียไปขังรอลงอาญา!” “เสด็จพ่อลูกไม่…” หลี่เหวินเทียนรีบทรุดตัวลงคุกเข่ายกมือขึ้นประสาน เมื่อ

เห็นว่าตนกำลังถูกใส่ร้าย แต่มิทันเอ่ยจบฮ่องเต้ ก็โยนจดหมายที่ เขียนโดยเสนาบดีหลิน เขาหยิบขึ้นมาดูอย่างละเอียดก่อนจะส่าย หน้า

“ลูกไม่ได้ทำ ลูกกำลังถูกใส่ร้ายขอพระองค์ทรงให้ลูกสืบหา ความจริงด้วย พ่ะย่ะค่ะ” “เอาตัวไป!” ฮ่องเต้สั่งเสียงดังก้องไม่ฟังความใด ๆ ก่อนที่ทหารจะเข้า

มาคุมตัวหลี่เหวินเทียนไป ไม่นาน หลี่จิ่งอวี๋ก็ปรากฏกายขึ้น เดินเข้ามาโดยไร้คำกล่าว

พอเห็นหลินชิงอวี้ในสภาพเยี่ยงนั้นก็ยกมือตบหน้านางเต็มแรง นาง เซล้มลงไปกองกับพื้น มือบางแตะแก้มแดงด้วยความงุนงง หลี่จิ่งอวี๋คุกเข่าเบื้องหน้าฮ่องเต้ ก่อนจะประสานมือขึ้น

“กระหม่อมขออาสานำทหารไปลงโทษตระกูลหลิน เพื่อ แสดงให้เห็นว่ากระหม่อมนั้นมิได้มีส่วนร่วมใด ๆ กับขบวนการก่อ กบฏในครั้งนี้” ฮ่องเต้พยักหน้าก่อนจะเดินจากไปทันทีพร้อมกับจางกงกง

ขันทีคนสนิท หลี่จิ่งอวี๋ลุกขึ้นยืนก่อนจะเดินจากไปทันที ไม่แม้แต่จะ

เหลียวกลับมามองสตรีผู้เป็นภรรยา

หลินชิงอวี้ยืนตัวสั่น นางไม่เข้าใจว่าเหตุใดจึงเกิดเรื่อง

มากมายในพริบตา นางรีบเร่งกลับจวนทันที ทว่าเมื่อไปถึง ทหารประมาณห้าสิบนายกำลังล้อมรอบจวน ไว้แน่น นางรีบวิ่งเข้าไปในจวนตระกูลหลิน ก่อนที่ประตูใหญ่จะถูก ปิดตาย หลี่จิ่งอวี๋ยืนอยู่ลานหน้าจวน ตะโกนสั่ง “จับทุกผู้ในตระกูลหลินมารวมกันที่ลาน!” เสนาบดีหลินและหลินฮูหยินรวมถึงบ่าวรับใช้ในจวนต่าง

ถูกคุมตัวออกจากจวนมานั่งคุกเข่าอยู่เบื้องหน้า หลี่จิ่งอวี๋

“นี่มันเรื่องอันใดกัน?” เสนาบดีหลินเอ่ยถามขึ้นเมื่อเห็นถึงการกระทำอุกอาจของ

อีกฝ่าย หลี่จิ่งอวี๋ยกป้ายทองจักรพรรดิขึ้นพร้อมกับกล่าวเสียงดัง

“ตระกูลหลินสมคบกับองค์รัชทายาทหลี่เหวินเทียนซ่องสุม กำลังพลคิดก่อกบฏ ข้ารับคำสั่งมาลงโทษโดยการประหารคนทั้ง ตระกูลให้สิ้นซาก” เสนาบดีหลินทรุดลงกับพื้นเมื่อได้ยินคำตัดสินมิใช่เพราะ กลัวตายแต่เพราะเขานั้นซื่อตรงภักดีต่อราชสำนักมาตลอดและใน

ครั้งนี้กลับถูกใส่ความว่าเป็นกบฏ และแน่นอนว่าฎีกาที่เขานั้นเขียนขึ้นมาคงส่งไปไม่ถึงมือ ฮ่องเต้แน่นอน เพราะมิเช่นนั้นวันนี้คงไม่ใช่วันตายของเขาและ ครอบครัว

