บทที่ 13 เปลี่ยนสวนดอกไม้เป็นแปลงผัก 1/1
แม่ทัพใหญ่ชุยกลับไปยังค่ายทหารนอกเมืองก็คัดเลือกทหารฝีมือดี ตามพระประสงค์ของเยี่ยนฮ่องเต้จำนวนสามคนส่งไปยังตำหนักหย่งหนิง โดยไม่ลืมกำชับเรื่องที่ต้องทำกับทั้งสามคนว่ามีอะไรบ้าง
ด้านเซี่ยเป่ยก็จัดการลงโทษนางกำนัลทั้งห้าคนที่บังอาจล่วงเกินอวี้เหยา ด้วยโทษประหารชีวิตทั้งยังประกาศรับสั่งของเยี่ยนฮ่องเต้เรื่องกฎระเบียบ จากนั้นจึงได้นำเครื่องประดับไปส่งคืนอวี้เหยาแล้วกลับไปรายงานแม่ทัพใหญ่
ส่วนเย่ากงกงผู้พาอวี้เหยามาส่งยังตำหนักหย่งหนิงก็ประกาศรับสั่งที่ว่า เยี่ยนฮ่องเต้ทรงประทานตำหนักหลังนี้ให้กับองค์หญิงตัวประกันจากต้าอวี้ ซึ่งเรื่องนี้ก็มีคนจากตำหนักจ้าวกุ้ยเฟยนำไปรายงานเจ้านายของตนเช่นกัน
“พระสนมเกิดเรื่องแล้วเพคะ!”
“อันใดของเจ้ากันลี่จินวิ่งพรวดพราดเข้ามาใช้ได้ที่ไหน”
“ขอประทานอภัยเพคะแต่ว่าหม่อมฉันได้ข่าวสำคัญมาทูลพระสนม เมื่อครู่นี้เย่ากงกงได้ประกาศไว้ว่าฝ่าบาททรงประทานตำหนักหย่งหนิงให้กับองค์หญิงตัวประกันที่เพิ่งมาถึงเพคะ” ลี่จินพูดจบนางรีบก้มหน้าติดพื้นทันที
เพล้ง! “เจ้าบอกว่าฝ่าบาทยกตำหนักหย่งหนิงที่เปิ่นกงหมายตาเอาไว้ให้กับนังเด็กจากแคว้นต้าอวี้งั้นรึ!”
“พะ เพคะ และยังกล่าวอีกว่าถ้าใครมีปัญหาก็ไปพบฝ่าบาทเอง”
ปึก! “บ้าจริง...ฝ่าบาททรงทำเช่นนี้หมายความว่าจะไม่มีทายาทเพิ่ม ต่อให้ขุนนางในราชสำนักกดดันก็ไม่เป็นผลงั้นหรือ” จ้าวกุ้ยเฟยเฝ้าคาดหวังการเสด็จมาค้างยังตำหนักของเยี่ยนฮ่องเต้แต่ดูท่าความหวังคงพังทลายแล้ว
ลี่จินกล่าวออกมาอย่างระมัดระวังเพื่อเตือนสติจ้าวกุ้ยเฟยกับเรื่องนี้ “พระสนมในเมื่อเป็นรับสั่งของฝ่าบาทหม่อมฉันว่าอย่าไปยุ่งกับเด็กคนนั้นเลย หากต้องผิดใจกับฝ่าบาทจะไม่เป็นผลดีต่อองค์ชายใหญ่นะเพคะ”
“ที่ยอมเพราะเปิ่นกงต้องอดทนเพื่อตำแหน่งรัชทายาทขององค์ชายใหญ่ในอนาคตแค่นางอยู่ในที่ของนางให้ดีก็พอ หึ”
“ใช่แล้วเพคะตอนนี้องค์ชายใหญ่เก่งกาจทั้งบุ๋นและบู๊โอกาสจะได้รับแต่งตั้งเป็นองค์รัชทายาทย่อมมีกว่ากว่าองค์ชายคนอื่นแน่นอนเพคะ”
ลี่จินแอบถอนหายใจเบา ๆ อย่างโล่งอกเมื่อเจ้านายของตนยอมรามือ ไม่คิดบุกไปยังตำหนักหย่งหนิงไม่เช่นนั้นหากฮ่องเต้ทรงพิโรธตำแหน่งกุ้ยเฟยนี้ อาจถูกลดทอนและมีคนอื่นได้รับการแต่งตั้งมาแทนที่ก็เป็นได้
ดังนั้นอวี้เหยาจึงพักอยู่ในตำหนักหย่งหนิงได้อย่างสบายใจและยังมีนางกำนัลขันทีซึ่งฟังคำสั่งของเย่ากงกง คอยรับใช้ดูแลแม้จะรู้สึกแปลกกับการสั่งงานของอวี้เหยาหลังจากนางนั่งเล่นนอนเล่นมาได้เพียงสามวัน
“เฮ้อ ทำไมถึงน่าเบื่อเช่นนี้นะ”
“องค์หญิงถ้าทรงเบื่อลองไปเดินเล่นที่อุทยานดีไหมเพคะ”
“ไม่เอาหรอกเชี่ยนผู่แค่เดินเล่นจะมีประโยชน์อันใดเสียเวลาไปเปล่า ๆ”
“แล้วองค์หญิงอยากทำอันใดเพคะลองบอกพวกหม่อมฉันได้หรือไม่” เมิ่งตี้นางกำนัลอีกคนถามอวี้เหยาเพราะเห็นท่าทางเด็กน้อยเบื่อหน่ายจริง ๆ
เมื่อมีคนเปิดปากถามความต้องการของตนเองอวี้เหยาถึงกับยิ้มกว้าง และบอกถึงสิ่งที่นางอยากทำกับทั้งสามคนจนพากันตกตะลึง
“พวกเจ้าสามคนหาเครื่องมืออย่างจอบ เสียม หรืออะไรก็ได้ที่ใช้ขุดดินเอามาที่ตำหนักให้ข้าได้ไหม จากนั้นให้นางกำนัลขันทีที่เหลือช่วยกันรื้อดอกไม้ที่อยู่รอบตำหนักออกให้หมด...”
“หา! องค์หญิงจะรื้อดอกไม้ออกทั้งหมดแล้วจะทรงทำสิ่งใดพ่ะย่ะค่ะ” หวังซงถึงกับเบิกตากว้างเพราะดอกไม้ในตำหนักหย่งหนิงแห่งนี้เป็นจ้าวกุ้ยเฟยที่ส่งคนมาปลูกไว้
“หือ ก็ดอกไม้ที่เห็นอยู่มันกินไม่ได้นี่นาพอรื้อพวกมันออกไปหมดแล้ว ข้าจะใช้พื้นที่ทั้งหมดปลูกผักหลายชนิดหน่อยไว้ทำอาหารกินอย่างไรล่ะ”
“ปลูกผักหรือเพคะ?” เชี่ยนผู่ถามย้ำกับอวี้เหยาเพื่อความแน่ใจ
“ถูกต้องเรื่องนี้ข้าทำได้แน่นอนตอนที่อยู่ต้าอวี้ข้าก็ปลูกผักไว้กินเอง และแอบไปหอตำราหลวงอ่านตำราเกี่ยวกับการเพาะปลูกมากมายเลยล่ะ”
‘ขอโทษทีนะที่ข้าต้องโกหกถ้าหอตำรามีบันทึกความรู้การเพาะปลูกแคว้นต้าอวี้คงพัฒนามากกว่านี้ไปตั้งนานแล้ว’