#####บทที่ 9
"ตอนนี้ท่านพี่ก็พูดเกลี้ยกล่อมข้าให้หลงกลใช่หรือไม่เจ้าคะ แต่พอท่านพี่อยู่กับเหมยอ้ายตามลำพังสองต่อสองความสวยสดและงดงามของนางคงมิอาจต้านทานอารมณ์ในกายบุรุษให้ยับยั้งได้ ท่านพี่ก็คงจะเผลอใจแล้วลืมคำมั่นสัญญาของเราสิ้น" เสี่ยวหลินหลุบตาลงมองต่ำแล้วสะอึกสะอื้นเรียกร้องความสนใจจากตำราสตรีที่ใช้ออดอ้อนเอาอกเอาใจบุรุษ
ต่อให้นางจะยินยอมให้ฉินหยางหยางแต่งงานออกเรือนกับเหมยอ้ายในฐานะภรรยาเอก แต่ก็มิใช่ว่านางจะใจกว้างดั่งแม่น้ำทั้งห้าไหลรวมกันเป็นสายเดียวถึงเพียงนั้น! ที่จะทนดูคนรักของตนแบ่งปันความรักและมอบให้กับสตรีนางอื่นที่มิใช่ตนเองได้นานนัก!
เสี่ยวหลินรักฉินหยางหยางก็จริง แต่ความรักของนางคือการครอบครองเขาไว้เพียงผู้เดียว! นางมิต้องการเป็นที่หนึ่งเป็นที่สองรองผู้ใดแต่นางต้องการเป็นหนึ่งเดียวของบุรุษเท่านั้น ทว่าในเมื่อเขาไม่สามารถมอบความต้องการนี้ให้แก่นางได้ นางก็ย่อมยอมทำทุกอย่างเพื่อผลประโยชน์ของตนเอง
"เสี่ยวหลิน ข้ามิเคยคิดอยากจะผิดสัญญาหรือผิดสัจจะกับเจ้าแม้นน้อยนิดข้าก็มิเคยคิด ใยเล่าเจ้าถึงไม่เชื่อใจข้า เจ้าสิ้นรักสิ้นภักดีต่อข้าแล้วหรือไร" ฉินหยางหยางประคองใบหน้านุ่มนวลไร้เครื่องประทินโฉมของเสี่ยวหลินขึ้นมาสบสายตา จากนั้นจุมพิตลงบนกลีบปากอวบร้อนอย่างเบาแรง
"ข้ามิเคยสิ้นรักสิ้นภักดีต่อท่านพี่เจ้าค่ะ ข้าคงดูเป็นสตรีที่ใจแคบและเห็นแก่ตัวเกินไปสินะเจ้าคะ ท่านพี่แต่งงานออกเรือนกับเหมยอ้ายแล้วย่อมต้องทำกิจของสามีภรรยาเพื่อสืบทอดเชื้อสายวงศ์ตระกูล อย่างไรเสียนางก็ขึ้นชื่อว่าเป็นภรรยาของท่านพี่ ข้าก็อยากให้ท่านพี่เมตตาบำเรอนางให้สุขสมอย่างที่ท่านพี่ทำกับข้าอย่างไรล่ะเจ้าคะ" เสี่ยวหลินรู้ดีว่าการที่นางกล่าววาจาแสดงให้เห็นถึงความใจกว้างและหวังดีตอบเหมือนอ้ายอย่างแท้จริง จะทำให้ฉินหยางหยางยิ่งประทับใจหลงใหลในตัวนางเข้าไปใหญ่
"แต่ข้า..." ฉินหยางหยางมิอยากแปดเปื้อนกับสตรีผู้นั้นให้เป็นให้เป็นราคีแก่ชีวีเลยสักหนเดียว "ข้ามิอยากทำผิดต่อเจ้า"
"มิผิดหรอกเจ้าค่ะ ข้าเข้าใจท่านพี่ทุกประการ" เสี่ยวหลินนางยกยิ้มผ่านแววตาดุจหงส์คู่นั้นจ้องมองสะกดไปยังบุรุษรูปหล่อซึ่งเป็นที่หมายตาของสาวน้อยสาวใหญ่ทั่วเมืองเหม่ยเจียงผู้นี้ด้วยความภาคภูมิใจ "แต่ท่านพี่เจ้าคะ...ข้าลืมสิ้นเลยเจ้าค่ะ เมื่อวันก่อนท่านพ่อกับท่านแม่ของข้าส่งจดหมายฝากมาทางเกวียนพ่อค้าจนถึงมือข้า"
ใบหน้าของเสี่ยวหลินขมวดคิ้ว แววตาร้อนรน จนอีกฝ่ายสามารถจับต้นชนปลายได้ว่าข้อความภายในจดหมายฉบับนั้นคงมิใช่การดีต่อเสี่ยวหลินเป็นแน่ มิเช่นนั้นนางคงมิแสดงทีท่ากระสับกระส่ายเช่นนี้ออกมา
"พวกท่านว่าอย่างไรบ้าง?" ท่านพ่อและท่านแม่ของเสี่ยวหลินรับรู้ถึงการคบหาของทั้งสองคนเป็นอย่างดี โดยครอบครัวฝังเสี่ยวหลินก็คอยช่างยุช่างเสริมให้นางจับฉินหยางหยางให้อยู่หมัดเพื่อหวังจะได้พลอยสุขสบายร่วมด้วยนางเพราะฐานะตระกูลฉินค่อนข้างร่ำรวยเป็นอภิมหาเศรษฐีที่เจริญด้านการค้าขายมากที่สุดในเมืองเหม่ยเจียง "เจ้าทำสีหน้าเช่นนี้พี่ใจคอไม่สู้ดีสักเท่าใดเลยเสี่ยวหลิน"
"ข้ามิรู้ว่าข้าสมควรเอาเรื่องมิสบายใจเข้าหูท่านพี่ในตอนนี้หรือเปล่าเจ้าค่ะ เพราะลำพังเรื่องเราที่มันเกิดขึ้นอยู่ก็ชลมุนวุ่นวายทำให้ท่านพี่มิเป็นสุขพอสมควรแล้ว" เสี่ยวหลินเม้มปากเข้าหากันเบา ๆ นั่นยิ่งทำให้ฉินหยางหยางอยากทราบเข้าไปใหญ่ว่าบัดนี้เกิดเรื่องอันใดกับคนรักของตนหรือไม่
"ข้ากับเจ้าเคยให้สัจจะสัญญากันแล้วนะเสี่ยวหลิน ว่าเราทั้งสองจะไม่มีความลับต่อกัน เจ้ารู้หรือไม่ว่าความทุกข์ใจของเจ้าก็ทำให้ข้ามิสบายใจเช่นเดียวกัน วันข้างหน้าเราก็จะได้ร่วมหอเป็นสามีภรรยา เจ้าจงไว้ใจข้าเถิดเรื่องบางเรื่องหากข้าช่วยได้ข้าก็จะช่วยอย่างเต็มกำลัง แต่หากมันเกินความสามารถของข้า ข้าคนนี้ก็จะคอยให้กำลังใจและอยู่ข้าง ๆ เจ้ามิหนีหายไปที่ใดเป็นแน่" ฉินหยางหยางให้ความเชื่อมั่นแก่นาง ในเมื่อเขาเลือกที่จะรักสตรีผู้นี้เขาก็ย่อมรักครอบครัววงศ์ตระกูลของนางด้วย
"ท่านพ่อกับท่านแม่ของข้าใคร่พอใจสักเท่าใดนักเจ้าค่ะที่จู่ ๆ ท่านพี่ก็ออกเรือนกับเหมยอ้ายแล้วจัดงานใหญ่โตเป็นที่ร่ำลือไปทั่วเมืองเหม่ยเจียง แต่ยกให้ข้าเป็นเพียงฮูหยินรอง ทั้ง ๆ ที่อยู่กินกันแต่ก็มิได้ส่งแม่สื่อไปทาบทามสู่ขอเจรจาเจ้าค่ะ" เสี่ยวหลินพูดเพียงเท่าที่นางพูดได้เท่านั้น เพราะเนื้อแทนแล้วข้อความในจดหมายฉบับนั้นมันเต็มไปด้วยถ้อยคำด่าทอว่านางหน้าโง่ปล่อยให้ตำแหน่งภรรยาเอกของบุตรชายตระกูลฉินหลุดมือไปได้ทั้ง ๆ ที่อยู่ใกล้เพียงแค่เอื้อมเท่านั้นเชียว
"ข้าต้องขอโทษเจ้าด้วย" ฉินหยางหยางรู้สึกผิด คราวก่อนเขาไปบอกกล่าวกับท่านพ่อท่านแม่ของเสี่ยวหลินถึงจวนตระกูลฮุ่ยว่าบุรุษเช่นเขาจะดูแลและมิมีวันทำให้เสี่ยวหลินเสียใจเป็นอันขาด ซ้ำยังลั่นสัจจะวาจาว่าจะยกนางขึ้นเป็นภรรยาเอกเชิดหน้าชูตาอย่างมีเกียรติซึ่งจัดส่งแม่สื่อไปทาบทามมอบรายการสินสอดทั้งหมดอย่างเหมาะสมในเร็ววันหากเจรจากับทางครอบครัวเสร็จสิ้นแล้ว
แต่บัดนี้ฉินหยางหยางมีเหตุวุ่นวายทำให้บุรุษต้องผิดสัจจะแก่คนตระกูลฮุ่ย มันก็มิแปลกมิใช่หรือที่พวกเขาจะมิพอใจ...
"มิเป็นกระไรหรอกเจ้าค่ะท่านพี่ น้องว่าวันพรุ่งนี้จะเดินทางไปที่เมืองเหยี่ยชิงเพราะท่านพ่อกับท่านแม่เรียกพบโดยด่วนเจ้าค่ะ"
"ให้ข้าไปด้วยหรือไม่?"
"ข้าว่าเวลานี้คงจะยังมิเหมาะสมสักเท่าใดนะเจ้าคะท่านพี่ ท่านพ่อกับท่านแม่คงจะยังเคืองท่านพี่อยู่มิใช่น้อย รอให้พวกท่านอารมณ์ดีก่อนแล้วท่านพี่ก็ค่อยไปคุยเรื่องงานแต่งของเราสองคนนะเจ้าคะ" เสี่ยวหลินรีบปฏิเสธอย่างทันควัน ต่อให้นางมิอยากทิ้งบุรุษไว้ตามลำพังคลาดสายตาในเมืองเหม่ยเจียง แต่ก็มิสามารถให้เขาร่วมเดินทางในครั้งนี้ได้ด้วยเนื่องจากมีเรื่องราวหลาย ๆ อย่างที่ฉินหยางหยางมิสมควรรับรู้
"เจ้าเป็นเพียงสตรีเดินทางผู้เดียวคงลำบากเป็นแน่"
"ข้ามิเป็นอันใดดอกเจ้าค่ะท่านพี่ ข้าเดินทางไปกลับเมืองเหยี่ยชิงกับเมืองเหม่ยเจียงอยู่เป็นประจำบ่อยครั้งนัก และที่สำคัญเมืองสองเมืองนี้ก็อยู่ต่อแดนกันมิใคร่จะไกลสักเท่าใด" แม้นจะอยู่ใกล้ถึงเพียงนี้ แต่เสี่ยวหลินก็มิสามารถกลับไปอยู่ยังจวนตระกูลฮุ่ยได้ดังเดิมเหมือนเมื่อครั้งยังเป็นเพียงบุตรสาวมิได้แต่งออกเรือนทำหน้าที่ภรรยา นั่นก็เพราะนางมิสามารถทนแรงกดดันและแรงพูดจาถากถางน้ำใจจากเหล่าพี่น้อง แม่เลี้ยง และญาติที่หัวเราะเยาะว่าตนมักใหญ่ใฝ่สูงจนสุดท้ายก็โดนบุรุษขอหย่าขาดจนกลายเป็นหม้าย
เสี่ยวหลินเป็นบุตรสาวของฮุ่ยหลวนซานกับฮูหยินรองเจียวจิน มีพี่น้องต่างมารดาด้วยกันหนึ่งคนเป็นลูกของฮูหยินเอกเจียวซือ นั่นก็คือพี่หญิงฮุ่ยเสี่ยวอวี้ ปัจจุบันแต่งงานออกเรือนกับจิ้นเหอขุนนางในราชสำนักแถบชายเมืองเหยี่ยชิง แต่บุรุษผู้นั้นสะพรั่งไปด้วยความหล่อเหลาจนเป็นที่หมายตาของสาวน้อยสาวใหญ่มากมาย ทำให้มีภรรยารอง นางบำเรอมากมาย
