บทที่ 18 ปลอมตัวไปดูการแข่งปลูกผัก 1/2
เมิ่งตี้นึกขึ้นได้ด้วยอยากรู้ว่าอวี้เหยาจะให้องค์ชายทั้งสามปลูกผักอันใด “องค์หญิงทรงเตรียมผักอันใดให้องค์ชายลองปลูกกันหรือเพคะ?”
“อืม ข้าจะให้พวกเขาสามคนปลูกผักที่แตกเป็นต้นอ่อนได้ในห้าวัน เพียงแต่วิธีการปลูกและการดูแลนั้นพวกเขาต้องคิดเอาเอง”
“จากเมล็ดกลายเป็นต้นอ่อนในห้าวันหรือเพคะจะเป็นไปได้อย่างไร” เชี่ยนผู่ได้ฟังก็ยังไม่อยากเชื่อว่าจะเป็นไปได้
“คิ ๆ ๆ ถ้าพวกเจ้าไม่เชื่อก็รอดูฝีมือของข้าได้เลย” คำพูดนี้ของอวี้เหยานอกจากจะทำให้นางกำนัลทั้งสองไม่อยากเชื่อแล้ว คนที่แอบดูอยู่บนต้นไม้ก็ยังไม่อยากเชื่อเช่นกัน
‘ฝ่าบาทกระหม่อมไม่เคยเห็นผักชนิดใดจะงอกได้เร็วอย่างที่องค์หญิงเพิ่งพูดกับนางกำนัลมาก่อนเลยพ่ะย่ะค่ะ’
‘เจ้าไม่รู้แล้วเจิ้นจะรู้ไหมล่ะว่าเป็นไปได้หรือไม่ต้งฮ่าว’
‘แหะ ๆ ๆ ขอประทานอภัยพ่ะย่ะค่ะกระหม่อมลืมตัวไปหน่อย’
‘แต่ถ้านางทำได้อย่างที่พูดเจิ้นคงต้องพิจารณาเด็กคนนี้ให้ดีเสียแล้ว’
ขณะนั้นเององค์ชายทั้งสามก็มาพร้อมผู้ติดตามเพื่อมาพบอวี้เหยาและทำการแข่งปลูกผักตามคำท้า ทั้งสามคนต่างพกความมั่นใจมาจนเต็มเปี่ยมว่าพวกตนจะเป็นฝ่ายชนะอย่างแน่นอน
“องค์ชายสี่ องค์ชายห้า องค์ชายหก เสด็จ!”
“อ้าวพวกเจ้ามากันแล้วรึ เตรียมตัวมาพร้อมหรือยังล่ะ”
องค์ชายหกตอบอย่างเย่อหยิ่งในความรู้ของตน “เหอะ ก็แค่การปลูกผักจะต้องเตรียมอะไรมากมายว่ามาจะให้พวกข้าปลูกผักอันใด”
“ใช่ อย่ามัวเสียเวลารีบบอกมาได้แล้ว” องค์ชายห้าใจร้อนตามอีกคน
“ได้ ๆ ๆ ยังเด็กแท้ ๆ ทำไมถึงใจร้อนกันนักนะคนเรา ข้าจะให้พวกเจ้าปลูกผักคนละชนิดโดยใช้แปลงดินอันแรก และนี่คือเมล็ดผักกวางตุ้ง ผักคะน้า ผักขาดขาวอ่อน
พอปลูกเสร็จก็เขียนชื่อปักไว้ให้รู้ว่าตรงไหนเป็นของใครที่ลงมือปลูก ที่สำคัญการดูแลหลังเอาเมล็ดพันธุ์ลงดินพวกเจ้าก็ต้องจัดการดูแลด้วยตนเอง หรือจะส่งคนมาเฝ้าก็ได้ถ้ากลัวว่าข้าจะโกงน่ะนะ”
“หึ ข้าต้องส่งคนมาคอยเฝ้าแปลงไว้จนกว่ามันงอกออกมาอยู่แล้ว คนเรารู้หน้าไม่รู้ใจระวังตัวไว้ก่อนจะเป็นไรไป” องค์ชายห้ายังไม่ยอมไว้ใจและเกรงว่าแปลงผักของตนจะถูกอวี้เหยากลั่นแกล้ง
“เชิญตามสบายข้าไม่มีความเห็นแต่ตอนนี้ควรลงมือปลูกผักได้แล้วนะ” ‘ข้าจะแกล้งพวกเจ้าไปทำไมในเมื่อข้ามีของดีอยู่กับตัวถ้าเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ก็แปลกเกินไปหน่อยกระมัง เชอะ’
องค์ชายทั้งสามรับเมล็ดพันธุ์ผักมาแล้วก็หันไปแบ่งแปลงผักของตน โดยแบ่งเป็นสามส่วนและมีขนาดเท่ากันก่อนจะลงมือทำตามวิธีที่จดมาจากตำรา เพียงแต่การปลูกผักของทั้งสามคนอยู่ในสายตาของอวี้เหยาตลอดเวลา
“พี่สี่ พี่ห้า ทำตามวิธีในตำราผักของพวกเราย่อมชนะนางได้สบายนะ”
“ฉลาดเหมือนกันนี่น้องหกเอามาให้ข้าดูบ้าง”
“อ่านเสร็จก็เริ่มขั้นตอนแรกกันเถิดประเดี๋ยวจะมืดค่ำเสียก่อน”
การกระทำของเหล่าองค์ชายก็อยู่ในสายพระเนตรของผู้เป็นพระบิดาที่ซ่อนตัวอยู่บนต้นไม้เช่นกัน ยังทรงนึกชื่นชมพระโอรสที่รู้จักเตรียมการล่วงหน้าแต่ผลลัพธ์จะเป็นอย่างที่คิดหรือไม่คงต้องใช้เวลาเป็นตัวตัดสิน
“ฝ่าบาทองค์ชายทั้งสามมีไหวพริบไม่น้อยเลยพ่ะย่ะค่ะ”
“หึ อย่างไรก็มีสายเลือดของเจิ้นอยู่ถ้าไม่รู้จักวางแผนก็เสียชื่อกันพอดี”
“ฝ่าบาททรงพระปรีชาหลายด้านองค์ชายย่อมได้รับความสามารถนี้จากพระองค์ด้วยพ่ะย่ะค่ะ” เย่ากงกงกลัวจะถูกนายเหนือหัวทรงกริ้วขึ้นมาอีกจึงพูดชื่นชมไว้ก่อน
“อย่าพูดมากดูต่อไป”
สายตาทั้งสามคู่กลับไปมองการแข่งขันปลูกผักของเด็กทั้งสี่คนอีกครั้ง แม้จะมองว่าวิธีการและขั้นตอนขององค์ชายสามพี่น้องจะถูกต้องตามตำรา แต่ใช่ว่าผลลัพธ์ที่ออกมาจะดีเสมอไปอย่างที่คาด
ส่วนผู้เชี่ยวชาญอย่างอวี้เหยาแน่นอนว่านางต้องใช้เมล็ดพันธุ์ที่แช่น้ำไว้ ซึ่งนี่มักเป็นวิธีที่ง่ายอีกทั้งยังช่วยให้เมล็ดพันธุ์ผักงอกต้นอ่อนได้เร็วกว่าปกติ ยิ่งไปกว่านั้นดินหลังตำหนักหย่งหนิงถือว่าได้รับการบำรุงไว้ดีพอสมควร
“องค์หญิงต้องใช้สิ่งใดเพิ่มหรือไม่เพคะ” เมิ่งตี้เอ่ยถามพอเห็นอวี้เหยาลุกขึ้นปัดมือไปมา
“ถ้าต้องการอันใดเพิ่มเติมทรงรับสั่งมาได้นะเพคะองค์หญิง”
“ไม่มีอันใดแล้วแค่รดน้ำให้ดินชุ่มก็พอแต่ถ้าวันพรุ่งนี้หาเศษฟางมาได้จะยิ่งดีกับแปลงผักของข้าล่ะ” อวี้เหยาเงยหน้ามองท้องฟ้าที่ยังคงสว่างอยู่แม้ใกล้จะถึงปลายยามเซินแล้วก็ตาม
สองนางกำนัลมองหน้ากันอยู่นานกับความต้องการของอวี้เหยาอีกครั้ง เศษฟางหาได้ง่ายแต่นั่นเป็นอาหารของม้าแล้วมันเกี่ยวกับแปลงผักอย่างไร ถึงจะไม่เข้าใจแต่ทั้งสองก็รับปากว่าจะหามาให้ตามคำสั่ง
“ไว้พรุ่งนี้หม่อมฉันจะไปนำมาให้นะเพคะ”
“ขอบใจมากเชี่ยนผู่เจ้าเอาเศษฟางมามากสักหน่อยนะเพราะข้าต้องใช้กับแปลงผักที่เหลือด้วย”
“ได้เพคะองค์หญิง”
อวี้เหยาขยับไปยืนมองเหล่าองค์ชายที่กำลังกลบดินและยังทุบให้แน่น นางถึงกับยกมือปิดปากด้วยเกรงว่าจะตะโกนห้ามทั้งสามคนให้หยุดทำเช่นนั้น เพราะนี่คือการแข่งขันนางจงต้องห้ามตัวเองเอาไว้
‘เฮ้อ น่าสงสารพวกผักทั้งหลายจริง ๆ ดูท่าพวกแกคงไม่มีโอกาสได้โผล่ออกมาจากใต้ดินแล้วล่ะ’
“พี่สี่ น้องหก ปลูกผักเสร็จหรือยังนี่ก็ใกล้เวลารับมื้อเย็นแล้วนะ”
“อืม เรียบร้อยพอดีก่อนจะกลับตำหนักวันนี้ให้หลิวเหว่ยอยู่ดูแลที่นี่ ส่วนวันอื่น ๆ ก็ให้สลับคนของพวกเจ้าจนกว่าต้นผักจะงอกโผล่พ้นดินก็แล้วกัน”
“พวกเราย่อมฟังที่พี่สี่จัดการพ่ะย่ะค่ะ”
“หลิวเหว่ยดูแลแปลงผักของพวกข้าให้ดีอย่าปล่อยให้เกิดเรื่องผิดพลาดหรือแปลงผักถูกทำลายเป็นอันขาดเข้าใจไหม”
“กระหม่อมทราบแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
ภายหลังสั่งการคนสนิทแล้วองค์ชายสี่จึงพาอนุชาต่างมารดาทั้งสองกลับตำหนัก โดยไม่สนใจจะหยุดพูดคุยกับอวี้เหยาพวกเขาแค่ชำเลืองมองตอนเดินผ่านนางก็เท่านั้น
แต่ท่าทางของทั้งสามคนอวี้เหยามิได้เก็บมาใส่ใจเพราะนางเข้าใจดีว่า การมาของนางย่อมเป็นเรื่องยากที่จะได้รับการไว้วางใจในเวลาสั้น ๆ เพียงเท่านี้ จึงทำแค่มองตามและหันมามองแปลงผักพร้อมถอนหายใจอีกครั้ง
ส่วนคนที่ซ่อนอยู่บนต้นไม้ต่างก็สังเกตท่าทางที่อวี้เหยามีต่อองค์ชาย ก็รู้สึกว่าต้องมีบางอย่างผิดปกติเป็นแน่แต่เป็นเรื่องเกี่ยวกับสิ่งใดยังไม่รู้แน่ชัด โดยเฉพาะเยี่ยนฮ่องเต้ทรงตั้งปนิธานไว้ว่าจะทรงติดตามเรื่องเหล่านี้ด้วยตนเอง