บท
ตั้งค่า

#####บทที่ 3

ส่วนเสี่ยวหลิน ข่าวลือของนางที่ผ่านเข้ามาในหูฮูหยินลี่อิงมิใคร่จะดีเท่าใดนัก เขาเล่ากันว่า นางเคยแต่งเข้าจวนสกุลหนึ่งแถบเมืองฝั่งกระโน้นในฐานะฮูหยินรอง แต่ดันทำของใส่ผัวและลักลอบเล่นชู้กับข้ารับใช้คนสนิทสามีจนความแตก สามีของนางจึงขอหย่า ไล่ตะเพิดนางให้พ้น

ผู้คนต่างรู้พฤติกรรมของสตรีนางนั้น มีเพียงบุตรชายของนางเท่านั้นกระมังที่ปิดหูปิดตาแล้วหลงเชื่อคำนาง มิว่าหลังจะกล่าวสิ่งใดก็เห็นดีเห็นงามไปด้วย ดั่งคำโบราณว่าความรักมักทำให้คนตาบอดคงเป็นเรื่องจริงงั้นหรือ

"แต่หากสตรีแพศยาผู้นั้นมิวางยาปลุกกำหนัดข้า แล้วย่องเข้ามาในหอนอนของข้าเพื่อหวังจะร่วมเตียงกับข้า! เหตุการณ์เช่นนี้ก็คงไม่เกิดขึ้นหรอกขอรับท่านแม่ นางช่างแยบยลยิ่งนัก!" ฉินหยางหยางกระแทกตัวลงนั่งบนเตียงข้างๆเรือนร่างบอบบางของนางอันเป็นที่รักแล้วกล่าวออกมาด้วยแววตาแข็งกร้านดุดัน” นางหลอกให้ทุกคนในจวนตายใจว่านางมิมีพิษมีภัยกับผู้ใดทั้ง ๆ ที่เบื้องหลังร้ายกาจนัก นางไม่เว้นแม้กระทั่งท่านพ่อกับท่านแม่ที่เมตตาอุปถัมภ์รับนางเข้ามาอยู่ในจวน! ข้าเกลียดนางยิ่งนัก"

"ในใจของเจ้ามันอคติต่อเหมยอ้าย เจ้ามิได้รู้ความจริงด้วยซ้ำว่าเหมยอ้ายเป็นคนวางยาปลุกกำหนัดเจ้าจริงหรือไม่!"

"แล้วท่านแม่ตอบข้าได้หรือไม่ขอรับ ว่าเหตุใดนางจึงเข้าไปในหอนอนของข้า ข้ามิสามารถมองเห็นความเป็นไปข้อใดได้นอกจากนางต้องการทั้งหมดเป็นแผนการของนางเพื่อหวังจะจับข้ามิใช่หรือ" ในสายตาและในความคิดของฉินหยางหยางมิเคยมองนางในแง่ดีสักคราหนึ่ง ก่อเกิดเหตุการณ์วิปริตอัปยศเช่นนี้ขึ้นเขาก็มิอยากอยู่ร่วมจวนหรือเหยียบบนพื้นแผ่นดินเดียวกันกับนาง

แววตาใสซื่อไร้เดียงสา ใบหน้าปั้นยิ้มแสร้งว่ามีไมตรีที่ดีต่อทุกคนรวมไปถึงข้าทาสบริวาร กลับแฝงความร้ายกาจและจิตใจอิจฉาริษยาซ่อนอยู่เป็นทุนเดิม

"..." ฮูหยินลี่อิงเองก็ไร้คำตอบ นางมิสามารถปฏิเสธคำกล่าวหาของบุตรชายข้อนี้ได้ว่าเหตุใดเหมยอ้ายจึงเข้าไปอยู่ในหอนอนของฉินหยางหยางในยามวิกาลเช่นนั้น "แล้วเหตุใดเจ้าถึงมิซักถามนางเล่า"

"ท่านแม่คิดหรือขอรับว่าสตรีผู้นั้นจะกล่าวความจริง นางคงแก้ตัวให้ตนเองไปน้ำขุ่น ๆ เพื่อให้พ้นผิด ว่าข้ามิรู้เจ้าค่ะท่านพี่ ข้าตื่นมาตอนเช้าก็นอนอยู่บนเตียงของท่านพี่แล้วเจ้าค่ะ" อายุอานามของฉินหยางหยางก็มิใช่วัยละอ่อน เขาผ่านสตรีเป็นร้อยเป็นพัน ทั้งในฐานะคนรักคนรู้จักหรือมิตรสหาย

สตรีเป็นสิ่งมีชีวิตประเภทหนึ่งที่ค่อนข้างเข้าใจยากและลึกลับซับซ้อนมิสามารถล่วงล้ำหยั่งถึงความรู้สึกอันแท้จริงได้ถี่ถ้วน ยิ่งเป็นสตรีผู้นั้นยิ่งหาความจริงจากปากนางมิได้หรอกหรือ นางนั้นเจ้าเล่เพทุบายสร้างเรื่องปั้นหน้าเพื่อหลอกล่อให้คนรอบกายตายใจ นางช่างร้ายยิ่งกว่างูพิษเชียว

“…” ฮูหยินลี่อิงหมดคำจะกล่าว ต่อให้นางชักแม่น้ำทั้งห้ามาพูด ฉินหยางหยางก็คงจะปิดกั้นและมิฟังเป็นแน่ ด้วยว่าบุตรชายนางปักใจเชื่อไปเสียแล้วว่าทั้งหมดคือแผนการของเหมยอ้ายสตรีผู้นั้น “แต่ถึงกระนั้น หากท่านพ่อเจ้ากลับมาแล้วรู้ความเข้า เจ้าก็จะต้องรับผิดชอบเหมยอ้ายด้วยการออกเรือนกับนางมิใช่หรือหยางหยาง”

“ข้ามิมีวันออกเรือนกับสตรีแพศยาผู้นั้นเป็นอันขาดขอรับท่านแม่ แค่คิดข้าก็รังเกียจขยะแขยงนางเต็มทีเเล้ว!” ฉินหยางหยางปฏิเสธเสียงเข้ม

“แต่เจ้าจักต้องรับผิดชอบนาง!” ฉินเฟยหมิงเจ้าของหอกลั่นสุราที่ใหญ่และร่ำรวยค้าขายเจริญรุ่งเรืองที่สุดในเมืองเหม่ยเจียงเนื่องจากเป็นจุดศูนย์กลางแห่งการค้าเดินเข้ามาในหอนอนบุตรชาย

ตั้งแต่เขาได้ยินชาวบ้านลือกันสนุกปากว่า บุตรชายของตน ฉินหยางหยาง กับ บุตรสาวของคนที่เขาติดหนี้ชีวิต เหมยอ้าย ได้เสียร่วมเตียงเดียวกันเมื่อคืนนี้ทั้ง ๆ ที่ฝ่ายบุรุษมีคนรักอยู่แล้ว มันแพร่ออกไปอย่างรวดเร็วจนเขามิสามารถใจเย็นอยู่ได้ จึงรีบนั่งเกวียนกลับจวนสกุลฉินโดยเร็ว

“พ่อจักให้เจ้าตบเเต่งเหมยอ้ายเป็นฮูหยินของเจ้า เพื่อรักษาเกียรติและศักดิ์ศรีของนาง รวมถึงเจ้าด้วย!” คำสั่งของฉินเฟยหมิงถือว่ามีอำนาจมากที่สุดในจวนสกุลฉินแห่งนี้ มิมีผู้ใดสามารถทัดทานหรือต่อรองได้

“ไม่ ข้ามิมีวันกระทำเช่นนั้นเป็นอันขาดขอรับ! เหตุใดข้าต้องรับสตรีแพศยาคนนั้นมาเป็นฮูหยินด้วย” ฉินหยางหยางมีคนรักอยู่แล้ว ท่านพ่อท่านแม่และใครอื่นต่างก็ทราบกันโดยถ้วนทั่ว หากเขาตบแต่งเหมยอ้ายสตรีผู้นั้นเป็นฮูหยิน แล้วเสี่ยวหลินเล่า? นางมิช้ำใจหรอกหรือ

ทั้ง ๆ ที่นางคือผู้มาก่อนแต่นางกลับต้องเสียสละให้สตรีไร้ยางอายผู้นั้นตบแต่งเป็นฮูหยินคนรักของตน มันยุติธรรมแล้วหรือ?

“เจ้ารู้หรือไม่ว่าบัดนี้ข่าวที่เจ้าได้เสียร่วมเตียงกับเหมยอ้ายเขาลือกันให้ทั่วเมือง! ว่าจวนของเรารับสตรีบุตรสาวของผู้มีพระคุณเข้ามาเลี้ยงดูเพื่อหวังให้บุตรชายย่ำยี และกระทำชำเราร่างกายนางเยี่ยงกับเยี่ยงหญิงนางโลมโดยมิคิดจะรับผิดชอบ” ทั้ง ๆ ที่เรื่องมันพึ่งเกิดไม่ถึงชั่วยามเลยด้วยซ้ำ ทว่ากลับแพร่กระจายรวดเร็วปานสายฟ้าเสียอีก “คราวนี้มิได้เสื่อมเสียงเพียงศักดิ์ศรีของเหมยอ้าย แต่มันเหมารวมถึงสกุลฉินด้วย เจ้าจักปล่อยนิ่งดูดายได้หรอกหรือฉินหยางหยาง”

สกุลฉินมิเคยมีเรื่องเสื่อมเสียชื่อเสียง ย่อมส่งผลให้การค้าขายของหอกลั่นสุราเป็นศูนย์แห่งความเจริญที่มีผู้คนทั่วแคว้นแดนใต้หลั่งไหลกันมาเสพสุขอย่างครึกครื้นจนทำให้ครอบครัวสกุลฉินมั่งคั่งร่ำรวยเป็นอภิมหาเศรษฐีแห่งเมืองเหมยจียง

“แต่ข้ามีคนรักอยู่แล้วนะขอรับท่านพ่อ จะให้ข้าทิ้งเสี่ยวหลินทรยศความรักที่นางมีต่อข้า แล้วไปตบแต่งกับสตรีอีกนางหนึ่งขึ้นเป็นฮูหยินหรือขอรับ ข้ากระทำเช่นนั้นมิได้ขอรับ” บุรุษกัดฟันตอบ

“ข้ามิได้ขัดขวางความรักของเจ้าเสียหน่อยฉินหยางหยาง หากเจ้าต้องการตบแต่งกับเสี่ยวหลินก็ยอมได้ ข้ามิขัดข้อง ข้าจะไปสู่ขอนางมาเป็นผู้หญิงของเจ้า…” ฉินเฟยหมิงเริ่มคิดกลอุบายในการหลอกล่อฉินหยางหยางให้ติดกับทันท่วงที

“จริงหรือขอรับท่านพ่อ” ฉินหยางเริ่มมีความหวัง เขาหมายจะออกเรือนกับเสี่ยวหลินตั้งแต่คราแรกที่พบเจอโฉมหน้าสตรีผู้รูปงามตั้งแต่หัวจรดเท้าเช่นนาง ทว่า ท่านพ่อท่านแม่มิใคร่สนับสนุน อยากให้ศึกษาดูใจให้ถี่ถ้วนดูก่อน ด้วยให้เหตุผลว่ามันยังรวดเร็วเสียเกินที การแต่งงานย่อมเป็นเรื่องใหญ่โต หากวันหน้าเข้ากันมิได้ขึ้นมาก็จำต้องหย่าขาดกันเปล่า ๆ

ฉินหยางหยางจึงระงับความคิดเหล่านั้นไว้ มักจะชักชวนเสี่ยวหลินมาที่จวนอยู่บ่อยครั้ง เพื่อให้นางเป็นลูกมือค่อยช่วยปรุงสำรับกับท่านแม่ และคอยเอาอกเอาใจ วันข้างหน้าหากนางเข้ามาเป็นสะใภ้จะได้ราบรื่น

“ข้าจะโป้ปดเจ้าด้วยเหตุอันใดเล่าฉินหยางหยาง เพียงแค่ข้าจะไปสู่ขอเสี่ยวหลินมาเป็นฮูหยินของเจ้าหลังจากที่เจ้าตบแต่งกับเหมยอ้ายเสร็จเรียบร้อยแล้ว” ฉินเฟยหมิงยื่นคำขาดให้กับบุตรชาย เขามิได้รังเกียจเดียดฉันท์คนรักของบุตรชายถึงปานนั้น แต่ในทางกลับกันเขารู้จักนางดีจนมิสามารถยินยอมให้ชีวิตฉินหยางหยางต้องล่มจมเพราะฝีมือนางเป็นแน่

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel