บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 2 ฉันเนี่ยนะ สินค้าระดับSSS (2)

เลทเต้นำทางฉันมายังห้องที่อยู่ชั้นสามของคฤหาสน์ซึ่งเป็นห้องที่ใหญ่และหรูหรามาก การตกแต่งห้องก็ออกแนวขาวดำ ในห้องนี้มีทั้งเตียง ห้องอาบน้ำ เรียกได้ว่าอำนวยความสะดวกสะบายแบบครบครันสุดๆ ทำเอาฉันไม่อยากจะเชื่อสายตาเลยว่าปีศาจจะมีบ้าน มีห้องน้ำเหมือนของคนกับเขาด้วย

"ให้อยู่ห้องนี้จะดีเหรอ..."

ฉันหันไปถามเลทเต้อย่างไม่แน่ใจว่าอาคูสจะอยากให้ฉันพักอาศัยอยู่ห้องนี้จริงๆ หรือเปล่า หรือเขาแค่อยากให้ฉันได้สัมผัสถึงความสบายจนติดใจแล้วค่อยขายฉันเป็นทาสกันแน่

"ดีสิ ทำไมจะไม่ดีล่ะ ระดับเจ้าก็ต้องเหมาะสมกับห้องแบบนี้แหละ เจ้านี่แปลกนะ อยากไปอยู่กรงขังกับพวกนั้นหรือไง"

เลทเต้ยิ้มหวานให้ฉันขณะที่เธอกำลังจัดเตรียมที่นอนให้ฉันอยู่

"ก็ไม่ได้อยาก แค่แปลกใจที่เจ้านายของเจ้าน่ะจะยังไงๆ ก็กะขายข้าเป็นทาสอยู่แล้วแต่ก็ยังอุตส่าห์ให้ฉันอยู่แบบสุขสบาย"

"นายท่านจะโหดเหี้ยมเฉพาะสถานการณ์ที่จำเป็นเท่านั้นแหละ จริงๆ ท่านเป็นคนที่อ่อนโยนมากกับลูกน้องของท่าน"

อ่อนโยน...นึกคำนี้ออกได้แค่บางครั้งแฮะ จะเรียกว่าอ่อนโยนตลอดคงไม่ได้ เพราะยังไงซะอาคูสก็เป็นคนที่จับฉันมาเพื่อเอามาขายอยู่ดี

"สถานะระดับSSSที่เจ้าเป็นอยู่ตอนนี้น่ะ ข้าไม่เห็นมายี่สิบปีได้แล้วล่ะมั้ง ล่าสุดที่เคยเห็นน่าจะเป็นนางเงือก"

"แล้วนางเงือกคนนั้นตอนนี้เป็นยังไงบ้าง พอจะรู้ไหม"

"อ๋อ นางเงือกคนนั้นเหรอ..."

เลทเต้หันมายิ้มให้ฉันแล้วหัวเราะเบาๆ

"นางตายแล้วล่ะ"

"ตะ...ตายแล้ว"

ฉันทวนคำๆ นั้นหน้าซีดลงทันทีที่ได้ยิน หมายความว่ายังไงเธอตายแล้วเนี่ยนะ แล้วทำไมเลทเต้ถึงได้พูดเหมือนคนที่ตายไปแล้วเป็นแค่สิ่งมีชีวิตเล็กๆ ตายไปก็ไม่เห็นต้องแคร์แบบนั้นล่ะ

"ใช่สิ ต-า-ย ตายไปแล้ว" เลทเต้เน้นทีละตัวอักษรให้ฉันฟังชัดๆ อีกที เธอเดินไปหยิบหวีมาก่อนจะจับให้ฉันไปนั่งลงตรงหน้ากระจกบานใหญ่ แล้วหวีผมให้ฉันด้วยสีหน้าเรียบเฉย "ก็แค่ตาย จะใส่ใจอะไรมากมายล่ะ"

"ทำไม...ถึงตายล่ะ"

"นางพยายามหนี แต่หนีไม่สำเร็จ โดนพวกอสูรหน้าประตูจับได้ซะก่อนเลยโดนกำจัดทิ้งน่ะ

"ทำไมต้องถึงกับฆ่าด้วยล่ะ แค่ลงโทษไม่ได้เหรอ"

"นางไม่ได้หนีแค่ครั้งเดียว แต่หนีหลายรอบแล้วนายท่านไม่อยากให้มีทาสคนไหนทำตาม เลยต้องเชือดทิ้งเพื่อเป็นตัวอย่าง"

อาคูสเป็นคนสั่งสินะ...

พอฟังที่เลทเต้เล่าจบฉันก็รู้สึกหดหู่ขึ้นมาทันที ไม่อยากจะคิดเลยว่าถ้าเป็นตัวเองโดนแบบนั้นขึ้นมาบ้างจะรู้สึกแย่แค่ไหน

"เจ้าแคร์อะไรกับคนอื่นเขากันนักหนาล่ะ ห่วงตัวเองก่อนจะดีกว่านะ ข้าขอเตือนด้วยความหวังดี"

"เจ้าไม่รู้สึกอะไรเลยเหรอ"

ฉันถามเลทเต้แล้วสบตากับเธอในกระจก เลทเต้ยกยิ้มมุมปากนิดๆ แล้วหวีผมฉันต่อ

"จะให้รู้สึกอะไรล่ะ ข้าน่ะปีศาจนะ ข้าไม่เคยมีความรู้สึกเฉกเช่นพวกมนุษย์หรอกนะ"

"เกิดมาก็ต้องเป็นปีศาจเลย ไม่รู้สึกแย่เหรอ"

"เจ้าก็ถามแปลกดีนะ มังกรทุกตัวมีนิสัยเหมือนเจ้าหมดเลยหรือเปล่า"

แทนที่จะตอบคำถามของฉัน ฉันกลับรู้สึกเหมือนว่าเลทเต้เลี่ยงที่จะตอบคำถามของฉันเมื่อกี้มากกว่า แต่ฉันก็ไม่อยากจะเซ้าซี้เธอนักหรอก เพราะยังไงช่วงนี้เธอก็ต้องเป็นคนดูแลฉันนี่นา

"ข้าก็ไม่รู้ เพราะข้าไม่เคยเจอมังกรตัวอื่น" จะให้บอกได้ยังไงว่าเพิ่งมาอยู่ร่างนี้ได้ไม่ถึงเดือน "ปีศาจผู้ชายตะกี้เป็นเพื่อนเจ้าเหรอ"

"บรัมน่ะเหรอ?" ฉันพยักหน้า "บรัมเป็นพี่ชายข้าเอง"

"เอ๊ะ พี่ชาย? หน้าตาไม่เหมือนกันเท่าไรนะ"

หรือว่าปีศาจที่เป็นพี่น้องเขาจะหน้าตาไม่เหมือนกันอยู่แล้ว

"แหงสิ ข้ากับบรัมไม่ใช่พี่น้องกันจริงๆ นี่ เป็นแค่พี่น้องตามสัญญาเลือดเฉยๆ"

ฉันรู้สึกกระตุกกับคำว่า 'สัญญาเลือด' ที่เลทเต้พูดมาทำให้ฉันหันไปมองเลทเต้แล้วเอ่ยถามต่อ

"สัญญาเลือดคืออะไร?"

"นี่เจ้าไม่รู้จักกระทั่งสัญญาเลือดเลยเหรอ ไม่น่าเชื่อเลยนะ คืองี้ สัญญาเลือด จะไว้ใช้สำหรับปีศาจที่เกิดอยากเป็นครอบครัวเดียวกัน จะมีตราสัญลักษณ์ที่ส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายหลังจากทำพิธีเสร็จ อย่างของข้าคือตรงนี้"

เลทเต้หันหลังให้แล้วชี้ตรงสะโพกของเธอที่มีปานเป็นรูปดาบอยู่

"พอทำพิธีสัญญาเลือดเสร็จสิ้นแล้ว ปีศาจสองตัวนั้นจะเป็นพี่น้องกันทันทีต่อให้อยู่คนละเผ่าพันธุ์ก็เถอะ"

อารมณ์มันคล้ายๆ ดื่มน้ำร่วมสาบานเป็นพี่น้องป่ะ

"แต่ข้อเสียคือ หากใครคิดไม่ดีกับอีกฝ่ายเมื่อไร ก็จะสิ้นใจตายทันที"

"อ้าว แล้วยังงี้เลทเต้ไม่กลัวเหรอว่าจะโดนบรัมคิดไม่ดีใส่"

นึกว่าเป็นพิธีเฉยๆ ที่ไหนได้กลับมีข้อเสียที่โหดร้ายขนาดนี้ซะได้ สาบานเลยว่าฉันจะไม่ยอมทำพิธีสัญญาเลือดอะไรนี่เด็ดขาด

"ไม่นะ ข้ากับบรัมตอนเป็นมนุษย์ก็ตายพร้อมกัน ตอนเกิดก็เกิดเป็นปีศาจพร้อมกัน เพราะงั้นข้าเลยไม่ค่อยกลัวเท่าไร"

"อ้าว ไม่ใช่ว่าเกิดเป็นปีศาจตั้งแต่แรกหรอกเหรอ?"

เรื่องนี้ทำฉันแปลกใจมากเลยนะเนี่ย ก็ตามปกติปีศาจที่อ่านในนิยาย หนังสือ มักจะเป็นมาตั้งแต่แรกเกิดนี่ อย่างเกิดมาจากแม่ที่เป็นปีศาจอะไรแบบนี้ นึกไม่ถึงเลยว่าจะเคยเป็นมนุษย์มาก่อน

"แต่เดิมพวกข้ารากฐานก็เป็นมนุษย์มาก่อนนะ ข้ากับบรัมเคยอาศัยอยู่หมู่บ้านเดียวกัน แต่พวกข้าสองคนโดนโจรป่าฆ่าตายทั้งคู่ ทำให้เกิดความแค้นอยากจะฆ่าพวกมัน รู้สึกตัวอีกทีก็กลายเป็นปีศาจไปแล้วล่ะนะ"

โดนฆ่าตายยังงั้นเหรอ...คงเป็นเรื่องที่แย่มากๆ เลยล่ะนะ

"แต่ตอนเกิดเป็นปีศาจครั้งแรก ข้ากับบรัมก็กลับมาฆ่าพวกโจรนั่นเลยแหละ เป็นอะไรที่สะใจมาก เฮ้ เดี๋ยว! เจ้ากอดข้าทำไมเนี่ย"

เลทเต้ถึงกับตกใจเมื่อฉันโผเข้ากอดเธออย่างกะทันหัน เลทเต้ถึงกับตัวแข็งทื่อทำอะไรไม่ถูก เธอพยายามจะขยับตัวออกแต่ฉันก็กอดเธอไว้แน่น

"ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน จู่ๆ ข้าก็อยากทำแบบนี้..."

"เฮ้อ! เจ้านี่เป็นมังกรที่แปลกจริงๆ นะ..."

ฉันลูบหัวของเลทเต้เบาๆ แล้วกอดเธอแน่น

"เอาเถอะ มันก็ไม่ได้แย่ขนาดนั้นแฮะ ข้าจะให้เจ้ากอดข้าจนพอใจล่ะกัน"

หลังจากที่พูดคุยกันอยู่หลายชั่วโมง ฉันกับเลทเต้ต่างแบ่งปันเรื่องราวต่างๆ ให้กันและกันฟังอย่างสนุกสนาน ไม่รู้ฉันคิดไปเองหรือเปล่า แต่ฉันรู้สึกเหมือนจะสนิทกับเธอมากขึ้นนิดหน่อย

ก๊อก ก๊อก

เสียงประตูหน้าห้องดังขึ้นขัดบทสนทนาของเราสองคนที่คุยกันอยู่ทำให้พวกเราหันไปมองก็เห็นบรัมเดินเข้ามาพร้อมกับรถเข็นที่มีอาหารมากมายหลายชนิด กลิ่นของมันหอมจนท้องฉันร้องดังมาก

"อ้าว! บรัม เจ้าเองเหรอ ข้าก็นึกว่าใครซะอีก"

"จะเป็นใครได้ล่ะถ้าไม่ใช่ข้า"

บรัมเดินเข็นรถเข้ามาใกล้ๆ เขามองฉันแวบหนึ่ง แล้วหันไปพูดกับเลทเต้

"งานเจ้าไม่ทำหรือไง ถึงมามัวคุยอยู่ที่นี่"

"ทำสิ แต่ข้าอยากคุยกับไซเนียร์ก่อนนี่"

"จะคุยทำไม ในเมื่อ...ช่างเถอะ เจ้าน่ะ ทานซะสิ ข้าไม่รู้ว่ามังกรแบบเจ้ากินอะไรบ้างหรอกนะ"

อยู่ๆ บรัมก็เปลี่ยนเรื่องแล้วหันมาทางฉัน เขาค่อยๆ วางจานอาหารลงตรงหน้าฉันทีละจาน ซึ่งมันก็มีหลายอย่างมากจนฉันเลือกแทบไม่ถูก ส่วนใหญ่จะเป็นเนื้อย่างเกือบครึ่งหนึ่ง

ฉันใช้มีดที่บรัมเตรียมไว้ให้ค่อยๆ เฉือนเนื้อย่างออกเป็นชิ้นบางๆ ก่อนจะใช้ส้อมจิ้มแล้วเอาใส่ปาก แล้วเคี้ยว ฉันสังเกตเห็นว่าบรัมเขากำลังจ้องปากฉันที่กำลังกินอยู่ล่ะ ทำให้ฉันรู้สึกกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเลยทีเดียว ความรู้สึกมันเหมือนเริ่มไม่อยากอาหารแล้วอ่ะ

"เป็นยังไงบ้างไซเนียร์ อร่อยไหม?"

เลทเต้ถามอย่างตื่นเต้น แววตาของเธอดูเป็นประกายกว่าทุกทียังไงก็ไม่รู้

"อร่อยดีนะ เนื้อย่างก็สุกกำลังดี ซอสที่ราดก็หวานดีด้วย ถึงข้าจะไม่รู้ก็เถอะว่าทำมาจากอะไร"

อันนี้ฉันตอบตามจริงไม่ได้ยกยอ อย่างน้อยก็อร่อยกว่าอาหารที่อุลทำให้ฉันกินแหละ อย่างของอุลแค่ย่างๆ ปิ้งๆ ให้สุกเฉยๆ เลยไม่ค่อยจะมีรสชาติเท่าไร รสชาติหลักๆ จะเป็นเค็มซะส่วนมาก แต่จะให้บอกไม่อร่อยจนเสียน้ำใจคนทำก็ไม่ใช่นิสัยของฉัน ที่สำคัญคืออุลตั้งใจทำให้ฉันกิน

"ข้าขอตัวนะ ต้องไปทำงานอื่นให้นายท่านต่อ ส่วนเจ้าถ้าคุยเสร็จแล้วก็ไปทำงานได้แล้ว"

ปัง!

พอบรัมพูดเสร็จก็เดินออกไปนอกห้องปิดประตูจนเสียงดังทำเอาฉันรู้สึกสงสัยว่าไปทำอะไรให้เขาไม่พอใจหรือเปล่า แต่เลทเต้ที่นั่งอยู่ข้างฉันกลับหัวเราะออกมาแล้วกุมมือฉันเบาๆ

"อย่าใส่ใจบรัมเลย เจ้านั่นก็แค่เขินน่ะ"

"เขินเหรอ ดูไม่เป็นยังงั้นเลยนะ"

ท่าทางเขาเหมือนไม่พอใจอะไรฉันมากกว่า

"บรัมเขินจริงๆ เห็นอย่างนี้บรัมเป็นคนที่ใจดีและอ่อนโยนมากเลยนะ ข้ากับบรัมน่ะเพราะทำสัญญาเลือด เลยทำให้รับรู้ถึงความรู้สึกของอีกฝ่ายได้ว่าคิดอะไรกันอยู่"

เรียกว่าอ่านใจคงไม่ผิดหรอกมั้ง แต่แบบนี้คิดอะไรอยู่ก็แย่เหมือนกันนะเนี่ย อีกฝ่ายรู้ทันเรากันพอดี

"เจ้าคิดว่าอร่อยใช่ไหมล่ะ"

"อร่อยสิ เป็นอาหารที่อร่อยที่สุดตั้งแต่ข้ากินมาเลยล่ะ"

"แค่นั้นบรัมคงดีใจแย่เลยล่ะ เพราะบรัมเป็นคนทำอาหารพวกนี้ขึ้นมาล่ะ"

"เอ๊ะ เป็นคนทำเองเลยเหรอ?"

หน้าตาเขาดูไม่เหมือนคนชอบทำอาหารสักเท่าไรนะ แต่ต้องขอยอมรับฝีมือจริงๆ ว่าอร่อยมาก ตั้งแต่มาอยู่ร่างมังกรก็ได้กินแค่เนื้อดิบ เนื้อย่าง อาหารที่ถูกปลุกแล้วมีรสชาติเหมือนอาหารมนุษย์นี่ ฉันคงจะหาชิมได้ยาก

"ใช่ บรัมเป็นคนจัดการทุกอย่างในคฤหาสน์หลังนี้ เพราะว่าอสูรรับใช้ทุกตัวที่อยู่ที่นี่นอกจากข้ากับบรัมแล้ว ตนอื่นมีสติปัญญาไม่เท่ากับพวกข้า อย่างมากพวกมันก็ทำได้แค่ทำตามคำสั่งเท่านั้นแหละ"

มิน่าพวกอสูรตัวอื่นๆ ถึงได้ทำตามคำสั่งของบรัมกับเลทเต้ง่ายจัง เพราะพวกมันไม่มีความคิดเป็นของตัวเองสินะ

"บรัมทำอาหารเก่งจังนะ"

"บรัมทำอาหารเป็นตั้งแต่ตอนเป็นมนุษย์แล้วล่ะ เอาที่จริงแล้ว..."

แอ๊ด...

อยู่ๆ เสียงประตูหน้าห้องก็เปิดเข้ามาทันทีโดยไม่ได้รอให้เราสองคนอนุญาต ซึ่งคนที่เปิดเข้ามาก็คือบรัมที่ออกไปเมื่อสักครู่นี้เอง

"หมดเวลาสนทนาแล้ว งานของเจ้ายังไม่เสร็จ อีกอย่างนายท่านก็เรียกหาแล้วด้วย"

"ว้า! อะไรกัน แต่ข้ายังอยากอยู่คุยกับไซเนียร์ต่อนี่นา..." บรัมใช้สายตาเขม่นมองเลทเต้จนเธอเงียบไป เลทเต้ลุกขึ้นแล้วหันมายิ้มให้ฉัน "เดี๋ยวไว้ข้าเสร็จจากงานแล้วข้าจะมาคุยกับเจ้าต่อนะ"

"ได้ ข้าจะรอนะ"

ฉันยิ้มแล้วโบกมือให้กับเลทเต้ที่เดินออกไปพร้อมกับบรัมที่เก็บจานอาหารที่ฉันกินเสร็จเรียบร้อยแล้วใส่รถเข็น เมื่อประตูปิดอีกครั้งฉันก็ทิ้งตัวลงนอนกับเตียงแล้วหลับตาลง

"เหนื่อยจัง"

ไหนจะสูญเสีย

ไหนจะเดินทาง

แล้วยังเจอคนแปลกหน้า...

"ฉันจะโดนขายให้กับใครกันนะ..."

ช่างเถอะ! ยังไงซะขอแค่ไม่ตาย ไม่เจ็บก็พอแล้วฉันน่ะ...

"ข้าบอกเจ้าไปหลายรอบแล้วนะ เรื่องจะตีสนิทกับคนอื่นน่ะ...อยากเจ็บอีกรอบหรือไง"

บรัมเอ่ยเสียงดุขณะที่กำลังเก็บจานที่ล้างเสร็จแล้วใส่ตู้ทีละใบ โดยมีเลทเต้คอยช่วยเช็ดจานส่งให้ทีละใบ ใบหน้าของเลทเต้หงิกงอเล็กน้อยเมื่อโดนบรัมดุ บรัมถอนหายใจเพราะเขารู้ว่าน้องสาวตัวเองกำลังคิดอะไรอยู่

"ข้าไม่ได้อยากจะว่าเจ้าหรอกนะ แต่เจ้าน่าจะรู้ดีนะว่าทำไมข้าถึงห้าม แค่ตอนนางเงือกตัวนั้นเจ้ายังไม่เข็ดหรือไง"

"นางดูน่ารักดี...ข้าแค่อยากคุยด้วย"

"ข้าขอย้ำอีกครั้ง เจ้ากับข้ามีหน้าที่รับใช้นายท่านเท่านั้น แค่ทำตามคำสั่งก็พอแล้ว ส่วนอย่างอื่น..."

"..."

"ไม่มีอะไรจำเป็น ไม่ต้องไปสนิทกับสินค้าให้มาก"

ฉันลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ก่อนจะพบว่าตัวเองไม่ได้อยู่ที่ห้องนอน ที่นี่มีแต่หมอกสีขาวๆ ลอยเต็มไปหมด มองไปทางไหนก็ไม่เจออะไรเลยสักอย่าง

"ที่ไหนเนี่ย..."

'ไซเนียร์'

ฉันหันกลับไปตามเสียงเรียก คนที่เรียกฉันซึ่งยืนอยู่ก็เป็นคนแปลกหน้าอีกแล้ว (วันๆ จะเจอแต่คนแปลกหน้าเลยหรือไงนะ) น่าแปลกที่ฉันมองไม่เห็นใบหน้าของเขา มันดูมัวๆ มองยังไงก็มองไม่ชัด สายตาของฉันก็ไม่ได้สั้นขนาดนั้นนี่นา

"คุณเป็นใคร?"

'อยากถูกประมูลเหรอ ถึงมาอยู่ที่นี่'

ผู้ชายคนนั้นถามฉัน มุมปากเขายิ้มออกมาเล็กน้อย ซึ่งรอยยิ้มนั่นมันออกแนวเชิงหัวเราะเยาะซะมากกว่า ฉันเลยส่ายหน้ากับคำถามนั้น

'ทำไมถึงไม่หนี...'

"หนีแล้วตาย หนีทำไม"

นั่นสิ หนีแล้วต้องถูกพวกอสูรฆ่าตายจะหนีทำขี้เกลืออะไรล่ะ ฉันไม่ใช่พวกนินจานะจะได้มีพลังโดดแวบไปแวบมา ที่นี่ต่างโลกก็จริงแต่ฉันมาเกิดในร่างนี้ยังไม่ถึงเดือนนะคะ!

'ถ้าหนีได้ จะหนีไหม...'

"คุณช่วยฉันได้หรือไง แน่จริง ก็ช่วยฉันออกไปสิ"

ฉันพูดท้าทายอีกฝ่ายไปเพราะคิดว่าคนแปลกหน้าที่เจอกันครั้งแรกคงจะช่วยอะไรฉันออกจากงานประมูลไม่ได้หรอก แต่อยู่ๆ เขาก็หายตัวไปต่อหน้าต่อตาฉันดื้อๆ ฉันมองไปรอบๆ ผู้ชายคนนั้นก็ไม่อยู่แล้ว

'เจ้าเป็นของข้า ข้าไม่ปล่อยเจ้าไปหรอก'

...

...

"ไซเนียร์!"

เฮือก!

ฉันสะดุ้งลืมตาตื่นอีกครั้ง เห็นเลทเต้กำลังเขย่าตัวฉันอยู่ ฉันกะพริบตาถี่ๆ แล้วมองไปรอบๆ ก็พบว่าเป็นห้องนอนเมื่อสักครู่นี้

แล้วตะกี้ล่ะ? ฉันฝันไปงั้นเหรอ แล้วผู้ชายในความฝันคนนั้นล่ะ เขาเป็นใครกันแน่??

"เจ้าหลับลึกใช้ได้เลยนะ นึกว่าโดนเวทนิทราร่ายใส่เลยนะเนี่ย"

"มะ...มีอะไรเหรอ"

"คืนนี้คือวันประมูลแล้วนะ ข้าเลยมาบอกให้เจ้าเตรียมตัวน่ะสิ อันนี้คือชุดที่เจ้าต้องใส่ไปงานคืนนี้นะ"

เลทเต้พูดจบก็หยิบชุดเดรสสีขาวออกมาวางบนตักฉัน ชุดมันออกแนวเรียบๆ ไม่มีอะไรประดับประดาสักเท่าไร

"ไหนเจ้าบอกว่าอีกสองสามวันไม่ใช่เหรอ กว่าจะถึงวันประมูลน่ะ"

"อยู่ๆ นายท่านก็เลื่อนวันประมูลน่ะสิ คงเป็นเพราะข่าวลือเกี่ยวกับเจ้าแพร่ออกไปล่ะมั้ง พวกชนชั้นสูงได้ยินเลยรีบตื้อให้นายท่านจัดงานไวๆ"

คืนนี้แล้วเหรอที่ฉันต้องถูกขาย รู้สึกแย่ยังไงก็ไม่รู้

ทั้งๆที่ทำใจไว้แล้วว่ายังไงก็ต้องถูกขายออกไป แต่พอเอาเข้าจริง ฉันก็แค่หลอกตัวเองเท่านั้นแหละว่าทุกอย่างมันจะไม่เป็นอะไร ทุกอย่างจะต้องโอเค

"ข้าดีใจที่ได้คุยกับเจ้านะเลทเต้ ถึงเราจะเพิ่งรู้จักกัน แต่เจ้ากับบรัมก็ดูแลข้าดีมากๆ เลย"

ฉันบอกความรู้สึกที่มีออกไปแล้วยิ้มให้เลทเต้ เธอหลบหน้าฉันแล้วพูดออกมาเสียงเย็น

"ยังไงซะเจ้าก็ต้องถูกประมูลแล้ว คงไม่มีโอกาสได้เจอกันอีก ทำตัวดีๆ ไว้ล่ะ เจ้านายคนใหม่เจ้าจะได้เอ็นดูเจ้าเยอะๆ ไงล่ะ"

เลทเต้พูดออกมาเหมือนขู่ก็จริง แต่ฉันกลับรู้สึกได้ว่าเลทเต้กำลังพูดให้กำลังใจฉันซะมากกว่า ฉันยิ้มให้บางๆ เพราะรู้ดีว่าเธอเองก็คงหนักใจไม่น้อย ถึงตัวเธอจะเป็นปีศาจ ยังไงฉันก็คิดว่าเธอยังคงมีบางสิ่งที่เหมือนกับมนุษย์หลงเหลืออยู่นะ

ณ ลานประมูลตลาดมืด

หลายชั่วโมงผ่านไปในที่สุดก็ถึงเวลาที่งานประมูลกำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว ฉันที่อยู่ในกรงหลังม่านในชุดเดรสสีขาวสะอาดตาขับผิวสีแทนฉันให้ดูเด่นขึ้น กำลังนั่งนิ่งๆ เพื่อรอถูกส่งออกไปประมูลอยู่ ข้างหลังนี่ยังมีเผ่าพันธุ์อื่นๆ อีกมาก ทุกคนล้วนอยู่ในกรงขังที่สภาพดูแย่กว่าฉันมาก ฉันเห็นว่าบางคนก็กำลังร้องไห้ ดูเงียบ พยายามกัดแทะลูกกรงก็มี คงจะมีแค่ฉันคนเดียวสินะที่ไม่ได้พยายามต่อต้าน...

"รู้สึกยังไงบ้างแม่มังกรน้อย?"

"อาคูส..."

ฉันมองอาคูสที่เดินมาหาในชุดแต่งตัวเต็มยศไม่เหมือนวินาทีแรกที่เราสองคนเจอกันเลย ฉันส่งยิ้มให้เขาแล้วเอ่ยประชดกลับ

"ไม่รู้สึกยังไงหรอก ถ้าให้ดีขอคนดีๆ ละกัน"

"หึ เจ้าแปลกจริงๆ นะ ตั้งแต่ครั้งแรกแล้วที่ข้าเห็นเจ้าก็รู้สึกว่าเจ้าไม่ธรรมดาสักนิด ถ้าไม่ติดว่าตาแก่อุลติดหนี้ข้านะ ข้าคงไม่เอาเจ้ามาขายแบบนี้หรอก"

"ฝากดูแลหลุมศพอุลด้วยนะ ข้าหวังว่าเจ้าจะรักษาสัญญา"

"ข้าเป็นคนพูดคำไหนคำนั้น ไม่ต้องห่วง..." อาคูสเอื้อมมือมาลูบหัวฉันเบาๆ ก่อนจะพูดต่อ "ลาก่อนนะไซเนียร์"

หลังจากร่ำลากันเพียงเล็กน้อย ความกลัว ความตื่นเต้นทุกอย่างก็เริ่มถาโถมเข้ามาหา จนฉันไม่แน่ใจแล้วว่าตกลงรู้สึกแบบไหนอยู่กันแน่ พวกอสูรรับใช้เริ่มกรูเข้ามาจับกรงขังทีละตัวๆ กรงขังที่ขังฉันไว้ค่อยๆ เคลื่อนตัวไปข้างหน้าและหยุดอยู่ตรงหลังม่านที่รอเปิด ฉันได้ยินเสียงพวกที่อยู่ข้างหน้ากำลังส่งเสียงโห่ร้องให้รีบเปิดม่านไวๆ ไม่ขาดสาย ยังไม่ทันคิดไรได้เท่าไรเสียงประกาศของอาคูสก็ดังขึ้น

"เอาล่ะครับ ในที่สุดก็ถึงเวลาที่ทุกรอคอย สินค้าประมูลชั้นยอดระดับ SSS ที่หนึ่งร้อยปีจะมีสักครั้ง จัดว่าหาได้ยากยิ่ง!!"

"มังกรสีดำ ไซเนียร์!!"

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel