ตอนที่ 2 เมื่อนางร้ายตัดสินใจเป็น "ผู้ถูกกระทำ"
เสียงรองเท้าส้นสูงของจางซูอี้กระทบพื้นหินอ่อนเป็นจังหวะหนักแน่นและมั่นคง เธอเดินผ่านประตูใหญ่ของคฤหาสน์ออกมาสู่ความมืดมิดของสวนยามค่ำคืน แต่ในใจของเธอกลับสว่างไสวไปด้วยความมุ่งมั่นที่กระจ่างชัดเป็นครั้งแรกในชีวิต
ภายในห้องโถงที่เธอเพิ่งเดินจากมา... ความโกลาหลกำลังเริ่มต้นขึ้น
“ซูอี้! กลับมาเดี๋ยวนี้! ใครอนุญาตให้แกเดินออกจากงานแบบนั้น!” เสียงตวาดของบิดาดังลั่นตามหลังมา แต่ซูอี้หาได้ใส่ใจไม่ เธอรู้ดีว่าคำพูดของเธอเมื่อครู่เปรียบเสมือนระเบิดเวลาที่วางไว้กลางใจทุกคน
‘ลูกสาวที่ไม่เอาไหน... ลูกสาวที่น่าสงสาร...’
ภาพลักษณ์ที่เธอสร้างขึ้นเมื่อครู่นี้ ไม่ใช่แค่การประชดประชัน แต่มันคือการถอดสลักระเบิดที่ผูกมัดเธอไว้กับครอบครัวตระกูลจาง ความเจ็บปวดในอดีตชาติสอนให้เธอรู้ว่า ยิ่งเธอกรีดร้อง เธอก็ยิ่งเหมือนปีศาจ แต่หากเธอเงียบและหลั่งน้ำตาในเวลาที่เหมาะสม เธอก็คือเหยื่อผู้บริสุทธิ์
ซูอี้หยุดเดินที่หน้าประตูรถสปอร์ตคันหรูของเธอ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า เธอสูดอากาศเย็นยามค่ำคืนเข้าปอด ความรู้สึกของชีวิตที่เพิ่งได้รับคืนมานั้นช่างหอมหวานนัก
“คุณหนูคะ...” เสียงของคนขับรถประจำตระกูลจางวิ่งตามมาด้วยท่าทางลนลาน “จะให้ฉันขับรถไปส่งที่ไหนดีครับ?”
ซูอี้หันกลับไปมองคนขับรถด้วยรอยยิ้มที่อ่อนโยนที่สุด ซึ่งทำเอาชายวัยกลางคนถึงกับชะงัก เพราะปกติแล้วคุณหนูจางซูอี้มักจะตวาดหรือใช้ถ้อยคำดูถูกเขาเสมอ
“ไม่ต้องหรอกค่ะ ลุงสมศักดิ์” เธอพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “วันนี้ลุงกลับไปพักผ่อนเถอะค่ะ ฉันอยากจะขับรถเอง... ฉันอยากลองอยู่กับตัวเองดูสักพัก”
เธอกดรีโมทปลดล็อกรถก่อนจะก้าวขึ้นไปนั่งประจำที่ มือเรียวบางกำพวงมาลัยแน่น เธอจำได้ดีว่าในอดีตชาติ เธอขับรถด้วยความคลุ้มคลั่งและเสียใจจนเกิดอุบัติเหตุ แต่ในตอนนี้... เธอจะไม่ปล่อยให้ความโกรธมาทำลายชีวิตตัวเองอีก
ในขณะที่ซูอี้กำลังจะสตาร์ทรถ เสียงฝีเท้าเร่งรีบก็ดังใกล้เข้ามา พร้อมกับร่างของจางโม่เฉินที่เดินจ้ำอ้าวมาด้วยใบหน้าบึ้งตึง
“ซูอี้! ลงมา!” พี่ชายคนโตของเธอเคาะกระจกรถเสียงดัง “เธอจะสร้างเรื่องให้ตระกูลเราขายหน้าไปถึงไหน? แค่งานวันเกิดของลู่ลู่แค่นี้ เธอต้องทำตัวให้มันเป็นเรื่องใหญ่ขนาดนี้เลยเหรอ? เธอรู้ไหมว่าลู่ลู่ร้องไห้หนักมากเพราะเธอ!”
ซูอี้ลดกระจกลงช้าๆ เธอไม่ได้มองโม่เฉินด้วยความโกรธแค้นเหมือนที่เคย แต่เธอมองเขาด้วยแววตาที่ว่างเปล่าและเจ็บปวด
“พี่คะ...” เธอเอ่ยชื่อพี่ชายเบาๆ น้ำตาหยดหนึ่งไหลอาบแก้มอย่างนุ่มนวล “พี่บอกว่าลู่ลู่ร้องไห้หนักมาก... แล้วพี่เคยเห็นไหมคะ ว่าที่ผ่านมาพี่เคยทำให้ซูอี้ร้องไห้ไปกี่ครั้ง?”
โม่เฉินชะงักไป คำพูดของเธอนิ่งและเย็นชาจนเขาไปไม่เป็น
“พี่บอกว่าฉันทำลายบรรยากาศงานวันเกิด... แต่พี่คะ ตลอด 5 ปีที่รับลู่ลู่เข้ามา พี่เคยจำได้ไหมว่าวันเกิดฉันคือวันไหน? พี่เคยถามไหมว่าฉันรู้สึกยังไงที่ต้องกลายเป็น 'ตัวร้าย' ในสายตาของพ่อกับแม่เพียงเพราะฉันปกป้องตัวเอง?”
เธอยกยิ้มที่มุมปากอย่างเศร้าสร้อย “ถอนหมั้นกับเฉิงรุ่ยไปเถอะค่ะ เขาเองก็รอคอยเวลานี้มานาน... และฉัน... ก็เหนื่อยเกินกว่าจะรั้งคนที่ไม่ได้รักฉันไว้แล้ว”
“ซูอี้... เธอเปลี่ยนไป” โม่เฉินพูดเสียงเบาลง
“ทุกคนต้องเติบโตค่ะพี่โม่เฉิน” เธอปิดกระจกขึ้นทันทีโดยไม่ฟังคำทัดทานใดๆ อีก ก่อนจะเหยียบคันเร่งขับรถพุ่งออกไปจากคฤหาสน์ทิ้งให้พี่ชายยืนอึ้งอยู่ตรงนั้น
ในใจของซูอี้ตอนนี้ เธอไม่ได้มุ่งหน้าไปไหนเป็นพิเศษ เธอแค่ต้องการออกไปให้พ้นจากกรงทองแห่งนี้... กรงที่น้องสาวบุญธรรมใช้เป็นฉากหลังในการปั่นหัวทุกคนให้เกลียดชังเธอ
ในขณะที่เธอขับรถไปตามถนนเส้นหลักของเมือง แสงไฟนีออนจากตึกสูงระฟ้าสะท้อนเข้ากับใบหน้าของเธอ ซูอี้รู้ดีว่าจากนี้ไป เธอไม่มีที่ให้ถอยหลังอีกแล้ว เธอไม่มีเงินก้อนใหญ่จากพ่อแม่ เพราะเมื่อเธอเลือกที่จะเดินออกมาแบบนี้ ทุกอย่างย่อมถูกตัดขาด
แต่ในโลกใบใหม่นี้... เธอมีความรู้ ความจำของเหตุการณ์ในอนาคต และที่สำคัญที่สุด คือความเข้าใจในจิตวิทยาของคน
‘ลู่ลู่... ในเมื่อเธออยากให้ฉันเป็นคนเลว ต่อไปนี้ฉันจะสวมบทบาทนั้นให้เธอดูเอง แต่ฉันจะเป็นคนเลวที่ฉลาดและเหนือชั้นกว่าเธอเป็นพันเท่า’
เธอกดโทรศัพท์หาเบอร์หนึ่ง... เบอร์ที่เธอจำได้แม่นจากอดีตชาติ เบอร์ของผู้ชายที่ถูกกล่าวขานว่าเป็นมาเฟียที่อันตรายที่สุดในเมืองนี้ ชายผู้ที่หากเธอได้เขามาเป็นพันธมิตร ตระกูลจางและกู้เฉิงรุ่ยก็จะไม่มีทางทำอะไรเธอได้อีก
“สวัสดีค่ะ... คุณหลี่เฟยหยาง” เธอพึมพำกับตัวเองขณะสายสัญญาณเริ่มดังขึ้น “หวังว่าคุณจะชอบ... ‘คนเลว’ อย่างฉันนะคะ”
จางซูอี้รู้อยู่เต็มอกว่านี่คือการเดินเกมที่เสี่ยงที่สุดในชีวิต แต่สำหรับเธอ... การใช้ชีวิตที่เหลืออยู่โดยไม่มีเขาคนนั้น ก็ไม่ต่างอะไรกับการตายไปแล้ว ดังนั้น ไม่ว่าหนทางข้างหน้าจะเป็นอย่างไร เธอจะเดินด้วยเท้าของตัวเอง และก้าวไปยืนในจุดที่ไม่มีใครสามารถเหยียบย่ำเธอได้อีกต่อไป!
คืนนี้คือคืนแรกของชีวิตใหม่... และมันจะเป็นคืนที่โลกต้องจารึกว่า จางซูอี้ที่อ่อนแอได้ตายไปแล้ว พร้อมกับการจุติใหม่ของหญิงสาวผู้จะกลับมาทวงทุกอย่างคืน!
