บท
ตั้งค่า

บทที่ 9 แผนซ้อนแผน

สามวันให้หลังนับจากเหตุการณ์ที่หย่งอันโหวถูกกองกำลังของชินอ๋องกดศีรษะลงกับพื้นและสั่งโบยประจานกลางถนน ชื่อเสียงของหอการค้าอวิ๋นฉางก็โด่งดังเป็นพลุแตกพลิกฟ้าพลิกแผ่นดิน

เมื่อล่วงเข้าสู่ยามซื่อ ถนนการค้าสายบูรพายังคงเนืองแน่นไปด้วยผู้คน บรรดาสาวใช้จากตระกูลขุนนางต่างพากันมายืนต่อแถวรอสั่งจองผ้าไหมทอพิเศษกันอย่างคึกคัก

ป้ายไม้เคลือบเงาสลักอักษรทองคำว่า 'หอการค้าอวิ๋นฉาง' ตั้งตระหง่านท้าทายสายตาทุกคู่ บรรยากาศภายในร้านหรูหราโอ่อ่า กลิ่นกำยานหอมอ่อนโยนลอยผสมผสานกับความงดงามของผืนผ้าที่จัดแสดงไว้อย่างประณีต

เซียวอวี้ถิงยืนอยู่หลังโต๊ะบัญชีไม้หนานมู่ตัวใหญ่ อาภรณ์สีครามเข้มขลิบเงินที่นางสวมใส่ขับเน้นผิวขาวกระจ่างให้ดูหมดจด

ท่วงท่าการขีดเขียนพู่กันลงบนสมุดบัญชีเนิบนาบและมั่นคง ดวงตาดอกท้อทอประกายพึงพอใจเมื่อเห็นตัวเลขผลกำไรที่เพิ่มขึ้นเป็นกอบเป็นกำ

ชิงชิงก้าวเข้ามาพร้อมกับรินชาหลงจิ่งอุ่นร้อนส่งให้ผู้เป็นนาย ใบหน้าจิ้มลิ้มเปื้อนรอยยิ้มกว้างขวางเมื่อเห็นกิจการรุ่งเรือง

"เถ้าแก่เนี้ย วันนี้มีเทียบเชิญจากฮูหยินรองตระกูลหลี่ขอสั่งตัดชุดไหมเจียงหนานเพิ่มอีกสามชุดเจ้าค่ะ" ชิงชิงรายงานด้วยน้ำเสียงกระตือรือร้น

"ดูเหมือนว่าข่าวลือเรื่องที่ท่านอ๋องออกหน้าปกป้องท่าน จะทำให้พวกขุนนางที่เคยมองข้ามเราเริ่มหันมาประจบประแจงแล้ว"

"ในวงการค้า ไม่มีมิตรแท้หรือศัตรูถาวร มีเพียงผลประโยชน์ที่จับต้องได้เท่านั้น" เซียวอวี้ถิงรับถ้วยชามาจิบเชื่องช้า

"พวกเขาย่อมต้องเลือกข้างที่แข็งแกร่งกว่าเป็นธรรมดา"

ทว่าความคึกคักและเสียงเจรจาค้าขายพลันสะดุดลงเมื่อมีเสียงฝีเท้าหนักหน่วงของชายฉกรรจ์กลุ่มหนึ่งย่ำกระแทกพื้นกระเบื้องหน้าร้าน

นักเลงหัวไม้ห้าคนในสภาพเสื้อผ้าหลุดลุ่ยส่งกลิ่นสุราเหม็นเปรี้ยว ก้าวฝ่าฝูงชนเข้ามาด้วยท่าทีคุกคาม ในมือของพวกมันถือไม้กระบองและถังไม้บรรจุน้ำโคลนสีดำขุ่นคลั่ก

ลูกค้ารอบข้างต่างพากันถอยกรูดด้วยความตกใจ หลงจู๊และคนงานในร้านรีบขยับเข้ามาขวางหน้าแผงรับรอง ทว่าพวกนักเลงกลับแกว่งไม้กระบองข่มขู่ไม่ให้ผู้ใดเข้าใกล้

"พวกเจ้าหลีกไปให้พ้น" ชายร่างบึกบึนที่มีรอยแผลเป็นบนใบหน้าตวาดเสียงกร้าว

"ร้านอวิ๋นฉางหลอกลวงผู้คน เอาผ้าไหมย้อมสีตกมาหลอกขายให้ตระกูลขุนนาง วันนี้พวกข้าจะมาทวงคืนความยุติธรรมให้ชาวเมืองหลวง"

สิ้นเสียงประกาศกร้าว ชายอีกคนก็เงื้อถังน้ำโคลนขึ้นหมายจะสาดใส่ผืนผ้าไหมสีอ่อนที่จัดแสดงอยู่กลางร้าน

หากผ้าแพรพรรณล้ำค่าเหล่านี้เปื้อนรอยโคลนตม ย่อมหมายถึงความเสียหายหลายพันตำลึงทอง ซ้ำยังเป็นข้ออ้างชั้นดีให้ชื่อเสียงของร้านต้องมัวหมอง

เซียวอวี้ถิงเพียงปรายตามองฉากงิ้วปาหี่เบื้องหน้าด้วยแววตาเรียบเฉย ไร้ซึ่งระลอกคลื่นแห่งความหวาดกลัว

นางคาดการณ์ไว้อยู่แล้วว่าสุนัขจนตรอกอย่างฮูหยินผู้เฒ่าจ้าว เมื่อไร้เงินตราและอำนาจกฎหมายมาต่อกร ย่อมต้องหันมาใช้วิธีสกปรกชั้นต่ำเช่นนี้เพื่อระบายความแค้น

จังหวะที่น้ำโคลนกำลังจะสาดกระเซ็นออกจากถัง ชายวัยกลางคนผู้หนึ่งที่ยืนปะปนอยู่ในฝูงชนก็ชี้หน้ากลุ่มนักเลงพลางเอ่ยขึ้นด้วยความประหลาดใจ

"เดี๋ยวก่อน นั่นมันอันธพาลรับจ้างจากบ่อนพนันตรอกสือปามิใช่หรือ พวกมันไปซื้อผ้าไหมใส่ตั้งแต่เมื่อใดกัน"

สตรีสวมผ้าคลุมหน้าอีกนางที่ยืนอยู่ไม่ไกลรีบรับลูกต่ออย่างแนบเนียน "ข้ามีญาติทำงานเป็นบ่าวรับใช้ในจวนหย่งอันโหว ได้ยินมาว่าฮูหยินผู้เฒ่าจ้าวแค้นใจที่อดีตสะใภ้ได้ดิบได้ดี

ทว่าจวนโหวตอนนี้ยากจนข้นแค้นจนต้องกินข้าวต้มผสมน้ำ นางจึงนำกำไลหยกชิ้นสุดท้ายไปจำนำเพื่อจ้างพวกสวะมาก่อกวนร้านค้าผู้อื่น"

เสียงกระซิบกระซาบที่ถูกจุดประกายโดยสายสืบของหงเหนียง ลุกลามราวกับไฟลามทุ่ง สายตาของชาวเมืองที่เคยมองกลุ่มนักเลงด้วยความตกใจ

เปลี่ยนเป็นความเหยียดหยามและรังเกียจในทันที แผนการป้ายสีร้านอวิ๋นฉางถูกตีกลับไปเป็นเครื่องประจานความเน่าเฟะของตระกูลจ้าวอย่างสมบูรณ์แบบ

หัวหน้านักเลงหน้าถอดสีเมื่อเห็นว่าสถานการณ์ไม่เป็นไปตามที่ตกลงไว้ มันกัดฟันกรอด ตัดสินใจจะพังร้านให้จบเรื่องเพื่อรับเงินค่าจ้าง

ทว่ายังไม่ทันที่ไม้กระบองในมือจะฟาดลงบนชั้นวางสินค้า เงาดำสองสายก็พุ่งทะยานลงมาจากคานหลังคาของระเบียงทางเดิน

องครักษ์เงาในชุดรัดกุมเคลื่อนไหวรวดเร็วและไร้สุ้มเสียงราวกับภูตผี ปลายเท้าของพวกเขาเตะกวาดเข้าที่ข้อพับเข่าของกลุ่มนักเลงอย่างแม่นยำ เสียงกระดูกลั่นดังก้องพร้อมกับร่างใหญ่โตที่ล้มทรุดลงกระแทกพื้นกระเบื้อง

ถังน้ำโคลนถูกแย่งชิงไปก่อนจะหกเลอะเทอะ ซ้ำยังถูกองครักษ์เงาสาดกลับใส่ใบหน้าของผู้ว่าจ้างจนพวกมันสำลักน้ำสกปรก

เซียวอวี้ถิงก้าวเดินอ้อมโต๊ะบัญชีออกมาหยุดยืนอยู่เบื้องหน้ากลุ่มอันธพาลที่ถูกจับกดลงกับพื้น นางปรายตามองพวกมันด้วยสายตาเย็นเยียบดุจมองเศษสวะ

"ส่งตัวพวกมันไปที่ศาลาว่าการเมืองหลวง แจ้งข้อหาบุกรุกและพยายามทำลายทรัพย์สิน" เสียงของนางก้องกังวานและเฉียบขาด

"แล้วอย่าลืมฝากบอกใต้เท้าผู้ว่าการด้วย ว่าผู้บงการเบื้องหลังคือฮูหยินผู้เฒ่าจ้าวแห่งจวนหย่งอันโหว หากศาลต้องการพยาน ชาวเมืองบนถนนสายบูรพาทุกคนล้วนเป็นพยานให้ข้าได้"

ฝูงชนต่างพากันพยักหน้าเห็นด้วย ความเด็ดขาดและเยือกเย็นของเถ้าแก่เนี้ยผู้นี้ทำให้พวกเขาเลื่อมใส ซ้ำยังรู้สึกสะใจที่ได้เห็นคนพาลถูกจัดการอย่างหมดจด

องครักษ์เงาพยักหน้ารับคำสั่ง ก่อนจะลากตัวกลุ่มนักเลงที่ร้องครวญครางออกไปจากหน้าร้านอย่างรวดเร็ว ปล่อยให้หอการค้าอวิ๋นฉางกลับมาสงบสุขและคึกคักยิ่งกว่าเดิม

การซ้อนแผนครั้งนี้ไม่เพียงแต่ปกป้องทรัพย์สิน ทว่ายังถือเป็นการพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสทองในการเหยียบย่ำชื่อเสียงของตระกูลจ้าวให้จมมิดลงไปในโคลนตมอย่างแท้จริง

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel