บท
ตั้งค่า

บทที่ 3: ซาลาเปาหนึ่งลูก กับธาตุแท้ของดอกบัวขาว

ยามเหม่า (05.00 - 06.59 น.) สายลมเย็นเยียบแห่งฤดูใบไม้ร่วงพัดโชยเข้ามาทางหน้าต่างไม้แกะสลัก หอบเอาความหนาวเหน็บมาเยือนจวนอันผิงโหว เซิ่นหลิงซีดึงผ้านวมผืนหนาขึ้นมาคลุมจนถึงปลายคาง หวังจะซุกตัวนอนต่อให้เต็มอิ่ม แต่ความสงบสุขกลับอยู่กับนางได้ไม่นาน อาการปวดแปลบที่ขมับเริ่มก่อตัวขึ้นอีกครั้ง มันเต้นตุบๆ เป็นจังหวะราวกับมีคนเอาค้อนอันเล็กมาเคาะเตือนอยู่ภายในหัว

หญิงสาวลืมตาโพลงท่ามกลางความมืดมัวของรุ่งอรุณ นางถอนหายใจเฮือกใหญ่พร้อมกับสลัดผ้าห่มทิ้งอย่างหัวเสีย

วันนี้เนื้อเรื่องในนิยายกำหนดให้นางต้องออกไปเดินตลาดตะวันออก เพื่อไปพบกับฉากบังเอิญพบปะระหว่างไป๋อวี้เหลียนและเซียวเหวินเย่ที่หน้าร้านขายเครื่องประดับหยก หน้าที่ของนางคือการพุ่งเข้าไปขัดจังหวะ อาละวาดทำลายข้าวของ และจบลงด้วยการถูกบุรุษหน้าน้ำแข็งผู้นั้นสั่งคนโยนออกมากลางถนนให้เป็นที่อับอายขายหน้า

ช่างเป็นบทบาทที่ทรงเกียรติเสียจริง

เซิ่นหลิงซีประชดประชันในใจ นางลุกขึ้นนั่งบนเตียง ปล่อยให้ชุนเถาที่เพิ่งเดินเข้ามาในห้องช่วยผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้า วันนี้นางเลือกสวมชุดกระโปรงสีม่วงเข้มปักลายโบตั๋น แม้สีสันจะดูฉูดฉาดเกินไปสำหรับยุคสมัย แต่มันคือเครื่องแบบประจำตัวของนางร้ายที่ต้องดูโดดเด่นและข่มรัศมีทุกคนในรัศมีร้อยหลา

“คุณหนู วันนี้จะไปเดินตลาดตะวันออกหรือเจ้าคะ บ่าวได้ยินมาว่าร้านเครื่องประดับตระกูลหลินเพิ่งนำเข้าปิ่นหยกมันแกะลวดลายใหม่ล่าสุดมา คุณหนูต้องเหมามาให้หมดอย่าให้ตกไปถึงมือสตรีจวนอื่นนะเจ้าคะ” ชุนเถากล่าวเจื้อยแจ้วขณะสางผมให้ผู้เป็นนาย

เซิ่นหลิงซีเพียงแค่ครางรับในลำคอ นางไม่ได้สนใจปิ่นหยกอะไรนั่นหรอก สิ่งที่นางสนใจคือซาลาเปาไส้หมูสับร้านเถ้าแก่หวังที่อยู่ฝั่งตรงข้ามต่างหาก หากต้องไปทนดูงิ้วฉากใหญ่ อย่างน้อยก็ควรมีของอร่อยตกถึงท้องบ้าง

ในเวลาเดียวกัน บนหลังคาจวนโหวที่ถูกปกคลุมด้วยน้ำค้างยามเช้า ม่อไป๋เร้นกายอยู่ในมุมมืด องครักษ์เงาเฝ้าสังเกตความเคลื่อนไหวของขบวนรถม้าตระกูลเซิ่นที่กำลังเคลื่อนตัวออกจากจวน เขาผิวปากเป็นจังหวะสั้นๆ เพื่อส่งสัญญาณให้นกพิราบสื่อสารโฉบลงมา ก่อนจะผูกม้วนกระดาษแผ่นเล็กที่บันทึกเส้นทางของเป้าหมายเข้าที่ขานก แล้วปล่อยมันบินกลับไปยังจวนชินอ๋อง

ครึ่งชั่วยามต่อมา ณ ห้องหนังสือส่วนตัวของเซียวเหวินเย่

บุรุษผู้กุมอำนาจล้นฟ้าอยู่ในชุดสีครามเข้ม ร่างกายสูงใหญ่แผ่กลิ่นอายสูงศักดิ์แม้มิได้สวมชุดเต็มยศ เขารับม้วนกระดาษจากนกพิราบมาเปิดอ่าน นัยน์ตาคมกริบกวาดมองข้อความสั้นๆ ก่อนที่มุมปากจะยกขึ้นเป็นรอยยิ้มบางเบาที่ยากจะคาดเดาอารมณ์

“ตลาดตะวันออกเช่นนั้นหรือ” น้ำเสียงทุ้มต่ำพึมพำกับตัวเอง

เซียวเหวินเย่วางกระดาษลงบนโต๊ะ เขาไม่ได้มีแผนจะออกไปข้างนอกในวันนี้ แต่หลังจากได้อ่านรายงานพฤติกรรมสุดประหลาดของเซิ่นหลิงซีเมื่อคืน ความอยากรู้อยากเห็นก็ก่อตัวขึ้นเงียบๆ เขาอยากจะเห็นด้วยตาตนเองว่า สตรีที่บ่นอยากเกษียณไปปลูกผักผู้นั้น จะสวมหน้ากากแสดงละครฉากใหม่ด้วยท่าทีเช่นไร

“เตรียมรถม้า ข้าจะไปโรงเตี๊ยมเฟิงหลิน” เขาสั่งการเสียงเรียบ โรงเตี๊ยมแห่งนั้นตั้งอยู่ใจกลางตลาดตะวันออก และมีห้องหับชั้นสองที่สามารถมองเห็นทิวทัศน์เบื้องล่างได้อย่างชัดเจน

บรรยากาศในตลาดตะวันออกคึกคักจอแจไปด้วยผู้คน พ่อค้าแม่ขายตะโกนเรียกลูกค้าเสียงดังเซ็งแซ่ รถม้าตระกูลอันผิงโหวจอดเทียบที่หัวถนน เซิ่นหลิงซีก้าวลงจากรถพร้อมกับชุนเถา หญิงสาวกวาดสายตามองไปรอบๆ อาการปวดหัวเริ่มรุนแรงขึ้นเป็นสัญญาณว่าเป้าหมายอยู่ไม่ไกล

นางเดินนวยนาดตรงไปยังร้านขายเครื่องประดับตระกูลหลินตามที่บทบังคับ และทันทีที่ก้าวพ้นฝูงชน ภาพเบื้องหน้าก็ปรากฏชัดเจน

ไป๋อวี้เหลียนในชุดกระโปรงสีขาวบริสุทธิ์ราวกับเทพธิดากำลังยืนเลือกปิ่นหยกอยู่หน้าร้าน ข้างกายมีสาวใช้คอยกางร่มกระดาษน้ำมันบังแดดให้ ใบหน้างดงามของนางดูไร้เดียงสาและเปราะบางเสียจนผู้คนที่เดินผ่านไปมาต้องเหลียวมองด้วยความชื่นชม

ตามเนื้อเรื่อง เซียวเหวินเย่จะต้องปรากฏตัวขึ้นในอีกไม่กี่อึดใจ จากนั้นไป๋อวี้เหลียนจะแสร้งทำปิ่นตก แล้วพระเอกก็จะก้มลงเก็บให้ เกิดเป็นการสบตากันหวานซึ้ง ส่วนนางร้ายอย่างนางก็มีหน้าที่แค่เข้าไปแผดเสียงทำลายบรรยากาศ

เซิ่นหลิงซียืนกอดอกรออยู่หลังแผงขายผลไม้ฝั่งตรงข้าม นางเตรียมคำด่าทอไว้ในใจเรียบร้อยแล้ว แต่ในระหว่างที่กำลังรอคอยพระเอกขี่ม้าขาวปรากฏตัว เหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น

เด็กชายตัวเล็กสวมเสื้อผ้าขาดวิ่น ใบหน้ามอมแมมเปื้อนคราบดิน วิ่งกระหืดกระหอบหนีสุนัขจรจัดออกมาจากตรอกแคบๆ เขาพุ่งทะยานไปข้างหน้าโดยไม่ทันระวัง ก่อนจะชนเข้ากับร่างบอบบางของไป๋อวี้เหลียนอย่างจัง

ตุบ!!

ร่างของเด็กน้อยล้มกลิ้งลงกับพื้น ชามดินเผาบิ่นๆ ในมือหล่นแตกกระจาย ส่วนไป๋อวี้เหลียนเซถลาไปด้านหลัง โชคดีที่สาวใช้ประคองไว้ได้ทัน แต่ชายกระโปรงสีขาวสะอาดกลับมีรอยประทับรูปฝ่ามือเปื้อนโคลนของเด็กน้อยติดอยู่เด่นหรา

เซิ่นหลิงซีเลิกคิ้วขึ้น ฉากนี้ไม่มีในนิยายนี่นา ดูเหมือนว่าโลกใบนี้จะเริ่มมีตัวแปรแทรกซ้อนเสียแล้ว

นางยืนนิ่งรอดูสถานการณ์ คาดหวังจะได้เห็นความเมตตาอารีของนางเอกดอกบัวขาวที่มักจะใจดีกับสรรพสัตว์และผู้ยากไร้เสมอ แต่ภาพที่ประจักษ์แก่สายตากลับทำให้นางต้องเบิกตากว้าง

ไป๋อวี้เหลียนก้มลงมองรอยเปื้อนบนกระโปรงตนเองด้วยสีหน้ารังเกียจเดียดฉันท์ ใบหน้าที่เคยดูอ่อนหวานบิดเบี้ยวไปด้วยความโกรธกรุ่น นางมองซ้ายมองขวา เมื่อเห็นว่าผู้คนรอบข้างยังไม่ได้ให้ความสนใจบริเวณนี้มากนัก นางก็ยกเท้าขึ้นเตะตะกร้าสานใบเล็กของเด็กน้อยจนกระเด็นไปไกล

“เจ้าเด็กขอทานสกปรก ตาบอดหรืออย่างไรถึงได้มาชนข้า รู้หรือไม่ว่าชุดกระโปรงตัวนี้ราคาเท่าไหร่ ขายชีวิตเจ้าสิบชาติยังชดใช้ไม่ได้เลย”

น้ำเสียงของไป๋อวี้เหลียนกดต่ำและแหลมปรี๊ด แตกต่างจากเสียงหวานหยดย้อยที่ใช้พูดคุยกับบุรุษอย่างสิ้นเชิง สาวใช้ข้างกายรีบหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาปัดรอยเปื้อนให้ผู้เป็นนาย พลางถลึงตาใส่เด็กน้อยที่นั่งตัวสั่นงันงกอยู่บนพื้น

“ออกไปให้พ้นหน้าข้า อย่ามาแพร่เชื้อโรคแถวนี้” นางเอกดอกบัวขาวสะบัดเสียงใส่ ก่อนจะหันหลังกลับไปสนใจปิ่นหยกต่อ ทำราวกับว่าเด็กชายตรงหน้าเป็นเพียงขยะชิ้นหนึ่ง

เซิ่นหลิงซียืนนิ่งงัน อาการปวดหัวจากการถูกบังคับให้เล่นตามบทปลิวหายไปจากสมองชั่วขณะ ความรู้สึกหงุดหงิดพลุ่งพล่านขึ้นมาในอก ชาติก่อนนางเป็นเพียงพนักงานเงินเดือนธรรมดาที่ปากกัดตีนถีบ นางรู้ดีว่าความยากจนและความหิวโหยมันทรมานเพียงใด การถูกเหยียบย่ำศักดิ์ศรีเพียงเพราะเกิดมาต่ำต้อยกว่าเป็นสิ่งที่นางเกลียดชังที่สุด

บทบาทนางร้ายอะไรนั่นช่างหัวมันประไร

หญิงสาวก้าวฉับๆ ออกจากหลังแผงผลไม้ ตรงดิ่งเข้าไปหาเด็กน้อยมอมแมมที่กำลังนั่งร้องไห้สะอึกสะอื้นพยายามเก็บเศษชามดินเผาที่แตกกระจาย ชุนเถาร้องเรียกเจ้านายด้วยความตกใจ แต่ก็ไม่กล้าเข้ามาขัดขวาง

เซิ่นหลิงซีย่อตัวลงคุกเข่ากับพื้นถนนฝุ่นเขรอะโดยไม่สนใจชุดกระโปรงราคาแพงของตนเอง นางดึงมือเล็กๆ ที่กำลังจะโดนเศษกระเบื้องบาดออก ก่อนจะล้วงหยิบผ้าเช็ดหน้าไหมปักลายดอกมู่หลานที่สะอาดสะอ้านออกมาจากแขนเสื้อ

นางบรรจงเช็ดคราบน้ำตาและรอยเปื้อนบนใบหน้าของเด็กชายอย่างเบามือ

“เจ็บตรงไหนหรือไม่” น้ำเสียงของเซิ่นหลิงซีอ่อนโยนและราบเรียบ ปราศจากจริตจะก้านของคุณหนูผู้หยิ่งยโส

เด็กน้อยเงยหน้าขึ้นมองสตรีที่งดงามราวกับเทพธิดาด้วยแววตาหวาดกลัวระคนประหลาดใจ เขาจำได้ว่าสตรีผู้นี้คือคุณหนูใหญ่จวนโหวที่ใครๆ ต่างก็ลือกันว่าดุร้ายและเอาแต่ใจ แต่เหตุใดนางถึงได้ใจดีกับเขานัก เขาเพียงแค่ส่ายหน้าช้าๆ เป็นคำตอบ

“ดีแล้ว คราวหลังก็เดินระวังหน่อย รู้หรือไม่ว่าพวกคนรวยบางคนหน้าตาสะสวยแต่จิตใจคับแคบยิ่งกว่ารูกุญแจ” เซิ่นหลิงซีจงใจพูดเสียงดังพอให้กระทบโสตประสาทของคนแถวนั้น โดยเฉพาะสตรีชุดขาวที่ยืนอยู่ไม่ไกล

ไป๋อวี้เหลียนชะงักมือที่กำลังหยิบปิ่นหยก นางหันขวับมามองเซิ่นหลิงซีด้วยสีหน้าตกตะลึง รีบปรับเปลี่ยนสีหน้าให้กลายเป็นอ่อนหวานน่าสงสารแทบไม่ทัน แต่เซิ่นหลิงซีหาได้สนใจนางไม่

หญิงสาวล้วงถุงเงินข้างเอว หยิบก้อนตำลึงเงินก้อนใหญ่ออกมาวางลงในมือเด็กน้อย ก่อนจะหันไปสั่งชุนเถา “ไปซื้อซาลาเปาร้านเถ้าแก่หวังมาห้าลูก เอาแบบร้อนๆ เลยนะ”

ชุนเถารับคำแล้วรีบวิ่งไปจัดการทันที เพียงครู่เดียวซาลาเปากรุ่นไอร้อนก็ถูกส่งถึงมือเซิ่นหลิงซี นางยัดห่อกระดาษใส่มือเด็กน้อย

“รับไปสิ อาหารพวกนี้ทำให้เจ้าอิ่มท้องได้ดีกว่าน้ำตา กินให้อิ่มแล้วรีบกลับบ้านไปซะ อย่าได้มาเดินเพ่นพ่านให้พวกคนใจบอดแถวนี้รังเกียจเอาได้”

เซิ่นหลิงซีลูบหัวเด็กน้อยเบาๆ ก่อนจะบ่นพึมพำกับเขาด้วยระดับเสียงที่ได้ยินกันแค่สองคน “โตขึ้นก็จงเป็นคนดี อย่าได้โตไปเป็นจระเข้หน้าน้ำแข็งไร้หัวใจเหมือนบุรุษบางคนแถวนี้ ที่มีตาไว้ประดับบารมีแต่มองไม่เห็นธาตุแท้ของคน วันๆ เอาแต่วิ่งตามดอกบัวขาวจอมปลอม ช่างน่าสมเพชนัก”

เด็กชายที่ยังไม่ค่อยเข้าใจความหมายของคำพูดนัก ได้แต่พยักหน้ารับรัวๆ เขากอดห่อซาลาเปาและตำลึงเงินไว้แน่นราวกับเป็นสมบัติล้ำค่า “ขอบคุณพี่สาวเทพธิดาหน้าดุ ข้าจะจำคำสอนของท่านไว้”

พูดจบเขาก็ลุกขึ้นโค้งคำนับแล้ววิ่งหายเข้าไปในตรอกด้วยรอยยิ้มกว้าง

เซิ่นหลิงซียืนขึ้นปัดฝุ่นที่กระโปรง นางเพิ่งสังเกตเห็นว่าไป๋อวี้เหลียนกำลังมองมาด้วยสายตาเคลือบแคลงสงสัย แต่ยังไม่ทันที่นางจะได้ขุดบทด่าทอขึ้นมาใช้ อาการปวดหัวจี๊ดก็แล่นปร๊าดขึ้นมาจนนางต้องสูดปาก

บ้าจริง มัวแต่ช่วยเด็กจนลืมบทบาทไปเสียสนิท เซียวเหวินเย่อยู่ที่ไหน ทำไมถึงยังไม่โผล่มาอีก

หญิงสาวกวาดสายตามองไปรอบๆ อย่างหงุดหงิดใจ แต่กลับไม่พบแม้แต่เงาของบุรุษชุดดำผู้นั้น เมื่อเห็นว่าสถานการณ์เริ่มผิดเพี้ยนไปจากต้นฉบับ นางจึงตัดสินใจสะบัดหน้าหนีไป๋อวี้เหลียนและเดินกลับไปขึ้นรถม้าอย่างหัวเสีย ปล่อยให้นางเอกดอกบัวขาวยืนเค้งคว้างอยู่หน้าร้านเครื่องประดับเพียงลำพัง

หารู้ไม่ว่า เหตุการณ์ทั้งหมดตั้งแต่ต้นจนจบ ได้ตกอยู่ในสายตาของบุรุษผู้หนึ่งอย่างครบถ้วน

บนชั้นสองของโรงเตี๊ยมเฟิงหลิน ริมหน้าต่างบานใหญ่ที่เปิดอ้าออก เซียวเหวินเย่ยืนเอามือไพล่หลังมองลงมายังลานกว้างเบื้องล่าง นัยน์ตาของเขาทอประกายล้ำลึก รอยยิ้มเย็นชาที่เคยมียามนี้แปรเปลี่ยนเป็นความขบขันและประหลาดใจ

ภาพสตรีชุดขาวที่ถูกยกย่องว่างดงามบริสุทธิ์ เตะตะกร้าของเด็กขอทานอย่างเหี้ยมเกรียม ช่างขัดแย้งกับสตรีชุดม่วงที่ถูกตราหน้าว่าร้ายกาจ แต่กลับย่อตัวลงเช็ดคราบน้ำตาให้เด็กน้อยอย่างอ่อนโยน

คำครหาที่ชาวเมืองเล่าลือกันช่างไร้สาระสิ้นดี

ม่อไป๋ที่ยืนอยู่เบื้องหลังเจ้านายลอบกลืนน้ำลายลงคอ เขาเองก็เห็นเหตุการณ์ทุกอย่างชัดเจน ไม่คิดเลยว่าคุณหนูไป๋ที่ดูอ่อนหวานจะมีมุมมืดมิดเช่นนี้ ส่วนคุณหนูเซิ่น... นางช่างเป็นสตรีที่ย้อนแย้งในตัวเองเสียจริง

“พี่สาวเทพธิดาหน้าดุเช่นนั้นหรือ” เซียวเหวินเย่ทวนคำเรียกขานของเด็กน้อยเสียงกลั้วหัวเราะ เขาหูตาไวมากพอที่จะอ่านปากของเซิ่นหลิงซีออกทุกประโยค แม้ระยะห่างจะมากก็ตาม

‘อย่าได้โตไปเป็นจระเข้หน้าน้ำแข็งไร้หัวใจเหมือนบุรุษบางคนแถวนี้ ที่มีตาไว้ประดับบารมีแต่มองไม่เห็นธาตุแท้ของคน’

คำบริภาษลับหลังของนางทำให้มุมปากของเขายกสูงขึ้นอีก เขายอมรับว่าตนเองเคยตาบอดที่มองข้ามเปลือกนอกของสตรีทั้งสองผู้นี้ไป แต่บัดนี้เขามองเห็นมันชัดเจนแล้ว ชัดเจนจนรู้สึกว่าเกมกระดานนี้ชักจะน่าสนุกขึ้นมาเสียแล้วสิ

เซียวเหวินเย่หมุนตัวเดินกลับมานั่งที่โต๊ะน้ำชา เขายกจอกกระเบื้องเคลือบขึ้นจิบอย่างอารมณ์ดี รสชาติของชาวันนี้ดูจะหอมหวานกว่าทุกวัน

“ม่อไป๋”

“พ่ะย่ะค่ะท่านอ๋อง”

“สืบประวัติเด็กขอทานผู้นั้นมาให้ข้า แล้วส่งคนไปคุ้มครองเขาอยู่ห่างๆ อย่าให้ใครไปรังแกเขาได้อีก” เซียวเหวินเย่วางจอกชาลง นัยน์ตาแฝงความหมายบางอย่างที่ลึกล้ำ “แล้วก็... ส่งเทียบเชิญไปจวนอันผิงโหว บอกว่ามะรืนนี้ข้าจะจัดงานชมจันทร์ที่จวน ระบุชื่อให้คุณหนูใหญ่เซิ่นหลิงซีมาร่วมงานด้วยตนเอง ห้ามปฏิเสธเด็ดขาด”

ม่อไป๋รับคำสั่งด้วยความมึนงง งานชมจันทร์อันใดกัน ร้อยวันพันปีท่านอ๋องไม่เคยจัดงานเลี้ยงสังสรรค์ ยิ่งไปกว่านั้นคือการเจาะจงเชิญคุณหนูเซิ่นที่พยายามหลบหน้ามาตลอด หากคุณหนูเซิ่นได้รับเทียบเชิญนี้ นางไม่ปวดหัวจนต้องขุดอุโมงค์หนีเลยหรือ

แต่ในฐานะองครักษ์เงา เขาทำได้เพียงค้อมศีรษะรับบัญชา

จระเข้หน้าน้ำแข็งเริ่มขยับตัวแล้ว และดูเหมือนว่าเป้าหมายในการงับเหยื่อครั้งนี้ จะไม่ใช่ดอกบัวขาวริมสระน้ำอีกต่อไป แต่เป็นสตรีหน้าดุที่ชอบกินซาลาเปาผู้นั้นต่างหาก

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel