ตอนที่ 1 เกิดใหม่ในต่างโลกกลายเป็นมังกร? (1)
สิ่งแรกที่ฉันเห็นเมื่อลืมตาตื่นไม่ใช่ห้องพยาบาลสีขาวหรือเพดานที่เคยไปประจำเวลาเจ็บป่วย แต่กลับเป็นแผ่นดินรกร้างที่ดูแล้วไม่น่าจะมีแม้แต่สิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ ฉันรู้สึกเหมือนร่างกายนั้นหนักอึ้งราวกับมีอะไรบางอย่างทับฉันอยู่ แม้จะขยับก็ขยับไม่ได้
"กรร... (ทำไมขยับไม่ได้นะ) "
เดี๋ยวนะ!!!
ตะกี้!?!? ไม่ใช่เสียงของฉันหรอกใช่ไหม!?
"กรรรร... (ไม่จริงน่า) "
พอฉันก้มหน้ามองตัวเองถึงได้เห็นว่าตัวเองนั้นในตอนนี้มีสภาพร่างกายเป็นยังไง มือของมนุษย์ที่ควรจะเป็นอยู่กลับมีกรงเล็บยาวแหลมสีดำ
ไม่นะ ไม่! นี่มือฉันจริงๆ น่ะเหรอ!? ตายๆ ฉันต้องฝันไปแน่ๆ
ฉันเริ่มสับสนพร้อมกับยกมือขึ้นเพื่อทดสอบว่าสิ่งที่เห็นเป็นของจริงหรือของปลอม ปรากฏว่าทันทีที่ฉันยกมือขึ้น มือที่มีเล็บอันแหลมคมก็ยกขึ้นตามไปด้วย
นี่สรุปมือฉันจริงๆ เหรอ?
"เจ้ามังกรน้อย เจ้าเป็นอะไรอีกล่ะ"
เสียงปริศนาเสียงหนึ่งดังขึ้นเบื้องหน้าของฉัน ฉันเงยหน้ามองก่อนจะพบว่าเป็นชายชราแก่ๆ คนหนึ่งที่ใส่ผ้าคลุมมิดชิด บนหัวมีหมวกลักษณะคล้ายๆ กับหมวกพ่อมดแม่มดที่เห็นในนิยายเวทมนตร์ที่ฉันชอบอ่านบ่อยๆ ในยามว่างจากการทำงาน
"เจ้าเล่นซนอะไรอีก ถึงได้ถูกหินก้อนใหญ่ทับล่ะนั่น"
พอฟังชายชราพูดจบฉันก็เพิ่งรู้สึกตัวได้ว่าสิ่งที่ทำให้ฉันตัวหนักจนขยับเขยื้อนไม่ได้ ที่แท้เพราะมีหินมาทับอยู่บนตัวนี่เอง
"เจ้าเป็นมังกรที่มีค่ามากนะ อย่าทำให้ตัวเจ้าเองบาดเจ็บสิ"
ชายชราบ่นพลางหัวเราะเบาๆ ด้วยความเอ็นดู ก่อนจะยกมือขึ้นแล้วชี้มาที่หินบนตัวของฉัน
ทันใดนั้น ฉันแทบไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง ก้อนหินบนตัวฉันมันลอยขึ้น! ตอนนี้ตัวของฉันไม่มีอะไรมาทับอีกต่อไปแล้ว ทำให้ฉันสามารถขยับลุกขึ้นได้แม้จะรู้สึกเหมือนตะคริวกินนิดๆ
"อีกไม่กี่วันเจ้าก็ต้องถูกรับไปเลี้ยงแล้วนะ อย่าทำตัวซุกซนนักเลย ข้าล่ะเหนื่อยใจกับเจ้าจริงๆ"
ฉันก็เหนื่อยที่ต้องมาอยู่ในร่างของตัวอะไรก็ไม่รู้ แต่เดี๋ยวนะ ตะกี้เขาเรียกฉันว่า อะ อะไรนะ...มังกรงั้นเหรอ!?
พอฉันลุกเหินเดินสะดวกได้ ฉันก็รีบจ้ำสาวเท้ายาวๆ ของตัวเองไปที่แอ่งน้ำเล็กๆ ไม่ไกลจากตรงหน้าเท่าไร
ตึง ตึง ตึง
แต่เสียงกระทบพื้นเวลาที่ฉันย่ำเท้าทำให้ฉันแทบต้องหยุดชะงักแล้วก้มลงมองเท้าตัวเอง
ไม่นะ...ฉันไม่น่าจะหนักขนาดนั้นป่ะ
ฉันชะโงกหน้าส่องผิวน้ำที่สะท้อนให้เห็นถึงตัวตนของฉันในตอนนี้ทำให้ฉันถึงกับช็อกและตกตะลึงไปตามๆ กัน
ร่างกายใหญ่โต มีกล้ามเนื้อแน่นเป็นปล้องๆ ตามสัดส่วน
ผิวเกล็ดเงาวับสีดำเป็นประกายคล้ายกับเกล็ดของพวกสัตว์เลื้อยคลานเหมือนกับงู
ปีกสองข้างที่มีลักษณะคล้ายกับของค้างคาวแต่ใหญ่โตกว่าถึงสิบเท่า
ถ้าฉันไม่ได้บ้า หรือเพ้อเจ้อไปเองจริงๆ สมองฉันก็ต้องมีปัญหาแน่ๆ นี่มัน...
มังกรชัดๆ เลยนี่หว่า
พระเจ้า นี่ฉันเกิดใหม่อีกครั้งเป็นมังกรเหรอเนี่ย!!!!
คือ ถ้าจำไม่ผิด ฉันน่ะยังเป็นสาวสะพรั่งเอ๊าะๆ นะ วัยทำงานที่กำลังจะประสบความสำเร็จในหน้าที่สิ ฉันควรจะยืนอยู่ในจุดที่ใครๆก็ต้องอิจฉาฉัน ถูกป่ะ แล้วนี่อะไรอ่ะ ดันตายดื้อๆ แล้วมาเกิดใหม่เป็นมังกรเนี่ยนะ ใครมันจะรับได้วะ...แถมจำไม่ได้อีกต่างหากว่าตัวเองตายแบบไหน รู้แค่ว่าตายแล้วแค่นั้นเอง
แกรก แกรก...
ฉันใช้กรงเล็บ (เออ เล็บตัวเองนั่นแหละ) ขูดพื้นเล่นอย่างหงุดหงิด ก่อนจะเหลือบสายตามองชายชราที่กำลังทำอาหารให้ฉันอยู่
"ข้าก็รู้ว่าเจ้ายังอยู่วัยกำลังโต แต่ไม่คิดว่าเจ้าจะยังทำตัวเป็นเด็กๆ นะไซเนียร์"
ใช่ ไซเนียร์ คือชื่อของฉันในชาตินี้ที่ดัน (เสือก) เกิดมาเป็นมังกรค่ะ ชายชราคนนี้เขาชื่อ อุล จากความทรงจำที่ผุดขึ้นมาเป็นฉากๆ ในหัวของฉัน เขาก็เปรียบเสมือนพ่อบังเกิดเกล้าของฉันที่เลี้ยงดูแทนแม่ของฉัน (แน่นอนว่าแม่ก็มังกร) ที่ด่วนตายจากไปซะก่อนหลังจากที่อายุได้สี่ห้าร้อยปี ดูเหมือนอายุขัยของมังกรจะอยู่ที่หนึ่งหมื่นปี ขึ้นอยู่กับว่าพลังในตัวจะเยอะขนาดไหน
"เจ้าต้องกินเยอะๆ จะได้โตไวๆ"
อุลเขาเป็นพ่อมด สารพัดที่จะเป็น บางทีก็ชอบปลอมตัวเป็นพ่อค้าเข้าไปในเมืองของพวกมนุษย์แล้วไปขายของเพื่อหาเงินมาซื้อวัตถุดิบทำอาหารให้กับฉัน
"กรร... (อะไรอ่ะ เนื้อย่างเหรอ?) "
ฉันส่ายหน้าทันทีที่อุลยื่นถาดใส่เนื้อแดงชิ้นก้อนโตที่เหมือนจะถูกย่างมาจนออกแนวไหม้เกรียมให้กับฉัน
เดี๋ยวนะ ปกติฉันต้องกินของพรรค์นี้เหรอ ถึงจริงๆจะรู้อยู่แล้วว่ามังกรเป็นสัตว์กินเนื้อก็เถอะ
"เป็นอะไรไป ไซเนียร์ นี่ของโปรดของเจ้าเลยนะ"
อุลทำสีหน้าประหลาดใจเมื่อเห็นว่าฉันนิ่งงันไม่ยอมกินอาหารที่เขาตั้งใจทำให้
ใครมันจะอยากไปกินเนื้อไหม้เกรียมกัน...
ตึกตัก ตึกตัก
แต่จู่ๆ ชั่วขณะที่ฉันกำลังคิดปฏิเสธอาหารตรงหน้า หัวใจของฉันก็เต้นระรัว จังหวะของหัวใจค่อยๆดังขึ้นและดังขึ้น
ติ๋ง...
"น้ำลายเจ้าไหลแล้วนะ จะเล่นตัวไปทำไมล่ะ"
แม้จะปฏิเสธ ไม่อยากกินขนาดไหน แต่ร่างกายของฉันกลับตอบสนองต่อกลิ่นของเนื้อย่างตรงหน้า กลิ่นของมันหอมกรุ่นเชิญชวนให้ฉันอยากจะเข้าไปคว้ามากิน
นี่ฉันกลายเป็นสัตว์ป่าแล้วจริงๆ เหรอเนี่ย
งั่ม!!
เหมือนว่าตอนนี้ไม่ใช่ร่างกายของฉันก็ว่าได้ ทุกอย่างมันเคลื่อนไหวไปเองหมด ฉันก้มหน้าแล้วเคี้ยวเนื้อย่างตรงหน้าอย่างเอร็ดอร่อย รสชาติของเนื้อย่างออกแนวสุกๆ ดิบๆ ที่ถูกฉันเคี้ยวแล้วค่อยๆ กลืน มันทำให้ฉันทั้งขยะแขยงชวนอ้วกและอิ่มเอมไปพร้อมๆ กัน
กร้วม กร๊อบ งั่ม
"เห็นเจ้ากินแบบนี้ข้าค่อยโล่งใจหน่อย ยังมีอีกเยอะ กินเยอะๆ ล่ะ"
เพียงพริบตาเดียวไม่ถึงสิบนาทีเท่านั้นแหละ เนื้อย่างชิ้นโตชิ้นนั้นก็ลงท้องฉันไปจนหมดเกลี้ยงไม่เหลือแม้แต่กระดูกสักชิ้น
ฮือ นี่ฉันกินเข้าไปจริงๆ เหรอเนี่ย ไม่อยากจะเชื่อเลย
"แสดงว่าเนื้อของปีศาจอีกาจะถูกปากเจ้านะไซเนียร์"
ฉับ ตึง ตึง
เสียงมีดหั่นเนื้อชวนสยองดังเป็นจังหวะทำเอาฉันคิดถึงหนังสยองขวัญขึ้นมาทันตา
"เอ้า จัดไปอีกจาน! นี่ส่วนเด็ดเลยนะ"
ดะ...เดี๋ยวนะ...
"หัวของปีศาจอีกาย่างราดซอส หวังว่าเจ้าจะชอบนะ"
โอ๊ยยยยย แหวะ ฉันจะอ้วกกก ใครก็ได้ช่วยฉันออกไปจากอาหารบ้าๆ พวกนี้ที
หลังจากที่ฉันสวาปามหัวอีกาเมนูเด็ดของอุลเข้าไปแบบไม่เต็มใจลงท้องไปซะจนหมดเกลี้ยง ฉันก็เหลือบไปเห็นอุลกำลังเตรียมตัวทดลองทำน้ำยาเวทมนตร์อยู่พอดี จึงเดินเข้าไปดูใกล้ๆ
"อ้าว ไซเนียร์ ปกติเจ้าจะออกไปบินเล่นแถวนี้ไม่ใช่หรือ นึกยังไงมาดูข้าผสมน้ำยาฟื้นฟูได้ล่ะเนี่ย"
คือ เอาจริงๆ ถ้าจะให้บอกว่าจู่ๆ ก็บินไม่ได้แล้วอ่ะค่ะก็คงจะไม่ได้ ปล่อยเลยตามเลยไปละกัน
ฉันจ้องมองเข้าไปในหม้อปรุงยาที่ค่อนข้างจะเก่าเพราะถูกใช้มาเป็นเวลานาน ข้างในมีน้ำยาเวทมนตร์สีรุ้งอยู่ อุลค่อยๆ คนไม้พายในหม้อช้าๆ เป็นจังหวะราวกับระมัดระวังเป็นอย่างมาก
"กรร... (สีสวยจัง) "
"หือ เจ้าชอบหรอ นี่เป็นสูตรที่มีแต่ข้าที่ทำได้เลยนะ"
อุลพูดด้วยสีหน้าภูมิอกภูมิใจกับน้ำยาฝีมือตัวเอง
ก่อนที่เขาจะหยุดคนไม้พาย แล้วหันไปหยิบสมุดเล่มเก่าๆ เล่มหนึ่งมาให้ฉันดู ทั้งๆ ที่ฉันน่าจะอ่านตัวหนังสือของพวกมนุษย์ไม่ออกเพราะฉันเป็นมังกร แต่น่าแปลกที่ฉันกลับอ่านมันออก
ส่วนผสมทำน้ำยาฟื้นฟู
1.หญ้าสีทอง 2ต้น
2.หยดน้ำค้างดวงจันทร์
3.ผงวิเศษของภูต
ส่วนผสมที่ว่ามาเป็นส่วนผสมที่ฉันไม่รู้จักด้วยซ้ำ อาจจะเพราะฉันไม่เคยเห็นหรือเปล่าก็ไม่รู้
"ส่วนผสมมันค่อนข้างหายากสักหน่อย แต่ข้ามั่นใจว่าของข้าดีกว่าของคนอื่นแน่นอน ใครก็เลียนแบบไม่ได้ น่าเสียดายถ้าเกิดข้าตายไปคงไม่มีใครสืบทอดน้ำยาของข้าต่อ เพราะข้าไม่มีลูกชาย"
ท้ายประโยคของอุลน้ำเสียงเขาดูเศร้าลงเล็กน้อย จากความทรงจำของฉัน อุลเป็นพ่อมดที่เก่งกาจก็จริง มีเวทมนตร์มากมายแต่ก็ไม่ได้ช่วยได้ทุกเรื่อง โดยเฉพาะเวลาที่ครอบครัวถูกปีศาจฆ่ายกครัวขนาดนั้น ลูกชายของอุลเสียชีวิตด้วยวัยเพียง 7 ขวบ ส่วนภรรยาก็โดนปีศาจจับกินไม่เหลือร่างไว้ให้ฝังศพด้วยซ้ำ
"กรร... (อย่างน้อยฉันก็ยังอยู่นะ) "
ฉันส่งเสียงออกไปแล้วเอาหัวใหญ่ยักษ์ของตัวเองไปถูไถศีรษะของอุล ทำให้เขาหัวเราะออกมาเบาๆ ก่อนจะลูบหัวฉัน
"อะไรกัน นี่เจ้าหัดปลอบใจเป็นกับเขาตั้งแต่เมื่อไรกัน"
พอเห็นสีหน้ายิ้มแย้มของอุลปรากฏขึ้นมาบนใบหน้าก็ทำให้ฉันโล่งใจ
"แต่ข้าก็อดห่วงเจ้าไม่ได้จริงๆ นะว่าถ้าต้องไปอยู่กับคนอื่นที่ไม่ใช่ข้า เจ้าจะดื้อขนาดไหนกัน"
เอิ่ม อุลเขาพูดเหมือนฉันเป็นเด็กๆ เลยอ่ะ ถ้าพูดได้ก็อยากจะบอกเขานะว่าฉันอ่ะเป็นผู้ใหญ่แล้วไม่ใช่เด็กแบบที่เขาเข้าใจ แต่อย่างว่าแหละ บอกไปใครเขาจะเชื่อ
"ถ้าเจ้าเป็นมนุษย์คงดีไม่น้อยนะ เพราะถ้าเป็นแบบนั้นเจ้าก็คงได้เป็นลูกสาวของข้า"
ในชาตินี้อุลก็คือคนที่เลี้ยงดูฉัน ปกป้องฉันจากอันตรายตั้งแต่แม่มังกรของฉันตาย ถึงแม้ว่าฉันจะไม่ได้เกิดมาเป็นมนุษย์ก็เถอะ แต่ฉันก็คิดว่าเขาเป็นพ่อฉันนะ
แกว๊กกกกก
จู่ๆ ก็มีเสียงประหลาดดังขึ้น ฉันหันขวับกลับไปมองด้วยความตกใจ ก่อนจะพบว่าเป็นนกหน้าตาประหลาดที่ไม่มีดวงตา มีแต่ปาก ตัวของมันอ้วนใหญ่จนน่ากลัว ในมือถือสิ่งที่คล้ายกับจดหมายอยู่
"โอ้ มาแล้วๆ"
ถึงกระนั้นอุลก็เดินเข้าไปหานกนั่นอย่างไม่เกรงกลัวอะไรเลยก่อนจะรับจดหมายในมือนกประหลาดนั่นมาแล้วเปิดอ่านด้วยท่าทางที่ปกติผิดกับฉันที่โตแต่ตัว ตัวเท่าตึกระย้าฟ้าแต่ใจเท่ามดจนต้องถอยหลังออกห่างไปมองดูไกลๆ เพราะไอ้นกบ้านั่นมันมองมาที่ฉันทั้งๆ ที่มันก็ไม่มีดวงตาแท้ๆ
"ไหนดูซิ อืมๆ อ่า ใกล้ถึงแล้วเหรอเนี่ย"
พออุลอ่านจดหมายแล้วก็ทำสีหน้าแปลกๆ อยู่นิดหน่อยก่อนจะหันมามองฉันที่ทำหน้าสงสัย
"อีกไม่กี่วันท่านจอมมารแดรีลก็จะมารับเจ้าไปอยู่ด้วยแล้วนะไซเนียร์"
ห๊ะ อะไรนะ ตะกี้อุลบอกว่าใครจะมารับฉันไปนะ
"กรร?"
"ท่านจอมมารแดรีลไง ที่เคยมาดูเจ้าสมัยตอนเจ้ายังเป็นแบเบาะท่านท่านตัดสินใจจะรับเลี้ยงเจ้าเชียวนะ ข้าล่ะไม่นึกไม่ฝันเลยว่าคนระดับท่านจะมารับเลี้ยงเจ้า"
จอม - มาร!!!!!
สองพยางค์สั้นๆ ที่ได้ยินทำเอาฉันถึงกับนิ่งชะงัก ช็อกจนพูดอะไรไม่ออก
เกิดมาเป็นมังกรก็แย่จะตายอยู่แล้ว แล้วฉันไปทำเวรทำกรรมอะไรเอาไว้ ถึงต้องมาถูกจอมมารเลี้ยงดูอีก!!!
ฉันจะถูกตาบ้าจอมมารอะไรนั่นฆ่าตายก่อนไหมนะ...ฮือ อยากจะบ้า!
