บท
ตั้งค่า

#####บทที่ 10

"ก็ตามใจเจ้าเถิด รับน้ำใจจากข้าเถิดนะเสี่ยวหลิน ถือเป็นการขอโทษที่ข้าผิดสัจจะสัญญาต่อเจ้า" ฉินหยางหยางส่งเบี้ยในถุงแดงให้แก่นาง

"เงินมากมายถึงเพียงนี้ข้ารับเอาไว้มิได้หรอกเจ้าค่ะท่านพี่ และที่สำคัญหากท่านที่จะตบรางวัลหรือมอบสิ่งของใดแก่ข้าย่อมต้องได้รับความเห็นชอบจากภรรยาเอกก่อนมิใช่หรือเจ้าคะ?" เสี่ยวหลินรู้กฎข้อนี้ของเมืองเหม่ยเจียงดีว่าผู้ที่ได้ตบแต่งออกเรือนเป็นภรรยาเอกมีอภิสิทธิ์และมีอำนาจนอกเหนือจากภรรยารองมากมายเพียงใด ฉะนั้นท่านพ่อกับท่านแม่นางจึงมิใคร่พอใจสักเท่าใดนักที่นางทำโอกาสดิบดีหลุดมือไปเช่นนี้อย่างไรเล่า

"นี่เป็นเงินเก็บส่วนตัวของข้าข้าจะมอบให้ผู้ใดมันก็เรื่องของข้า นางผู้นั้นมิมีสิทธิ์มายุ่งวุ่นวายเป็นอันขาดเพราะนางเป็นแค่สตรีที่ท่านแม่จับใส่เกี้ยวแล้วให้แต่งออกเรือนไปกับข้าเพื่อดับมลทินแก่วงศ์ตระกูลฉินก็เพียงเท่านั้นอย่างไรเล่า" ฉินหยางหยางยังมิลดละความพยายามยัดเบี้ยถุงแดงใส่ในฝ่ามือนุ่ม ๆ ของคนรัก

"ข้ารักท่านพี่ที่สุดเลยเจ้าค่ะ" แขนเรียวบางคล้องคอบุรุษแล้วโน้มหน้าเขาลงมาประกบริมฝีปากอย่างดูดดื่มเรียกกระแสกำหนัดในกายชายให้แล่นพลุกพล่านทำหน้าที่เสือร้ายออกล่าเหยื่อ

"ข้าก็รักเจ้าเหลือเกินเสี่ยวหลิน" ทั้งสองเอนกาย ร่วมรักบนเตียงนอนนุ่มด้วยพิศวาสรอบแล้วรอบเล่ามิมีหยุดหย่อนในคืนวันเข้าหอของฉินหยางหยางและเหมยอ้าย

...

จวนตระกูลฉิน

ฉินหยางหยางกระทำการทุกอย่างอย่างแนบเนียน เมื่อใกล้ยามเหม่าเขาก็ย่องกายกลับเข้ามาในจวนตระกูลฉินแล้วทำทีท่าเหมือนว่าตนเองร่วมหอกับเหมยอ้ายจนหมดคืนตามคำสั่งและตามขนบธรรมเนียมประเพณีของเมืองเหม่ยเจียง

"คุณชายกลับมาแล้วหรือเจ้าคะ?" นางได้ยินเสียงตะกุกตะจึงหลุดพ้นจากห้วงภวังค์นิทรา "วันนี้ท่านพี่จะรับสำรับอันใดดีเจ้าคะ ประเดี๋ยวข้าจะลงครัวไปปรุงมาให้" ฉินหยางหยางเองก็พอจะทราบว่าฝีไม้ฝีมือในการปรุงสำรับของเหมยอ้ายค่อนข้างมีรสชาติถูกปากท่านพ่อและท่านแม่ยิ่งนักถึงได้เอ่ยชมให้เขาฟังจนเขานึกรำคาญ

"ไม่ใช่เรื่องของเจ้า! หน้าที่ของเจ้าในตอนนี้นั่นก็คือเก็บข้าวเก็บของทั้งของเจ้าและของข้าให้เรียบร้อย" คำสั่งนี้ทำให้เหมยอ้ายขมวดคิ้วหรี่ตามองเขาด้วยคำถามที่เต็มไปหมด

"เราจะไปที่ใดกันหรือเจ้าคะ"

"ขนบธรรมเนียมของตระกูลฉิน ในคืนวันเข้าหอเจ้าบ่าวและเจ้าสาวจะต้องร่วมหอกันในเรือนใหญ่ที่เคยใช้เป็นเรือนหอของท่านพ่อกับท่านแม่เพื่อความเสริมสิริมงคลให้แก่ชีวิตคู่ แต่หลังจากนั้นเช้าวันรุ่งขึ้นหากแต่งภรรยาเข้ามาในจวนแล้วย่อมต้องแยกเรือนแยกครัวออกไปตามลำพัง" ฉินหยางหยางอธิบายให้นางได้เข้าใจถึงขนบธรรมเนียมของคนตระกูลฉินไปที่มิได้มองหน้านางเลยสักนิดเพราะเกรงว่าจะไปกระตุ้นเชื้อเพลิงความโกรธเกรี้ยวในใจเขาตั้งแต่เช้า

"ข้าเข้าใจแล้วเจ้าค่ะ" เหมยอ้ายมิใช่คนหัวช้าที่จะมิสามารถทำความเข้าใจคำพูดแค่นี้ของบุรุษได้

ฉินหยางหยางลอบยิ้มด้วยแววตาเจ้าเล่ห์คล้ายกับมีกลอุบายหลอกล่อนางอีกกระนั้นหรือ "หน้าที่ของเจ้าหลังจากที่แยกไปอยู่เรือนเล็กอีกเรือนหนึ่ง เจ้าจะต้องทำหน้าที่ของภรรยานั่นก็คือหุงหาอาหารปรุงสำรับไว้รอข้า ทำความสะอาดเรือนและคอยหาบน้ำหาบท่าขึ้นมาจากท่าน้ำเพื่อเตรียมใส่อ่างไว้ปรนนิบัติผัว เข้าใจหรือไม่?"

"เจ้าค่ะ" หน้าที่ทั้งหมดนี้ควรเป็นหน้าที่ของภรรยาเช่นนางจริง ๆ หรือ? ข้อหนึ่งและข้อสองที่เขากล่าวออกมานางมิมีข้อคัดค้าน แต่ข้อที่สามคอยหาบน้ำหาบท่าขึ้นมาจากท่าน้ำเตรียมใส่ในอ่างไว้ปรนนิบัติผัว? โดยปกติทั่วไปแล้วผู้ที่จะทำหน้าที่หาบน้ำหาบท่าคือทาสรับใช้ซึ่งเป็นบุรุษรูปร่างแกร่งกำยำมิใช่หรือ ฉินหยางหยางจงใจหาทางกลั่นแกล้งนางชัด ๆ มิหนำซ้ำหากย้ายไปอยู่เรือนเล็กยิ่งไกลสายตาท่านลุงกับท่านป้าเขาจะกระทำการเหยียบย่ำนางอย่างไรก็ได้

"หน้าที่ของภรรยา มันคงไม่เหนือบ่ากว่าแรงจนเจ้าต้องให้ผิงอันสาวใช้คนสนิทของเจ้าหรือสาวใช้ในเรือนข้ารับภาระแทนเจ้าใช่หรือไม่!" ฉินหยางหยางฉวยโอกาสพูดจาดักหน้าไว้เสียก่อน เพราะเขามิปรารถนาจะให้สตรีหรือบุรุษผู้ใดให้ความช่วยเหลือเหมยอ้าย เขาอยากจะให้นางรับรู้ถึงความทุกข์ทรมานจนมิสามารถทนได้แล้วขอหย่าขาดจากเขาด้วยตัวนางเอง

ซึ่งหากนางทำหน้าที่ของภรรยาได้มิดีเท่าที่ควร ฉินหยางหยางก็จะได้หยิบยกข้ออ้างนี้เพื่อปลดนางจากตำแหน่งภรรยาเอกแล้วยกย่องเสี่ยวหลินขึ้นมาแทนอย่างไรเล่า

เขานี่มันบุรุษที่ฉลาดเป็นกรดเสียจริง

"ข้าทำได้เจ้าค่ะคุณชาย" นางรู้ว่าเขาต้องการกลั่นแกล้ง ต้องการบีบให้นางมิสามารถทนอยู่ในตำแหน่งภรรยาเอกได้ในระยะยาว

"งั้นก็ดี"

หลังจากที่ขนเข้าของย้ายไปอยู่เรือนหลังเล็กหลังเรือนใหญ่เสร็จเรียบร้อยแล้ว เหมยอ้ายก็ทรุดตัวนั่งลงบนเตียงด้วยความเหนื่อยล้ายกแขนเรียวบางขึ้นปากหยาดเหงื่อจากการดูแลปัดฝุ่นและจัดสมบัติทรัพย์สินต่าง ๆ ให้เข้าที่เข้าทางตามคำสั่งของผู้เป็นสามีอย่างเคร่งครัดมิให้บกพร่องเลยแม้แต่น้อยนิด

"ให้บ่าวทำเถิดเจ้าค่ะฮูหยิน" ผิงอันอดที่จะยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือมิได้ เมื่อเห็นนายตนกำลังจะลุกขึ้นเพื่อไปหาบน้ำหาบท่าจากริมชายคลองซึ่งอยู่ด้านหลังเรือนหลังเล็ก

ผู้หญิงร่างกายบอบบาง ผิวพรรณขาวเนียนมิเคยต้องแดดให้หยาบกร้านหรือยกสิ่งของหนักให้ปวดเนื้อปวดตัวมาก่อน จะไปหาบน้ำหาบท่าจากริมชายคลองมาใส่ในอ่างเพื่อรอปรนนิบัติผัวได้เช่นไรกันเล่า! คุณชายผู้นั้นต้องการกลั่นแกล้งนายของตนชัด ๆ ถึงได้ออกคำสั่งเหี้ยมโหดเช่นนี้ออกมาทั้ง ๆ ที่มันมิใช่หน้าที่ของภรรยาแต่มันคือหน้าที่ของสาวใช้ต่างหากเล่า

“ท่านพี่สั่งว่านี่เป็นหน้าที่ของภรรยา เจ้าอย่ารับภาระของข้าเลยผิงอัน เพราะหากท่านพี่รู้เข้าเจ้าจะเดือดร้อนเสียเปล่า” ฉินหยางหยางมิใช่บุรุษยอมคน เขายอมทำได้ทุกอย่างโดยเฉพาะคนที่เขามิพึงพอใจเช่นนาง

“แต่ฮูหยินเจ้าคะ นี่ไม่ใช่หน้าที่ที่ภรรยาพึงกระทำเลยนะเจ้าคะแต่มันเป็นหน้าที่ของสาวใช้และบ่าวในเรือนเสียมากกว่า คุณชายหยางหยางต้องการจะกลั่นแกล้งฮูหยิน ฮูหยินมิทราบหรืออย่างไรเจ้าคะ” ขนาดนางเป็นเพียงบ่าวนางยังเล็งเห็นแววตาเจ้าเลห์ที่พร้อมจะบีบขยำลูกไก่ตัวน้อย ๆ อย่างเหมยอ้ายที่อยู่ในกำมือเขาให้แหลกละเอียดตลอดเวลา

“ข้าทราบว่าท่านพี่ต้องการกลั่นแกล้งข้า แต่หากข้าขัดคำสั่งท่านพี่โดยให้เจ้าเข้ามาช่วย เจ้าหารู้ไม่ว่ามิใช่เจ้าเพียงคนเดียวที่จะเดือดร้อน แต่ข้าเองก็จะเดือดร้อนด้วยเช่นเดียวกัน” ในยามนี้นางอยู่ในฐานะภรรยาเอกของบุรุษ เสมือนกลายเป็นสมบัติในครอบครองที่เขาจะกระทำอย่างไรกับนางก็ย่อมได้

“เจ้าค่ะ”

“…” เหมยอ้ายทำได้เพียงยิ้มบางบาง แล้วเดินลงจากเรือนใหญ่เพื่อไปทำหน้าที่ของภรรยาในการหาบน้ำหาบท่าไว้รอปรนนิบัติผัวตอนใกล้พลบค่ำ

ป่านนี้สาวใช้ในเรือนคงพากันหัวเราะเยาะนางจนสนุกปาก ที่มักใหญ่ใฝ่สูงกินบนเรือนขี้รดบนหลังคา ถีบตัวเองจนกระทั่งได้ออกเรือนเป็นฮูหยินเอกของฉินหยางหยางบุตรชายเพียงคนเดียวของตระกูลฉินเจ้าของหอกลั่นสุราที่ใหญ่ที่สุดในเหม่ยเจียง แต่กลับมิได้มีชีวิตสุขสบายดั่งฝัน ต้องมาทำงานเหงื่อไหลซีดเซียวเยี่ยงกับสาวใช้ ช่างน่าสมเพชเวชทนาเสียจริง

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel