บท
ตั้งค่า

บทที่ 17 ปลอมตัวไปดูการแข่งปลูกผัก 1/1

ด้านหน่วยสอดแนมทั้งสามคนอย่างจื้อจง หยวนเจี๋ยและเจ๋อเพ่ยนั้น หลังจากได้ยินและได้เห็นเหตุการณ์ท้าทายของผู้สูงศักดิ์วัยเยาว์ทั้งสี่คนแล้ว ก็ปรึกษากันเพื่อลงความเห็นว่าควรนำเรื่องดังกล่าวไปรายงานฮ่องเต้หรือไม่

“เฮ้ หยวนเจี๋ย เจ๋อเพ่ย พวกเจ้าว่าเรื่องนี้รวมถึงเรื่องที่องค์หญิงอวี้เหยารื้อสวนดอกไม้ในตำหนักหย่งหนิง ควรนำไปกราบทูลให้ฝ่าบาททรงทราบดีไหมข้ากลัวว่าถ้าฝ่าบาททราบทีหลังจะเป็นเรื่องเอาได้นะ”

“แล้วจะเก็บไว้ทำไมแม่ทัพใหญ่กำชับไว้มิใช่หรือไม่ว่าเรื่องอะไรก็ตามของตำหนักหย่งหนิง พวกเราต้องถวายรายงานต่อฝ่าบาทให้ทราบทุกเรื่อง”

“เอาเช่นนี้เจ้ากับเจ๋อเพ่ยตามองค์หญิงอวี้เหยากลับตำหนักไปก่อน ส่วนเรื่องทั้งหมดข้าจะรีบไปเข้าเฝ้ากราบทูลฝ่าบาทเอง” หยวนเจี๋ยที่เคร่งขรึมและเรียบเรียงเหตุการณ์ได้ดีอาสาเป็นคนไปเข้าเฝ้า

“ดีเหมือนกันงั้นเจ้ารีบไปเถิดหยวนเจี๋ยพวกข้าจะกลับตำหนักหย่งหนิง ถ้าฝ่าบาทมีรับสั่งเพิ่มเติมต้องเร่งนำความมาบอกพวกข้าล่ะ”

“อืม ข้ารู้แล้ว”

หยวนเจี๋ยแยกตัวมุ่งหน้าไปยังตำหนักทรงอักษรของฮ่องเต้อย่างรวดเร็ว ภายในหัวของเขาก็ครุ่นคิดกับเรื่องราวที่เพิ่งเกิดขึ้นตลอดทางเพราะไม่คิดว่า องค์หญิงตัวเล็ก ๆ อย่างอวี้เหยาจะกล้าเอ่ยท้าทายเหล่าองค์ชายทั้งสามได้

พอมาถึงตำหนักทรงอักษรการมาของหยวนเจี๋ยไม่ได้ทำให้ฮ่องเต้รู้สึกแปลกพระทัย ทรงคิดเพียงว่าอาจเป็นเรื่องที่เคยมีรับสั่งเกี่ยวกับจ้าวกุ้ยเฟยแต่หลังได้ฟังรายงานจากหยวนเจี๋ยก็ขมวดพระขนงเข้าหากันทันที

“ถวายบังคมพ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท”

“ลุกขึ้นแล้วพูดมาเถิดเกิดอะไรขึ้นที่ตำหนักหย่งหนิงงั้นหรือ?”

“ทูลฝ่าบาทเมื่อวานองค์หญิงอวี้เหยาสั่งให้นางกำนัลขันทีในตำหนักช่วยกันรื้อดอกไม้ออกทั้งหมด ทรงเปลี่ยนสวนดอกไม้เป็นแปลงผักหลายอย่างและเช้านี้ยังมีรับสั่งอีกครั้ง ซึ่งเป็นด้านหลังตำหนักองค์หญิงจะทำการปลูกผักไว้ทำอาหารกินเองเพิ่มด้วยพ่ะย่ะค่ะ”

แต่คนที่ตกใจยิ่งกว่าฮ่องเต้คงหนีไม่พ้นเย่ากงกงที่ได้ยินว่าอวี้เหยาสั่งรื้อดอกไม้ทิ้งทั้งหมด “จะ เจ้าบอกว่าองค์หญิงอวี้เหยานางสั่งรื้อดอกไม้ที่นั่นจนไม่เหลือเลยงั้นรึ!”

“ใช่ นางยังบอกว่าดอกไม้ไม่เห็นมีประโยชน์จากนั้นก็เอาเมล็ดพันธุ์ผักที่นำมาจากต้าอวี้ลงปลูกแทน”

“ฝ่าบาทนั่นเป็น...” เย่ากงกงหยั่งเชิงหันไปถามฮ่องเต้

“โอ๋ว เด็กคนนี้มีความคิดเกินวัยอย่างเหลือเชื่อและที่นางพูดก็ถูกนะ ดอกไม้งดงามก็จริงแต่ไม่ได้ยั่งยืนพอถึงเวลาก็เหี่ยวเฉา แต่ผักที่เพาะปลูกนั้นกลับเก็บกินได้ทั้งหมุนเวียนปลูกผักชนิดใหม่ได้เรื่อย ๆ ยังมีเรื่องอื่นอีกไหม...”

หยวนเจี๋ยหายใจเข้าเฮือกใหญ่ก่อนจะรายงานเรื่องที่เพิ่งจะเกิดขึ้น ซึ่งเรื่องดังกล่าวเรียกความสนพระทัยจากฮ่องเต้อย่างน่าเหลือเชื่อ

“มีพ่ะย่ะค่ะ”

“ว่ามาสิ”

“วันนี้องค์หญิงอวี้เหยาเดินเล่นไปถึงตำหนักเหวินหัวจากนั้นทรงนั่งดูการเรียนขององค์ชาย กระทั่งได้พูดคุยกับองค์ชายสี่องค์ชายห้าและองค์ชายหกแต่เรื่องที่พูดคุยกันกลับเป็นการท้าทายเกิดขึ้นพ่ะย่ะค่ะ”

“หือ ท้าทาย...ผู้ใดเป็นคนเริ่มงั้นหรือ?”

“เอ่อ เป็นองค์หญิงอวี้เหยาที่ท้าทายองค์ชายทั้งสามพ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท”

“หึ กล้าหาญไม่เบาแล้วนางท้าทายเรื่องอะไรกับโอรสของเจิ้นล่ะ”

“องค์หญิงอวี้เหยาท้าองค์ชายทั้งสามแข่งกันปลูกผักที่ท้ายตำหนัก เพียงแต่ยังไม่บอกว่าจะตัดสินแพ้ชนะด้วยวิธีใดเท่านั้นพ่ะย่ะค่ะ” ตัวหยวนเจี๋ยก็อยากรู้เช่นกันว่าอวี้เหยาเตรียมการตัดสินไว้อย่างไร

ด้านต้งฮ่าวองครักษ์ส่วนพระองค์ของเยี่ยนฮ่องเต้ยังอดแปลกใจไม่ได้ ถึงแม้ฟังดูว่าการปลูกผักเป็นเรื่องง่ายแต่มิใช่ใครจะปลูกให้มันเติบโตแข็งแรง จนอยู่รอดให้เก็บไปทำอาหารกินได้ทุกคนเสียเมื่อไหร่กัน

“ฝ่าบาทการปลูกผักแม้แต่กรมเกษตรยังทำไม่ได้เสมอไปแล้วองค์หญิงนางจะทำได้อย่างที่พูดจริงหรือพ่ะย่ะค่ะ”

“องครักษ์จางพูดมาก็จริงนะพ่ะย่ะค่ะแต่ละปีผลผลิตด้านการเกษตรถ้าไม่น้อยลงก็เท่าเดิม หากพืชผลปลูกได้มากคงไม่ต้องใช้เงินซื้อเสบียงมากมายจากแคว้นใกล้เคียงส่งให้กองทัพหรอกพ่ะย่ะค่ะ” เย่ากงกงเกิดข้อสงสัยเรื่องนี้ไม่ต่างจากคนอื่น ๆ

