ตอนที่ 3 จอมมารผู้รับเลี้ยงฉัน (1)
พรึ่บ!!
แสงบนเพดานในห้องโถงขนาดใหญ่ส่องเข้ามาแยงตาฉันทันทีในตอนที่ม่านได้ถูกเปิดออก ฉันเห็นผู้คน ไม่สิ ปีศาจจำนวนมาก แต่ทุกตัวล้วนแล้วแต่สวมหน้ากากปิดบังใบหน้ากันทั้งนั้น พอทุกตัวเห็นฉันก็ถึงกับโห่ร้องออกมาเสียงดังกันใหญ่
"ว้าย! มังกรล่ะ นางเป็นมังกรของจริงสินะ!"
"ไม่เห็นมังกรมานานแค่ไหนแล้วเนี่ย ข้าต้องได้ครอบครองนางก่อนใครทั้งนั้น!!"
และอีกหลายคนที่จะสรรหาคำมาพูด ฉันแทบจะฟังไม่หมด อาคูสที่ยืนอยู่ข้างๆ กรงขังของฉันมองมาทางฉันแวบหนึ่งแล้วยิ้มออกมา ก่อนจะหันกลับไปทำหน้าที่พิธีกรต่อ
"ใจเย็นๆ กันนะครับทุกท่าน ข้าทราบดีว่าพวกท่านปรารถนาจะได้มังกรตัวนี้ไปครอบครอง เพื่อไม่ให้เสียเวลาทุกท่านอดใจรอกันมานานหลายชั่วโมง..."
ปุ้งงงง!!
ทันใดนั้น จู่ๆ ก็มีเสียงเหมือนอะไรระเบิด ฉันเงยหน้าขึ้นไปมองก็เห็นเป็นตัวเลขลอยอยู่ ใต้ตัวเลขมีชื่อของฉันอยู่ด้วย
'ราคาประมูลเริ่มต้น 1,000,000 เทน'
'สินค้าระดับ SSS มังกรสีดำ ไซเนียร์'
"หนึ่งล้านเลยเหรอ เยอะที่สุดตั้งแต่ประมูลมาเลยนะเนี่ย"
"ไม่แพงไปหน่อยเหรอ ตัวอื่นๆ แพงสุดอย่างมากแค่สองแสนเทนเองนะ"
"ของหายากราคาเลยแพงตามไปด้วยสิท่า"
"ยังหน้าเลือดเหมือนเคยเลยนะเจ้าของตลาดมืดอาคูสน่ะ"
เสียงติชม ปนด่าลอยดังมาเรื่อยๆ ไม่ขาดสายทันที่เลขราคาประมูลถูกเปิดเผยออกมาให้ทุกคนได้เห็น ฉันไม่รู้เรื่องราคาการประมูลของที่นี่หรอกนะ แต่ดูจากทั้งด่า ทั้งชมเนี่ย ท่าทางจะแพงมากๆ
"ข้าขอยืนยันอีกครั้ง!!!!!"
เสียงประกาศของอาคูสที่พูดดังขึ้นสนั่นลั่นห้องโถง ทำให้ปีศาจทุกตัวที่นั่งอยู่ถึงกับหยุดเสียงนินทากันไปเป็นแถบๆ
"ของหายากหนึ่งร้อยปีจะมีสักครั้ง ราคาการประมูลเริ่มต้น หนึ่งล้านเทน!"
จะบอกว่าอาคูสมีความเด็ดเดี่ยว หรือโหดเกินหน้าตายิ้มๆ ดีล่ะเนี่ย...
"สองล้านเทน!"
ในที่สุดการถกเถียงก็หยุดลงและมีปีศาจตนหนึ่งยกป้ายขึ้นพร้อมลงราคาประมูลเป็นคนแรก ทำให้ปีศาจตัวอื่นๆ รีบยกป้ายแข่งกันใหญ่
"ไม่! ข้าให้สองล้านห้าแสนเทน!!"
"ได้ไงๆ ข้าไม่ยอมยกมังกรให้พวกเจ้าหรอก ข้าให้สี่ล้าน!!!"
"เป็นยังไง ราคาตัวของเจ้าเริ่มพุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ แล้วนะ ดีใจหรือเปล่า"
อาคูสนั่งยองๆ ข้างแล้วถามฉันท่าทางของเขาดูอารมณ์ดีสุดๆ คงเป็นเพราะการประมูลตัวฉันก็เพื่อให้ได้เงินที่เคยลงทุนกับอุลไปกลับคืนมา
"เงินนั่นก็ของเจ้า ข้าจะดีใจทำไมล่ะ"
เออ นั่นสิ จะให้ฉันดีใจได้ไง ไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียอะไรกับเขาอยู่แล้วสักหน่อย ดูยังไงก็มีแต่เสียกับเสีย ส่วนอาคูสน่ะมีแต่ได้กับได้
"แหม ดูพูดเข้า พูดยังงี้ข้าเสียใจนะ คอยดูต่อไปเถอะ ราคาตัวของเจ้าจะพุ่งสูงกว่านี้อีก..."
อาคูสบอกด้วยสีหน้าที่ดูมั่นอกมั่นใจสุดๆ ก่อนที่จะลุกไปทำหน้าที่พิธีกรต่อโดยไม่รอฉันพูดอะไรสักคำ
คิดผิดคิดถูกเนี่ย ที่ยอมโดนประมูลง่ายๆ?
หลังจากการประมูลเวลาก็ผ่านล่วงเลยไปกว่าหนึ่งชั่วโมงแล้ว ฉันที่อยู่ในกรงขังก็ได้แต่นั่งกินน้ำ กินเนื้อว่าง (เออ ของว่างแหละแต่เป็นเนื้อ) อย่างสบายใจเฉิบโดยมีเลทเต้กับบรัมคอยดูแลอยู่ไม่ห่างนัก
ฉันเหลือบสายตามองด้านบนที่เปรียบเสมือนหน้าจอสามมิติ ก็แค่ต่างกันนิดหน่อยที่เป็นต่างโลก ตัวเลขราคาประมูลตัวฉันในตอนนี้เรียกว่าพุ่งจากหลักล้านเป็นหลักร้อยล้านไปแล้ว
'ราคาประมูล 120,000,000 เทน'
มันจะไปหยุดอยู่ที่เท่าไรกันนะ?
"เอาล่ะครับ! ประมูลมาก็นานพอสมควรแล้ว ตอนนี้ราคาประมูลหยุดอยู่ที่ หนึ่งร้อยยี่สิบล้านเทน มีใครจะให้สูงกว่านี้ไหมครับ!! เพราะถ้าไม่มีท่านหน้ากากเดียรคาสจะเป็นผู้ครอบครองมังกรสีดำ"
ฉันหันไปมองตามมือของอาคูส ปีศาจตอนที่เสนอราคาประมูลตัวฉันถึงหนึ่งร้อยยี่สิบล้านเทน ไม่เห็นหน้าเห็นตาเลยก็จริง แต่ร่างกายของมันมีครึ่งท่อนล่างเป็นงู แต่มีแขนและมือเหมือนมนุษย์เนี่ยสิ
อี๋ หยะแหยง...ฉันเกลียดสัตว์เลื้อยคลานนะ!
"นับครั้งที่1...!"
โอย...ให้ตาย ไม่อยากไปอยู่กับสัตวเลื้อยคลานอ่ะ
"นับครั้งที่2...!"
อยากจะบ้า ดูอีตางูนั่นยิ้มสิ หยะแหยงชะมัด...
"นับครั้งที่สา..."
"หนึ่งพันล้านเทน..."
อยู่ๆ ก่อนที่การนับครั้งที่สามซึ่งเป็นครั้งสุดท้ายจะสิ้นสุดลง ก็มีเสียงเสนอราคาแทรกขึ้นมาอีกครั้ง ทำให้ปีศาจทุกตัวในห้องโถงถึงกับส่งเสียงฮือฮาแล้วหันไปมองคนประมูลที่นั่งอยู่เก้าอี้หลังสุดของห้องโถง
"หนึ่งพันล้าน บ้า บ้าไปแล้วแน่ๆ"
"ใครประมูลสูงขนาดนั้นวะ"
"เอ่อ...ขะ...ขอทราบนามของผู้ประมูลมังกรด้วยเงินราคาหนึ่งพันล้านเทนด้วยครับ..."
อาคูสถึงกับพูดติดๆ ขัดๆ เมื่อเห็นราคาประมูลที่ฝ่ายตรงข้ามเสนอมา ไม่รู้เพราะดีใจหรือตกใจกันแน่
"แดรีล..."
"!!"
"ข้าจอมมารแดรีล ขอเสนอราคาประมูลมังกรตัวนั้นในราคา หนึ่งพันล้านเทน"
เดี๋ยวนะ...ตะ...ตะกี้คนเมื่อกี้เขาบอกว่าตัวเองชื่ออะไรนะ!?!
"ท่านจอมมาร! ท่านลงมาได้ไงกัน"
"ท่านเคยประมูลกับเขาด้วยเหรอ!?"
"ท่านลงทุนตั้งหนึ่งพันล้านเพื่อมังกรตัวนั้นเลยนะ บ้าไปแล้วแน่ๆ...อ๊ากกกก!!!"
จู่ๆ ปีศาจหน้าตาเหมือนหมูยักษ์อ้วนๆ ตัวใหญ่ที่นินทาจอมมารแดรีลอยู่ก็เกิดไฟลุกไหม้สีม่วงที่ตัวของมัน เสียงกรีดร้องดังลั่นไปทั่วทั้งห้องโถง ทำให้ผู้ประมูลท่านอื่นต่างแตกตื่นรีบลุกหนีออกห่างทันที ฉันเองก็ตกใจไม่น้อยถึงกับถอยกรูดไปติดกับกรง ความร้อนของไฟที่แผ่ขยายออกมาเรียกว่าร้อนระอุทั่วทุกซอกทุกมุม
ผ่านไปไม่ถึงนาทีร่างของเจ้าหมูยักษ์ตัวใหญ่ก็ล้มลงกับพื้นไม่มีส่งเสียงกรีดร้องออกมา มีแต่ร่างที่ไร้วิญญาณที่ถูกเผาจนไหม้เกรียม
"ข้าไม่ชอบคนขี้นินทา"
เขาเอ่ยเสียงเรียบ แล้วหันมาสบตากับฉันที่อยู่ในกรง ทั้งๆ ที่เขาก็ยืนอยู่ตั้งไกล แต่น่าแปลกที่ฉันกลับรู้สึกยังกับเขายืนอยู่ตรงหน้าฉันยังไงยังงั้น หัวใจของฉันเต้นแรงไม่เป็นจังหวะ ฉันกุมมือแน่นพยายามหายใจเข้าออกช้าๆ เพื่อตั้งสติ ฉันหลบสายตาที่เขาจ้องมองมา ดวงตาสีเงินของจอมมารคนนั้นเหมือนมีอะไรบางอย่าง เพียงแค่ถูกมองก็เหมือนโดนอ่านแล้วว่าในใจฉันคิดอะไรอยู่
"ตกลงเจ้าจะขายให้ข้าไหม อาคูส..."
จอมมารแดรีลถามเสียงเย็นเฉียบอีกครั้ง ซึ่งทำให้อาคูสที่ยืนอยู่ถึงกับเหงื่อแตกก่อนจะโค้งตัวให้เล็กน้อยแล้วตอบกลับอย่างสุภาพ
"หากท่านประสงค์ มีหรือที่ข้าจะขัดขืนท่านได้ ท่านจอมมาร..."
"ดี ข้าถือว่าเจ้ากับข้าตกลงกันแล้ว ฉะนั้น..." จอมมารคนนั้นกวาดสายตามองปีศาจที่หลบอยู่ตามมุมต่างๆ แล้วขู่เสียงดุ "มังกรตัวนี้เป็นของข้าแล้ว อย่าคิดริอาจมายุ่งกับนางเด็ดขาด ใครเข้ามายุ่งชีวิตมันจะไม่ได้ตายดีแน่"
ตายแล้ว! เขากำลังเดินตรงมาทางนี้ ทำไงดีๆ!?
ฉันได้แต่คิดอย่างร้อนรนและตื่นกลัว หัวใจก็เต้นแรงขึ้นเรื่อยๆ เหงื่อก็เริ่มไหลออกมาตามร่างกาย ชั่วพริบตาไม่กี่ก้าวจอมมารคนนั้นก็มายืนหยุดตรงหน้ากรงขังของฉันซะแล้ว
"แล้วยังไงข้าจะคุยกับสัตว์เลี้ยงของข้าได้เมื่อไร"
ห่ะ อะไรนะ ตะกี้เขาเรียกข้าว่า 'สัตว์เลี้ยง' งั้นเหรอ!
"นี่! ข้าไม่ใช่สัตว์เลี้ยงของเจ้านะ!"
พอได้ยินคำไม่ถูกหูฉันก็เผลอหลุดนิสัยเดิมๆ ออกไปด้วยการแผดเสียงดังใส่เขาอย่างไม่พอใจ จนหลงลืมไปว่าคนที่อยู่ต่อหน้าฉันคือจอมมารที่ใครๆ ก็ต่างเกรงกล้ว
เหมือนฉันจะเพิ่งรู้สึกตัวก็ตอนที่เห็นอาคูสกุมขมับ ฉันเม้มปากแน่นตอนจอมมารคนนั้นจ้องหน้าฉันเขม่นตาไม่กะพริบ
"โอ๊ย!!"
ฉันร้องออกมาทันทีเมื่อจู่ๆ จอมมารแดรีลก็จับคางฉันให้เชิดขึ้นแบบไม่ถนอมแรง เขาลืมไปหรือไงนะว่ายังไงฉันก็ผู้หญิงนะ! (ถึงจะเป็นมังกรก็เถอะ)
"ปากดี ไม่เห็นเหมือนตอนอยู่ในฝันเลยนี่..."
จอมมารแดรีลพูดแล้วยิ้มเยาะออกมา รอยยิ้มกับสีหน้าของเขาตอนนี้ค่อนข้างออกแนวกวนประสาทฉันมาก ถ้าไม่ติดว่าฉันถูกใส่ปลอกคอล็อกโซ่อยู่นะ จะถีบยอดหน้าให้!
"แต่ข้าก็ชอบนะ มีมังกรดุๆ ไว้เลี้ยงอีกสักตัว คงจะดีไม่น้อย"
ปากเสีย...
ฉันคิดในใจเบาๆ อยากจะด่าก็ด่าไม่ได้ให้ตายสิ!
"อาคูส..."
"ขอรับท่านจอมมาร?"
"หนึ่งพันล้านเทน ข้าจะให้จิลนำเงินมาให้ในภายหลัง เจ้าเข้าใจที่ข้าพูดใช่ไหม"
"แล้วแต่ท่านเลยขอรับท่านจอมมาร"
"นำนางไปทำความสะอาดให้เรียบร้อยก่อนส่งมอบให้ข้า" เขาปรายตามองมาทางฉันแวบหนึ่ง "ข้าไม่ชอบสัตว์เลี้ยงที่มีกลิ่นอายของพวกอสูรชั้นต่ำติดอยู่"
กรี๊ดดด!! ตัวนายกลิ่นดีตายล่ะ!!
ฉันได้แต่กรีดร้องในใจแล้วกำมือแน่น แต่ละคำที่อีตาจอมมารคนนี้พูดออกมาไม่มีอะไรดีสักคำ
ทันทีที่จอมมารแดรีลพูดสั่งเสร็จเขาก็หายตัวไปเลย ทิ้งให้ฉันนั่งหน้าบูดบึ้งอยู่ในกรง โดยมีอาคูสแอบหัวเราะอยู่ข้างๆ ฉันหันไปมองค้อนอาคูสอย่างไม่พอใจแล้วถามเขา
"ไหนเจ้าบอกจะหาคนดูแลดีๆ มาเป็นเจ้านายข้าไง"
"อ้าว แล้วท่านจอมมารไม่ดีตรงไหนล่ะ ทั้งรวย ทั้งมีอำนาจ"
อาคูสบอกเสียงเรียบแล้วหันหลังจากฉันไปอีกคนแถมยังผิวปากด้วยท่าทางอารมณ์ดีอีกต่างหาก ใช่สิ ก็เขาขายฉันได้ในราคาหนึ่งพันล้านนี่ คนที่ไหนมันจะไม่อารมณ์ดีบ้างล่ะ แล้วทำไมคนอย่างฉันต้องได้...
อีตาจอมมารปากหมามาเป็นเจ้านายด้วย!!!!
"ดูทำหน้าเข้าไซเนียร์! หน้าหงิกแบบนี้ก็แต่งหน้าไม่สวยพอดี"
เลทเต้เอ็ดฉันเสียงดุ เมื่อเห็นฉันทำหน้าหงิกหน้างอในขณะที่เธอกำลังแต่งแต้มเครื่องสำอางลงบนใบหน้าผิวสีแทนของฉันอยู่ ฉันปรายสายตามองเครื่องสำอางหลากหลายแบบที่ดูทั้งหรูและราคาแพงหลายยี่สิบชิ้นถูกวางไว้รอบๆ ตัวฉันบนเตียง
หลังจากที่อีตาจอมมารจ่ายเงินอะไรนั่นให้อาคูสเสร็จเรียบร้อยแล้ว (ได้ยินมาจากเลทเต้อีกที) เขาก็ขอตัวกลับปราสาททันทีโดยไม่ได้อยู่รอฉันสักนิด ดันส่งปีศาจผู้หญิงมาคนหนึ่งลงมาหาอาคูสแทน ฉันได้ยินว่าเป็นคนรับใช้คนสนิทที่อยู่กับจอมมารแดรีลมานานแล้ว
ส่วนตัวฉันก็ถูกเลทเต้กับบรัมจับมาอาบน้ำแต่งตัวเหมือนตุ๊กตาอยู่ในห้องนอนแทน ซึ่งฉันก็ขัดขืนอะไรไม่ได้สาเหตุก็เพราะไอ้ปลอกคออันใหม่ที่สวมอยู่ ปลอกคออันเก่าถูกอาคูสถอดออกไปแล้ว ส่วนปลอกคอที่ฉันใส่อยู่ตอนนี้มีสัญลักษณ์ของอีตาจอมมารอยู่ตรงกลาง เขาสั่งให้ฉันทำอะไรฉันก็ต้องทำ ขัดขืนก็ไม่ได้
"แต่แต่งตัวให้เจ้าแบบนี้ ก็สวยเหมือนกันนะ"
เลทเต้ยิ้มให้ฉันในตอนที่กำลังเขียนคิ้วให้ฉันอยู่ ฉันที่ถูกจับอาบน้ำเรียบร้อยจนสะอาดสะอ้าน ก็ถูกเลทเต้จับใส่ชุดเดรสที่เผยแผ่นหลังให้เห็น ตอนแรกฉันก็อายแต่มันก็ทำให้ฉันสามารถที่จะขยับปีกได้สะดวกมากขึ้น
"ไม่เห็นจะชอบเลย"
"ดูเจ้าไม่พอใจเท่าไรเลยนะที่ถูกท่านจอมมารรับไปเลี้ยง"
"ก็อี...เอ๊ย ท่านจอมมารอะไรนั่นมองฉันเป็นสัตว์เลี้ยงเหมือนหมาแมวนี่"
"ก็ถูกแล้วนี่" ฉันหน้าหงิกมากขึ้น "ถึงจะขึ้นชื่อว่าตลาดประมูล แต่ที่นี่ก็มีอีกหลายชื่อที่พวกชนชั้นสูงจะเรียกนะ ไม่ว่าจะ 'ทาส' หรือ 'สัตว์เลี้ยง' แย่สุดก็ 'ที่ระบายอารมณ์' น่ะ"
"ยังไงพวกเขาก็มีชีวิต มีหัวใจ มีความรู้สึก..."
"ของแบบนั้นไม่ช่วยให้อยู่รอดในโลกใบนี้หรอกนะ"
เลทเต้พูดสวนขึ้นก่อนที่ฉันจะพูดจบ ฉันได้แต่ก้มหน้าแล้วถอนหายใจออกมา
"เอาจริงๆ เจ้าควรดีใจนะที่ท่านจอมมารเป็นคนมารับเจ้าไปเลี้ยง ท่านโด่งดังและมีชื่อเสียงมากทั้งในโลกปีศาจ โลกมนุษย์ หรือแม้แต่บนโลกสวรรค์"
จอมมารก็คือจอมมารป่ะ...จะแบบไหนก็แย่อยู่ดี
"ท่านมีทั้งพลังและอำนาจในการปกครองโลกปีศาจให้อยู่ในกรอบได้เชียวนะ ขนาดที่ว่าแม้แต่มนุษย์ยังต้องขอลงสัญญาสงบศึกเพราะกลัวท่านบุกโลกมนุษย์เลยนะจะบอกให้"
จากที่ฟังๆ เลทเต้เล่าแล้วเนี่ยเรื่องเล่าของจอมมารแดรีลก็ไม่ต่างอะไรก้บข่าวลือหลายๆ รูปแบบที่มารวมตัวกันมากกว่า
"เจ้าควรจะทำตัวเป็นเด็กดี ว่านอนสอนง่ายเพื่อให้ท่านเอ็นดูจะดีกว่านะ"
เลทเต้พูดจบก็หยิบน้ำหอมมาฉีดพรมทั่วร่างกายของฉันจนมันหอมฟุ้งไปทั่วห้อง สรุปแล้วฉันไปเป็นสัตว์เลี้ยงหรือผู้หญิงขายตัวกันแน่ อะไรจะต้องลงทุนแต่งองค์ทรงเครื่องขนาดนี้?
"ยังไงทำตามคำสั่งก็ดีกว่าขัดคำสั่ง ไม่ยังงั้นเจ้าจะเจ็บตัวเปล่าๆ ปลอกคอที่เจ้าใส่อยู่เป็นของระดับสูง ความเจ็บปวดมันต้องมากกว่าของที่นายท่านใส่ให้เจ้าก่อนหน้านี้แน่ๆ"
กริ๊ก...
ฉันจับปลอกคอที่สวมอยู่เบาๆ แม้ขนาดของมันจะเล็ก แต่ฉันกลับรู้สึกได้ถึงพลังบางอย่างที่ไหลออกมาจากปลอกคอ ออร่าของพลังมันคล้ายๆ กับของผู้ชายคนนั้น
"แล้วข้าจะได้เจอเจ้าอีกไหม?"
"...ตอบยากนะ ข้าไม่รู้ว่าจะมีโอกาสได้เจอเจ้าอีกทีเมื่อไร"
เลทเต้บอกมือก็เก็บเครื่องสำอางลงกล่องไปเรื่อยๆ
"บรัมกำลังจัดของให้เจ้าอยู่ พวกเสื้อผ้าอะไรแบบนี้แหละ"
"ข้ากลัว..."
ฉันบอกความรู้สึกตอนนี้ออกมาให้เลทเต้ฟังด้วยน้ำเสียงสั่นๆ พลางเอื้อมมือไปจับมือของเลทเต้อย่างถือวิสาสะ ซึ่งเลทเต้ก็ชะงักไปทันที
ทีแรกก็ไม่กลัวหรอก...แต่พอเห็นแววตาของผู้ชายคนนั้นแล้ว ฉันก็อดกลัวไม่ได้ขึ้นมาว่าตัวเองจะต้องไปเจอกับอะไรบ้าง
"อย่ากลัวไปเลย เจ้าจะไม่เป็นอะไร"
เลทเต้ปลอบฉันแล้วยิ้มให้บางๆ เธอจับมือฉันกลับแล้วบีบเบาๆ เหมือนให้รู้ว่าเธอกำลังปลอบใจฉันอยู่
