บท
ตั้งค่า

บทที่ 8 เรื่องราวที่น่าเห็นใจ 1/2

ทหารบางส่วนเริ่มตั้งกระโจมอีกส่วนหนึ่งออกไปตักน้ำขณะที่อีกกลุ่มก่อกองไฟเตรียมทำอาหารเย็น อวี้เหยาที่นั่งอยู่ในรถม้ามองไปนอกหน้าต่าง ตั้งแต่เช้าจนถึงตอนนี้นางกินแค่ผลไม้ไม่กี่อย่างจากระบบกับน้ำอุ่นมาตลอดทาง

ยามนี้ท้องเล็ก ๆ ของนางจึงร้องหาอาหารมาเติมเต็มความหิวให้หายไป ซึ่งสายตาของนางเหลือบไปเห็นหม้อใบใหญ่ที่ทหารกำลังยกมาตั้งข้างกองไฟ ก็เข้าใจทันทีว่าพวกเขากำลังจะลงมือทำอาหารมื้อเย็นจึงลงไปถามดูสักหน่อย

“พวกเจ้ากำลังจะมื้อเย็นงั้นหรือ? ว่าแต่จะทำอะไรเป็นมื้อเย็นล่ะ”

“กระหม่อมจะต้มโจ๊กพ่ะย่ะค่ะเพราะง่ายและใช้เวลาไม่นาน”

พอได้ยินว่ามื้อเย็นของวันคือโจ๊กอวี้เหยาจึงขออยู่ดูพวกเขาทำอาหาร แต่เป็นเพราะยุคนี้เครื่องปรุงรสค่อนข้างมีจำกัดทำให้รสชาติไม่ถูกปากเท่าใดนัก พอได้ชิมอวี้เหยาถึงได้เสนอให้เพิ่มวัตถุดิบลงไปอีกนิด

“เอ่อ พวกเจ้ากินแค่โจ๊กเปล่า ๆ กันงั้นหรือ?”

ทหารคนหนึ่งผู้รับหน้าที่เป็นพ่อครัวตอบคำถามอวี้เหยาอย่างสุภาพ เพราะสีหน้างง ๆ ของนางเหมือนคนอยากรู้เรื่องอาหารการกิน

“ใช่พ่ะย่ะค่ะ องค์หญิงหกไม่ทราบมาก่อนหรือว่าทหารกินง่ายมาก”

“นี่เป็นครั้งแรกที่ข้าเพิ่งรู้เพิ่งเห็นน่ะ”

ขณะนั้นเองแม่ทัพใหญ่ชุยที่ดูความเรียบร้อยของกระโจมที่พักเสร็จ เห็นอวี้เหยาอยู่บริเวณทำอาหารจึงเข้าไปสอบถามด้วยคิดว่านางคงจะหิวแล้ว

“องค์หญิงหกหิวแล้วใช่ไหมพ่ะย่ะค่ะ?”

“ท่านแม่ทัพใหญ่ชุยเองหรือข้ารู้สึกหิวเล็กน้อยเลยมาดูพวกเขาทำอาหาร แต่ดูแล้วโจ๊กหม้อนี้จะจืดไปสักหน่อยหรือไม่”

“เป็นเรื่องปกติพวกเราทหารกินจนชินแล้วพ่ะย่ะค่ะ”

“ถ้าข้าเสนอว่านำเนื้อตากแห้งมาทุบให้เป็นเส้นฝอย ๆ และเติมเกลือเพิ่มอีกจะทำให้โจ๊กอร่อยยิ่งกว่าเดิมท่านจะเชื่อข้าไหม” นางอยากกินอาหารที่มีรสชาติมากกว่าอาหารจืด ๆ

แม่ทัพใหญ่ชุยนิ่งไปครู่หนึ่งแม้จะไม่ตอบแต่หันไปพยักหน้ากับทหาร และเขาเพียงแค่อยากรู้ถึงวิธีการที่นางบอกเกี่ยวกับการเพิ่มรสชาติของโจ๊ก เนื่องจากฐานะการเป็นองค์หญิงไม่มีทางจะรู้เรื่องพวกนี้ได้

“ไม่ทราบว่าองค์หญิงหกทราบได้อย่างไรว่าใส่เกลือกับเนื้อลงในโจ๊กจะทำให้อร่อย?”

“เรื่องนี้น่ะหรือข้าเคยแอบเห็นนางกำนัลในตำหนักแอบทำตอนดึกน่ะ พวกนางกินอย่างเอร็ดอร่อยเหลือติดหม้อเพียงเล็กน้อยข้าก็เลยลองชิมดูบ้าง ถึงได้รู้ว่าทำเช่นนั้นแล้วอร่อยกว่าโจ๊กเปล่าอย่างไรล่ะ”

“ทำไมนางกำนัลถึงไม่ตักมาถวายพระองค์?” แม่ทัพใหญ่ชุยสงสัยทันทีเมื่อได้ยินว่าอวี้เหยาถึงขั้นแอบกินของเหลือจากนางกำนัล ทั้ง ๆ ที่ตัวของนางเป็นถึงพระธิดาของฮ่องเต้สิ่งใดบ้างที่อยากกินแล้วไม่ได้กินอย่างที่ต้องการบ้าง

ร่างเล็กเงียบไปอึดใจก็เลือกตอบคำถามตามความทรงจำของร่างเดิม ว่าถูกกระทำอย่างไรบ้างในช่วงระยะเวลาสองสามปีมานี้ด้วยสีหน้าแววตาที่ชวนให้คนฟังรู้สึกเห็นใจกับสิ่งที่เด็กคนหนึ่งต้องเผชิญ

“ตอนข้ายังไม่รู้ความข้าไม่เข้าใจว่าเหตุใดพวกนางกำนัลถึงทำเช่นนั้น พอโตขึ้นมาอีกหน่อยก็เข้าใจเมื่อได้ยินการพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องมารดาของข้า ซึ่งเป็นสตรีที่ทะเยอทะยานอยากปีนป่ายขึ้นที่สูง

หลังจากคลอดข้าได้เพียงครึ่งปีก็กระทำความผิดจนถูกโทษประหาร ส่วนข้าก็เติบโตมาจากการดูแลของนางกำนัลและเป็นลูกที่เสด็จพ่อไม่ทรงโปรด พวกนางกำนัลที่ดูแลจึงไม่ให้ความเคารพและใช้งานข้าตั้งแต่อายุได้สามหนาว

เรื่องอาหารการกินก็ต้องทำงานแลกมาต่อให้ข้าวในแต่ละมื้อเหล่านั้น จะเป็นเพียงแค่เศษอาหารหรือน้ำข้าวย่อมต้องกินเพื่อประทังชีวิตของตนเอง อย่างที่ท่านเห็นว่าข้ายามนี้อายุห้าหนาวแต่รูปร่างกลับเล็กกว่าเด็กวัยเดียวกัน”

แม่ทัพใหญ่ชุยและทหารที่กำลังทำโจ๊กอยู่บริเวณนั้นได้ยินก็ชะงักไป ก่อนจะมองรูปร่างของเด็กหญิงที่ได้ชื่อว่าเป็นองค์หญิงและเป็นอย่างที่นางพูด บุตรหลานของพวกเขาวัยห้าหนาวยังตัวสูงกว่านางตั้งหลายชุ่น

“เพราะไม่เป็นที่โปรดปรานฮ่องเต้แห่งต้าอวี้จึงได้เลือกส่งพระองค์มาแทนบุตรที่เหลือสินะ กระหม่อมเข้าใจว่าการมีบุตรมากย่อมมีความลำเอียงแต่ถึงขั้นไม่สนใจและเพิกเฉยก็เกินไป”

“ข้าก็คิดเช่นนั้นแต่ที่พวกเขาไม่เคยรู้ก็คือข้ามักจะแอบไปนั่งเรียนตำราเป็นประจำ โดยความรู้บางอย่างก็ลองทำและได้ผลลัพธ์ที่คาดไม่ถึงออกมา แต่คนไม่เห็นค่าองค์หญิงผู้นี้ทำไมข้าต้องนำความรู้ที่มีช่วยพวกเขาด้วยล่ะ”

“ความคิดขององค์หญิงหกยังดีกว่าผู้ใหญ่บางคนเสียอีกนะพ่ะย่ะค่ะ หลังจากนี้หากอยากเสวยอันใดก็บอกกับเซี่ยเป่ยคนสนิทของกระหม่อมได้”

“ขอบคุณแม่ทัพใหญ่ชุยมากแต่ตอนนี้ข้าว่าเรามากินโจ๊กกันก่อนเถิด”

เพราะคุยกันอยู่นานทหารก็ทำโจ๊กอย่างที่อวี้เหยาบอกไปเรื่อย ๆ เมื่อได้ที่จึงตักแจกให้ทุกคนได้ลองชิมปรากฏว่าโจ๊กหม้อนี้อร่อยขึ้นอย่างชัดเจน ซึ่งทหารคนดังกล่าวถึงกับจดจำเอาไว้เพื่อทำอีกครั้งในมื้อต่อ ๆ ไป

และตอนนี้พวกเขาเริ่มเข้าใจแล้วว่าเหตุใดยามพ้นเขตเมืองหลวงต้าอวี้ สีหน้าท่าทางของอวี้เหยาถึงได้มีความสุขคล้ายเป็นคนละคนก่อนออกเดินทาง นั่นเป็นเพราะนางออกจากสถานที่ที่ไม่เคยมีใครเห็นนางอยู่ในสายตา

นับตั้งแต่คืนนั้นเป็นต้นมาขบวนรับตัวประกันของแคว้นต้าเซิ่งทั้งหมด จึงรู้สึกเอ็นดูและให้ความเป็นกันเองคอยดูแลเรื่องอาหารการกินอย่างใส่ใจโดยตลอดเส้นทางองค์หญิงหกผู้สูงศักดิ์มักจะชวนทหารไปหาผักป่าที่กินได้ นำกลับมาทำอาหารเพิ่มให้ทุกคนได้กินจนถึงเมืองหลวงต้าเซิ่งอย่างปลอดภัย

ซึ่งการมาถึงของอวี้เหยาไม่มีผู้ใดรู้ว่ากำลังจะเกิดเรื่องราวน่าเหลือเชื่อ และคนที่เริ่มเปลี่ยนไปเป็นคนยังเป็นถึงผู้นั่งอยู่บนบัลลังก์มังกรแห่งต้าเซิ่ง รวมถึงคนที่มีตำแหน่งใหญ่โตแห่งวังหลังยังคิดลงมือกับเด็กอย่างนางได้ลงคอ
ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel