บทที่ 11 เข้าเฝ้าฮ่องเต้แห่งต้าเซิ่ง 1/1
ด้านอวี้เหยาภายหลังเดินทางไกลเกือบหนึ่งเดือนในที่สุดก็มาถึงเมืองหลวงแคว้นต้าเซิ่ง เพียงแต่ขบวนเดินทางยามมาถึงก็เลยยามซวีมาพักใหญ่นางจึงเห็นแค่ความคึกคักยามค่ำคืนเท่านั้น
เนื่องจากเป็นเวลากลางคืนการจะพาองค์หญิงตัวประกันเข้าไปพำนักยังพระราชวังด้านในคงเป็นไปไม่ได้ แม่ทัพใหญ่จึงพาอวี้เหยาไปยังตำหนักรับรองของพระราชวังด้านนอกแทน
เสียงล้อรถม้าหยุดลงช้า ๆ มือเล็กแหวกม่านเดินออกมามองเบื้องหน้าซึ่งเป็นประตูตำหนักขนาดใหญ่ ที่ประดับโคมไฟจนสว่างไสวด้านเหนือประตูมีป้ายไม้สลักอักษรสามตัวว่า “เป่ยหยวนกง”
แม่ทัพใหญ่ชุยรับร่างเล็ก ๆ ลงจากรถม้าก็ได้รู้ในยามนี้ว่าตัวของนางเบาเสียเหลือเกิน แต่เขาจำต้องเก็บสีหน้าท่าทางสงสัยของตนเอาไว้ก่อน
“องค์หญิงหกคืนนี้ทรงพักผ่อนอยู่ที่ตำหนักเป่ยหยวนก่อนนะพ่ะย่ะค่ะ พรุ่งนี้เช้าจะมีคนมารับพาไปเข้าเฝ้าฝ่าบาท”
“ขอบคุณท่านแม่ทัพใหญ่มากที่คอยดูแลข้าอย่างดีมาตลอดทาง”
“องค์หญิงไม่จำเป็นต้องขอบคุณนั่นเป็นสิ่งที่กระหม่อมสมควรทำและเป็นหน้าที่ตามพระบัญชาของฝ่าบาทอยู่แล้ว เซี่ยเป่ยเจ้าไปตามนางกำนัลมาดูแลองค์หญิงหกด้วยล่ะ”
“ขอรับท่านแม่ทัพใหญ่ เชิญองค์หญิงหกเสด็จไปที่ตำหนักพ่ะย่ะค่ะ”
“อืม ไว้เจอกันนะท่านแม่ทัพใหญ่”
เซี่ยเป่ยพาอวี้เหยาเข้ามายังเรือนหลักหลังใหญ่ของตำหนักเป่ยหยวน ก่อนจะเรียกนางกำนัลห้าคนมาสั่งงานดูแลทั้งอาหาร เตรียมน้ำร้อนชำระกาย หรือเสื้อผ้าและที่นอนให้อวี้เหยาในคืนนี้
นางกำนัลทั้งห้าคนที่ถูกเรียกมารับคำสั่งจากเซี่ยเป่ยเป็นมั่นเป็นเหมาะ แต่พอพวกนางรู้ว่าอวี้เหยาคือตัวประกันจากแคว้นต้าอวี้พอเซี่ยเป่ยกลับไป พวกนางไม่ยอมทำอย่างที่รับปากทั้งยังปล่อยให้อวี้เหยาจัดการเองทั้งหมด
“องครักษ์เซี่ยไปหรือยัง...”
“ออกจากตำหนักไปไกลแล้วล่ะ”
อวี้เหยางุนงงกับสิ่งที่นางกำนัลกลุ่มนี้กำลังคุยกันแต่ไม่นานก็เข้าใจ เพราะท่าทีและน้ำเสียงที่ใช้กับตนเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือทันที
“เอ่อ แล้วที่พักของข้าอยู่ตรงไหนของเรือนนี้งั้นหรือ?”
“ที่พัก? เจ้าอยากนอนตรงไหนก็นอนสิไปหาเอาเอง”
“ใช่ ถ้าหิวก็ไปหากินเองอยากอาบน้ำก็ไปก่อไฟต้มน้ำร้อนเองพวกข้าทำงานเหนื่อยมาทั้งวัน จะให้มาทำงานเพิ่มรับใช้ตัวประกันไร้ค่าไม่มีทาง”
“ทุกคนแต่องค์หญิงคนนี้นางมีสมบัติติดตัวมาไม่น้อยเลยนะ!”
พอนางกำนัลคนหนึ่งไม่ได้สนใจเหล่าสหายที่พูดเหยียดหยามอวี้เหยา นางสนใจหีบไม้หลายใบที่วางอยู่และถือวิสาสะเปิดออก เมื่อเห็นเครื่องประดับที่ส่องแสงระยิบระยับก็ตาลุกวาวแม้จะมีอีกคนเตือนแต่ไม่มีใครฟัง
“โย่ว พกสมบัติมาไม่น้อยจริง ๆ ด้วยพวกข้าขอแบ่งคนละชิ้นสองชิ้นนะ ถือเสียว่าเป็นค่าที่พักของเจ้าคืนนี้ก็แล้วกันองค์หญิงแห่งต้าอวี้”
“เดี๋ยวก่อนพวกเจ้าคิดดีแล้วหรือที่จะเอาสมบัติขององค์หญิงตัวประกัน หากเรื่องนี้ความทราบไปถึงฮ่องเต้หัวพวกเราจะยังอยู่อีกหรือ”
“ฮ้ายยย เจ้าจะกลัวไปทำไมตอนนี้ไม่มีใครเสียหน่อยนอกจากพวกเรา ส่วนองค์หญิงคงใจกว้างพอกับการตกรางวัลให้ข้ากับสหายใช่ไหม”
อวี้เหยาไม่ได้ตอบอันใดนางทำเพียงจดจำสิ่งที่นางกำนัลทั้งห้าพูดและกระทำกับตนเอาไว้ กระทั่งเครื่องประดับที่มีอยู่น้อยนิดถูกหยิบฉวยออกไปนางกำนัลเหล่านี้ก็แยกย้ายกลับที่พักปล่อยให้อวี้เหยาจัดการตนเองเพียงลำพัง
‘เชอะ พวกเจ้าทั้งห้าคนคิดว่าข้าเป็นเด็กแล้วจะรังแกกันได้ง่าย ๆ งั้นหรือ คอยดูเถอะพรุ่งนี้ข้าจะเอาคืนอย่างสาสมหากใครดีกับข้าข้าย่อมดีตอบพวกเขา แต่ถ้ารังแกเอาเปรียบกันเกินไปก็อย่าว่าข้าใจร้ายล่ะ’
และคืนแรกของการมาถึงแคว้นต้าเซิ่งอวี้เหยาเลือกห้องหนึ่งในเรือนหลัก เพื่อใช้เป็นที่พักแม้จะไม่มีอาหารหรือน้ำร้อนไว้อาบแต่นางก็มีสิ่งเหล่านี้อยู่ในระบบอี้หยวน ดังนั้นจึงผ่านค่ำคืนดังกล่าวไปอย่างง่ายดาย
ด้านแม่ทัพใหญ่ชุยหลังส่งอวี้เหยาเสร็จก็มาเข้าเฝ้าฮ่องเต้เยี่ยนเฉิงอี้ เพื่อถวายรายงานเรื่องของตัวประกันจากแคว้นต้าอวี้ที่เขาเพิ่งพากลับมาถึง ซึ่งรายงานของเขาสร้างความประหลาดใจแก่ฮ่องเต้ไม่น้อย
“ถวายบังคมพ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท”
“แม่ทัพใหญ่ชุยตามสบายเถิดท่านเพิ่งมาถึงงั้นหรือ?”
“ใช่พ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมพาองค์หญิงหกฉู่อวี้เหยาไปพักที่เป่ยหยวนและมาเข้าเฝ้าพระองค์”
เยี่ยนฮ่องเต้เลิกพระขนงเล็กน้อยเมื่อทราบว่าตัวประกันที่แคว้นต้าอวี้ส่งมาให้ต้าเซิ่งเป็นองค์หญิงคนที่หก “หือ ตาแก่นั่นส่งองค์หญิงมาแทนองค์ชายช่างขี้ขลาดตาขาวจริง ๆ แล้วนางอายุเท่าใดหรือ”
“ทูลฝ่าบาทองค์หญิงหกมีอายุเพียงห้าหนาวทั้งยังไม่เป็นที่โปรดปราน ระหว่างการเดินทางกระหม่อมคอยสังเกตและฟังสิ่งที่เกิดขึ้นจากปากของนาง ก็รู้สึกสงสารนางยิ่งนักอายุเพียงแค่นี้กลับต้องต่อสู้เพื่อความอยู่รอดเพียงลำพัง” น้ำเสียงและสีหน้าท่าทางของแม่ทัพใหญ่ชุยอยู่ในสายพระเนตรเยี่ยนฮ่องเต้ ซึ่งเป็นท่าทางที่มิได้เสแสร้งเอ่ยเรียกความเห็นใจจากนายเหนือหัวแต่อย่างใด
“โอ๋ว ได้ยินเช่นนี้เจิ้นชักอยากพบนางเร็ว ๆ แล้วสิ เด็กอายุแค่ห้าหนาวกลับถูกทอดทิ้งทั้งที่เป็นถึงองค์หญิงของแคว้น แต่ชีวิตในวังหลวงช่างลำบากยิ่งกว่าชาวบ้านทั่วไปเสียได้”
“พรุ่งนี้กระหม่อมจะไปรับองค์หญิงหกมาเข้าเฝ้าพระองค์ที่ตำหนักภายหลังทรงเสร็จสิ้นการประชุมเช้านะพ่ะย่ะค่ะ”
“อืม ขอบใจมากท่านกลับไปพักเถิดนี่ก็ดึกมากแล้ว”
“พ่ะย่ะค่ะกระหม่อมทูลลา”
เรื่องราวของอวี้เหยาที่เยี่ยนฮ่องเต้ทรงทราบจากปากของแม่ทัพใหญ่ชุย ทำให้พระองค์รู้สึกสนใจในตัวของนางตั้งแต่ยังมิได้เจอหน้าด้วยอยากทราบว่า ที่ผ่านมานางใช้ชีวิตอย่างไรในวังหลังเพื่อมีชีวิตรอดมาถึงตอนนี้ได้
เมื่อเช้าวันใหม่มาถึงอวี้เหยาที่นอนอย่างสบายใจในมิติระบบอี้หยวน นางลุกขึ้นมาเตรียมตัวตั้งแต่ปลายยามโหย่วทำตัวตามปกติอย่างเช่นที่เคยทำ โดยไร้เงาของนางกำนัลทั้งห้าคนที่เซี่ยเป่ยพามารับใช้นาง
แม้แต่ตอนที่แม่ทัพใหญ่ชุยมารับนางก็ยังไม่เห็นหัวนางกำนัลคนใดที่นี่ จะอยู่เป็นเพื่อนเพื่อรอส่งนางไปเข้าเฝ้าเยี่ยนฮ่องเต้และนั่นทำให้แม่ทัพใหญ่ชุยรู้สึกไม่พอใจ แต่การพาอวี้เหยาไปเข้าเฝ้าสำคัญกว่าจึงวางเรื่องดังกล่าวไว้ก่อน