บทที่ 6 หนังสือหย่าขาด
โถงรับรองของจวนหย่งอันโหวที่เคยโอ่อ่า บัดนี้กลับดูคับแคบลงถนัดตาเมื่อถูกคุกคามด้วยกลิ่นอายสังหารขององครักษ์จากหอเงาสดับ
เซียวอวี้ถิงเลือกทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ไม้หนานมู่ตัวหลักอย่างถือสิทธิ์ ท่วงท่าของนางผ่อนคลายราวกับกำลังนั่งอยู่ในห้องทำงานของตนเอง
มู่หยานยืนกอดกระบี่นิ่งสงบอยู่เบื้องหลังนางราวกับเงาพญามัจจุราช สายตาเย็นชาของเขากวาดมองผู้คนในโถงราวกับกำลังประเมินจุดตายของเหยื่อ
ฮูหยินผู้เฒ่าจ้าวทรุดนั่งลงบนตั่งพลางให้บ่าวรับใช้ช่วยลูบหลัง ใบหน้าเหี่ยวย่นที่เคยเชิดชูด้วยความเย่อหยิ่งบัดนี้ซีดเผือดไร้สีเลือด
จ้าวซื่อเซิงยืนขบกรามแน่นอยู่กลางโถง ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยวางมาดบัณฑิตผู้ทรงธรรมบัดนี้บิดเบี้ยวด้วยโทสะ เขาจ้องมองสตรีตรงหน้าอย่างไม่ลดละ
พยายามค้นหาความหวาดกลัวในดวงตาของนาง ทว่ากลับพบเพียงความว่างเปล่า
"เจ้าต้องการสิ่งใดกันแน่" จ้าวซื่อเซิงเอ่ยถามเสียงลอดไรฟัน น้ำเสียงของเขาเจือความรุ่มร้อนและจนตรอก
"จวนโหวในยามนี้ไม่มีเงินสดถึงแปดพันตำลึงทองให้เจ้าหรอกนะ ต่อให้เจ้าขายจวนหลังนี้ทิ้งก็ยังได้ไม่ครบ
หากเจ้าต้องการบีบคั้นให้ข้าตายตกไปพร้อมกับชื่อเสียงตระกูล ก็จงส่งคนไปแจ้งทางการเสียเถิด ดูซิว่าบิดาเจ้าจะทนแบกรับความอับอายที่มีบุตรสาวก้าวร้าวได้หรือไม่"
เซียวอวี้ถิงรับถ้วยชาที่ชิงชิงรินส่งให้มาถือไว้ นางปัดฝาถ้วยชาเชื่องช้า ท่วงท่าสง่างามราวกับเป็นนายหญิงผู้กุมชะตากรรมของทุกคนในที่แห่งนี้
"ข้าเป็นนักการค้า ย่อมรู้ดีว่าต่อให้รีดเค้นจวนโหวจนหยดสุดท้าย พวกท่านก็ไม่อาจหาเงินก้อนนี้มาคืนได้ภายในวันเดียว" เซียวอวี้ถิงวางถ้วยชาลงบนโต๊ะเสียงดังกังวาน
"ข้าจึงมีข้อเสนอมาแลกเปลี่ยน"
ดวงตาดอกท้อตวัดขึ้นมองอดีตสามี แววตานั้นเยือกเย็นและเด็ดขาด
"ข้าต้องการหนังสือหย่าขาด"
คำกล่าวของนางทำเอาบรรยากาศในโถงเงียบสงัด ฮูหยินผู้เฒ่าจ้าวเบิกตากว้างจนแทบถลน จ้าวซื่อเซิงแค่นเสียงหัวเราะออกมาอย่างสมเพช
"สตรีเช่นเจ้าคิดจะขอหย่าสามีหรือ ช่างฝันเฟื่องนัก ข้าเป็นถึงขุนนางขั้นสาม มีสิทธิ์ขาดในเรือนหลัง หากเจ้าต้องการขาดจากจวนโหว ข้าจะเขียนหนังสือปลดภรรยาให้ เจ้าจะได้ออกไปพร้อมกับความอัปยศและไม่ได้สินเดิมกลับไปแม้แต่อีแปะเดียว"
"หนังสือปลดภรรยามีไว้สำหรับสตรีที่ทำผิดจารีตเจ็ดประการ" เซียวอวี้ถิงสวนกลับทันควัน น้ำเสียงราบเรียบทว่าทรงอำนาจ
"ทว่าข้าไร้มลทิน ซ้ำยังเป็นเจ้าหนี้รายใหญ่ของพวกท่าน หากท่านโหวประสงค์จะเขียนหนังสือปลด ข้าก็จะส่งใบรับสภาพหนี้ฉบับนี้ให้ศาลยุติธรรมพร้อมกับฟ้องร้องข้อหายักยอกสินเดิม"
นางหยุดจังหวะเพียงครู่ ปล่อยให้ความหวาดกลัวซึมซาบลงไปในใจของคนฟัง
"โทษทัณฑ์ของการฉ้อโกงทรัพย์สินจำนวนมหาศาลคือการปลดหมวกขุนนาง ยึดทรัพย์สินทั้งหมด และเนรเทศไปเป็นทาสใช้แรงงานที่ชายแดน ถึงเวลานั้นคงได้เห็นกันว่าผู้ใดจะอัปยศกว่ากัน"
มู่หยานขยับตัวก้าวออกมาครึ่งก้าว ปลายนิ้วโป้งของเขาดันด้ามกระบี่สั้นให้เผยอออกจากฝักเล็กน้อย เสียงโลหะเสียดสีกันดังกังวานแผ่วเบา ทว่ากลับทำให้แผ่นหลังของจ้าวซื่อเซิงเย็นเยียบ กลิ่นอายคุกคามนั้นชัดเจนจนไม่อาจเพิกเฉย
"ซื่อเซิง" ฮูหยินผู้เฒ่าจ้าวเอ่ยเรียกบุตรชายด้วยน้ำเสียงสั่นเทา ความเย่อหยิ่งจองหองมลายหายไปจนสิ้น
"เขียนใบหย่าให้นางไปเถิด รักษาหมวกขุนนางของเจ้าเอาไว้ สตรีใจจืดใจดำเช่นนี้ เก็บไว้ก็เป็นเสนียดแก่จวนโหวเปล่า ๆ"
จ้าวซื่อเซิงสูดหายใจลึก เขามองกระดาษใบรับสภาพหนี้ในมือชิงชิง สลับกับกองกำลังชุดดำเบื้องนอก
ทางเลือกของเขาถูกปิดตายอย่างสมบูรณ์แบบ ชายหนุ่มเดินกระแทกเท้าไปยังโต๊ะหนังสือ หยิบพู่กันขึ้นมาจุ่มหมึกด้วยมือที่สั่นสะท้าน
ปลายยามเฉิน ตัวอักษรแสดงเจตจำนงหย่าขาดด้วยความยินยอมของทั้งสองฝ่ายถูกบรรจงเขียนลงบนกระดาษ จ้าวซื่อเซิงกัดฟันประทับตราประจำตัวและประทับรอยนิ้วมือด้วยสีชาด ก่อนจะโยนกระดาษแผ่นนั้นลงบนโต๊ะเบื้องหน้านาง
"ไสหัวออกไปจากจวนของข้า นับแต่นี้ตระกูลจ้าวและตระกูลเซียวไม่มีสิ่งใดเกี่ยวข้องกันอีก"
เซียวอวี้ถิงหยัดกายลุกขึ้นยืน นางเดินไปหยิบกระดาษแผ่นนั้นขึ้นมาตรวจสอบตัวอักษรและตราประทับอย่างละเอียด เพื่อป้องกันเล่ห์เหลี่ยมซ่อนเร้น เมื่อแน่ใจว่าทุกอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
รอยยิ้มพึงใจปรากฏขึ้นที่มุมปาก ดั่งรอยยิ้มของนกที่ได้สยายปีกพ้นจากกรงขังอันเน่าเฟะ
เซียวอวี้ถิงพับหนังสือหย่าเก็บเข้าในแขนเสื้ออย่างระมัดระวัง ก่อนจะหันหลังก้าวออกจากประตูจวนหย่งอันโหวด้วยท่วงท่าสง่างามโดยไม่แม้แต่จะปรายตามองอดีตสามี
ทิ้งให้จวนโหวจมปลักอยู่กับหนี้สินและความล่มสลายที่รออยู่เบื้องหน้า
