#####บทที่ 2
"ข้ามิเหลือความเชื่อใจในตัวท่านพี่แล้วเจ้าค่ะ จักให้ข้าเชื่อเช่นนั้นหรือว่าน้องหญิงของข้าวางยาปลุกกำหนัดแล้วแอบย่องเข้าไปในหอนอนของท่านพี่เพื่อหวังจะจับท่านพี่ ข้ามองนางเยี่ยงนั้นมิได้หรอกเจ้าค่ะ..." ยิ่งได้ยินประโยคนี้จากปากสตรีคนรักก็ยิ่งทำให้บุรุษที่มีความเกรี้ยวกราดเป็นทุนเดิมอยู่แล้วทวีคูณความรุนแรงเป็นเท่าตัว เนื่องจากชังน้ำหนัก รังเกียจขยะแขยงและสมเพชเวทนาที่คนรักของตนทั้งเมตตาเอ็นดู แต่นางผู้นั้นกลับตอบแทนด้วยการลักลอบเล่นชู้กับเขางั้นหรือ
"เสี่ยวหลิน พี่รักเจ้า พี่รักเจ้านะเสี่ยวหลิน"
"ข้าลาก่อนเจ้าค่ะท่านพี่ หากชาติหน้ามีจริงข้าคงมีบุญวาสนาจะได้ร่วมรักแล้วเป็นฮูหยินของท่านพี่นะเจ้าคะ" เมื่อสิ้นเสียงสตรีผู้ใจขาดเด็ดเดี่ยวก็งั้นแขนเรียวบางอย่างสุดกำลังแล้วปักปิ่นปักผมอันแหลมคมลงบนเนินหน้าท้องผ่านอาภรณ์สีขาวสองสามครั้งจนมันค่อย ๆ เเดงเถือกด้วยเลือดจากกายเนื้อ
"เสี่ยวหลิน!!!" ฉินหยางหยางตะโกนจนสุดเสียง ก่อนที่จะเห็นร่างของนางอันเป็นที่รักล้มนอนราบลงไปกับพื้นดินต่อหน้าต่อตาโดยที่เขาทำได้เพียงยืนดูเท่านั้นอย่างไรเล่า...
ฉินหยางหยางรีบเข้าไปประคองโอบอุ้มเรือนร่างเสี่ยวหลินไว้แนบเสมอแผงอกแกร่ง แล้วก้าวขาย่างกรายใส่พละกำลังแรงม้าเพื่อกลับไปยังจวนสกุลฉินแล้วรีบเร่งให้หมอประจำจวนมาตรวจดูอาการและทำการรักษาคนรักของตนให้ปลอดภัยโดยเร็วเถิด
"เจ้าจงแข็งใจไว้เถิดเสี่ยวหลิน เจ้าคิดบ้างหรือไม่หากมิมีเจ้าแล้วพี่จะอยู่บนโลกใบนี้ได้เช่นไร?" นางคือรักแรกพบของฉินหยางหยางที่บังเอิญเจอกันเมื่อครั้นเขาไปดูแลโรงกลั่นสุราสกุลฉินประมาณ 2 ปีก่อนหน้านี้
"ในเมื่อท่านป้าจักให้ท่านพี่ตบแต่งน้องหญิงขึ้นเป็นฮูหยินแล้วข้าเล่าเจ้าค่ะ ข้าจะไปมาหาสู่ท่านพี่ในฐานะใดกันเล่า?" ทั้ง ๆ ที่นางเป็นผู้มาก่อนด้วยซ้ำเหตุใดกันหรือนางถึงมิสมควรยืนเคียงข้างบุรุษผู้นี้ในฐานะฮูหยินเอก หรือเพียงเพราะบิดาของนางเป็นแค่หัวหน้าขุดเหมืองทองคำ มิคงบังอาจไปเทียบเท่าบุตรสาวอัครเสนาบดีขุนนางชั้นผู้ใหญ่กับนางกำนัลคนสนิทพระสนมเอกเช่นนั้นน่ะหรือ
"พี่จะมิมีวันยอมแต่งสตรีแพศยาคนนั้นขึ้นมาเป็นฮูหยินให้แปดเปื้อนมลทินสกุลฉินเด็ดขาด" ฉินหยางหยางยืนยันต่อนางอันเป็นที่รักด้วยน้ำเสียงหนักแน่นและแววตามุ่งมั่นว่าเขาจงเกลียดจงชังเหมยอ้ายเพียงใด
หัวเด็ดตีนขาดอย่างไรเสีย เขาก็จักมิมีวันยอมรับหญิงแพศยาเช่นนั้นผู้ใดได้ไปเป็นฮูหยินประจำจวน วงศ์สกุลคงร้อนเป็นไฟและหาความสงบสุขมิได้เป็นแน่
ฉินหยางหยางจงเกลียดจงชังเหมยอ้ายตั้งแต่ที่ฮูหยินสกุลฉินผู้เป็นมารดาเมตตาและรับนางเข้ามาในจวน เขาก็รู้ได้ทันทีเลยว่าภายใต้ใบหน้าไร้เดียงสานี้ซ่อนความร้ายกาจไว้มากมายเพียงใด นางคงตัวสั่นระริกระรี้อยากถวายตัวร่วมหอกับบุรุษรูปโฉมงดงามเช่นเขาจนจะขาดใจถึงได้กล้าทำเรื่องบัดซบเช่นนั้นกับคนที่นางเรียกว่าพี่หญิงได้ลงคอ
"ท่านพี่เจ้าคะ...น้องมองออกตั้งแต่คราวแรกว่าน้องหญิงมีท่านพี่เข้าไปวิ่งเล่นอยู่ในหัวใจ มิใช่น้องมิรู้ น้องมิอยากให้น้องหญิงต้องเจ็บช้ำน้ำใจไปกว่านี้เจ้าค่ะ โปรดท่านพี่อย่าชิงชัง อย่ารังเกียจน้องหญิงเลยนะเจ้าคะ สิ่งที่น้องหญิงกระทำลงไปทั้งหมดคงเป็นเพราะน้องหญิงรักท่านพี่กระมัง" ฮุ่ยเสี่ยวหลินพยายามพูดเกลี้ยกล่อมชายคนรักของตนเองให้เลิกมองสตรีผู้น้องอย่างอคติเสียที
"เจ้าดีกับนางขนาดนี้แต่นางยังมีจิตใจริษยาเจ้า นางนี่มันหน้าด้านหน้าทนเกินคน!" ยิ่งได้ยินเช่นนี้ฉินหยางหยางยิ่งทวีคูณความโกรธเคืองต่อตัวสตรีกาฝากผู้นั้นเข้าไปใหญ่
...
เมื่อกลับถึงจวนสกุลฉิน ฉินหยางหยางรีบตามหมอยาที่ดีที่สุดมารักษาคนรักของตนเองได้ทันท่วงที เพียงทว่ามิสามารถดับไฟร้อนรุ่มที่สุมอยู่กลางอกบุรุษได้สำเร็จเนื่องจากที่เขาได้รับรู้หลังจากนี้
"ท่านอา คนรักของข้าเป็นเช่นไรบ้างขอรับ" ฉินหยางหยางเหลือบมองเรือนร่างของสตรีที่นอนไร้สติอยู่บนเตียงใหญ่ แลดูใบหน้าของนางซีดเซียวไร้ซึ่งเครื่องประทินโฉมแต่งแต้มสีสันชมพูระเรื่อเหมือนแต่ก่อน หัวใจของบุรุษก็พลันดับวูบโหวงเหวงเจียนสิ้นลมเสียด้วย
"นางปลอดภัยแล้ว โชคดีนักที่มิโดนขั้วหัวใจเนื่องจากนางกะผิดตำแหน่ง เพียงความโชคดีนั้นก็มิได้โชคดีตลอดเพราะมีโชคร้ายเข้ามาแทรกแซงอยู่ด้วย..." ฉินเฟยหลงหมอรักษาโรคที่เก่งกาจที่สุดแห่งเมืองเหม่ยเจียง มีศักดิ์เป็นท่านอาของฉินหยางหยางซึ่งเกิดจากอนุภรรยา ฮูหยินรอง เมื่อครั้นท่านปู่ยังมีชีวิตอยู่
"โชคร้ายอันใดกันขอรับ?"
"ปิ่นปักผมอาจมิได้จ้วงแทงจุดสำคัญของคนรักของเจ้าจึงรอดปลอดภัย แต่เด็กที่อยู่ในครรภ์อ่อนแอยิ่งนักซ้ำยังเป็นเพียงตัวอ่อน ข้าจึงมิสามารถช่วยเหลือเอาไว้ได้ทันการ" ฉินเฟยหลงพูดเพียงเท่านี้แข้งขาอันแกร่งกรรมยำของบุรุษชาตินักรบเช่นฉินหยางหยางก็ทรุดตัวลงกับพื้น
"ลูกข้า..."
"ร่างกายของเสี่ยวหลินมิค่อยแข็งแรงนัก และยังมิพร้อมสำหรับการมีบุตรให้เจ้าในเร็ววันเนื่องจากเสี่ยงต่อการตกลูกสูงยิ่งนัก ข้าจึงอยากให้เจ้าเว้นระยะไปสักประมาณห้าหกเดือนเพื่อความปลอดภัยของเสี่ยวหลินและเด็กที่จะเกิดออกมา" ฉินเฟยหลงเข้าใจและรู้ซึ้งถึงหัวอกของฉินหยางหยางอย่างดีเมื่อทราบข่าวร้ายว่าต้องสูญเสียบุตรในครรภ์โดยที่มิได้มีโอกาสออกมาลืมตาดูโลกมันเจ็บปวดทุกข์ทรมานเพียงใด เพราะเขาเองก็เคยพบความสูญเสียเช่นนี้มาแล้วเช่นเดียวกัน
"ข้าขอบคุณท่านอามากขอรับ"
"ในช่วงนี้ดูแลคนรักของเจ้าอย่างใกล้ชิด เพราะอย่างที่ข้าบอกร่างกายนางยังมิค่อยแข็งแรงและอ่อนแอนัก ซ้ำร้ายสภาพจิตใจของนางคงย่ำแย่มิต่างไปจากเจ้า " เมื่อสิ้นเสียงหมอฉินเฟยหลงก็เดินออกไปจากจวนสกุลฉิน โดยมีข้ารับใช้ของคนสกุลฉินลากม้าลากเกวียนอาสาไปส่งที่เรือนตนซึ่งปลูกอยู่แถบชานเมือง
"นางเช่นไรบ้างหยางหยาง?" ต่อให้ฮูหยินสกุลฉินจะมิใคร่ชอบพอสตรีคนรักของบุตรชายสักเพียงใด แต่ข่าวคราวที่นางได้ยินจากข้ารับใช้เมื่อครู่ก็อดสงสารมิได้
เด็กที่อยู่ในครรภ์นางหากเป็นลูกของฉินหยางหยางมิมีผิดเพี้ยน ตามศักดิ์ก็คือหลานของนาง เลือดเนื้อเชื้อไขของคนสกุลฉิน แต่เด็กคนนั้นคงมีวาสนาน้อยนักถึงต้องสิ้นอายุขัยทั้งๆที่ยังมิได้ออกมาลืมตาดูโลกด้วยซ้ำ
"ปลอดภัยแล้วขอรับท่านแม่ เพราะนาง!! เพราะสตรีแพศยาคนนั้นแท้ ๆ ถึงทำให้คนรักของข้าตกอยู่ในสภาพเช่นนี้ นางเป็นต้นเหตุทำให้ลูกของข้าตายขอรับท่านแม่ ข้ามิมีวันให้อภัยนางเด็ดขาด!!" ฉินหยางหยางกล่าวเสียงเข้มด้วยแววตาคุกรุ่นไปด้วยไฟบรรลัยโลกันต์
"แล้วเจ้ามิคิดโทษคนรักของเจ้าบ้างหรืออย่างไรเล่าฉินหยางหยาง เจ้าโทษว่าเหมยอ้ายเป็นต้นเหตุทำให้เสี่ยวหลินต้องตกอยู่ในสภาพแบบนี้และทำให้ลูกของเจ้าสิ้น หากเจ้าลองตรองดูมิใช่คนรักของเจ้าหรอกหรือที่ทำให้ลูกตัวเองมิได้ออกมาลืมตาดูโลก! นางมิใช่หรือที่ใช้ปิ่นปักผมจ้วงแทงตนเอง เหตุใดเจ้าจึงโทษว่าเป็นความผิดของเหมยอ้ายเพียงผู้เดียว" คราวนี้ฮูหยินสกุลฉินอย่างลี่อิงก็มิสามารถนิ่งเฉยอยู่ได้ ถึงแม้ว่าเหมยอ้ายจะมิใช่เลือดเนื้อเชื้อไขหรือเป็นคนของสกุลฉินโดยแท้ ทว่าตั้งแต่นางรับเหมยอ้ายเข้ามาอยู่ในจวน นางก็รู้ได้ทันท่วงทีเลยว่าเหมยอ้ายนางมิใช่สตรีโหดร้ายหรือมีพิษมีภัยกับผู้ใดจนกระทั่งทำเรื่องน่าอับอายเช่นนั้นได้ลงคอ
