บทที่ 16 การท้าทายเพื่อรางวัล 1/2
ภายหลังการเรียนตำราช่วงเช้าได้จบลงราวยามซื่อองค์ชายทั้งหกคนก็ได้เวลาพักรับของว่าง ก่อนจะเริ่มทำการฝึกวิชาต่อสู้และขี่ม้าแต่จะมีอยู่สามคนที่ฝึกน้อยกว่านั่นก็คือองค์ชายสี่ องค์ชายห้าและองค์ชายหก
ดังนั้นพอเหลือสามคนนี้อยู่ด้วยกันจึงเป็นโอกาสที่อวี้เหยาจะหลอกล่อพวกเขาให้สนใจสิ่งที่นางทำ ด้วยการชักแม่น้ำทั้งห้ามาหว่านล้อมที่สำคัญนางยังทำสำเร็จอีกด้วย
คนที่สังเกตเห็นอวี้เหยาคือองค์ชายสี่เยี่ยนจวิ้นอันและเอ่ยถามทันทีว่านางมาทำอันใด “เจ้าคือองค์หญิงจากแคว้นต้าอวี้สินะที่นี่เป็นสถานที่ร่ำเรียนของพวกข้าเจ้ามาทำอันใดที่นี่”
“ถวายบังคมองค์ชายทั้งสามเพคะ”
“เจ้าไม่ได้ยินที่พี่สี่ถามหรือว่ามาทำอันใดที่ตำหนักเหวินหัวของเรา”
“ข้าก็มาเดินเล่นแก้เบื่อเท่านั้นเองเห็นพวกท่านตั้งใจร่ำเรียนก็นับถือ ถ้าเป็นข้าคงหลับไปตั้งหลายตื่นแล้วล่ะ” อวี้เหยาตอบทีเล่นทีจริง
“เหอะ พวกสตรีก็เช่นนี้จะอดทนเหมือนบุรุษได้หรือ หากหายเบื่อแล้วก็กลับตำหนักของเจ้าไปเสียอย่ามาวุ่นวายอยู่ที่นี่เลย” องค์ชายหกเยี่ยนอวี่เจินมองร่างเล็ก ๆ ของอวี้เหยาก็คิดดูถูกนางเสียอย่างนั้น
พอได้ยินถ้อยคำขององค์ชายหกก็เข้าทางอวี้เหยาซึ่งคิดแผนการขึ้นได้ “ถึงข้าจะเป็นสตรีแต่มีบางอย่างที่ข้าทำได้เก่งกว่าพวกเจ้า กล้าแข่งกับข้าไหม?”
องค์ชายทั้งสามมองหน้ากันไม่คิดว่าเด็กหญิงตรงหน้าจะใจกล้าถึงกับท้าทายพวกตน ด้วยหยิ่งทนงในศักดิ์ศรีของการเป็นถึงพระโอรสของฮ่องเต้จึงตอบรับคำท้า ทำเอาคนที่มีหน้าที่ติดตามลับ ๆ อ้าปากค้างกับความกล้านี้
“เอาสิเจ้าอยากท้าแข่งอันใดกับพวกข้าสามคนก็พูดออกมาได้เลยไม่ว่าเรื่องอะไรคนที่ชนะย่อมเป็นพวกข้าแน่นอน” องค์ชายสี่ตอบรับคำท้าด้วยน้ำเสียงหนักแน่นและอนุชาทั้งสองก็พยักหน้าร่วมด้วย
“ข้าชอบทำการเพาะปลูกและถนัดด้านนี้มากที่สุดพวกเจ้าสามคนกล้าปลูกผักแข่งกับข้าไหม?” อวี้เหยาบอกความถนัดของตนแต่องค์ชายทั้งสามกลับหัวเราะ
“ฮ่า ๆ ๆ พี่สี่ท่านฟังสินางตลกชะมัดแค่ปลูกผักยังคิดเอามาท้าทายเพื่อแข่งกับพวกเรา” องค์ชายห้าทั้งหัวเราะและหาคนเห็นด้วยกับคำพูดของตน
อวี้เหยายกแขนกอดอกมองเหล่าองค์ชายอย่างมั่นใจในสิ่งที่ตนกล่าว “หึ องค์ชายห้าเจ้าคิดว่าการปลูกผักให้เติบโตจนกินได้เป็นเรื่องง่ายเช่นนั้นหรือ ในเมื่อพวกเจ้าบอกว่าง่ายงั้นหลังเรียนเสร็จก็ไปที่ตำหนักหย่งหนิงของข้านะ ถึงตอนนั้นแปลงด้านหลังตำหนักคงพร้อมแล้วเป็นอย่างไร”
“ได้ ถึงเวลาพวกข้าจะไปพบเจ้าที่ตำหนักหย่งหนิงแน่นอน”
“เตรียมทุกอย่างไว้รอข้ากับพี่สี่พี่ห้าได้เลยอีกอย่างก็เตรียมตัวของเจ้าเพื่อรับความพ่ายแพ้ล่วงหน้าด้วยล่ะ”
“โอ๋ว จงรักษาความมั่นใจนี้ของเจ้าไว้ให้ดีล่ะองค์ชายหกถึงเวลานั้นถ้าเจ้าเป็นฝ่ายแพ้จะอับอายเอาได้นะ ฮ่า ๆ ๆ ข้าจะรอพวกเจ้าที่ตำหนักขอตัว” อวี้เหยาหันหลังจากไปทันทีเมื่อเป้าหมายตอบรับการท้าทายจากตน
ด้านองค์ชายทั้งสามที่อายุไล่เลี่ยกันต่างคนก็ต่างถามว่าพวกตนนั้นสามารถเอาชนะเด็กหญิงที่ท้าทายตนได้จริงหรือไม่
“พี่สี่ท่านคิดว่าพวกเราจะเอาชนะเด็กคนนั้นได้ไหมพ่ะย่ะค่ะ?”
“น้องหกมันก็แค่การปลูกผักใช่ว่าพวกเราจะไม่เคยเห็นในตำรามิใช่รึ ตอนนี้ยังพอมีเวลาลองไปค้นหาวิธีก่อนจะไปตำหนักหย่งหนิงกันดีไหมพี่สี่”
“ข้ารู้สึกแปลก ๆ กับท่าทางของนางนะน้องห้าน้องหกนางดูมั่นใจมากว่าสามารถทำได้ดีและอาจเอาชนะพวกเราได้ แต่ที่น้องห้าพูดมาก็มีเหตุผลตอนนี้พวกเราไม่ได้ฝึกอันใดมากมายลองไปค้นตำราการเกษตรดูก็ดีเหมือนกัน” องค์ชายสี่แม้จะรู้สึกแปลก ๆ กับสายตาของอวี้เหยาแต่ก็เห็นด้วยกับองค์ชายหกเรื่องการหาความรู้ก่อนลงมือ
เมื่อมีความเห็นตรงกันทั้งสามคนจึงตามกันไปยังหอตำราที่ตั้งอยู่ภายในตำหนักเหวินหัว เพื่อหาตำราเกี่ยวกับการเพาะปลูกมาอ่านเพิ่มเติมว่า การปลูกผักมีวิธีหรือขั้นตอนอย่างไรบ้างเนื่องจากไม่อยากเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ องค์ชายหกถึงกับจดวิธีการปลูกผักลงกระดาษและเก็บซ่อนไว้กับตัว
‘หึ ข้าไม่เชื่อหรอกว่านางจะเก่งอย่างที่พูดคนชนะต้องเป็นข้าเท่านั้น’