บทที่ 15 การท้าทายเพื่อรางวัล 1/1
ภายหลังดูแลแปลงผักเสร็จอวี้เหยาก็ถูกเชี่ยนผู่กับเมิ่งตี้จับไปอาบน้ำแต่งตัวและรับมื้อเช้า ซึ่งมีหวังซงเป็นคนดูแลแต่สีหน้าของนางยามกินอาหารบ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่ารสชาติอาหารเป็นอย่างไร
เพราะท่าทางของอวี้เหยาที่แสดงออกอย่างชัดเจนบ่าวรับใช้ทั้งสามคนจึงเดาได้ และเอ่ยถามถึงรสชาติของอาหารที่นางชอบกินเพื่อนำไปบอกพ่อครัว ในมื้อต่อ ๆ ไปจะได้ทำอาหารรสชาติที่อวี้เหยาชื่นชอบ
“องค์หญิงไม่ชอบอาหารที่พ่อครัวหลวงทำหรือเพคะ”
“ก็ไม่เชิงว่าไม่ชอบหรอกนะเมิ่งตี้แต่มันจืดไปหน่อยน่ะทำให้ร่างกายไม่กระตือรือร้น ถ้าเป็นอาหารที่รสจัดสักหน่อยร่างกายก็จะตื่นตัวกระปรี้กระเปร่าพร้อมทำงาน”
“ไว้ให้หวังซงนำความไปบอกกับพ่อครัวหลวงมื้อต่อไปอาหารที่ส่งมาจะเป็นรสชาติที่องค์หญิงชอบดีไหมเพคะ” เชี่ยนผู่ที่ชอบกินอาหารรสจัดเข้าใจดี
“องค์หญิงวางพระทัยกระหม่อมจะกำชับพ่อครัวด้วยตนเองพ่ะย่ะค่ะ”
อวี้เหยาพุ้ยข้าวเข้าปากอีกสองสามคำก็วางตะเกียบเพราะนางกินไม่ลง “ขอบใจพวกเจ้ามากแต่ข้าอิ่มแล้วล่ะ”
หวังซงหันไปเรียกนางกำนัลด้านนอกเข้ามาเก็บสำรับอาหารที่พร่องลงแค่หนึ่งในสี่ส่วน จากนั้นจึงถามอวี้เหยาอีกครั้งว่าวันนี้นางอยากทำสิ่งใด
“องค์หญิงวันนี้อยากทำอย่างอื่นเพิ่มหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ”
ได้ยินคำถามของหวังซงเชี่ยนผู่ก็ลองชักชวนอวี้เหยาไปเดินเล่นดูบ้าง “องค์หญิงไปเดินดูองค์ชายทั้งหกเรียนตำรากับไท่ฟู่ดีไหมเพคะ”
“หากข้าไปดูพวกเขาตอนกำลังร่ำเรียนคงไม่ดีกระมังเชี่ยนผู่”
อวี้เหยาคิดว่าต่อให้คนทั่วทั้งวังหลวงรับรู้เรื่องของนางหมดแล้วก็ตามที แต่จะมีใครเต็มใจต้อนรับคนที่ได้ชื่อว่าเป็นตัวประกันจริง ๆ บ้าง ในขณะเดียวกันเสียงของระบบอี้หยวนก็ดังขึ้นในหัวของนางทันที
ติ๊ง! [โฮสต์ถ้าวันนี้สามารถชักจูงองค์ชายมาร่วมมือทำการเพาะปลูกได้ ระบบจะมีรางวัลเป็นห้องวิจัยพืชพรรณพร้อมเครื่องมือครบครันตกลงหรือไม่]
‘หือ อี้หยวนเจ้าพูดจริงหรือที่รางวัลคือห้องวิจัยพืชพรรณรวมถึงเครื่องมือทำการวิจัยอย่างครบครันน่ะ!’
[ระบบจะโกหกโฮสต์ไปทำไมทุกอย่างย่อมมอบให้จริง ๆ]
‘ตกลง ว่าแต่กำหนดจำนวนคนไหม?’
[ขั้นต่ำต้องสองคนขึ้นไปหรือชักชวนมาให้ได้มากที่สุดของรางวัลในระบบจะเพิ่มขึ้นอีกหลายอย่าง]
‘ว้าวว มีของรางวัลเพิ่มเติมมากมายข้าไม่ทำก็บ้าแล้ว’
[ระบบจะรอดูฝีมือของโฮสต์อยู่เงียบ ๆ]
เมื่อทำข้อตกลงกับระบบอี้หยวนได้แล้วอวี้เหยากลับมาฉีกยิ้มกว้าง และกระโดดลงจากเก้าอี้พร้อมตอบเชี่ยนผู่อย่างอารมณ์ดีแต่สิ่งหนึ่งที่นางไม่ลืม นั่นก็คือให้ทุกคนไปถางวัชพืชด้านหลังตำหนักไว้ทำแปลงผักเพิ่ม
“ข้าเปลี่ยนใจแล้วเช้านี้ไปเดินเล่นดูบรรยากาศในวังหลวงหน่อยก็ดี แต่คนที่เหลือหลังกินข้าวเสร็จแบ่งคนไปถางวัชพืชด้านหลังตำหนักให้ข้าด้วยนะ มีผักอีกหลายอย่างที่ต้องปลูกเพิ่มจะได้โตไล่เลี่ยกัน”
“หน้าที่นี้ยกให้กระหม่อมเถิดพ่ะย่ะค่ะองค์หญิงไปเดินเล่นให้สบายใจ พอกลับมาถึงแปลงผักของพระองค์คงพร้อมให้ทำการปลูกผักแล้วพ่ะย่ะค่ะ” หวังซงตื่นเต้นอีกครั้งพอรู้ว่าอวี้เหยาจะปลูกผักเพิ่ม
“เยี่ยมมากหวังซงไว้ผักที่ปลูกเก็บกินได้พวกเราค่อยทำอาหารกินเอง อยากกินรสชาติไหนก็ลงมือปรุงเองดีที่สุด ไปกันเถอะเชี่ยนผู่ เมิ่งตี้”
“เพคะองค์หญิง”
หลังจากสองนางกำนัลพาอวี้เหยาออกจากตำหนังหย่งหนิงไปแล้ว หวังซงจึงเรียกนางกำนัลและขันทีทั้งหมดมารวมตัวกันก่อนจะแบ่งงานให้ทุกคน เนื่องจากงานในตำหนักยังคงต้องอย่างสม่ำเสมอ
ส่วนอวี้เหยาเดินตามเชี่ยนผู่กับเมิ่งตี้ไปยังตำหนักเหวินหัวที่องค์ชายร่ำเรียนตำรา รวมถึงการเรียนขี่ม้ายิงธนูหรือแม้แต่การฝึกใช้อาวุธต่อสู้ในที่แห่งนี้ โดยอวี้เหยานั่งมองอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลเงียบ ๆ ไม่ส่งเสียงดังรบกวนการเรียน