เยี่ยนฮ่องเต้ฟังถ้อยคำสันนิษฐานจากปากคนของตนก็ทรงเห็นด้วยว่า พืชผักบางชนิดก็ปลูกยากจนสูญเสียเมล็ดพันธุ์ไปโดยเปล่าประโยชน์บ่อยครั้ง ดังนั้นจึงทรงมีแผนการผุดขึ้นมาเพื่อพิสูจน์เรื่องดังกล่าวด้วยพระองค์เอง

“ก็ถูกของพวกเจ้าแต่เจิ้นกลับรู้สึกต่างออกไปเล็กน้อยเกี่ยวกับเรื่องนี้ เจิ้นคิดว่าองค์หญิงอวี้เหยามีบางอย่างน่าสนใจพวกเจ้าลองคิดดูมีเด็กคนใดบ้างที่อยู่ต่อหน้าเจิ้นแล้วไม่ก้มหน้า

แต่เด็กคนนี้กลับกล้าเงยหน้ามองสบตากับเจิ้นไม่มีอาการเกรงกลัว และยังกล้าฟ้องว่าถูกคนรังแกโดยไม่รู้ว่าจะได้รับความเป็นธรรมตอบหรือไม่ ดังนั้นเย่ากงกงเจ้าไปเตรียมชุดทหารองครักษ์มาให้เจิ้นหนึ่งชุดรวมถึงเจ้าด้วย”

“เอ่อ ฝ่าบาทจะเอาชุดทหารองครักษ์มาทำไมหรือพ่ะย่ะค่ะ?”

แต่คนที่เข้าใจความต้องการของเยี่ยนฮ่องเต้อย่างต้งฮ่าวก็โพล่งออกมาและทำเย่ากงกงตกใจในทันที “ฝ่าบาทจะทรงปลอมตัวไปดูการแข่งขันครั้งนี้ที่ตำหนักหย่งหนิงด้วยพระองค์เองงั้นหรือพ่ะย่ะค่ะ”

“หา! ฝะ ฝะ ฝ่าบาทเอาจริงหรือพ่ะย่ะค่ะ”

“เย่ากงกงเจ้าคิดว่าเจิ้นเคยพูดเล่นสักกี่เรื่องกัน รีบไปจัดการเร็วเข้า”

“พ่ะย่ะค่ะกระหม่อมจะไปเดี๋ยวนี้”

เย่ากงกงเร่งไปจัดการตามพระประสงค์ของนายหัวเหนืออย่างรวดเร็ว จนกระทั่งเยี่ยนฮ่องเต้เปลี่ยนฉลองพระองค์เสร็จก็เสด็จออกจากตำหนักไปทันที เนื่องจากต้องการหาจุดซ่อนตัวเพื่อทอดพระเนตรการแข่งขันของเด็กทั้งสี่คน

ซึ่งจุดที่เยี่ยนฮ่องเต้ใช้ซ่อนตัวคือต้นไม้สูงกว่ากำแพงตำหนักเล็กน้อย และยังแผ่กิ่งก้านเป็นพุ่มใหญ่มันช่างเหมาะเจาะเสียเหลือเพราะบริเวณนี้มองเห็นแปลงผักได้อย่างชัดเจน

โดยสิ่งที่ทรงเห็นตอนนี้คืออวี้เหยากำลังควบคุมขันทีขึ้นร่องแปลงผัก ดูแล้วน่าจะทำมากกว่าสิบแปลงยิ่งทำให้เยี่ยนฮ่องเต้ทรงอยากรู้เข้าไปใหญ่ว่า อวี้เหยาจะใช้ปลูกผักชนิดใดถึงขั้นอยากติดตามผลด้วยพระเองเลยทีเดียว

“ทุกคน ๆ ทำแปลงผักให้เท่า ๆ กันล่ะเวลาข้าปลูกผักตอนที่มันเริ่มโตจะได้ไม่แออัดจนเกินไป”

“เพคะองค์หญิง/ พ่ะย่ะค่ะองค์หญิง”
ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel