บท
ตั้งค่า

บทที่ 5 หึงหวง

“ผมเกรงว่าจะไม่ได้นะครับคุณพอลลีน นี่มันเป็นงานสำคัญหากคุณไม่คิดจะลงทุนจริงผมว่าอย่าเสียเวลาเลยเจ้านายของผมมีลูกมีเมียแล้วครับ” มนัสพูดกับพอลลีนตรงๆเพราะเขาไม่ชอบท่าทางของผู้หญิงคนนี้ตั้งแต่มาติดต่องานแล้วทั้งที่ต้องเป็นน้องชายของเจ้านายแต่ไฮโซสาวคนนี้มักจะเลือกตอนที่อธิคุณไม่อยู่ทุกครั้งและนี่ก็ครั้งที่สามแล้วทำให้เขาหมดความอดทน

“นี่แกเป็นแค่เบ้เดินตามเจ้านายอย่าสะเออะมายุ่งเรื่องของฉันนะ” พอลลีนแหวใส่มนัสอย่างไม่พอใจ

"งั้นผมคงต้องบอกเจ้านายว่าคุณพอลลีนไม่อยากทำธุระกิจ.." เลขาหนุ่มพูดจบก็ยืนนิ่งมองไฮโซสาวอย่างสมเพชเป็นลูกผู้ดีมีเงินความรู้สูงแต่ไร้ศีลธรรมรวมถึงเลขากับผู้ช่วยที่เออออห่อหมกกับเจ้านายทุกเรื่องแม้แต่เรื่องผิดศีลธรรมก็ไม่เว้น

“ก็ได้ แกนำไปสิแล้วเธอทั้งสองก็จดรายละเอียดไว้ให้หมดนะ” พอลลีนมองเลขาตัวดีของอชิระตาขวางด้วยความไม่พอใจ

ฝ่ายอชิระก็พอรู้ว่าพอลลีนคิดกับเขายังไง สำหรับเขาธุรกิจต้องมาก่อนส่วนเรื่องผู้หญิงเขาเลิกยุ่งเกี่ยวกับพวกเธอไปนานแล้วยิ่งมีลูกเขาก็รักครอบครัวมาก

ที่กรุงเทพมหานคร

คฤหาสน์หลังใหญ่ทรงสเปนหลังใหญ่สามชั้นย่านสาธรบริเวนสิบไร่เป็นบ้านต้นตระกูล ธนวัชรกุล ซึ่งเป็นนักธุรกิจบริษัทสินค้าอุปโภคบริโภคยักษ์ใหญ่ของเมืองไทยมีบริษัทในเครือกว่าสามร้อยบริษัททั้งก่อตั้งเองและร่วมหุ้นกับพันธมิตรนานาประเทศที่ส่งออกสินค้าไปจำหน่ายไม่มีใครไม่รู้จักบริษัทในเครืออนันท์กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ที่ก่อตั้งโดยนายอนันท์ ธนวัชรกุล วัย76ปี จากเด็กส่งของเก็บเงินเปิดร้านโชห่วยขายทุกอย่างก่อนจะไปดูโรงงานผลิตและมาชวนเพื่อนร่วมหุ้นแต่ไม่มีใครกล้าเพราะต้องใช้ทุนเยอะแต่นายอนันท์ไม่ถอยเขาศึกษามาอย่างดีจนสามารถเปิดโรงงานผลิตขนมได้เพราะเงินกู้จากธนาคารเขาเอาที่ดินที่มีอยู่ไปค้ำประกันเงินกู้หากล้มก็หมดตัวซึ่งนางรวิวรรณภรรยาของเขาก็เห็นด้วยเพราะทำธุรกิจมันต้องลงทุนหากเจ้งก็กลับไปเริ่มศูนย์ใหม่เท่านั้นเองเพราะพวกเขาก็มาจากศูนย์เหมือนกันพ่อแม่ไม่ได้มีเงินพออายุ18ปีก็แต่งงานกับรวิวรรณผูกข้อไม้ข้อมือกันเท่านั้น เวลาผ่านไปสี่สิบปีห้างหุ้นส่วนอนันท์ก็กลายเป็นบริษัทในเครือ อนันท์กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) มีทรัพย์สินนับหมื่นล้าน และภรรยาชิงจากไปเมื่อสิบปีก่อนใกล้กับคฤหาสน์หลังใหญ่ก็มีบ้านหลังใหญ่สามหลังอยู่ในบริเวนเดียวกัน

เจ้าสัวอนันท์นั่งหยอกเย้าคุยกับน้องอีตั้นหลานชายวันหนึ่งขวบที่ห้องนั่งเล่นวันนี้หลานสะใภ้รีบร้อนไปไหนก็ไม่รู้พี่เลี้ยงของหลานชายบอกท่านว่าโสภิตนภาดูโทรศัพท์เสร็จก็ผลุนผลันขับรถออกไปจากบ้าน

“คะ คุณท่านคะ คะ คือ คือ..” นางกิ่งแม่บ้านวิ่งถลาหน้าตาตื่นมานั่งตรงหน้าเจ้าสัวอนันท์

“มีอะไรแม่กิ่งหน้าตาตื่นพูดอย่างกับคนติดอ่างแล้วเมื่อไรฉันจะรู้เรื่องกันล่ะ” เจ้าสัวถามแม่บ้านที่ปากคอสั่นน้ำตาปริออกมา

“ทางโรงพยาบาลเขาโทรมาบอว่าคุณนภารถคว่ำค่ะ” นางกิ่งบอกเจ้านายปากคอสั่น

“อะไรนะแม่กิ่ง” เจ้าสัวอึ้งแล้วได้สติก็ถามแม่บ้าน

“คุณนภาเธอรถคว่ำตอนนี้อยู่ที่โรงพยาบาลบางนาค่ะคุณท่าน” นางกิ่งบอกเจ้าสัวอีกครั้ง

“เจ้ากายล่ะ แม่กิ่งโทรหาเจ้ากายเร็ว แม่แววเธอโทรไปเช็คสิว่าตอนนี้แม่เจ้าอีตั้นเป็นยังไงบ้าง” เจ้าสัวบอกแม่บ้านกับพี่เลี้ยงของเหลนน้อยที่หัวเราะเอิ้กอ้ากเพราะคิดว่าคุณทวดเล่นกับแก

“ค่ะคุณท่าน” นางกิ่งก็วิ่งกลับไปโทรหาอชิระตามคำสั่งของท่านเจ้าสัว ส่วนแววดาวอดีตพยาบาลวิชาชีพที่ลาออกมาเป็นพี่เลี้ยงให้น้องอีตั้นเหลนน้อยของเจ้าสัวอนันท์ก็โทรไปเช็คที่โรงพยาบาล

“ว่าไงแวว” เจ้าสัวถามพี่เลี้ยงของเหลนน้อย

“คือว่าตอนนี้ยังไม่ทราบอาการของคุณนภาค่ะ ทางโรงพยาบาลบอกว่าอยู่ในห้องฉุกเฉินคุณหมอกำลังดูอาการอยู่แต่บอกว่าหนักพอสมควรค่ะ” แววดาวมองคุณหนูของเธอด้วยความสงสารที่ยังเล่นของเล่นหัวเราะไม่รู้ว่าแม่กำลังบาดเจ็บสาหัส

“รบกวนเธอโทรบอกนายวินกับแม่โยที ฉันจะไปดูหนูนภาก่อน” เจ้าสัวบอกพี่เลี้ยงของเหลนน้อยแล้วเดินออกไปจากห้องนั่งเล่นก็เจอนางกิ่ง

“ว่าไงแม่กิ่งบอกเจ้ากายหรือยัง”

“โทรไม่ติดค่าคุณท่าน สงสัยโทรศัพท์ของคุณกายแบตน่าจะหมดค่ะ” กิ่งแก้วตอบเจ้านาย

“ไม่เป็นไรเดี๋ยวฉันจะโทรหาเลขาของเจ้ากายเอง” เจ้าสัวพูดจบก็เรียกคนขับรถให้เอารถออก

“จะไปไหนครับคุณท่าน” นายขาวถามเจ้านาย

“ไปโรงพยาบาลบางนา” เจ้าสัวตอบคนสนิทแล้วยกโทรศัพท์มากดเบอร์ของมนัสแล้วโทรออกทันที

“ครับคุณท่าน” มนัสเห็นสายปู่ของเจ้านายก็กดรับสาย

“เจ้ากายไปไหนทำไมไม่รับโทรศัพท์” เสียงห้าวถามเลขาของหลานชาย

“โทรศัพท์ของเจ้านายตกพื้นใช้งานไม่ได้ครับ แต่กำลังไปเปลี่ยนเครื่องสำรองครับ” มนัสรายงานเจ้าสัวเจ้านายใหญ่สุดถึงแม้จะเกษียณไปแล้วยังมีอำนาจอยู่

“ไปบอกเจ้ากายให้โทรหาฉันด่วนแล้วเข้ากรุงเทพกันเดี๋ยวนี้” เจ้าสัวบอกเลขาของหลานชาย

“ครับคุณท่าน” มนัสพูดจบเจ้าสัวก็ตัดสาย เขาจึงเดินไปหาพอลลีนกับเลขาและผู้ช่วย คุณพอลลีครับ วันนี้คงต้องให้ผู้จัดการพาเดินดูโรงงานคะครับพอดีเจ้านายของผมมีธุระต้องกลับกรุงเทพด่วน ขอตัวนะครับ” มนัสพูดจบก็หันไปบอกผู้จัดการให้ต้อนรับพอลลีนแทนหากมีอะไรก็ให้โทรบอกเขา

“เดี๋ยวสิแก แก..” พอลลีนเรียกเลขาปากดีของอชิระที่เดินลิ่วไปอย่างรวดเร็ว

“เชิญครับคุณพอลลีน” สมิตผู้จัดการโรงงานหนุ่มใหญ่เชิญแขกของเจ้านายไปดูในโรงงานฝ่ายผลิต พอลลีนจำใจต้องเดินตามไปอชิระโยนเธอกับลูกน้องให้มนัสดูแล แล้วตอนนี้มนัสโยนเธอให้ผู้จัดการดูแลอีกทำให้พอลลีนหัวเสีย

มนัสก้าวขายาวไปที่ออฟฟิศอย่างรวดเร็วหากเรื่องไม่สำคัญจริงเจ้าสัวไม่โทรมาหาเขาแน่จึงเดินไปหาเจ้านายอย่างรวดเร็ว

“คุณกายครับท่านเจ้าสัวให้โทรกลับหาท่านด่วนครับ” มนัสพูดจบก็ยื่นโทรศัพท์ของเขาให้เจ้านาย

“ท่านบอกนายหรือเปล่ามนัส” อชิระถามเลขาส่วนตัวที่ส่ายหน้าแล้วเขาก็กดโทรศัพท์โทรออกหาปู่ทันที

“ตู้ดดๆ ตู้ดดๆๆ..”

"ว่าไงมนัส"

"ผมเองครับปู่."

“เจ้ากายแกอยู่ไหนมาที่โรงพยาบาลบางนาด่วนเลย หนูนภาเกิดอุบัติเหตุ” เจ้าสัวรับสายหลายชายและพูดอย่างรวดเร็ว

“อะไรนะครับปู่” อชิระถามปู่ด้วยความตกใจแล้วนิ่งไป

“ปู่รู้แต่ว่าหนูนภารถคว่ำที่บางบ่อตอนนี้อยู่โรงพยาบาลบางนาแกรีบมาด่วนเลยปู่กำลังจะไปดูเมียแกเหมือนกัน” เจ้าสัวบอกหลานชาย

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel