สุนัขน่าตาย!
หมอนี่ไม่ใช่แค่หน้าคล้าย แต่เป็นอดีตสามีที่โยนหนังสือหย่าให้นางคนนั้นจริงๆ เสียด้วย!
“ท่านหมอเจ้าคะ”
เสียงของเด็กหญิงเรียกให้นางหลุดออกจากภวังค์ความคิด หญิงสาวปกปิดความอาฆาตที่อยู่ในแววตาพร้อมกับระบายรอยยิ้มอ่อนโยนออกมา
“เจ้าเป็นอะไรมาล่ะ”
จ้าวลี่อิงให้การรักษาผู้คนอย่างตั้งใจ ถึงแม้บางช่วงเวลาใบหน้าของชายสารเลวผู้นั้นจะผุดขึ้นมา นางก็ทำได้เพียงท่องในใจให้ตัวเองควบคุมสติเอาไว้
อีกไม่นานนางก็จะได้เอาคืนแล้ว!
ในที่สุดคิวสุดท้ายก็มาถึง จ้าวลี่อิงช้อนสายตาขึ้นมองใบหน้าที่มีเหงื่อผุดพรายออกมาจนเต็มกรอบหน้า ริมฝีปากซีดเซียวเล็กน้อยคล้ายเป็นคนป่วยเสียเอง แต่ถึงกระนั้นนางก็ยังสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายดุร้ายออกมา
“ไปกับข้าได้หรือยัง”
จ้าวลี่อิงยกมือขึ้นกอดอกแล้วขยิบตาให้ครั้งหนึ่ง
“ข้าบอกท่านหรือว่าข้าจะไป ผู้ใดอยากรักษาก็ต้องมาหาข้าที่นี่ด้วยตัวเองสิ”
“เจ้าบอกให้ข้าไปต่อท้ายแถว”
ชายหนุ่มกล่าวลอดไรฟันออกมา พยายามอย่างยิ่งที่จะไม่หันไปคว้าดาบของตน
“ใช่แล้ว ข้ากล่าวเช่นนั้น” จ้าวลี่อิงทำท่าครุ่นคิดอย่างจริงจังแล้วโคลงศีรษะเล็กน้อย “น่าเสียดาย...ประโยคที่ว่า หากผู้ใดต้องการรักษา ต้องมาหาข้าด้วยตนเอง ข้าคงจะลืมกล่าวออกไป”
ได้ยินแบบนั้นแล้วใบหน้าของมู่หรงเฉินก็ดำคล้ำไปด้วยโทสะ ยังไม่ทันที่หญิงสาวจะได้ยั่วโมโหเขาไปได้มากกว่านั้น นางเห็นเขาขยับแขนเพียงนิดเดียว ไม่ทันไรจู่ๆ ลำคอของนางก็สัมผัสได้ถึงความเย็นยะเยือกที่เกือบจะทิ่มแทงเข้ามาแล้ว
“มิรู้หรือว่ากล้าผิดคำพูดต่อข้าแล้วจะต้องจบชีวิตอย่างไร”
น้ำเสียงของเขาเค้นเหี้ยม เห็นได้ชัดว่าไม่มีความปรานีแต่อย่างใด แม้อีกฝ่ายจะเป็นเพียงผู้หญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่งก็ตาม
หมอนี่อำมหิตทุกครั้งที่เจอจริงๆ!
จ้าวลี่อิงกลั้นหายใจอย่างไม่รู้ตัว ดวงตาหลุบต่ำลงมองปลายดาบสะท้อนแสงวาววับ ถ้าหากนางกระดิกตัวแม้แต่เพียงนิดเดียวมันจะจิ้มลงผิวนางแล้ว
“ท่านข่มขู่ข้า?”
นางไม่เชื่อหรอกว่าหมอนี่จะสังหารนางในที่แจ้งแบบนี้จริงๆ
“ถ้าหากแม่ทัพอย่างท่านกล้าลงมือกับคนบริสุทธิ์ ผู้อื่นยังจะนับถือท่านอยู่อีกหรือ”
เหมยตูบอกว่าอดีตสามีของนางคือแม่ทัพ อันที่จริงนางก็ไม่ได้คาดหวังว่าเขาจะเป็นคนดีอะไร แต่ก็คิดไม่ถึงว่าเขาจะกล้าเอาดาบมาจ่อสตรีอย่างเหิมเกริมเช่นนี้
มิน่าเล่าเมียตัวเองถึงได้ฆ่าตัวตาย!
ดวงตาของมู่หรงเฉินแข็งกร้าว ถึงแม้นางจะกล่าวออกมาเช่นนั้น ทว่าท่าทางของนางยังห่างไกลจากคำว่าหวาดกลัวจนทำให้ชายหนุ่มตวัดข้อมือเกี่ยวผ้าสามเหลี่ยมที่ปิดบังครึ่งหน้าของนางออก
ทันทีที่เห็นใบหน้าอีกฝ่ายเต็มๆ ตา ใบหน้าของเขาก็ยิ่งอึมครึมขึ้นหลายส่วน
“เหตุใดถึงเป็นเจ้า”
คนที่อยู่ตรงหน้าเขาตอนนี้ก็คือจ้าวซือซือ สตรีที่เขายื่นหนังสือหย่าให้เองกับมือ
“ท่านมาหาข้าเองนะ”
จ้าวลี่อิงกล่าวออกมาเร็วๆ ตอนนี้ใบหน้าขาวสะอาดของนางไม่มีสิ่งใดปกปิดอยู่แล้ว แต่ถึงกระนั้นปลายดาบของเขาก็ยังไม่เอาออกจากลำคอของนางเลย
“ท่านหมออยู่ที่ใด”
เขาไม่มีเวลามาใส่ใจสตรีที่ควรตายไปแล้ว ความแค้นระหว่างเขาและสกุลจ้าวได้จบสิ้นลงนับตั้งแต่วันที่ขุนนางสารเลวผู้นั้นถูกประหาร
“ข้านี่ไงคือคนที่ท่านตามหา”
“อย่ามาตุกติกกับข้า!”
ตอนนี้ปลายดาบกดลงไปที่ผิวเนื้อขาวผ่องจนเห็นโลหิตไหลซึมออกมา ในตอนนี้เองที่จ้าวลี่อิงสัมผัสได้ว่าหากยียวนกวนประสาทเขาต่อไป หมอนี่ลงมือฆ่านางจริง!
“ตลอดเวลาท่านก็เห็นไม่ใช่หรือว่าข้าเป็นคนรักษาทั้งหมด”
เขาคงไม่ได้ตาบอดถึงกับมองไม่เห็นว่าคนไข้เกือบร้อยคนที่ผ่านมามีนางเป็นคนลงมือตรวจทั้งหมด
ถึงแม้ไม่อยากจะเชื่อเพราะที่ผ่านมาเขารู้มาว่าจ้าวซือซือเป็นเพียงสตรีที่ซ่อนตัวอยู่ในสกุลจ้าว เมื่อแต่งเข้ามาในจวนแม่ทัพก็เอาแต่เก็บตัวเงียบ ไม่เคยแสดงท่าทีมีความรู้ด้านการแพทย์เลยสักนิด
“เจ้าก็แค่หลอกลวงผู้คน”
มู่หรงเฉินกัดฟันกรอด ในขณะเดียวกันหางตาของจ้าวลี่อิงก็เหลือบเห็นอะไรบางอย่าง
ริมฝีปากของนางกระตุกขึ้นเล็กน้อย
“ท่านควรเอาของอันตรายชิ้นนี้ออกไปจากข้าเสียก่อนที่จะสายเกินไป”
ถึงแม้น้ำเสียงของนางจะราบเรียบ ทว่าสีหน้าที่แสดงออกมากลับเต็มไปด้วยความเย้ยหยันจนทำให้โทสะที่มีอยู่เพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ
สตรีผู้นี้ถึงกับกล้าอวดดีต่อหน้าเขา?
“คนที่สิ้นสกุลไปแล้วยังจะทำอะไรได้อีก”
การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่นั่นคงทำให้นางรู้สึกสิ้นหวังจนทำเรื่องโง่เขลา แทนที่อีกฝ่ายจะอ้อนวอนขอชีวิตเขากลับทำตัวอวดดีจองหอง
“ข้าเตือนท่านแล้วนะ”
นอกจากจ้าวลี่อิงจะไม่รู้สึกหวั่นไหวต่อวาจาของเขาแล้ว นางยังหัวเราะออกมาเบาๆ
“ลัคกี้!!”
ลัคกี้ ก็คือสุนัขพันธ์โกลเด้ลที่นางได้มาจากในตลาดเมื่อเกือบสองปีก่อน ถึงแม้ตอนนี้มันจะมีรูปร่างใหญ่โตจนเกือบครึ่งตัวนางแล้ว แต่นางก็ยังไม่ลืมเจ้าลูกสุนัขตัวน้อยที่นอนสั่นเทิ้มขดตัวอยู่ในกองขยะผอมโซตัวนั้น
“โฮ่ง!”
ยังไม่ทันที่จ้าวลี่อิงจะพูดจบประโยคดีด้วยซ้ำ จู่ๆ สุนัขโกลเด้นสีน้ำตาลอ่อนตัวโตก็กระโจนเข้าใส่จากข้างหลังทำให้มู่หรงเฉินรีบหมุนตัวหนี
ทว่าการเคลื่อนไหวที่ควรจะหลบหลีกได้ทันนั่นกลับไม่เป็นไปอย่างที่คิดเมื่อจู่ๆ บริเวณท้องก็เกิดอาการปวดขึ้นมา ย้ายตำแหน่งจากบริเวณสะดือมาท้องน้อยด้านขวาจนทำให้เผลอกลั้นหายใจและเคลื่อนไหวได้ช้าลง
ตอนนี้ร่างสูงใหญ่จึงหน้าคว่ำลงไปกับพื้น ดาบในมือกระเด็นออกไปพร้อมกับแก้มของเขาเปียกชื้นขึ้นมาเพราะกำลังถูกลิ้นหยาบกระด้างเลียส่งเสียงแผล็บๆ
“เจ้าสุนัขน่าตาย!”
