บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 2 ฉันเนี่ยนะ สินค้าระดับSSS (1)

หลังจากที่ฉันตอบตกลง (กึ่งโดนบังคับ) จากอาคูสแล้ว เงื่อนไขที่ฉันร้องขอต่อเขาไปก่อนหน้านี้ก็คือ ช่วยทำหลุมฝังศพให้อุลหน่อย ถ้าจะให้ดีก็ควรจะมีคนคอยมาดูแลสุสานด้วย ซึ่งตอนแรกฉันไม่คิดเลยว่าอาคูสจะตอบตกลงอย่างง่ายดาย ฉันคิดว่าเขาจะไม่ช่วยแถมจะลากฉันไปกับเขาด้วยให้ได้อีก

'เรื่องแค่นี้เอง ยังไงเสียข้าก็กะจะทำหลุมศพให้เพื่อนเก่าอยู่แล้ว'

ที่พูดออกมาก็ไม่รู้ว่าเขาพูดจริงไหม แต่หลังจากตกลงกันเสร็จเขาก็จัดการทำหลุมศพให้อุลอย่างที่พูดเอาไว้ ถึงแม้ว่าจะไม่ได้ลงมือทำเองแต่ให้อสูรรับใช้ทำแทนก็เถอะ อสูรของอาคูสมีหน้าตาเหมือนงูเลย น่ากลัวมากๆ เลยล่ะ

ตอนนี้ฉันมาอยู่บนรถลาก ซึ่งกำลังมุ่งหน้าไปยังสถานที่ที่อาคูสเรียกว่า 'ตลาดมืด' ภายในรถลากมีฉันกับอาคูสนั่งกันอยู่แค่สองคนเท่านั้น สภาพของฉันที่ตอนนี้มีปลอกคอทาสกับโซ่ตรวนคล้องข้อมืออยู่ทำให้ฉันรู้สึกเศร้าเล็กน้อย ผิดกับอาคูสที่ดูจะอารมณ์ดีเป็นพิเศษ ไม่รู้เป็นเพราะว่าเขาได้ตัวฉันไปขายทอดตลาดต่อหรือว่ายังไง

"ไม่กินหน่อยเหรอแม่มังกรน้อย ข้าอุตส่าห์ให้อสูรของข้าไปหาของชั้นดีเกรดAมาให้เชียวนะ ในสถานที่แบบนี้จะจัดหาเนื้อชั้นดีมาได้น่ะมันยากมากๆ เลยนะ"

ถ้าไม่ติดว่าสภาพฉันเหมือนทาสนะ เขาคงเป็นผู้ชายที่ใจดีคนหนึ่งเลยล่ะ

"จะให้ข้ากินลงได้ไง ในสภาพแบบนี้?"

ฉันถามแล้วยกข้อมือสองข้างที่ถูกล็อกไว้ด้วยโซ่ตรวนอันหนักอึ้งที่ทำไม่ได้แม้แต่จะขยับด้วยซ้ำให้เขาดูว่าฉันไม่สามารถจะขยับได้ แล้วจะให้ฉันกินเนื้อย่างบนโต๊ะได้ยังไง

"เออจริง ข้าลืมไป โทษทีๆ"

อาคูสหัวเราะเหมือนเพิ่งจะนึกได้ก่อนจะเอากุญแจมาไขโซ่ตรวนตรงข้อมือของฉันออก

เคร้ง...

โซ่ตรวนที่ล็อกข้อมือของฉันถูกถอดออกอย่างง่ายดายมันหล่นลงกับพื้นไปแล้ว ทำให้ตอนนี้ฉันสามารถขยับมือได้แล้ว เลยไม่รีรอที่จะหยิบชิ้นเนื้อที่ถูกย่างจนสุกดีแล้วในจานขึ้นมาแล้วฉีกเป็นชิ้นเล็กๆ ก่อนจะหยิบใส่ปากแล้วเคี้ยวอย่างหิวโหย

"น่าแปลกนะ ที่เจ้าไม่ได้คิดจะหนีเหมือนทาสตัวอื่นๆ..."

อาคูสหัวเราะเบาๆ ในลำคอ พลางจิบไวน์ในมือ ซึ่งสีของไวน์ดูไม่เหมือนไวน์ที่ฉันเห็นในชาติก่อนเอาซะเลย สีมันออกเขียวๆ ดำๆ ฉันไม่กล้าถามเลยว่าไวน์นั่นทำมาจากอะไร

"ทำยังกับหนีแล้วเจ้าจะไม่ตามงั้นแหละ อีกอย่างข้าเชื่อว่าข้าน่าจะหนีไม่ได้กี่ก้าวหรอก คงจะโดนอสูรของเจ้าฆ่าตายซะก่อน..."

ฉันพูดในปากก็เคี้ยวเนื้อรสดีที่อาคูสบอกอย่างเอร็ดอร่อย แต่สายตาก็เหลือบมองออกไปนอกรถที่มีพวกสัตว์อสูรใส่ปลอกคออยู่ แต่ปลอกคอของพวกมันดูต่างจากของฉันมาก เพราะที่พวกมันใส่เป็นปลอกคอมีหนามแหลมรอบๆ ซึ่งดูน่าจะเจ็บกว่าที่ฉันใส่เยอะ ฉันเชื่อว่าพอฉันก้าวพ้นประตูรถลากเมื่อไรพวกมันคงจะพร้อมใจกันฉีกฉันออกเป็นชิ้นๆ ตามคำสั่งเจ้านายมันแน่ๆ

"เจ้าฉลาดดีนะ ข้าชอบพวกคนฉลาดๆ แต่ไม่โง่ อย่างเจ้านี่เรียกว่าไหวพริบดีอีกต่างหาก"

การที่ฉันได้มานั่งอยู่ในรถคันเดียวกับอาคูสถือว่าโชคดีกว่าทาสคนอื่นๆ มาก เพราะคันด้านหลังที่เป็นกรงใส่พวกทาสหลากเผ่าพันธุ์เรียกว่าแออัดมาก อยู่กันแบบเบียดแน่นชนิดที่แทบจะหายใจไม่ออกเลยมั้ง ฉันควรจะดีใจหรือเปล่านะที่อุลเป็นเพื่อนกับอาคูสเลยทำให้ได้อภิสิทธิ์ดีกว่าของคนอื่น

"ข้าแค่ไม่อยากเจ็บตัว"

ใช่ กะอีแค่ปลอกคอที่ใส่อยู่ก็เจ็บจะแย่อยู่แล้ว ขืนทำอะไรขัดใจตานี่ขึ้นมา เกิดเขาทำร้ายฉันขึ้นมาไม่แย่เลยเหรอ

"เจ้าก็เจ็บมาก่อนหน้านี้แล้วนี่ ยังเจ็บแผลที่ปีกอยู่อีกไหมล่ะแม่มังกรน้อย?"

"ก็ไม่เจ็บเท่าไรแล้ว ต้องขอบคุณเจ้าเลยล่ะเพราะเจ้าช่วยรักษาบาดแผลให้ข้า"

ก่อนที่จะออกเดินทางอาคูสใช้เวทมนตร์ช่วยห้ามเลือดกับทำแผลให้ฉัน ถึงแม้สภาพปีกจะไม่ได้กลับมาเต็มร้อย ก็ยังดีกว่าก่อนหน้าที่เลือดไหลอยู่ตลอดเวลา

"อย่าเข้าใจผิด ข้าแค่ไม่อยากให้สินค้าบาดเจ็บก็เท่านั้นแหละ เดี๋ยวราคามันจะตกเอาเวลาขาย..."

อาคูสบอกด้วยสีหน้าเขินๆ เพราะอยู่ๆ ก็โดนฉันขอบคุณแบบไม่ทันตั้งตัว

"ถึงยังงั้นก็ต้องขอบคุณอยู่ดี ไม่งั้นข้าอาจจะตายเพราะเสียเลือดไปแล้ว"

"ตอนนี้ยังขอบคุณข้าได้อยู่หรอก พอไปถึงที่หมายเจ้ายังจะรู้สึกขอบคุณข้าหรือเปล่าเถอะ หึๆ"

นั่นน่ะสิ...จะยังรู้สึกแบบนั้นหรือเปล่านะ?

"อ้าว พูดถึงก็นั่นไง เห็นไหม ข้างหน้าน่ะ นั่นแหละ 'ตลาดมืด' ของข้าไงล่ะ"

ฉันชะโงกหน้าออกไปนอกหน้าต่างก่อนจะพบว่าอีกไม่ไกลนักข้างหน้าเป็นเมืองที่ดูใหญ่อยู่ไม่ใช่น้อย แต่บรรยากาศของมันดูน่ากลัวมากๆ...

นั่นเหรอ...ตลาดมืด สถานที่ที่ฉันจะโดนเอาไปขาย

ตลาดมืดสถานที่ที่อาคูสบอกว่าตัวเขาเป็นเจ้าของที่นี่ สถานที่มันแลดูเหมือนเมืองสลัมเก่าๆ มากกว่า ถึงมันจะดูคึกคักเหมือนเวลาคนเขามาเที่ยวตลาดกลางดึกก็เถอะ แต่ก็ออกแนวน่ากลัวสยองขวัญมากกว่า มีปีศาจหลากหลายสายพันธุ์เดินกันอยู่เต็มไปหมด แต่ละตัวสวมใส่เสื้อผ้าราวกับว่าตัวเองเป็นมนุษย์ยังไงยังงั้น ซึ่งมันแสดงให้เห็นว่าพวกมันแตกต่างจากปีศาจทั่วๆ ไปที่ฉันเห็นก่อนหน้านี้มากแค่ไหน

"ปีศาจที่นี่แตกต่างจากที่เจ้าเห็นมากนะ เห็นอย่างนี้พวกนั้นมีระดับชนชั้นต่างกันออกไป ทั้งพลังกาย พลังเวท สติปัญญา ไม่เหมือนปีศาจข้างนอกที่มีแต่ความคิดอยากฆ่าฟันและกินเนื้อมนุษย์ พวกเขามีวิวัฒนาการที่มากขึ้น"

อาคูสเริ่มอธิบายเมื่อเห็นว่าฉันมองปีศาจพวกนั้นราวกับเห็นตัวประหลาดในตู้โชว์

"ชนชั้นเหรอ..."

"อา...ระดับสูงสุด ระดับสูง ระดับกลาง และระดับต่ำสุด"

อารมณ์มันคล้ายๆ กับพวกแพลตตินั่ม รอยัลอะไรประมาณนี้ป่ะ เหมือนเครื่องบินหลายๆ คลาส ที่ต้องซื้อตั๋วแยกอะไรยังงั้นสินะ

"พวกปีศาจพวกนี้แยกระดับชนชั้นกันง่ายดูจากดาวสีดำที่ติดตรงผ้าคลุมก็แยกออกแล้วถึงพวกเขาจะแต่งตัวคล้ายๆ กัน นั่น ดูอย่างเจ้านั่นที่ยืนอยู่ตรงมุมตึกสิ"

อาคูสชี้ออกไปนอกหน้าต่างที่มีปีศาจหน้าตาเหมือนหมาป่าใส่ผ้าคลุมอยู่ ฉันสังเกตเห็นว่าดาวสีดำที่ติดตรงผ้าคลุมตรงหัวไหล่ของมันมีอยู่สามดวง

"สามดวง?"

"เจ้านั่นระดับกลาง...ซึ่งถือว่าต่ำกว่าข้าน่ะนะ"

อาคูสว่าพลางยิ้มเยาะแล้วยืดอกเหมือนภูมิใจที่ตัวเองมีระดับสูงกว่าเจ้าหมาป่าตัวนั่น

"ระดับสูงสุดจะมีดาวทั้งหมดห้าดวง ระดับสูงจะมีสี่ดวง ระดับกลางจะมีสามดวง และต่ำสุดคือหนึ่งดวง"

"แค่แบ่งแยกจะช่วยอะไรได้ล่ะ ในเมื่อก็เป็นปีศาจเหมือนกันหมดน่ะ ไม่ใช่ว่าแยกแยะที่ความแข็งแกร่งเหรอ"

อย่างน้อยๆ ในนิยายที่ฉันเคยอ่านก็เป็นแบบนั้นนะ

"นี่ยุคสมัยใหม่แล้ว พวกที่ยังใช้ความป่าเถื่อนน่ะคงจะมีแค่พวกชั้นต่ำเท่านั้นแหละ"

"งั้นแปลว่าอาคูสก็อยู่ระดับสูงสุดน่ะสิ"

อาคูสกลับส่ายหน้ากับคำพูดของฉัน

"ไม่หรอก ข้าน่ะอย่างมากก็แค่ห้าดวงเท่านั้นแหละ คนที่อยู่ระดับสูงที่สุดกว่าใครๆ น่ะ ยังมีอยู่อีกท่านนะ ท่านเป็นคนที่ยืนอยู่เหนือพวกเราเหล่าปีศาจทั้งปวง ทั้งพลัง อำนาจ ทุกสิ่งทุกอย่าง เจ้าเห็นสิ่งที่อยู่บนฟ้านั่นไหม?"

ฉันมองออกไปนอกหน้าต่างแล้วแหงนหน้ามองท้องฟ้าก่อนจะพบว่ามีสิ่งที่คล้ายกับปราสาทสีดำกำลังลอยอยู่บนท้องฟ้า บรรยากาศของปราสาทนั่นชวนน่ากลัวว่าตลาดมืดที่นี่ซะอีก

"นั่นคืออะไรน่ะ..."

ตึกตักตึกตัก...

หัวใจของฉันเต้นระรัวโดยไม่มีสาเหตุ ฉันถามทั้งๆที่ในใจเหมือนจะรู้คำตอบอยู่แล้ว น่าแปลกที่ไม่เคยเห็นมาก่อนแต่กลับมีความรู้สึกรับรู้ได้ว่าสิ่งๆ นั้นมีใครอาศัยอยู่...

"นั่นคือปราสาทที่ท่านจอมมารแดรีลอาศัยอยู่ ข้าก็เคยเห็นท่านนะ แต่นานๆ ทีท่านจะแวะเวียนลงมาข้างล่างบ้าง แต่นี่ก็ผ่านมาห้าสิบปีแล้วนะที่ข้าไม่ได้เห็นท่านลงมาเลย สงสัยจะยุ่ง"

"ปะ...แปลว่าจอ...เอ๊ย ท่านจอมมารคงไม่ลงมาข้างล่างหรอกใช่ไหม"

"คงไม่หรอก ไม่จำเป็นจะมีอะไรให้ท่านต้องลงมาเยือนข้างล่างล่ะ"

"เหรอ..."

แล้วถ้าเกิดจอมมารคนนั้นลงมาข้างล่างล่ะ...ฉันต้องถูกเขาพากลับไปด้วยหรือเปล่า

ฉันได้แต่เก็บคำถามนี้ไว้ในใจ...

"เจ้าดูหน้าซีดๆ นะ เป็นอะไรไป เจ็บแผลหรือ?"

อาคูสถามก่อนจะจับใบหน้าของฉันขึ้นมาดูอย่างพิจารณา ฉันหันหน้าหนีก่อนจะบอกปัดเพื่อไม่ให้อาคูสซักไซ้ถามฉันต่อ

"เปล่าหรอก ข้าสบายดี...ข้าแค่กังวลนิดหน่อยที่จะต้องถูกขาย"

"นึกว่าอะไรซะอีก ไม่ต้องห่วงหรอก ยังไงข้าก็จะให้เจ้าได้เจอเจ้านายดีๆ แน่"

เจ้านายเหรอ...คำๆ นี้ชวนให้หัวใจของฉันรู้สึกกระตุกแบบแปลกๆ อาจจะเป็นเพราะคำสัญญาของอุลกับตาบ้าจอมมารอะไรนั่นก็เป็นได้ เลยทำให้ฉันรู้สึกกังวลขึ้นมาแบบนี้ ทั้งๆ ที่มันอาจจะไม่มีอะไรเกิดขึ้นแท้ๆ...

'ไซเนียร์......'

"เอ๊ะ...เจ้าเรียกข้าเหรอ?"

ฉันเงยหน้าถามอาคูสที่กำลังดูเอกสารอะไรสักอย่างอยู่ เขามองหน้าฉันอย่างแปลกใจแล้วพูดขึ้น

"หือ เปล่านะ ละเมออะไรของเจ้าน่ะ"

"แต่ตะกี้..."

เหมือนฉันจะได้ยินเสียงใครเรียกชื่อของฉันนะ...

"นายท่านยินดีต้อนรับกลับค่ะ..."

พอรถลากหยุดจอดรถตรงหน้าคฤหาสน์หลังใหญ่โตไม่ถึงนาทีก็มีปีศาจรับใช้สองตัวโผล่มาจากไหนไม่รู้รีบเข้ามาเปิดประตูรถให้อาคูสทันที อาคูสยิ้มก่อนจะลูบหัวอสูรตรงหน้าที่เป็นผู้หญิงแล้วพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

"กลับมาแล้วเลทเต้ ข้าไม่อยู่ ทุกอย่างสงบดีใช่ไหม"

"มีทาสหลบหนีไปค่ะ แต่ไม่ต้องห่วงนะคะ ข้าจับมันกลับมาขังไว้ได้ตามเดิมแล้วค่ะ"

แรกประโยคที่ปีศาจสาวชื่อ เลทเต้ พูดทำให้อาคูสขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะคลายลงเพราะท้ายประโยคที่เธอเอ่ยจบ

"ทำงานได้ดี ว่าแต่ทำไมมันหลบหนีได้ล่ะ"

อาคูสส่งเสื้อคลุมให้กับเลทเต้แล้วก้าวเท้าลงมา ซึ่งก็ทำให้ฉันต้องเดินตามลงมาด้วยอย่างช่วยไม่ได้ แวบหนึ่งฉันสังเกตเห็นว่าสายตาของเลทเต้มองฉันอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะรายงานอาคูสต่อ

"มันฉวยโอกาสตอนผู้คุมทำความสะอาดกรงค่ะ ข้าสั่งลดเงินของผู้คุมตนนั้นเรียบร้อยแล้วค่ะ"

"เอาเถอะ ผิดพลาดได้แค่ครั้งเดียวข้าก็โอเค แต่ถ้าหลายๆ ครั้งเข้า เจ้าคงรู้นะว่าจะต้องทำยังไง"

"ค่ะนายท่าน"

"นายท่านครับ ผู้หญิงข้างๆ ท่านคือ?"

ปีศาจรับใช้อีกตัวที่อยู่ๆ ข้างเลทเต้ทักถามขึ้นแล้วจ้องมองมายังฉันด้วยความสงสัย ลักษณะของเขาคล้ายๆ กับมนุษย์แต่ติดตรงที่มือกับเท้าของเขาเป็นอุ้งเท้าของสัตว์นี่สิ

"อ่า ลืมแนะนำเลย นี่สินค้าใหม่ของข้าฉันเอง ชื่อ...เอ่อ เจ้าชื่ออะไรนะ"

ใช่สินะ ฉันยังไม่ได้บอกชื่อกับอาคูสเลยนี่นา

"ไซเนียร์ ข้าชื่อ ไซเนียร์"

"เจ้าเป็นมังกรเหรอเนี่ย นายท่านอุตส่าห์หาของระดับนี้มาได้ยังไงคะเนี่ย ข้าล่ะแปลกใจจริงๆ"

เลทเต้พูดน้ำเสียงตื่นเต้น เธอเดินวนรอบๆ ตัวฉันแล้วมองอย่างพิจารณาเหมือนกับว่าเธอได้เห็นของแปลกประหลาดเข้าให้

"อย่าแกล้งนางสิ เลทเต้ ไซเนียร์เป็นสินค้าชั้นยอดที่ข้าจะจัดประมูลในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้ล่ะนะ ยังไงก็ดูแลให้ดีล่ะ"

"รับทราบค่ะ"

"แล้วจะจัดให้นางอยู่ระดับชั้นไหนดีครับนายท่าน?"

ระดับชั้นงั้นเหรอ??

"เจ้าก็พูดเหมือนไม่รู้ใจข้า นางเป็นของหายากร้อยปีจะมีสักหนเชียวนะ ต้องระดับSSSสิ"

"ตามแต่ท่านบัญชาเลยครับ เลทเต้เจ้าพานางไปที่ห้องรับรองเสียข้าจะพานายท่านไปดูงานตรงส่วนอื่นก่อน"

"ได้ๆ งั้นบรัมอย่าลืมจัดอาหารมาให้ที่ห้องด้วยล่ะ"

ปีศาจที่ชื่อ บรัม พยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะนำทางให้อาคูสไป อาคูสหันมามองฉันเล็กน้อยก่อนจะขยิบตายิ้มให้ แล้วพวกเขาสองคนก็หายเข้าไปในห้องๆ หนึ่ง ทำให้ตอนนี้เหลือฉันกับเลทเต้แค่สองคน

"งั้นข้าจะนำพาเจ้าไปยังห้องพักผ่อนเองนะ ดีใจซะเถอะที่นายท่านเมตตาให้เจ้าอยู่ระดับSSSเพราะข้าไม่เคยเห็นใครได้อยู่ระดับนี้มานานมากแล้ว เอ้า พวกกรูซพวกเจ้าจงนำทาสเหล่านั้นไปขังไว้ในกรงซะ!"

เลทเต้หันไปออกคำสั่งเสียงดัง เพียงเท่านั้น พวกกรูซที่หน้าตาเหมือนกอลลั่มหน้าตาน่ากลัวชวนสะอิดสะเอียนก็ออกมากันนับสิบๆ ตัว ทำเอาฉันรู้สึกขนลุกคลื่นไส้สุดๆ พวกมันรีบลากรถกรงขังที่มีพวกทาสอยู่ทยอยกันเข็นไปด้านหลังอีกฝั่งของประตูเหล็กบานใหญ่ซึ่งฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าพวกทาสเหล่านั้นจะเป็นตายร้ายดียังไงบ้าง

โชคดีจริงๆ นั่นแหละที่รู้จักอาคูสในระดับหนึ่ง...

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel