บท
ตั้งค่า

บทที่ 3 นายทุนในเงามืด

ยามซื่อ ถนนการค้าสายบูรพาเนืองแน่นไปด้วยผู้คนพลุกพล่าน ทว่าหน้าร้านผ้าไหมอวิ๋นฉางกลับมีบรรยากาศตึงเครียดผิดแผกจากร้านอื่น

จางกั๋ว พ่อบ้านรองแห่งจวนหย่งอันโหว กำลังยืนเอามือไพล่หลังสั่งการให้บ่าวรับใช้ชายสามคนนำไม้กระดานมาตีตะปูปิดกั้นประตูร้าน หลงจู๊และคนงานถูกไล่ออกมายืนหน้าซีดเผือดอยู่ริมระเบียงทางเดิน

"ท่านโหวมีคำสั่ง ฮูหยินใหญ่ทำผิดจารีตธรรมเนียมตระกูล ร้านผ้าไหมแห่งนี้จึงต้องระงับการค้าขายชั่วคราว"

จางกั๋วประกาศเสียงดังหวังให้ชาวเมืองรอบข้างได้ยิน แววตาของเขาเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่ง

เขาเป็นมือขวาของจ้าวซื่อเซิง ย่อมรู้ดีว่าการบีบคั้นครั้งนี้ทำไปเพื่อบังคับให้ฮูหยินใหญ่ยอมจำนนและส่งมอบโฉนดร้านให้อนุภรรยาคนใหม่

รอยยิ้มเยาะหยันบนใบหน้าอวบอูมยังไม่ทันจางหาย รถม้าเรียบง่ายคันหนึ่งก็มาจอดเทียบหน้าร้าน ชิงชิงเลิกม่านขึ้นก่อนจะก้าวลงมาประคองร่างอรชรในชุดสีน้ำเงินคราม

เซียวอวี้ถิงสวมหมวกคลุมหน้าตาข่ายบางเบา ทว่ากลิ่นอายสูงศักดิ์และเยือกเย็นที่แผ่ออกมา ทำให้บ่าวไพร่ที่กำลังง้างค้อนตอกตะปูถึงกับชะงักมือ

"ฮูหยินใหญ่" จางกั๋วค้อมเอวทำความเคารพอย่างแกน ๆ ท่าทางไม่ได้มีความยำเกรงแม้แต่น้อย

"ท่านโหวสั่งให้ระงับกิจการชั่วคราวขอรับ หากท่านมีเรื่องข้องใจก็เชิญกลับไปสอบถามท่านโหวที่จวนเถิด ที่นี่ไม่ใช่สถานที่สำหรับสตรี"

เซียวอวี้ถิงปรายตามองไม้กระดานบนพื้นกระเบื้อง ก่อนจะก้าวเท้าเนิบนาบผ่านหน้าพ่อบ้านรองเข้าไปในร้านอย่างสง่าผ่าเผย

นางทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ไม้หลังโต๊ะบัญชีใหญ่ พลิกมือเพียงครั้งเดียว ชิงชิงก็นำสมุดบัญชีสองเล่มมาวางลงบนโต๊ะจนเกิดเสียงดัง

"ร้านผ้าไหมอวิ๋นฉางเป็นชื่อของข้า โฉนดระบุชัดเจนว่าเป็นสินเดิมตระกูลเซียว" น้ำเสียงของนางราบเรียบแต่แฝงอำนาจคุกคามลึกล้ำ

"ผู้ใดกล้าตอกตะปูลงบนประตูร้านข้าแม้แต่ตัวเดียว ข้าจะให้คนไปตีกลองร้องทุกข์ที่ศาลาว่าการเมืองหลวง ว่ามีโจรบุกปล้นทรัพย์สินขุนนางกลางวันแสก ๆ"

บ่าวไพร่รีบทิ้งค้อนในมือลงพื้นทันที จางกั๋วหน้าตึง รีบก้าวตามเข้ามาในร้านหมายจะใช้อำนาจท่านโหวข่มขู่ต่อ ทว่าเซียวอวี้ถิงไม่เปิดโอกาสให้เขาได้อ้าปาก นางพลิกเปิดสมุดบัญชีเล่มบนสุดด้วยท่วงท่าเชื่องช้า

"บัญชีเดือนสาม ผ้าไหมเจียงหนานห้าสิบพับถูกบันทึกว่าเสียหายจากความชื้น" เซียวอวี้ถิงเลื่อนนิ้วเรียวไปตามตัวอักษร

"ทว่าบันทึกสภาพอากาศของเมืองหลวงในเดือนสามไร้พายุฝน เงินสองพันตำลึงทองจากการขายผ้ารอบนั้นในตลาดมืด ถูกโอนเข้าบัญชีส่วนตัวของท่านโหวผ่านร้านแลกเงินตระกูลหวัง"

พ่อบ้านรองเบิกตากว้าง เหงื่อเย็นเริ่มซึมตามไรผม เขาคิดมาตลอดว่าฮูหยินใหญ่เป็นเพียงสตรีในห้องหอที่โง่งม ไฉนนางจึงมีสายข่าวไปตรวจสอบบันทึกสภาพอากาศและเส้นทางเงินของร้านแลกเงินได้

เซียวอวี้ถิงไม่สนใจสีหน้าของอีกฝ่าย นางพลิกหน้ากระดาษต่อไป "บัญชีเดือนเจ็ด ค่าจัดซื้อสีย้อมผ้าจากแดนใต้ถูกบันทึกเกินราคาจริงไปสามเท่า

เงินส่วนต่างแปดร้อยตำลึงถูกสั่งจ่ายให้บ่อนพนันใต้ดินตรอกสือปา จางกั๋ว ข้าไม่เห็นจำได้ว่าท่านโหวโปรดปรานการทอยลูกเต๋า"

คราวนี้เข่าของจางกั๋วถึงกับอ่อนยวบ เขาเป็นผู้จัดการเรื่องยักยอกเงินให้เจ้านายจริง แต่ก็แอบฉวยโอกาสงุบงิบเงินส่วนหนึ่งไปใช้หนี้พนันของตนเองมาตลอดหลายเดือน

หากจ้าวซื่อเซิงรู้ว่าบ่าวรับใช้แอบสอดแทรกผลประโยชน์ส่วนตัวลงในบัญชีของจวน เขาต้องถูกโบยจนตายเป็นแน่

"การที่บ่าวรับใช้ยักยอกทรัพย์สิน มีโทษโบยห้าสิบไม้และส่งไปใช้แรงงานที่เหมืองหินชายแดน" เซียวอวี้ถิงเคาะปลายนิ้วลงบนโต๊ะเป็นจังหวะเนิบช้า ทว่าฟังดูคล้ายเสียงฝีเท้าของมัจจุราชในโสตประสาทของคนฟัง

"หรือเจ้าอยากจะลองไปอธิบายให้ท่านโหวฟัง ว่าเงินที่ควรนำไปปรนเปรอเรือนหลัง กลับถูกเจ้านำไปแจกจ่ายให้เจ้ามือบ่อนพนัน"

จางกั๋วทรุดเข่ากระแทกพื้นกระดาน ใบหน้าอวบอูมซีดเผือดไร้สีเลือด เขาโขกศีรษะลงสั่นเทา

"ฮูหยินใหญ่โปรดไว้ชีวิต บ่าว... บ่าวผิดไปแล้ว บ่าวเพียงแต่ทำตามคำสั่งท่านโหว เรื่องเงินบ่อนพนันนั้นบ่าวตาบอดไปชั่วขณะ ขอบารมีฮูหยินใหญ่ละเว้นบ่าวด้วยเถิดขอรับ"

เซียวอวี้ถิงคลี่ยิ้มเย็นชา นางพยักหน้าให้ชิงชิง สาวใช้คนสนิทจึงหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งคลี่กางลงตรงหน้าพ่อบ้านรอง

มันคือใบรับสภาพหนี้ที่ระบุตัวเลขแปดพันตำลึงทอง ซึ่งรวมทั้งเงินที่จ้าวซื่อเซิงและจางกั๋วร่วมกันสูบออกไปจากร้านทั้งหมด

"ประทับตราลงไป" เซียวอวี้ถิงเอ่ยเสียงเรียบ

"ยอมรับว่าเจ้าเป็นหนี้ร้านผ้าไหมอวิ๋นฉาง และข้าเรียกเก็บเมื่อใด เจ้าต้องหามาคืนให้ครบทุกอีแปะ หากบ่ายเบี่ยงแม้แต่น้อย ข้าจะส่งบัญชีลับเล่มนี้ให้ศาลยุติธรรมทันที"

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel