4
กว่าปาร์ตี้จะเลิกก็เกือบตีสอง ฉันมึนนิดๆ เพราะก็ดื่มไปเหมือนกัน แต่ก็พยายามที่จะไม่ดื่มมากไปจนครองสติไม่ได้ ฉันไม่อยากตื่นขึ้นมาในวันรุ่งขึ้นแล้วก็พบว่าตัวเองเสียตัวให้ผู้ชายที่ไม่ได้รัก ดังนั้น... ฉันจึงรู้ลิมิตตัวเองทุกครั้งที่ดื่ม
“แกไหวนะ? ให้ฉันรอเป็นเพื่อนไหม?” โมรีถามเมื่อเดินมาส่งฉันที่หน้าผับ ฉันหันไปยิ้มให้ รู้ตัวเองนิดๆ ว่ามันเป็นยิ้มที่หยาดเยิ้มเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ คือตอนนี้น่ะ... ฉันรับรู้ว่าตัวเองทำอะไร และมีอะไรเกิดขึ้นรอบข้างบ้าง แต่มันก็เบลอๆ และก็บางครั้งทำอะไรลงไปตามใจคิดโดยที่ห้ามตัวเองไม่ค่อยจะทันเท่าไหร่
“ไหวๆ แกกลับเถอะ ดึกแล้วนะ” ฉันได้ยินเสียงของตัวเองฟังดูยืดๆ ยานคางไปนิด ตอนที่บอกกับโมรี ฉันห่วงเพราะยัยนี่เล่นขี่มอเตอร์ไซค์มาทำงาน
“อือๆ” ฉันมองเห็นยัยโหดพยักหน้ารับเบาๆ ก่อนที่จะย้ำกับฉัน “มีอะไรก็โทรมานะ”
“ไม่ต้องห่วงหรอกน่ะ เดี๋ยวคนขับรถก็มาแล้ว” ฉันบอกเพราะเพิ่งโทรตามคนขับรถเมื่อกี้ อีกไม่เกินสิบนาทีก็คงถึง และเชื่อเถอะว่าไม่มีใครกล้าทำอะไรฉันหรอก เพราะบริเวณนี้คนค่อนข้างพลุ่กพล่าน
“เออๆ เจอกันพรุ่งนี้นะ” โมรีบอก ก่อนหมุนตัวเดินจากไป ฉันล้วงมือถือออกมากดเล่นโซเชียลฆ่าเวลา แล้วก็ต้องปวดหัวกับบรรดากิ๊กทั้งหลายที่เพียรส่งข้อความมาเป็นสิบกว่าข้อความ แต่ฉันยังไม่ได้ตอบใครเลยสักข้อความ ฉันเลยต้องมาเสียเวลายืนส่งข้อความตอบกลับให้ครบทุกคน ทันใดนั้นเอง... เสียงคุ้นหูของใครบางคนก็ดังแว่วๆ มาให้ได้ยิน
“ครับคุณป้า ครับ... พรุ่งนี้เหรอครับ? ได้ครับผมจะรีบเข้าไป” ฉันรู้สึกว่าเสียงนั้นมันคุ้นชอบกล จึงพยายามเงี่ยหูฟัง แล้วจากบทสนทนาก็เหมือนเขากำลังคุยโทรศัพท์กับใครสักคนอยู่ ฉันไม่ทนเก็บความสงสัยเอาไว้ ก้าวเดินตรงไปยังมุมที่มีแสงไฟอยู่อย่างสลัวๆ และแอบสะกดรอยตามร่างสูงที่มองจากข้างหลังเป็นผู้ชายผมยาวซึ่งมัดรวบผมเอาไว้ ไปยังลานจอดรถที่มีไฟสปอร์ตไลต์ส่องสว่างอยู่แค่สองดวง ซึ่งไม่พอที่จะให้แสงสว่างทั้งหมด
เขาคืออีตาผู้ชายหยาบคายคนนั้นนั่นเอง และเป็นคนเดียวกันกับที่ฉันตั้งมั่นเอาไว้ว่าจะพิชิตใจให้ได้ ฉันเห็นเขาเก็บโทรศัพท์เข้ากระเป๋ากางเกงยีนส์ที่สวม แล้วล้วงกุญแจออกมาถือไว้ เดินตรงไปยังรถที่จอดอยู่มุมสุดของลานจอดรถ ฉันเขม่นสายตามองฝ่าความมืดไปก็เห็นว่าอีตานี่ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ เพราะฉันเห็นสัญลักษณ์ห่วงสี่ห่วงอยู่ตรงหน้ารถ แถมรุ่นนี้เป็นรุ่นที่ฉันอยากได้มานานแล้ว แต่พ่อไม่ยอมซื้อให้ฉันสักที รถคันนั้นเป็นสีดำ... ดูลึกลับพอๆ กับเจ้าของเลย
ฉันเห็นเขาเปิดประตูแล้วเข้าไปนั่งในรถ ดังนั้นจึงไม่รอช้าที่จะสาวเท้าตรงไปยังรถคันนั้น รู้สึกเหมือนเป็นโรคจิตที่ชอบสะกดรอยตามยังไงก็ไม่รู้สิเนี่ย
“เธออีกแล้วเหรอ?” เขาถามขึ้น น้ำเสียงรำคาญฉันเอามากๆ เลยทีเดียวล่ะ ก็แน่ล่ะ... ฉันเล่นยึดประตูรถของเขาเอาไว้ได้ทันก่อนที่เขาจะปิดมันลงน่ะสิ
“อยู่คุยกันก่อนสิ” ฉันบอกออกไป น้ำเสียงฟังดูไม่ค่อยมั่นคง นายนี่ต้องรู้แน่ๆ ว่าฉันน่ะกรึ่มได้ที่แล้ว เขาปรายตามองมาอย่างรำคาญ แต่ถามว่าฉันแคร์ไหม? ก็ไม่นะ
“ฉันว่าเธอเมาแล้วก็กลับบ้านซะไป” นายเวหาบอกด้วยน้ำเสียงเย็นเจี๊ยบราวกับน้ำแข็งขั้วโลก เล่นเอาฉันแทบจะสร่างเมาเลยทีเดียว
“ก็... พอดีว่าจำทางกลับบ้านไม่ได้ ขอกลับบ้านนายได้ป่ะ?” นี่อ่อยสุดๆ แล้วนะยะ อ่อยเบอร์แรงด้วย! แต่หมอนี่กลับมองมาอย่างรังเกียจ โอ๊ย!!!! ผู้ชายน้ำแข็งอย่างนายชาตินี้จะหาผู้หญิงสวยๆ อย่างฉันเดินเข้ามาจีบได้ซะที่ไหน!
“ไม่! ฉันไม่มีนโยบายพาอีตัวกลับไปนอนที่บ้านด้วย” หนอย!!! ผู้ชายคนนี้มันเป็นผู้ชายแท้ๆ หรือเปล่าเนี่ย? ด่ามาแต่ละคำ เจ็บแสบทั้งนั้น!!
“เหรอ?” ฉันข่มความไม่พอใจเอาไว้ ในเมื่อเวหาคิดจะเป็นน้ำแข็งขั้วโลก เดี๋ยวฉันจะเป็นไฟที่ละลายน้ำแข็งเอง แต่ของอย่างนี้มันคงต้องใช้เวลาและความอดทน ค่อยๆ เอาไฟรนน้ำแข็งก้อนใหญ่ยักษ์ให้ละลายกลายเป็นน้ำ คอยดูเถอะ... จีบติดเมื่อไหร่ แม่จะเฉดหัวทิ้งอย่างไม่ใยดีเลย! “งั้น... ขอไลน์หน่อยสิ”
“ไม่ให้!” เกิดมายังไม่เคยโดนผู้ชายปฏิเสธซะหน้าหงายอย่างนี้มาก่อนเลยชีวิต อีตานี่ชักจะตั้งกำแพงน้ำแข็งสูงไปแล้ว
“งั้นขอเบอร์” คำตอบของเวหาคือสายตารำคาญ และนั่นทำให้ฉันรู้ว่าคงหมดหวังที่จะได้เบอร์เขาแน่ๆ ฉันกัดปากล่างตัวเองอย่างใช้ความคิด “งั้น... นายพักที่ไหน?”
“ไม่จำเป็นที่เธอต้องรู้” เขาตอบมาอย่างไร้เยื่อใย และพูดต่อโดยไม่ยอมให้ฉันได้เอ่ยคำใดออกมา “ปล่อยมือจากประตูรถฉันได้แล้ว ฉันจะกลับ!”
“ไลน์ก็ไม่ให้ เบอร์ก็ไม่ให้ ที่อยู่ก็ไม่ยอมบอก” ฉันบ่นเหมือนจะเสียดายนิดๆ แต่ก็นะ... คนอย่างจิลลา อยากได้อะไรก็ต้องได้อยู่ดี “งั้นขอเป็น...”
ฉันเคยบอกแล้วใช่ไหมว่าเวลาดื่มแล้ว มักจะควบคุมตัวเองไม่ค่อยได้ ชอบทำอะไรออกไปอย่างใจคิดโดยหักห้ามตัวเองไม่ทัน? และตอนนี้ก็เช่นกัน เพราะฉันโน้มตัวลงไป ใช้มือเล็กๆ ของตัวเองยึดกรอบใบหน้าหล่อๆ ของเขาเอาไว้ แล้วทาบริมฝีปากตัวเองลงไปบนเรียวปากของเขา ฉันรับรู้ว่าเวหาตัวแข็งทื่อไปอย่างตกใจ หมอนี่คงจะช็อกมากถึงไม่ผลักฉันออก ทั้งที่ก่อนหน้านี้ประกาศปาวๆ ว่ารังเกียจฉัน
อืม... ริมฝีปากของเวหานุ่มจังเลย ฉันไม่เคยสัมผัสริมฝีปากของผู้ชายคนไหนที่นุ่มเท่าเขามาก่อน และการที่เขาตกใจกับการรุกประชิดของฉันก็เปิดโอกาสให้ฉันละเลียดริมฝีปากสวยสีระเรื่อราวกับปากของผู้หญิงนั้นได้อย่างเต็มที่ แต่ฉันไม่จูบดูดดื่มลึกซึ้งหรอก ประเดี๋ยวอีกตานี่จะร้องไห้ไปฟ้องแม่ซะก่อน ฉันคลึงเคล้าเรียวปากของเขาอยู่ชั่วอึดใจจนกระทั่งพอใจ จึงผละออกมายืนนิ่งๆ เวหายังคงมองตามฉันด้วยสายตาตกตะลึง
“ฝากไว้ก่อนนะ เดี๋ยวคราวหน้าฉันจะไปเอาจูบคืนจากนาย” ฉันบอกยิ้มๆ รู้สึกอับอายนิดหน่อยที่เป็นฝ่ายจู่โจมจูบผู้ชายก่อน แต่เป้าหมายที่วางเอาไว้ก็สั่งให้ฉันต้องหน้าด้านเข้าไว้ ฉันกอดอกมองเขาด้วยประกายตาขบขันกับท่าทีเหมือนหนุ่มแรกรุ่นที่เพิ่งเคยถูกจูบเป็นครั้งแรก “อย่าเก็บจูบฉันไปเพ้อจนนอนไม่หลับล่ะ”
“ร่าน!!”
ปัง!!
ทันทีที่เขาผรุสวาทนั้นออกมา เวหาก็ปิดประตูรถอย่างแรงเพื่อระบายอารมณ์ ฉันหน้าม้านกับคำกล่าวหานั้น ถลาจะไปเอาเรื่อง แต่เขาก็ขับรถออกไปด้วยความเร็วแสง ราวกับว่ากำลังเดือดจัดได้ที่ ฉันจึงทำได้เพียงมองตามท้ายรถนั้นไปจนลับสายตา
