ตอนที่ 5: ตัวละครที่ไม่ได้รับเชิญและความลับบนยอดเขา
บรรยากาศภายในรถม้าขากลับจากพระราชวังเงียบสงัดจนน่าอึดอัด เสียงสะอื้นไห้ปานจะขาดใจของมู่ชิงเหลียนดังแว่วมาจากรถม้าอีกคันที่วิ่งตามมาด้านหลัง ตำแหน่ง ‘อนุภรรยาขั้นรอง’ เป็นดั่งสายฟ้าที่ฟาดลงมาเผาผลาญความฝันอันสูงส่งของน้องสาวผู้ทะเยอทะยานจนมอดไหม้เป็นเถ้าถ่าน
มู่หวั่นชิงนั่งหลับตาพริ้มพิงเบาะรองนั่งที่บุนวมอย่างดี ริมฝีปากบางยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเยือกเย็น ละครฉากแรกที่นางลงทุนลงแรงเล่นไปในวันนี้ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างงดงาม ทว่าลึกๆ ในใจของนางกลับรู้ดีว่า หากไม่ได้ตัวละครที่ไม่ได้รับเชิญผู้นั้นยื่นมือเข้ามาสอดแทรก แผนการของนางก็อาจจะไม่จบลงอย่างสมบูรณ์แบบเช่นนี้
‘จิ้งจอกน้อย ละครฉากนี้ของเจ้า... สนุกดีนี่’
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่กระซิบข้างใบหู พร้อมกับกลิ่นหอมเย็นยะเยือกของไม้จันทน์ที่ลอยวนอยู่ปลายจมูกยังคงชัดเจนราวกับเขายังยืนอยู่ข้างกาย
นางลืมตาขึ้น แววตาเต็มไปด้วยความครุ่นคิด ‘เผยยวน’ หัวหน้าขันทีผู้คุมตราประทับกรมหลวง บุรุษผู้กุมอำนาจศาลปกครองสูงสุด เป็นดาบเพชฌฆาตของฮ่องเต้ที่ขุนนางทั้งราชสำนักต่างหวาดผวา ตอนแรกนางคิดว่าแผนการในท้องพระโรงอาจจะไม่สำเร็จด้วยซ้ำ ฮ่องเต้เป็นผู้ช่ำชองเกมการเมือง พระองค์อาจจะแค่ตำหนิรัชทายาทแล้วหาทางออกที่ประนีประนอมกว่านี้เพื่อรักษาหน้าตระกูลมู่และราชวงศ์
ใครจะไปคิดว่าขันทีผู้นั้นจะกล้าก้าวเข้ามาช่วยพูดจาบีบคั้นรัชทายาทอย่างไม่ไว้หน้า ซ้ำยังต้อนให้ฮ่องเต้ต้องออกราชโองการเด็ดขาดในทันที
เขาทำไปเพื่อสิ่งใด เพื่อความสนุก เพื่อขัดขารัชทายาท หรือเขามองแผนการของนางออกทะลุปรุโปร่งกันแน่
เมื่อนึกถึงบุรุษผู้นี้ ความทรงจำในอดีตชาติที่ถูกฝังกลบไว้ก็เริ่มไหลทะลักกลับเข้ามาในหัวของมู่หวั่นชิงราวกับทำนบแตก ภาพเหตุการณ์ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของการชิงอำนาจก่อนที่เซียวจิ้งเซวียนจะก้าวขึ้นสู่บัลลังก์มังกรฉายชัดขึ้นมาทีละฉาก
ในอดีตชาติ เผยยวนคือศัตรูทางการเมืองที่น่ากลัวที่สุดขององค์รัชทายาท เขาเป็นดั่งกำแพงเหล็กที่ขวางกั้นหนทางสู่บัลลังก์ อำนาจของเขาสูงเทียมฟ้าจนแม้แต่เซียวจิ้งเซวียนยังต้องกัดฟันด้วยความริษยาและหวาดหวั่น ทว่าบุรุษที่ร้ายกาจและทรงอำนาจถึงเพียงนั้น กลับมีจุดจบที่น่าอนาถยิ่งนัก
มู่หวั่นชิงจิกเล็บลงบนฝ่ามือเมื่อนึกถึงความจริงข้อหนึ่ง... คนที่ลงมือสังหารเผยยวนในอดีตชาติ ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นบิดาของนางเอง
ในเวลานั้น ฮ่องเต้ประชวรหนักจนแทบจะสิ้นพระชนม์ เซียวจิ้งเซวียนที่ต้องการรวบอำนาจเบ็ดเสร็จจำต้องกำจัดเผยยวนให้พ้นทาง บิดาของนาง... อัครเสนาบดีมู่ ผู้ซึ่งในเวลานั้นเป็นสุนัขรับใช้ที่จงรักภักดีของรัชทายาท ได้วางแผนการอันแยบยลเพื่อลวงเสือออกจากถ้ำ
บิดาของนางกราบทูลฮ่องเต้ว่า บนยอดเขาหลิงซานอันเร้นลับและอันตราย มียาโอสถสวรรค์ที่สามารถรักษาพระอาการประชวรได้ แต่ผู้ที่จะไปนำมาได้ต้องเป็นผู้ที่มีวรยุทธ์ล้ำเลิศและเป็นที่ไว้วางพระทัยที่สุดเท่านั้น ฮ่องเต้ที่กำลังหวาดกลัวความตายจึงมีรับสั่งให้เผยยวนเดินทางออกจากเมืองหลวงไปตามหายาวิเศษนั้นด้วยตนเอง
นั่นคือหลุมพรางมรณะที่บิดาของนางและเซียวจิ้ง เซวียนขุดเอาไว้รอ
มู่หวั่นชิงจำได้ดีว่าคืนนั้นพายุฝนโหมกระหน่ำ ข่าวสารจากชายแดนถูกส่งกลับมายังเมืองหลวง เผยยวนถูกกองกำลังนักฆ่าชั้นยอดนับร้อยนายที่ซุ่มซ่อนอยู่บนเขาหลิงซานลอบโจมตี แม้เขาจะมีวรยุทธ์ล้ำเลิศเพียงใด แต่ด้วยสภาพอากาศที่เลวร้ายและจำนวนศัตรูที่มืดฟ้ามัวดิน ในที่สุดหัวหน้าขันทีผู้ยิ่งใหญ่ก็พลาดท่า สิ้นชีพอยู่บนยอดเขาอันหนาวเหน็บ ร่างถูกฟันจนยับเยินแทบไม่เหลือเค้าเดิม
นางจำได้ว่าวันนั้นนางยืนอยู่หลังฉากกั้นในห้องหนังสือของบิดา ได้ยินบทสนทนาที่บิดากราบทูลรายงานความสำเร็จต่อองค์รัชทายาท
‘สุนัขรับใช้ตัวนั้นสิ้นชื่อแล้วพ่ะย่ะค่ะ บัลลังก์นี้ย่อมตกเป็นของฝ่าบาทอย่างแน่นอน... น่าเสียดายนัก เผยยวนผู้นี้มีวรยุทธ์และสติปัญญาที่หาตัวจับยาก หากเขายอมสวามิภักดิ์ต่อฝ่าบาท ย่อมเป็นกำลังสำคัญได้ แท้จริงแล้ว... ฐานะของเขาไม่ธรรมดาเลยจริงๆ’
‘ไม่ธรรมดาแล้วอย่างไร?’ เซียวจิ้งเซวียนในอดีตชาติแค่นหัวเราะ ‘ต่อให้เขาเป็นสายเลือดมังกร หรือเป็นเทพเซียนจุติลงมา ในเมื่อมันกล้าขวางทางข้า มันก็ต้องตาย!’
ตอนนั้นนางยังเป็นเพียงสตรีโง่งมที่หลงรักรัชทายาทจนหน้ามืดตามัว นางไม่สนใจด้วยซ้ำว่าเผยยวนจะเป็นใคร หรือถูกฆ่าอย่างโหดเหี้ยมเพียงใด นางคิดเพียงว่าบิดาของนางเก่งกาจที่ช่วยกำจัดเสี้ยนหนามให้ชายคนรักได้ นางไม่เคยเอะใจเลยสักนิดว่าฐานะไม่ธรรมดาที่บิดาเอ่ยถึงนั้นคือสิ่งใด
สายเลือดมังกร ทายาทตระกูลเก่าแก่ที่ล่มสลาย หรือมีความลับอันใดซ่อนอยู่ใต้คราบขันทีผู้นี้กันแน่
แต่ที่ตลกร้ายที่สุดก็คือ บิดาของนางยอมมือเปื้อนเลือด วางแผนฆ่าคนไปมากมายเพื่อกรุยทางให้เซียวจิ้งเซวียน แต่เมื่อคนผู้นั้นได้ขึ้นครองบัลลังก์ สิ่งแรกที่มันทำกลับเป็นการสั่งประหารล้างโคตรตระกูลมู่เพื่อปิดปากคนทำงานและรวบอำนาจ
“หึ... ท่านพ่อช่างทุ่มเทเสียจริง แต่สุดท้ายก็กลายเป็นเพียงสุนัขล่าเนื้อที่ถูกต้มกินเมื่อสิ้นประโยชน์” มู่หวั่นชิงพึมพำกับตัวเองด้วยน้ำเสียงขื่นขม หยาดน้ำตาแห่งความคับแค้นเอ่อล้นขึ้นมาที่หางตา แต่นางรีบกะพริบตาไล่มันกลับไป
นางปาดน้ำตาออกแล้วสูดลมหายใจเข้าลึก ชาตินี้นางจะไม่ปล่อยให้บิดาต้องเดินซ้ำรอยเดิม นางจะไม่ยอมให้ตระกูลมู่เป็นหมากให้เซียวจิ้งเซวียนหลอกใช้อีกต่อไป แต่การจะต่อกรกับองค์รัชทายาทที่มีฐานอำนาจมั่นคง มีตระกูลกั่วกงฝั่งมารดาหนุนหลัง ซ้ำยังมีบิดาของนางที่พร้อมจะถวายหัวให้ ลำพังตัวนางที่เป็นเพียงคุณหนูในเรือนหวงหลาน ไม่มีทางเอาชนะได้เลย
เว้นเสียแต่... นางจะหาพันธมิตรที่ทรงพลังพอจะงัดข้อกับรัชทายาทได้
และตัวเลือกที่ดีที่สุด ทรงอำนาจที่สุด และมีความแค้นฝังลึกกับเซียวจิ้งเซวียนมากที่สุด ก็คือบุรุษชุดแดงผู้นั้น!
‘เผยยวน’
ในอดีตชาติเขาต้องตายอย่างอนาถเพราะแผนการของบิดานาง แต่ในชาตินี้เหตุการณ์นั้นยังไม่เกิดขึ้น เขายังมีชีวิตอยู่ยังมีอำนาจล้นมือ ซ้ำวันนี้เขายังยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือนางอย่างมีนัยยะสำคัญ
มู่หวั่นชิงตระหนักได้ในวินาทีนั้นว่า เผยยวนคือ ‘ร่มกางเกง’ คันใหญ่ที่สุดในราชสำนัก หากนางสามารถดึงเขามาเป็นพันธมิตรได้ หากนางสามารถผูกมัดเขากับรถม้าของตระกูลมู่ได้ เซียวจิ้งเซวียนก็จะเป็นเพียงมดปลวกที่รอวันถูกบี้ให้แหลกคามือ!
ทว่า... ปัญหาสำคัญที่สุดก็คือ นางจะทำอย่างไรให้สุนัขจิ้งจอกเจ้าเล่ห์ผู้แสนจะเจ้าเล่ห์ โหดเหี้ยม และขี้ระแวงอย่างเขายอมร่วมมือด้วย?
บุรุษที่กุมตราประทับกรมหลวง มีสายสืบอยู่ทั่วทุกระแหง มีหรือจะหลอกล่อได้ด้วยเล่ห์กลตื้นๆ ของสตรี การใช้ความงามยั่วยวนยิ่งเป็นไปไม่ได้เลยในเมื่อเขาเป็นขันที ส่วนการใช้ผลประโยชน์ทางการเมืองเข้าแลก เขาก็มีอำนาจมากพออยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องลดตัวลงมาเกลือกกลั้วกับบุตรีอัครเสนาบดีที่มีแต่ปัญหาอย่างนาง
“ข้าต้องมีไพ่ตาย... ไพ่ตายที่จะทำให้เขาไม่อาจปฏิเสธข้าได้...”
มู่หวั่นชิงขมวดคิ้วมุ่น นิ้วเรียวยาวเคาะลงบนหน้าขาเป็นจังหวะ นางพยายามขุดคุ้ยความทรงจำในอดีตชาติเพื่อหาจุดอ่อน หรือข้อมูลลับใดๆ ของเผยยวนที่พอจะนำมาใช้เป็นข้อต่อรองได้
การจะให้สุนัขจิ้งจอกเจ้าเล่ห์ผู้แสนจะเจ้าเล่ห์ โหดเหี้ยม และขี้ระแวงอย่างเขายอมร่วมมือด้วย ไม่ใช่เรื่องง่าย บุรุษที่กุมตราประทับกรมหลวง มีสายสืบอยู่ทั่วทุกระแหง ย่อมหลอกล่อไม่ได้ด้วยเล่ห์กลตื้นๆ การใช้ผลประโยชน์ทางการเมืองเข้าแลก เขาก็มีอำนาจมากพออยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องลดตัวลงมาเกลือกกลั้วกับคุณหนูในห้องหอที่มีแต่ปัญหาอย่างนาง
“ข้าต้องมีไพ่ตาย... ไพ่ตายที่หนักแน่นพอจะทำให้เขาไม่อาจปฏิเสธข้าได้...”
นางหลับตาลง ปล่อยให้ภาพเหตุการณ์เก่าๆ ในช่วงเวลานี้ของอดีตชาติไหลผ่านเข้ามาในหัวราวกับสายน้ำ เหตุการณ์ใดบ้างที่เกี่ยวข้องกับหัวหน้าขันทีผู้นี้...
ทันใดนั้น ดวงตากลมโตก็เบิกกว้างขึ้น ร่างบางสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อนึกถึงเหตุการณ์สำคัญที่จะเกิดขึ้นในวันพรุ่งนี้
ในอดีตชาติ ช่วงเวลาเดียวกับที่งานชุมนุมบัณฑิตเพิ่งจบลงได้เพียงหนึ่งวัน เมืองหลวงก็เกิดเรื่องสะเทือนขวัญขึ้น ข่าวลือแพร่สะพัดไปทั่วว่า ขบวนรถม้าของผู้คุมตราประทับกรมหลวงถูกซุ่มโจมตีระหว่างทางไปทำธุระลับนอกเมือง
มือสังหารเป็นยอดฝีมือนับสิบคน ซึ่งต่อมาสืบทราบว่าเป็นคนตายที่ ‘จวนกั่วกง’ ตระกูลฝั่งมารดาขององค์รัชทายาทแอบเลี้ยงดูไว้ พวกมันถูกส่งมาเพื่อกำจัดเสี้ยนหนามชิ้นใหญ่นี้ให้พ้นทางรัชทายาท แม้เผยยวนจะมีวรยุทธ์ล้ำเลิศและสามารถสังหารศัตรูจนหมดสิ้น แต่การถูกลอบกัดอย่างไม่ทันตั้งตัวก็ทำให้เขาได้รับบาดเจ็บสาหัสปางตาย ต้องพักรักษาตัวเงียบๆ อยู่ในจวนถึงครึ่งค่อนเดือน ข่าวนี้ทำให้ฮ่องเต้พิโรธหนักจนสั่งตักเตือนและตรวจสอบจวนกั่วกงอย่างเข้มงวด
“ลอบสังหาร... บาดเจ็บสาหัส...” มู่หวั่นชิงพึมพำกับตัวเอง รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ค่อยๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปาก แววตาของนางเปล่งประกายเจิดจ้า
ในยุคที่ผู้คนให้ความสำคัญกับบุญคุณความแค้น การยื่นมือเข้าช่วยเหลือบุรุษผู้มีอำนาจล้นฟ้าในยามที่เขากำลังเพลี่ยงพล้ำ ย่อมเป็นไพ่ตายชั้นดีที่สุดที่จะเปิดประตูจวนขันทีให้กับนาง
หากนางสามารถกะเกณฑ์เวลา ไปดักรออยู่ในเส้นทางสายนั้น และพลิกสถานการณ์กลายเป็นผู้ช่วยชีวิตเขาไว้ได้ บุรุษที่โหดเหี้ยมและยึดมั่นในกฎ ‘ตาต่อตา ฟันต่อฟัน บุญคุณต้องทดแทน’ อย่างเผยยวน จะต้องยอมติดค้าง ‘หนี้ชีวิต’ ของนางอย่างแน่นอน
เมื่อมีหนี้บุญคุณช่วยชีวิตมาผูกมัด การจะเจรจาขอให้เขาร่วมมือเพื่อต่อกรกับองค์รัชทายาทและจวนกั่วกงก็จะไม่ใช่เรื่องเพ้อฝันอีกต่อไป ซ้ำศัตรูของเขาในวันพรุ่งนี้ก็คือจวนกั่วกง ยิ่งเป็นการผลักดันให้เป้าหมายของนางและเขาเดินไปในเส้นทางเดียวกันอย่างสมบูรณ์แบบ
“ถึงแม้การเอาตัวเข้าไปพัวพันกับการลอบสังหารจะเสี่ยงอันตราย แต่หากต้องการจับลูกเสือ ก็ต้องกล้าเข้าถ้ำเสือ” มู่หวั่นชิงกำมือแน่น ดวงตาวาวโรจน์ด้วยความมุ่งมั่น “ในเมื่อชาติที่แล้วข้าเป็นคนดีแล้วต้องตาย ชาตินี้ข้าก็จะเป็นสตรีหน้าหนา ไร้ยางอาย ยอมเสี่ยงตายเพื่อดึงปีศาจมาเป็นพวก ข้าจะทำให้เซียวจิ้งเซวียนรู้ว่า การทรยศคนตระกูลมู่ ต้องจ่ายด้วยราคาที่แพงเพียงใด”
รถม้าจอดสนิทที่หน้าประตูจวนอัครเสนาบดี ชุนเถาเลิกม่านขึ้นพยุงเจ้านายลงจากรถ
ทันทีที่ก้าวเท้าเข้าสู่โถงเรือนหลัก เสียงร้องไห้ฟูมฟายของฮูหยินรองและมู่ชิงเหลียนก็ดังระงม บิดาของนางกำลังนั่งกุมขมับด้วยความเครียดที่ลูกสาวคนโปรดต้องตกต่ำกลายเป็นเพียงอนุภรรยา
มู่หวั่นชิงเดินหลังตรงเข้าไปในห้องโถง ปรายตามองสองแม่ลูกที่กำลังกอดกันร้องไห้อย่างสมเพช นางไม่เอื้อนเอ่ยคำปลอบโยนใดๆ ออกมาแม้แต่ครึ่งคำ ก่อนจะย่อตัวทำความเคารพบิดาตามธรรมเนียม
“ท่านพ่อ ลูกเหนื่อยล้ามาทั้งวัน ขอตัวกลับเรือนไปพักผ่อนก่อนนะเจ้าคะ”
อัครเสนาบดีมู่พยักหน้าส่งๆ เขาไม่มีอารมณ์จะมาสนใจบุตรสาวคนโตในเวลานี้
มู่หวั่นชิงหันหลังเดินกลับเรือนหวงหลานของตนเอง ท่ามกลางเสียงสาปแช่งตามหลังของฮูหยินรอง นางเชิดหน้าขึ้น รอยยิ้มงดงามปรากฏบนใบหน้า
แผนการขั้นต่อไปได้ถูกกำหนดไว้แล้ว...
วันพรุ่งนี้ นางจะสวมบทบาทเป็นวีรสตรีผู้ช่วยชีวิต(แบบหน้าหนา) เป้าหมายคือจวนหัวหน้าขันทีผู้ทรงอิทธิพล เตรียมรับมือคุณหนูใหญ่มู่ให้ดีเถิด ท่านผู้คุมตราประทับเผย