หลินชิงอวี้วิ่งเข้ามาหาบิดา มารดา ที่นั่งคุกเข่าอยู่เบื้องหน้า

หลี่จิ่งอวี๋

“ท่านพ่อ ท่านแม่” นางเอ่ยขึ้นพร้อมกับตรงเข้าไปหาบิดา มารดา ของตนที่ กำลังนั่งคุกเข่าอยู่ท่ามกลางเหล่าทหารนับสิบ แววตาแห่งความสิ้น หวังค่อย ๆ ฉายออกมาพร้อมกับหยาดน้ำตา นางหันไปมอง หลี่ จิ่งอวี๋ที่ยืนตระหง่านในมือยังคงถือป้ายทองขององค์จักรพรรดิ เพื่อ จะลงโทษพวกเขา นางปาดน้ำตาก่อนจะคลานเข่าเข้าไปหาผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็น

สามีของตนเพื่อขอความช่วยเหลือ

“หลี่จิ่งอวี๋ ข้าขอร้องท่าน… ท่านพ่อเป็นผู้ซื่อตรง ไม่เคย แม้แต่จะคิดก่อกบฏ ท่านช่วยกราบทูลฝ่าบาทอีกครั้งเถิด…” นางกล่าวจบก็ก้มลงคำนับหัวโขกพื้นอยู่หลายครั้ง เพื่อขอ

ความเห็นใจต่อเขา เพื่อจะช่วยครอบครัวของตนเอง นางมั่นใจว่า บิดาของนางไม่มีทางคิดก่อกบฏแน่นอน “อี้เอ๋อร์ไม่ต้องไปขอร้องมัน!”

เสนาบดีหลินเอ่ยขึ้นก่อนจะขยับไปหยุดการกระทำของ บุตรสาวของตน เมื่อเขาเห็นว่าเริ่มมีโลหิตสีแดงซึมออกจาก หน้าผากงามแล้ว ดวงตาคมของเสนาบดีหลินจับจองไปยังหลี่จิ่งอวี๋ พร้อม

เอ่ยเสียงดุดัน

“เจ้าใส่ความข้า เพราะข้าล่วงรู้ความลับของเจ้ากับตระกูล ฉู่…เจ้ากับตระกูลฉู่นั้นแหละที่คิดก่อกบฏ!” ยังมิทันสิ้นเสียงคมดาบก็ฟันลงมาที่คอเสนาบดีหลินทนั ที เลือดสดของบิดากระเด็นสาดเข้าใบหน้าของหลินชิงอวี้ นางเบิกตา กว้างตกตะลึง เนื้อตัวแข็งทื่อ “ประหาร!” สิ้นเสียงคำสั่ง เสียงคมดาบดังสนั่นพร้อมกับเสียงกรีดร้อง

ของเหล่าผู้คนในตระกูลหลินดังกึกก้อง ดวงตาแดงก่ำเงยหน้าขึ้นมองชายผู้เคยเรียกว่าสามี “เป็นท่านจริงหรือ…ท่านคือผู้ใส่ร้ายตระกูลข้า?” หลี่จิ่งอวี๋ก้มลงกระซิบข้างหู

“ใช่ ข้าทำเองกับมือ… เจ้าน่าจะภูมิใจ ที่ได้เป็นสะพานให้ ข้าเหยียบขึ้นสู่บัลลังก์…”

ดาบในมือของเขาแทงทะลุอกซ้ายของนางโดยไม่ลังเล มือ

ใหญ่ลูบไล้ใบหน้างามของนางพลางเอ่ย

“ข้าต้องขอบใจร่างกายของเจ้า ที่ช่วยทำให้ฝ่าบาทปักใจ เชื่อ ว่าเจ้ากับหลี่เหวินเทียร่วมกันคิดก่อกบฏ” หลินชินิวี้เอ่ยถามเสียงแผ่ว

“ท่าน…วางยาปลุกกำหนัดข้าใช่หรือไม่?”

“ใช่ ข้าเอง” เสียงหัวเราะเย้ยหยันดังชิดหู ขณะที่ลมหายใจสุดท้ายของ นางแผ่วหายไป ในดวงตานางเต็มไปด้วยความคับแค้น ก่อนจะ สิ้นใจลง…

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel