บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 1 เกิดใหม่ในต่างโลกกลายเป็นมังกร? (2)

หลังจากรับรู้ว่าใครคือคนที่จะมา 'รับเลี้ยง' ฉันต่อจากอุล ก็ทำเอาฉันเฟลไปพักใหญ่ แทบจะทำใจไม่ได้จนต้องออกมาสูดอากาศมืดๆ ข้างนอก อากาศที่นี่ก็ไม่ได้ช่วยให้จิตใจของฉันดีขึ้นสักนิด เพราะข้างนอกมีแต่หมอกพิษเต็มไปหมด สมกับที่เป็นซีกโลกที่เหล่าปีศาจอาศัยกันอยู่จริงๆ นี่ถ้าไม่ติดว่าฉันเป็นมังกรฉันคงจะตายไปนานแล้ว

อุลบอกกับฉันว่าการที่เขาต้องส่งต่อฉันให้จอมมารแดรีลอะไรนั่นเลี้ยงดูเป็นเพราะอุลนั่นชรามากแล้ว ถ้าเทียบกับอายุของมนุษย์แล้ว จริงๆ อุลเองก็อายุได้ 100ปีเลยนะ แต่เพราะมีเวทมนตร์ไหลเวียนอยู่ในร่างกาย ทำให้ร่างกายยืดอายุต่อไปได้นานมากกว่าของมนุษย์เท่าหนึ่งก็แค่นั้นเอง

แต่ในใจของฉันน่ะยึดติดกับการอยู่กับอุลมากกว่าที่จะต้องไปอยู่กับคนแปลกหน้านี่นา ให้เลือกระหว่างคนที่ดูแลฉันเมื่อฉันลืมตาตื่นขึ้นมา กับ คนที่อยู่ๆ เราต้องรับรู้ทีหลังว่าต้องไปร่วมอาศัยอยู่กับเขา ไม่รู้ว่าจอมมารคนนั้นจะจับฉันต้มยำทำแกงมังกรหรือเปล่าก็ไม่รู้ ได้แต่หวังว่าผู้ชายคนนั้นจะเป็นคนชอบกินพืชมากกว่าเนื้อสัตว์นะ ฮือ

บรึ้ม!!

แต่จู่ๆ ระหว่างที่ฉันกำลังคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย อยู่ๆ ก็เกิดเสียงระเบิดดังขึ้นสนั่นลั่น ฉันหันขวับไปมอง ด้วยเพราะสายตาของมังกรมันดีหรือเปล่าไม่รู้ ฉันถึงรีบพยายามวิ่งกลับไปที่ถ้ำ

"กรร!! (อุล!!!) "

พอมาถึงถ้ำที่อยู่ไม่ไกลนักจากเมื่อกี้นี้ ฉันรีบมองเข้าไปข้างในก็พบแต่ควันและฝุ่นที่เกิดจากการระเบิดทำให้ไม่เห็นร่างของอุลเลยแม้แต่นิดเดียว

"ไซเนียร์! เจ้าหนีออกไปข้างนอกก่อนซะ!"

พอฉันได้ยินเสียงของอุลก็เหมือนทำให้ฉันจับตำแหน่งที่อุลอยู่ได้ ฉันรีบก้าวเท้าเข้าไปข้างในอย่างรวดเร็วโดยไม่ฟังเสียงคำเตือนของอุล แต่พอเข้ามาถึงข้างในตัวถ้ำได้ฉันถึงกับช็อกเมื่อเห็นภาพตรงหน้า

"นะ...หนี...ไป...ไซเนี..."

อุลที่อยู่ในสภาพสะบักสะบอมเลือดโชกเต็มตัว ตามตัวมีรอยขีดข่วนทั่วร่างกาย แม้กระนั้นในสภาพที่แทบจะไม่มีแรงจะลุกยืนไหวก็ยังพยายามหันมาเตือนฉันด้วยน้ำเสียงอ่อนแรง ข้างๆ มีปีศาจตัวโตลักษณะหน้าตาเหมือนยักษ์สีม่วง ในมือถือดาบเล่มยาวอยู่ มันหันมามองฉันพร้อมแสยะยิ้มอย่างสะใจ

"เคี้ยกๆ แกเองสินะมังกรของมัน อีกเดี๋ยวฉันจะเอ็นดูแกเอง ไม่ต้องห่วงไปหรอก"

"กรร!! (ไม่นะ!!) "

ฉันส่งเสียงร้องห้ามสุดเสียงเรียกว่าดังสนั่นลั่นถ้ำก็ว่าได้ ก่อนจะพุ่งตัวเข้าไปหาเจ้ายักษ์นั่นอย่างไม่คิดชีวิต ฉันกระแทกลำตัวใส่เจ้ายักษ์นั่นเต็มแรงจนมันเสียหลักไปกระแทกกับกำแพงถ้ำ

"เคี้ยกกกกก!!!!"

มันส่งเสียงร้องลั่นด้วยความเจ็บปวดคงคิดไม่ถึงว่าฉันจะมีแรงมากขนาดกระแทกตัวมันจนกระเด็นได้ขนาดนี้ ฉันฉวยจังหวะที่มันประมาทสบโอกาสรีบพาร่างของอุลออกไปอย่างทุลักทุเล

"หนี...ไป...ไม่ต้องห่วงข้า..."

"กรรรรร... (ข้าจะไปทำยังงั้นได้ล่ะ) "

ใครจะทิ้งเขาได้ลงคอในสภาพแบบนี้ แม้จะรู้จักเขาไม่กี่วันตั้งแต่ลืมตาตื่นมา เพียงเพราะความทรงจำที่อยู่ในหัวก็รับรู้ได้ว่าอุลเป็นคนที่ใจดี อบอุ่น ให้ความรักกับฉันมากขนาดไหน ถึงต้องตายอีกรอบฉันก็คงไม่เสียดายชีวิตหรอก

"เคี้ยกกกๆๆๆๆ!!"

ฉันเหลียวหลังไปมองเพียงเสี้ยวแวบหนึ่งก่อนจะตกใจเมื่อเจ้ายักษ์นั่นพุ่งตัวกระโดดเข้ามาหาฉันได้แบบประชิดตัว หน้าตาของมันเรียกว่าทำเอาฉันผวาทีเดียว

ฉัวะ!!!

"กิ๊ซซซซ!!!!!"

ถึงแม้ฉันจะพยายามวิ่งหนีสุดชีวิตแค่ไหน แต่ก็ยังไม่พ้นเงื้อมมือของมัน ดาบเล่มยาวถูกตวัดเข้าที่ปีกด้านซ้ายของฉันเข้าอย่างจัง ความเจ็บปวด รวดร้าวราวกับว่าร่างกายจะถูกฉีกออกเป็นชิ้นๆ วิ่งไปทั่วร่างกายของฉัน

"ไซ...เนี...ทิ้งข้าไว้..."

อุลบอกด่วยน้ำเสียงอ่อนแรงในอ้อมแขนของฉัน ฉันได้แต่ส่ายหน้าพยายามฝืนความเจ็บปวดไว้แม้มันจะเจ็บเจียนตาย ปีกสีดำด้านซ้ายของฉันตอนนี้แหว่งจนไม่เหลือสภาพเค้าโครงเดิมแม้แต่นิดเดียว ตอนนี้ต่อให้บินได้ฉันก็คงบินไม่ขึ้นอยู่ดี

ถึงจะบอกยอมตายอีกรอบได้ก็จริง แต่ไม่ได้หมายความว่าจะอยากตายเร็วขนาดนี้สักหน่อย!!

"กั๊กๆๆ ปีกแบบนั้นจะหนีไปได้สักเท่าไรเชียว เจ้ามังกรน้อย"

เจ้ายักษ์พูดพร้อมกับส่งเสียงหัวเราะ ในมือกวัดแกว่งดาบไปมาอย่างสนุกสนานราวกับว่ากำลังได้ล่าเหยื่อชั้นดี

แย่ล่ะสิ สุดปลายทางแล้ว!

กว่าจะรู้ตัวว่าหนีออกจากถ้ำได้สำเร็จก็จริง แต่ดันเผลอวิ่งออกมาแบบไม่คิดหน้าคิดหลังเลย ตัวฉันที่อุ้มอุลไว้ตอนนี้มาติดแหง็กอยู่ตรงหน้าผาซะแล้ว พอหันหลังกลับไปก็พบว่าเจ้ายักษ์นั่นยืนอยู่ตรงหน้าแถมทำท่าพร้อมจะจู่โจมพวกฉันตลอดเวลาด้วย

"ไซเนี...ข้า...อยากอยู่ดูแลเจ้ามากกว่านี้...แต่ดูเหมือนคนแก่ผู้นี้จะไม่เหลือเวลามากขนาดนั้นแล้ว..."

อุลจับมือฉัน จู่ๆ ร่างกายของฉันก็อุ่นวาบและเรืองแสงสีทองออกมาทำให้ฉันตกใจจนมองหน้าอุล อุลส่งยิ้มกลับมาให้ฉันแล้วพูดขึ้น

"ข้า...รู้ว่าเจ้า...ไม่ใช่ไซเนียร์ แต่ในเมื่อเจ้ามาอยู่ในร่างนี้แล้ว ข้าก็ถือว่าเจ้าเป็นลูกของข้าแล้ว...ดูแลตัวเองให้ดีล่ะ...เด็กน้อย"

ขะ...เขารู้ว่าฉันไม่ใช่ไซเนียร์!?!

ปุ้ง!!!!!

จู่ๆ ร่างกายที่ใหญ่โตของฉันก็หดลง ระดับสายตา ทุกสิ่งทุกอย่างที่เคยดูเตี้ยตอนนี้กลับอยู่ในระดับพอดี ทำให้ฉันอึ้งไปชั่วขณะ ตอนนี้อุลยืนอยู่ตรงหน้าฉันพร้อมกับร่ายเวทกางบาเรียให้เพื่อไม่ให้เจ้ายักษ์นั่นบุกเข้ามาหา

"ไอ้แก่!!! แกยังไม่ตายอีกเรอะ"

เจ้ายักษ์พูดออกมาอย่างโมโห ก่อนจะใช้มือในดาบฟาดไปที่บาเรียครั้งแล้วครั้งเล่า ทั้งๆที่ปกติบาเรียน่าจะแข็งแรง หรือเป็นเพราะอุลไม่อยู่ในสภาพปกติก็ไม่รู้บาเรียถึงได้เริ่มมีรอยร้าว

"อะ...อุ...ล"

เอ๊ะ ตะกี้ฉัน? ส่งเสียงออกไปได้ ทำไมล่ะ

พอก้มมองตัวเองถึงได้รับรู้ว่าตัวเองตอนนี้อยู่ในร่างของมนุษย์ทั่วไปในสภาพที่เปลือยเปล่าไม่มีแม้แต่เสื้อผ้าสักชิ้นสวมใส่อยู่

"ข้าคงยื้อได้อีกไม่นาน...ขอแค่ครั้งเดียว แค่ส่งเจ้าไปได้ก็พอ"

อุลหันฝ่ามือมาทางฉัน ปากก็เอ่ยคำร่ายที่ฉันไม่เข้าใจออกมา ทันใดนั้นก็มีแสงสีขาวโอบอุ้มร่างกายฉันไว้ ฉันตกใจพยายามจะขยับตัวเข้าไปหาอุล แต่กลับเคลื่อนไหวไม่ได้ดั่งใจได้แต่ยกมือขึ้นพร้อมกับเรียกชื่ออุล

"อุ..ล...ไม่...นะ...ไม่...ขะ...ขอ...ร้อ...ง....อย่า..ทิ้ง...กัน...แบบนี้"

ประโยคของฉันที่พูดออกไปราวกับเด็กทารกแรกเกิดที่หัดพูดไม่มีผิด ทั้งๆ ยังงั้นฉันกลับทำอะไรไม่ได้ ทำได้เพียงมองอุลที่ส่งยิ้มมาให้ฉัน

"ลาก่อน...ลูกสาวของข้า"

"อุล!!"

"เจ็บ..."

ความเจ็บปวดที่ยังหลงเหลืออยู่บนร่างกายปลุกให้ฉันลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้ง แต่ครั้งนี้กลับไม่เหมือนครั้งแรก เพราะว่าไม่มีใครอยู่รอบตัวฉันเลย แม้แต่อุลก็ยังไม่อยู่...

ฉ้นหันไปมองสภาพปีกด้านหลังของตัวเองก็พบว่าปีกสีดำของฉันไม่เหลือเค้าโครงรูปร่างเดิมเลย ปีกมันขาดไปครึ่งหนึ่งทำให้ฉันทำไม่ได้แม้แต่จะขยับปีกเล่นเหมือนครั้งแรก รอบๆ ข้างเป็นป่าไม้ทึบที่จะเรียกว่ารกก็ว่าได้ ฉันไม่รู้ว่าตัวเองมาโผล่ที่นี่ได้ยังไง แต่ที่แน่ๆ มันห่างไกลจากหุบเขาที่ฉันอาศัยอยู่กับอุลมากๆ

ตอนนี้อุลจะเป็นยังไงบ้าง?

ปลอดภัยดีหรือเปล่า?

หรือจะบาดเจ็บสาหัสกันนะ?

คำถามเหล่านี้วนเวียนอยู่ในหัวของฉันซ้ำแล้วซ้ำเล่า ความรู้สึกเป็นห่วงถาโถมเข้ามาเรื่อยๆ ทำให้ฉันรู้สึกร้อนอกร้อนใจเหลือเกิน แต่เพราะร่างกายของฉันยังไม่ได้อยู่ในสภาพที่พร้อมจะเดินเท่าไร ทำให้การเดินไม่ค่อยมั่นคงเท่าที่ควร

"อุ...ล"

การได้เป็นมนุษย์ครั้งแรกของฉันในชาติใหม่ไม่ได้ทำให้ฉันแปลกใจสักเท่าไร ก็ก่อนหน้านี้เป็นมังกรมาตั้งหลายวันนี่เนอะ แต่มันแย่ตรงที่เป็นมนุษย์ไม่ได้ครบทุกส่วนเนี่ยสิ ทั้งปีก ทั้งหู ทั้งหาง ยังอยู่ครบ ก็แค่ร่างกายถูกย่อส่วนลงจากมังกรยักษ์เป็นเด็กสาวก็แค่นั้น ร่างกายของฉันตอนนี้ถ้าเทียบเป็นอายุของมนุษย์คงสัก 15 - 16 ปีได้ล่ะมั้งนะ

การเดินทางด้วยเท้าของร่างนี้มันทำให้ความลำบากในการไปหาอุลของฉันเพิ่มทวีคูณเป็นสองเท่าจริงๆ กว่าจะผ่านป่ารกร้างออกมาได้ก็กินเวลาไปสามชั่วโมงกว่าแล้ว ฉันคิดว่างั้นนะ เพราะรู้สึกเหมือนเวลาผ่านมานานมากๆ หรือเพราะฉันรู้สึกเหนื่อยกันแน่นะ ไหนจะความเจ็บบนหลังที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ถึงแม้เลือดมันจะหยุดไหลไปแล้วก็ตาม

ระยะทางการไปหุบเขามันไกลมากจริงๆ ฉันควรดีใจไหมนะที่อุลเหลือพลังเวทไม่มากถึงขนาดที่จะส่งฉันไปไกลมากกว่านี้ ไม่งั้นฉันคงหาทางกลับมาไม่ถูกจริงๆ จมูกฉันก็ยังดีที่ยังใช้การได้อยู่ ทำให้รู้สึกเหมือนกับว่ายังได้กลิ่นอยู่ แต่อีกกลิ่นหนึ่งที่ฉันได้กลิ่นก็คือ...เลือด เนี่ยสิ

พอมาถึงหุบเขา ฉันก็พยายามลากสังขารของตัวเองไปให้ถึงข้างบน มันช่างยากเย็นจนฉันอดเคืองอุลไม่ได้จริงๆ ฉันไม่ได้ยินเสียงอะไรเลยเหมือนตอนแรก หรือเพราะทุกอย่างมันจบลงหมดแล้วก็ไม่รู้

"อุล!!"

แต่พอมาถึงข้างบนได้สำเร็จฉันก็ต้องตกใจเมื่อเห็นอุลนอนจมกองเลือดอยู่ ร่างกายของเขามีแผลเต็มตัว ห่างไปไม่ไกลจากตัวของเขาก็มีร่างของเจ้ายักษ์ม่วงที่ตอนนี้สภาพของมันเหมือนถูกฟันออกเป็นชิ้นๆ แทบจะประกอบกลับไม่ได้ ฉันพุ่งตรงเข้าไปหาอุลอย่างรวดเร็ว แม้ว่าจะกลัวซากศพเจ้ายักษ์นั่นมากขนาดไหน

"อุล...อย่า...ตาย...นะ"

ฉันพยุงร่างของอุลขึ้นมา แต่ก็ไม่มีเสียงตอบกลับจากร่างในอ้อมแขนแม้แต่น้อย ฉันรู้ดีว่าฉันต้องสูญเสียคนสำคัญไปอีกครั้ง ทั้งชาติที่แล้วที่สูญเสียพ่อแม่ตั้งแต่เด็ก พอมาชาติใหม่ที่อุตส่าห์มีโอกาสได้เกิดใหม่ทั้งที ก็ยังต้องมาสูญเสียคนที่เลี้ยงดูฉันมาอีก

ไม่มีอีกแล้วแม้แต่ลมหายใจของชายชราตรงหน้า...

ไม่มีอีกแล้วแม้แต่เสียงเรียกชื่อฉันอย่างอ่อนโยน...

ความสูญเสียนี่มันยากเกินจะรับไหว ฉันอดที่จะร้องไห้ออกมาเสียงดังไม่ได้ ตัวฉันในตอนนี้ไม่ได้กลัวเลยแม้แต่น้อยว่าจะมีปีศาจหรือใครมาได้ยินเสียงของฉันร้องไห้ ฉันแค่ขอได้ร้องไห้ปลดปล่อยความเศร้าในใจออกมาแม้เพียงเล็กน้อยก็ยังดี...

ทำไมฉันต้องมาเจออะไรแบบนี้ด้วย ขอแค่มีความสุข แค่นั้น ฉันก็ไม่ต้องการอะไรอีกแล้วแท้ๆ...

"ฮึก...ฮือ อุล...อุล..."

"สาวน้อย...เจ้าเป็นอะไรไป"

"ใครน่ะ!"

ฉันหันขวับกลับไปมองด้วยความผวา เพราะจู่ๆ ก็มีใครทักฉันขึ้นมาตอนนี้ ทั้งๆ ที่มันไม่ควรจะมีใครในเวลาแบบนี้แท้ๆ ฉันกอดร่างที่เย็นชืดของอุลแน่นพร้อมมองคนตรงหน้าที่เดินตรงมาหาฉัน ผู้ชายตรงหน้าที่แต่งชุดสีดำทั้งตัว ใส่หมวกฟางบนหัว พร้อมกับสะพายถุงสัมภาระอยูด้านหลัง

"นาย...เป็นใคร"

เขาถอดหมวกฟางออกเผยให้เห็นว่าเขาเป็นคนที่ไม่น่าจะใช่คนเต็มร้อยเหมือนกับฉัน เพราะหูของเขานั้นทั้งแหลมและยาวเหมือนพวกเอลฟ์ที่ฉันอ่านในนิยายบ่อยๆ ชายตรงหน้าคลี่ยิ้มกว้างแล้วเอ่ยขึ้น

"ข้ามีนามว่า อาคูส ยินดีทีได้รู้จักนะ สาวน้อย"

"อาคูส?"

ฉันมองชายหนุ่มตรงหน้าด้วยความสงสัยและระแวดระวัง เพราะยังไงสำหรับฉันในตอนนี้เขาก็คือคนแปลกหน้าดีๆ นี่เอง คนเรารู้หน้าไม่รู้ใจอยู่แล้วด้วย

"อย่ากลัวไปเลยสาวน้อย ข้าไม่ใช่คนน่าสงสัยหรอกนะ"

แล้วมีใครที่ไหนอยู่ๆ เขาจะบอกว่าตัวเองไว้ใจไม่ได้บ้างล่ะ...

"ข้าไม่ได้มาที่นี่ตั้งนาน นานๆ ทีแวะผ่านมาพอดีกะจะมาเยี่ยมเพื่อนเก่าเพื่อนแก่ซะหน่อย ชิงตายไปก่อนซะได้ แย่จริงๆ เลยนะ..."

ไม่รู้ทำไมคำพูดของผู้ชายคนนี้ถึงทำให้ฉันรู้สึกเสียวสันหลังขึ้นมาก็ไม่รู้ ทั้งๆ ที่เขาก็กำลังยิ้มอยู่แท้ๆ

"ตาแก่อุลตายไปซะได้ แล้วใครจะมาใช้หนี้ให้ข้าล่ะทีนี้"

นั่นไง...ฉันกะแล้วว่าต้องมีอะไรไม่ชอบมาพากลจริงๆ ด้วย จะมีใครที่ไหนเข้ามาทักแบบไม่มีเหตุไม่มีผลล่ะ

"คุ...จะ...เจ้าต้องการอะไร"

ชั่วแวบหนึ่งฉันเกือบจะหลุดคำว่า 'คุณ' ออกไปแล้ว ถึงแม้ว่าก่อนหน้านี้ฉันจะหลุดคำว่า 'นาย' ออกไปแล้วก็เถอะ ฉันยังไม่ชินกับคำพูดคำจาของโลกใหม่สักเท่าไร บางทีก็เผลอติดภาษาโลกเก่ามาด้วย

อาคูสเลิกคิ้วมองฉันด้วยความสงสัยอยู่ชั่วครู่ก่อนจะคลี่ยิ้มออกมาแล้วพูดต่อ

"ข้าขอแนะนำตัวดีๆ อีกรอบละกันนะ ข้าเป็นพ่อค้าตลาดมืด...ตาแก่อุลกับข้าเป็นเพื่อนกันมานานนับสิบๆ ปีแล้ว เห็นอย่างนี้ข้ากับเจ้านั่นก็อายุไล่เลี่ยกันอยู่นะ"

พูดเป็นเล่นไป! อายุไล่เลี่ยกันเนี่ยนะ หน้าตาของอีตาอาคูสอะไรเนี่ยยังดูหนุ่มต้นๆ อยู่เลยนะ

"ก่อนหน้านี้ประมาณสักสามปีที่แล้วตาแก่มันมาขอยืมเงินข้า...เห็นบอกว่าจะเอาไปใช้เรื่องเร่งด่วน ข้าเห็นว่าเป็นเพื่อนเก่าเพื่อนแก่มานานเลยให้หยิบยืมไป แต่เจ้านั่นก็ไม่ได้บอกข้าด้วยสิว่าเอาไปทำอะไร...เห็นทีข้าว่าตอนนี้พอจะรู้เหตุผลแล้วล่ะนะ"

อาคูสพูดครุ่นคิดก่อนจะเดินวนรอบๆ ตัวฉันแล้วมองฉันอย่างพิจารณา แถมเขายังไม่มีทีท่าจะสนใจร่างของอุลที่ตายในอ้อมแขนของฉันอีกต่างหาก เอาจริงๆ ฉันค่อนข้างเกลียดสายตาของเขาอยู่นะ มันเหมือนกับสายตาของนักล่าที่กำลังจ้องเหยื่อยังไงยังงั้นแหละ ทำเอารู้สึกไม่ดีเอาซะเลย

"ข้าไม่แปลกใจเลยว่าทำไมตาแก่นั่นถึงไม่ยอมให้ข้าพบเจ้า มังกรหายากอย่างเจ้าถ้าข้าเจอก่อนมันเร็วกว่านี้สักหน่อยนะ...หึหึ"

"ตะ...ตกลงเจ้าต้องการอะไรกันแน่ ข้าไม่มีเงินให้หรอกนะ"

"ข้าก็อยากได้เงินอยู่หรอกนะ เอาจริงๆ เงินที่ตาแก่นั่นหยิบยืมไปมันก็หลายร้อยล้านอยู่นะ ไม่ใช่เงินจำนวนน้อยๆ เลย แต่ตาแก่นั่นตายไปแล้ว แถมเจ้าก็ยังเป็นมังกรที่ถูกมันเลี้ยงดูมาไม่ใช่เหรอ"

"แล้วยังไงล่ะ..."

"เห็นทีข้าจะไม่มีทางเลือกสักเท่าไร ข้าก็ไม่อยากจะใจร้ายหรอกนะ"

เคร้ง!!!

พูดจบอาคูสก็เขวี้ยงสิ่งที่คล้ายปลอกคอใส่ฉัน ซึ่งมันก็เหมาะเจาะลงล็อกเข้าที่คอฉันซะด้วย ทำเอาฉันตกใจจนเผลอปล่อยร่างของอุลทันที ก่อนจะจับปลอกคอเพื่อที่จะถอดออก แต่เพียงแค่ปลายนิ้วสัมผัสแตะโดนปลอกคอความร้อนเจ็บแปลบก็วิ่งผ่านปลายนิ้วเข้าสู่ร่างกายจนฉันต้องปล่อยออก

"นะ...นี่มันอะไรน่ะ"

"ขอโทษจริงๆ นะแม่มังกรน้อย แต่เห็นทีข้าคงต้องให้เจ้าชดใช้หนี้แทนตาแก่นั่นซะแล้วล่ะ"

"จะ...จะทำอะไรกับข้า"

พอถามจบอาคูสก็คลี่ยิ้มออกมาเป็นรอยยิ้มที่ชวนฉันขนหัวลุก เขานั่งลงยองๆ ตรงหน้าฉัน ก่อนจะเชยคางฉันขึ้นให้มองหน้าเขา

"ข้าจะเอาเจ้าไปขายในตลาดมืดของข้า"

ตลาดมืด!? ไอ้พวกที่เคยเห็นในข่าวป่ะ ฆ่าหั่นศพไรงี้น่ะหรอ! ไม่ๆๆๆ ฉันยังไม่อยากตายนะ

"นี่ แม่มังกรน้อย ข้าก็ไม่ได้ใจร้ายไส้ระกำซะทีเดียวหรอกนะ อย่าเผลอคิดอะไรไปไกลขนาดนั้นจะได้ไหม?"

"เจ้าไม่ได้จะจับข้าไปฆ่าแยกชิ้นส่วนเหรอ?"

"พรืด...ฮ่าๆ เจ้านี่ตลกดีนะ"

พอฉันถามจบอาคูสก็หลุดหัวเราะออกมาแล้วขยี้หัวฉันเบาๆ อย่างเอ็นดู ท่าทางการกระทำของเขาผิดกับก่อนหน้านี้ไม่มีผิด

"แล้วไม่ใช่เหรอ"

"ข้าเอาเจ้าไปขายก็จริง แต่พวกปีศาจชั้นสูงเดี๋ยวนี้ไม่ได้ป่าเถื่อนเหมือนเมื่อ 1000 ปีก่อนแล้วนะ อา...แต่เจ้ายักษ์ที่ฆ่าตาแก่นั่นเป็นข้อยกเว้นนะ" อาคูสว่าก่อนจะชี้ไปที่ศพเจ้ายักษ์นั่น "ตลาดมืดของข้าเป็นพวกที่รับสิ่งมีชีวิตต่างๆ มาขาย บางทีข้าก็ซื้อต่อมาอีกที ก่อนจะขายให้คนที่สนใจมารับเลี้ยงต่อภายใต้เงื่อนไขที่ข้าตั้งไว้ให้ คือสัตว์เลี้ยงของข้าจะต้องถูกเลี้ยงดูอย่างดีไม่มีการโดนทารุณใดๆ"

เอิ่ม อยากบอกคำอธิบายเขาช่างต่างกับปลอกคอที่ใส่ให้ฉันตอนนี้เลยอ่ะ ดูยังไงๆ ก็บังคับฉันเห็นๆ นี่นา

"ซึ่งกรณีของเจ้ามันช่วยไม่ได้ที่ตาแก่นั่นดันชิงตายไปซะก่อน ไม่งั้นเจ้าคงไม่ต้องซวยมารับเคราะห์แทนหรอกนะ"

"สรุปยังไงๆ เจ้าก็จะเอาข้าไปขายอยู่ดี?"

"ใช่สิ ข้าเป็นพ่อค้า เพื่อนก็เพื่อน ของซื้อของขายก็ต่างหาก ข้าแยกแยะนะ"

เอาจริงๆ ในสายตาฉันอาคูสก็ดูทั้งน่ากลัว ใจดี โหดเหี้ยมในเวลาเดียวกันแหละ แต่ตอนนี้ฉันก็ไม่มีที่ไปด้วย หรือจริงๆ แล้วมีกันนะ...สัญญาการรับเลี้ยงของจอมมารอะไรนั่นจะหมดลงไปเพราะอุลตายหรือเปล่าก็ยังไม่รู้ ฉันคงไม่มีทางเลือกเท่าไร

"ข้า...จะไปด้วยก็ได้"

"อ้าว ว่าง่ายเฉย ก็ดีนะ"

"แต่ข้ามีเงื่อนไขที่ต้องขอร้องให้เจ้าช่วย"

"หืม...แม่มังกรน้อย เจ้านี่เจ้าเล่ห์ไม่เบานะ ได้สิ"

อย่างน้อยนี่ก็เป็นทางเลือกที่ฉันเดินเองแล้ว...

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel