บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 3 จอมมารผู้รับเลี้ยงฉัน (2)

แอ๊ด...

ประตูห้องถูกเปิดออก บรัมเดินเข้ามาด้วยใบหน้าเรียบเฉยแล้วจับจ้องเลทเต้ เธอชะงักแล้วรีบดึงมือที่จับมือฉันอยู่ออกทันที ก่อนจะหันมามองฉัน

"ไปได้แล้ว คนของท่านจอมมารมารอรับตัวเจ้าอยู่"

บรัมกับเลทเต้พาฉันออกไปนอกคฤหาสน์ ทันทีที่ออกมาถึงหน้าประตูก็เห็นมีคนยืนรออยู่หลายคน หนึ่งในนั้นก็มีอาคูสอยู่ด้วย พอเดินไปใกล้ๆ ก็เห็นว่ามีปีศาจตนหนึ่งหันมามองฉัน เธอเป็นปีศาจที่มีหูและหางคล้ายๆ แมวเลย

"เจ้าเองหรือ สัตว์เลี้ยงตัวใหม่ของท่านจอมมาร"

ดุ๊กดิ๊ก

ฉันอดที่จะกลั้นความอยากน้วยของตัวเองแทบไม่ไหวเพราะระหว่างที่เธอพูด หูกับหางของเธอก็กระดิกไปมา โอย เห็นแบบนี้ฉันเป็นคนรักสัตว์มีขนนะ!

ฉันชอบความนุ่มฟูนั่นจังเลย!

"คะ...ค่ะ"

"ข้าจ่ายเงินไปแล้ว เอานางไปได้หรือยัง?"

"ได้ ท่านสามารถเอานางไปได้เลย"

อาคูสส่งโซ่ที่ยึดติดกับปลอกคอฉันอยู่ให้กับเธอคนนั้น เธอคนนั้นรับโซ่เสร็จจู่ๆ ก็ออกแรงกระชากโซ่นั่นขึ้นมากะทันหัน ทำให้ฉันที่ยืนอยู่ตั้งหลักไม่ทันเลยถลาลงไปนอนกองกับพื้นแทน

"นะ...นี่! ทำอะไรของเจ้าน่ะ...มันเจ็บ...อ๊ะ!"

ปากฉันเกือบจะพ่นคำด่าออกมาเพราะทนไม่ได้กับความไร้มารยาทของเจ้าหล่อน แต่ก็ต้องหยุดชะงักเงียบปากแทนเพราะเธอดันเอามีดสั้นปลายแหลมคมกริบมาจ่อที่คอฉัน

"เจ้าควรจะสำนึกเอาไว้ให้มากๆ ถึงความเมตตาของท่านจอมมารที่มีต่อเจ้าด้วย ข้าล่ะไม่อยากจะเชื่อเลยว่ามังกรแบบเจ้าจะมีค่าตัวมากถึงขนาดที่คนระดับอย่างท่านจอมมารจะยอมควักจ่ายถึงหนึ่งพันล้านเทน ทั้งๆ ที่สภาพปีกของเจ้ามันก็ไม่สมบูรณ์แท้ๆ"

"โอ๊ย!! เบาสิ เบา มันเจ็บนะ"

ฉันร้องโอดครวญออกมาเพราะเธอดันจับปีกที่ขาดของฉันอย่างไม่ออมแรงเลย แถมปลายเล็บยังจิกเข้าบริเวณบาดแผลอีกต่างหาก ฉันเห็นเลทเต้มองมาที่ฉันด้วยความเป็นห่วง แต่บรัมที่ยืนอยู่ข้างๆ ก็จับมือเธอไว้แน่น ราวกับกลัวเธอจะเผลอทำอะไรผิดพลาดไปต่อหน้าผู้หญิงคนนี้

"แค่นี้เจ็บ? หากจะเป็นสัตว์เลี้ยงของท่านจอมมาร เจ้าจะต้องทนให้ได้กับความเจ็บปวดระดับแค่นี้สิ"

บ้าเหรอยะ! ฉันมีเลือด มีความรู้สึกนะ จะให้แกล้งตายด้านหรือไง

ฉันครุ่นคิดอย่างหงุดหงิดอยู่ในใจ ปากก็เม้มแน่นเพื่อกดความเจ็บปวดไว้ไม่ให้ร้องออกไป พอเห็นท่าทางของฉันที่ยอมว่าง่ายแต่โดยดี เธอก็แสยะยิ้มออกมาแล้วพูดขึ้น

"ดี ต่อจากนี้ก็ทำตัวแบบนี้แหละ ข้าชื่อ จิล เป็นคนสนิทรับใช้ท่านจอมมาร จำใส่สมองไว้ซะล่ะ"

ชิ ใครเขาอยากจะไปจดจำชื่อคนแบบหล่อนกัน...

ฉันแอบเบ้ปากแล้วบ่นในใจ เพราะกลัวว่าเธอจะเห็นว่าฉันทำหน้าไม่พอใจใส่ เดี๋ยวอยู่ๆ อารมณ์เป็นไบโพล่าเข้ามาฉีกปีกฉันขาดจะทำยังไง

"ค่ะ" ฉันรับคำสั้นๆ อย่างว่าง่าย

"เอาล่ะ ข้าไปล่ะ"

วาบ!

จู่ๆ ก็มีวงเวทย์ขนาดใหญ่โผล่ขึ้นมาตรงพื้นที่ฉันกับจิลยืนอยู่ ฉันถึงกับตกใจจนเกือบจะถอยหลังออกนอกวงเวทย์แต่จิลก็กระชากโซ่ให้ฉันกลับเข้ามาข้างในอีกครั้งแล้วขู่เสียงเขียว

"เจ้า! นิ่งๆ ได้ไหม เป็นมังกรที่ดื้อซะจริง"

อีบ้า...ใครเห็นแบบนี้ก็ตกใจกันทั้งนั้นแหละย่ะ!

วิ้งงง!!!

ฟุบ!!!

...

...

ณ ปราสาทจอมมาร

ตุบ!

"แอ่ก!!!"

ไม่รู้ว่าอีวงเวทย์บ้าๆ นี่มันมีหลักการทำงานยังไงกันแน่ แต่ที่แน่ๆ เลยคือ ตัวฉันลอยอยู่กลางวงเวทย์ก่อนที่พวกเราจะมาถึงเป้าหมายก็คือ ปราสาทจอมมารแดรีลที่ลอยอยู่บนท้องฟ้า ฉันที่ไม่เคยเข้าวงเวทย์เคลื่อนย้ายมาก่อนทำให้ตั้งหลักไม่ถูกเลยหล่นลงมากับพื้นจนจุก

"เจ้าเป็นมังกรบ้าอะไร บินไม่ได้หรือไง?"

ฉันลูบก้นตัวเองป้อยๆ แล้วเงยหน้ามองก็พบว่าตัวเองมาโผล่ที่ห้องโถงขนาดใหญ่ ซึ่งใหญ่กว่าคฤหาสน์ของอาคูสเป็นร้อยเท่า สมกับที่เป็นปราสาทจริงๆ แต่บรรยากาศมันชวนให้รู้สึกคลื่นไส้ ขยะแขยงยังไงก็ไม่รู้

"ปีกข้าขาดนี่..."

ถึงอาคูสจะรักษาให้ข้าแล้วแต่ปีกก็ไม่ได้กลับมาเป็นแบบเดิมสักหน่อย ฉันหันไปมองปีกตัวเองแล้วกางปีกออก ปีกที่แหว่งๆ ของฉันตะกี้มีเลือดไหลซึมออกมาจากแผลเก่านิดหน่อยคงเป็นเพราะตะกี้โดนจิลใช้เล็บจิกแหงเลย

"ท่านจอมมารซื้อมังกรพิการแบบเจ้ามาทำไมกัน ข้าล่ะไม่เข้าใจเลย สัตว์เลี้ยงตัวอื่นราคาไม่เท่าเจ้าด้วยซ้ำ ราคาแพงสุดอย่างมากแค่หนึ่งล้านเทนแท้ๆ"

จิลนั่งยองๆ ตรงหน้าฉันแล้วมองตั้งแต่หัวจรดเท้าเพื่อสำรวจว่าฉันมีดีตรงไหนอีตาจอมมารถึงลงทุนซื้อขนาดนั้น

"เจ้านายเจ้าอาจจะเพี้ยนก็ได้ โอ๊ย!"

เผลอหลุดว่าไปคำเดียวเท่านั้นแหละ ความเจ็บปวดก็แล่นไปทั่วร่างกายของฉันทันที มันเจ็บจนฉันน้ำตาไหลออกมา

"ปากดีจริงๆ เจ้านี่ กล้าด่าท่านจอมมารได้ไง...เจ้า"

"พอได้แล้วจิล..."

เสียงเข้มเย็นยะเยือกเอ่ยดังขึ้นก้องไปทั่วห้องโถงก่อนที่จิลจะเงื้อมมือตวัดมือที่มีเล็บยาวแหลมคมลงบนใบหน้าของฉันก็ชะงักลง ฉันลืมตามองก็เห็นเป็นอีตาจอมมารแดรีลนั่นเอง แต่สิ่งที่ทำให้ฉันต้องหน้าแดงแปร๊ดออกมาก็คือ...

เขาเปลือยท่อนบนอยู่!!

"โรคจิต! โป๊ออกมาได้ไง!"

ฉันตวาดออกมาเสียงดังลั่นรีบยกมือขึ้นปิดตาตัวเองแล้วหันหลังให้เขา

"เอ๊ะ เจ้านี่ เสียมารยาทกับท่านจอมมารอีกแล้วนะ"

ฉันได้ยินเสียงจิลดุออกมาเสียงเขียวจากด้านหลัง แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้ฉันหันหน้ากลับไปมองสักนิด

"พอได้แล้วจิล เลิกพูดมากได้แล้ว เจ้ากลับไปทำงานของเจ้าซะ"

"ค่ะ ท่านจอมมาร"

จิลน้อมรับอย่างว่าง่ายแล้วหายตัวไปอย่างรวดเร็ว เหลือเพียงแค่ฉันที่ยังยกมือปิดตาเพื่อไม่ให้เห็นสภาพของอีตาจอมมารบ้ากามนั่น

ฮือ ตอนชาติที่แล้วฉันก็ยังไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้เลยนะ ลูกกะตาฉันจะบอดไหมเนี่ย!

"เจ้าน่ะ หันมาได้แล้ว ข้าใส่เสื้อแล้ว"

จอมมารบอกสั้นๆ แล้วถอนหายใจออกมา ฉันกลั้นใจแล้วค่อยๆ หันไปมองช้าๆ ก็พบว่าเขาใส่เสื้อผ้าเรียบร้อยแล้ว เหมือนเสื้อแนวชนชั้นสูงเหมือนตอนแรก

"เป็นแค่สัตว์เลี้ยง เอาจริงๆ ไม่ควรจะรู้สึกอะไรกับของแบบนี้นะ"

ถึงฉันจะเป็นมังกร แต่ข้างในก็แค่ผู้หญิงสวยๆ คนหนึ่งนะจะบอกให้

"แล้วไง ท่านต้องการให้ข้าทำอะไร?"

ฉันถามแล้วมองเขาอย่างหวาดระแวงกลัวว่าเขาจะทำอะไรแปลกๆ กับฉัน จอมมารแดรีลหัวเราะในลำคอแล้วเดินตรงมาหาฉัน

"ทะ...ท่านจะทำอะไร โอ๊ย!"

ฉันร้องออกมาอย่างตกใจเมื่อจู่ๆ จอมมารแดรีลเข้ามาด้านหลังฉันอย่างรวดเร็วพร้อมกับจับปีกที่ขาดของฉันให้กางออกเพื่อจะดูสภาพของมัน แต่ความแรงที่จับปีกของฉันมันค่อนข้างจะรุนแรงกว่าที่จิลจับฉันก่อนหน้านี้เป็นเท่าตัว

"หืม...ดูๆ ไปเจ้าปีกขาดนี่" เขาไล้ปลายนิ้วไปตามรอยแผลตรงปีกของฉัน "ขาดไปตอนไหนล่ะ?"

"นะ...นี่"

น้ำเสียงฉันตะกุกตะกัก ใบหน้าแดงก่ำเมื่อรู้สึกได้ถึงลมหายใจของจอมมารที่เป่ารดต้นคอจากด้านหลัง มันทำให้ฉันสยิวกิ้วยังไงชอบกล

"ข้าถามก็ตอบสิ"

"สะ...สองสามวันก่อน โอ๊ย! เบาสิ...ว...คะ!"

ฉันเกือบจะหลุดคำว่า 'วะ' ออกไปแล้ว โชคดีที่ยังกลับลำทันเปลี่ยนเป็นคำสุภาพแทน

"ข้าว่ารักษาก่อนจะดีกว่า..."

"ท่านรักษาได้เหรอคะ?"

"ใช่ แต่อย่าเข้าใจผิด ข้าแค่ไม่อยากเลี้ยงมังกรพิการบินไม่ได้ไว้ในปราสาทข้าหรอก"

โธ่! เขาจะพูดจาดีๆไม่ได้เลยหรือไงนะ

"ว้าย! ท่านอุ้มข้าทำไม ปล่อยข้าลงนะ"

ฉันหวีดร้องออกมาด้วยความตกใจเมื่อจู่ๆ จอมมารแดรีลก็เข้ามาช้อนสะโพกฉันขึ้นไว้ในอ้อมแขนแข็งแกร่งของเขา หัวใจเต้นระรัวไม่เป็นส่ำเมื่อต้องใกล้ชิดกับเขาแบบนี้ จนฉันกลัวเขาจะได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นดังอยู่ตอนนี้

"ข้าจะเคลื่อนย้ายฉับพลัน...เพราะงั้นมันจำเป็นที่จะต้องอยู่ใกล้กัน"

เขาบอกเสียงเรียบใบหน้าดูนิ่งราวกับไม่รู้สึกรู้สาอะไรผิดกับฉันที่หน้าตอนนี้แดงระเรื่อ

แวบ!

เพียงชั่วพริบตาฉันกับจอมมารแดรีลก็โผล่มาที่ห้องๆ หนึ่งซึ่งฉันไม่รู้หรอกว่าห้องตรงส่วนไหนของปราสาท (ให้เดินทั้งวันจะจำได้หรือเปล่าก็ไม่รู้) ดูเหมือนว่าที่นี่จะเป็นห้องนอน แต่ดูมืดๆ ครึ้มๆ ยังไงก็ไม่รู้ ตกแต่งห้องนอนได้ดูดาร์คมาก! จะตรงไหนก็มีแต่สีดำเต็มไปหมด

"ที่นี่มัน...ว้าย!"

ฉันถึงกับตั้งหลักไม่ทันเมื่อจู่ๆ จอมมารแดรีลก็โยนฉันลงกับเตียงนอน ฉันลืมตามองกะจะโวยวายใส่เขาที่ทำอะไรก็ไม่ออมแรงกับฉันสักครั้ง แต่ก็ต้องหยุดความคิดนั่นไปเมื่อใบหน้าของเขากับฉันใกล้กันแค่เอื้อม เรียกว่าถ้าขยับนิดเดียวริมฝีปากก็แตะถูกกันแล้ว

"ที่นี่คือห้องนอนของข้า เจ้าเป็นสัตว์เลี้ยงส่วนตัวของข้าก็ต้องอยู่กับข้าที่นี่"

"ข้านอนกับท่านไม่ได้หรอกนะ!"

"ใครบอกว่าจะให้เจ้านอนเตียงเดียวกับข้า?"

จอมมารแดรีลขมวดคิ้วแล้วมองหน้าฉันเหมือนกับว่าทำไมฉันถึงได้คิดอะไรหลงตัวเองได้ขนาดนี้

"อ้าว แล้วท่านจะให้นอนไหนล่ะคะ?"

"ตรงนั้น"

จอมมารแดรีลชี้ไปที่มุมห้องตรงท้ายเตียงซึ่งมีผ้าเก่าๆ อยู่ผืนหนึ่ง ฉันเบ้ปากใส่แล้วหันไปบอกเขาอย่างไม่พอใจ

"ตรงนั้นผ้ามันสกปรกนะคะ"

"แล้ว"

"ข้าไม่ชอบค่ะ ที่มันสกปรกค่ะ..."

"แล้วจะให้ทำยังไง"

"ไม่มีที่อื่นอีกเหรอคะ"

"มี"

"ตรงไหนคะๆ?"

ฉันถามน้ำเสียงตื่นเต้นเพราะคิดว่าเขาจะจัดหาที่ๆ ดีกว่าให้ได้ แต่ก็ต้องผิดหวังเมื่อฟังคำตอบจากปากเขา

"ตรงเตียงข้า"

"!"

"ถ้าเจ้าไม่ชอบที่ๆ ข้าจัดไว้ให้" เขาแสยะยิ้มมุมปาก

"นอนกับข้าก็ได้ ข้าไม่ถือ"

นายไม่ถือแต่ฉันถือย่ะ! มีที่ไหนไม่ได้เป็นคนรักกัน ไม่ได้แต่งงานจะมานอนด้วยกัน!

"ขะ...ข้านอนที่ที่ท่านจัดไว้ให้ก็ได้ค่ะ"

ฉันบอกแล้วจะเดินดิ่งไปยังตรงที่มีผ้าห่มผืนเก่าๆ แต่ยังเดินไม่ทันถึงสามก้าวก็ถูกจอมมารแดรีลล็อกคอไว้ซะก่อน พอหันหน้ากลับไปมองก็เห็นว่าเขาทำหน้าตาไม่สบอารมณ์สุดๆ

"ทำไม? นอนกับข้ามันแย่ขนาดนั้นเลยหรือไง"

เขาถามฉันเสียงดุ

"เอ่อ เปล่าค่ะ ก็แค่กลัวท่านอึดอัดค่ะ"

"เตียงข้าออกจะใหญ่จะอึดอัดได้ไง"

"คือว่า...ว้าย! " ยังไม่ทันพูดจบฉันก็ถูกจอมมารแดรีลอุ้มพาดบ่าเข้า "ท่าน! ปล่อยข้านะคะ"

"ยิ่งเจ้าไม่ชอบข้ายิ่งทำ รู้ไว้ซะด้วย"

แล้วไง! แปลว่าฉันต้องโอเคกับทุกสิ่งที่เขาเสนอหรือไงกัน!

"ปล่อยข้านะ อ๊ะ! "

ฉันถูกปล่อยลงบนเตียงอีกครั้ง แต่รอบนี้ไม่เหมือนตอนแรกร่างกายของฉันถูกจับให้นอนคว่ำแถมยังถูกเขาล็อกมือทั้งสองข้างอีกต่างหาก

"นิ่งๆ ซะ! "

เปรี๊ยะ!

"โอ๊ย!"

ทันทีที่จอมมารแดรีลพูดจบปลอกคอก็เริ่มทำงานด้วยการปล่อยกระแสไฟฟ้าออกมาใส่ตัวฉัน จนฉันต้องร้องออกมาน้ำตาไหลอีกครั้ง มันเจ็บมาก เจ็บเหมือนจะตายให้ได้เลย

"ฮึก...ข้าเจ็บนะคะ"

ฉันบอกเสียงสั่นเครือน้ำตาไหลออกมาเรื่อยๆ เพราะทนไม่ไหวกับความเจ็บปวดที่แล่นไปทั่วร่างกาย ตอนนี้ฉันไม่สนใจอะไรอีกแล้ว ขอแค่ความเจ็บปวดหายไปก็พอ ไม่สนว่าเขาจะมองฉันด้วยสายตาแบบไหน

"ก็ข้าบอกให้นิ่งๆ เจ้าก็ดื้อเลยต้องโดนสักที..."

"ข้า..."

"อย่าดิ้น..."

จอมมารแดรีลสั่งเสียงเรียบอีกครั้ง ทำให้ฉันไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัวเพราะกลัวว่าความเจ็บปวดมันจะโผล่มาทำร้ายฉันอีก แต่ร่างกายก็ต้องสะดุ้งเมื่อรู้สึกถึงความเย็นเฉียบบางอย่างแตะเข้าที่ปีกของฉันจากด้านหลัง

"ทะ...ท่านทำอะไรคะ"

"รักษา..."

เนี่ยนะที่เรียกว่ารักษา บ้านฉันเรียกว่าลวนลาม!!

ฉันเม้มปากแน่นเมื่อถูกริมฝีปากของจอมมารแดรีลประทับเบาๆ ลงบนปีกที่ขาดของฉัน ความเย็นจากริมฝีปากของเขาทำให้ร่างกายของฉันรู้สึกแปลกๆ บางอย่างจนกลัวว่าจะเผลอส่งเสียงร้องออกไป

วาบ...

ทันใดนั้นเอง ก็มีแสงส่องออกมาตรงจุดบริเวณที่ริมฝีปากของเขาแตะต้อง ฉันเบิกตากว้างด้วยความตกใจเมื่อเห็นปีกของฉันค่อยๆ ฟื้นฟูกลับมาเรื่อยๆ ทีละนิดๆ

มหัศจรรย์มาก! นี่น่ะเหรอเวทมนตร์!?

"ข้าอุตส่าห์รักษาปีกให้เจ้า แต่เจ้ากลับดื้อเสียขนาดนี้ อยากเสียปีกอีกข้างนักหรือไง"

จอมมารแดรีลถามน้ำเสียงเย็นชาก่อนจะลุกผละออกจากตัวฉัน ฉันลุกขึ้นนั่งก่อนจะลองทดสอบขยับปีกที่ขาดของฉันดู ปรากฏว่าสามารถขยับปีกได้เหมือนตอนแรกเลย

"ขยับได้แล้ว..." ฉันพึมพำอย่างไม่เชื่อสายตา

"ใช่ พลังเวทของข้าซ่อมแซมปีกของเจ้าให้กลับคืนสู่สภาพเดิมก่อนที่มันจะขาด" เขาอธิบาย

"ขอบคุณค่ะ..."

ฉันยิ้มให้แม้ในใจจะยังกลัวเขาอยู่ลึกๆ ก็ตาม จอมมารแดรีลนั่งมองหน้าฉันเหมือนกำลังคิดอะไรอยู่ ทำเอาฉันหวาดระแวงกลัวเขาจะทำอะไรแปลกๆ อีก

"ปีกเจ้า..."

"คะ? "

"ปีกเจ้าสวยดี"

"!"

ตึกตัก ตึกตัก

เสียงหัวใจของฉันเต้นแรงไม่เป็นส่ำ รู้สึกตัวอีกทีก็เผลอก้มหน้าหลบซะแล้ว ไม่อยากจะเชื่อว่าจอมมารคนนี้จะพูดจาอะไรแบบนี้เป็นกับเขาด้วย ไม่สิไม่! เอาจริงๆ คือฉันไม่ควรใจเต้นกับเขาป่ะ?

"ข้าเคยเห็นเจ้ามาก่อนตอนเจ้ายังเด็ก...แต่ก็นะ นั่นมันผ่านมากี่ร้อยปีแล้วนะ"

"ท่านรู้จักกับแม่ของข้าด้วยหรือเปล่าคะ"

อดไม่ได้ที่จะถามเรื่องของแม่ การที่เขาเคยเจอตัวฉันในตอนเป็นเด็กซึ่งฉันไม่มีความทรงจำเหล่านั้นหลงเหลืออยู่หรอก มีเพียงแค่ความทรงจำแค่ตอนอาศัยอยู่กับอุลเท่านั้นแหละ

"รู้ แต่ไม่สนิท"

เอ๊ะ เดี๋ยวนะ คำตอบมันยังไงๆ อยู่นะ ไอ้คำว่า รู้แต่ไม่สนิทคืออะไรวะคะ คือตกลงรู้จักแต่เกลียดขี้หน้ากันยังงี้เหรอ?

"ท่านตอบกำกวมจังค่ะ" ฉันว่าสั้นๆ ทำเอาเขาจ้องฉันเขม็ง

"ข้าเหนื่อยแล้ว และข้าจะนอน..."

"ท่านก็นอนสิคะ...ข้าจะไม่รบกวนเวลาพักผ่อนของท่านเลย"

ฉันค่อยๆ ขยับตัวทีละนิดเพื่อจะลงจากเตียงแต่ก็ถูกจอมมารแดรีลคว้าเอวไว้ซะก่อน ฉันดิ้นเล็กน้อยแล้วร้องบอกเขา

"ท่านจะนอนไม่ใช่เหรอคะ ปล่อยข้าสิคะ!"

"เจ้าเป็นสัตว์เลี้ยง เพราะงั้นนอนกับข้าซะ"

"หา...เดี๋ยวค่ะ ว้าย! "

จู่ๆ จอมมารแดรีลก็ฉุดฉันลงไปนอนบนเตียงกับเขาพร้อมกับโอบกอดรัดร่างของฉันไว้แน่น จนฉันกระดุกกระดิกไม่ได้เพราะเขาแรงเยอะกว่าฉันหลายเท่า ฉันกะจะโวยวายต่อเพราะคิดว่ายังไงก็จะไม่ขอนอนกับเขาเด็ดขาด แต่จู่ๆ นิ้วเขาก็มาแตะที่ริมฝีปากของฉันแล้วสั่งออกมาเสียงเข้ม

"ข้าบอกให้นอนก็นอน อยากให้ข้าต่องใช้กำลังบังคับหรือไง"

"..."

"ถ้ายังดื้ออีก ข้าจะฉีกปีกเจ้าออกมาแล้วไม่รักษาอีกต่อไปแล้ว เข้าใจไหม"

แง...ขู่กันด้วยอ่ะ ฮือ ตกลงจะใจดีหรือจะโหดร้ายใส่กันแน่ ฉันทำตัวไม่ถูกแล้วนะ!

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel