บทที่ 2 กางบัญชีทวงหนี้
โถงหลักเรือนโซ่วอันในยามเฉินอบอวลไปด้วยกลิ่นกำยานไม้จันทน์ชั้นเลิศ เครื่องเรือนไม้หนานมู่ขัดเงาสะท้อนประกายวาววับ แจกันลายครามใบใหญ่ตั้งประดับอยู่ทุกมุมห้อง
ฮูหยินผู้เฒ่าจ้าวนั่งหลับตาอยู่บนตั่งตัวกลาง มือเหี่ยวย่นขยับหมุนลูกประคำอย่างเชื่องช้า จ้าวซื่อเซิงนั่งจิบชาชั้นดีอยู่ด้านข้าง ในขณะที่ไป๋เหลียนสวมชุดผ้าไหมพลิ้วไหวสีชมพูอ่อนยืนปรนนิบัติรินชาด้วยท่วงทีอ่อนช้อย
บรรยากาศภายในโถงเต็มไปด้วยความผ่อนคลายและหรูหราเกินกว่าฐานะขุนนางขั้นสามจะพึงมี
กระทั่งเสียงฝีเท้าก้าวข้ามธรณีประตูเข้ามาทำลายความสงบนั้น เซียวอวี้ถิงในชุดสีน้ำเงินครามตัวเก่าก้าวเดินอย่างมั่นคง
แผ่นหลังของนางตั้งตรงสง่างาม แววตาเรียบเฉยไร้ระลอกคลื่น ชิงชิงเดินตามหลังผู้เป็นนายมาด้วยท่าทีระแวดระวัง
จ้าวซื่อเซิงวางถ้วยชาลงบนโต๊ะ เขามองอดีตสตรีที่มักจะเอาแต่นั่งก้มหน้าร้องไห้ด้วยสายตารังเกียจ
ฮูหยินของเขาควรจะว่าง่ายและเจียมตัว ทว่าวันนี้กลับกล้าเดินเชิดหน้าเข้ามาโดยไม่แม้แต่จะย่อกายทำความเคารพมารดาของเขา
"เหตุใดจึงมาช้านัก" จ้าวซื่อเซิงเอ่ยเสียงตำหนิ
"สัญญามอบสิทธิ์ร้านค้าที่พ่อบ้านจางนำไปให้ เจ้าประทับตราเรียบร้อยแล้วใช่หรือไม่ รีบส่งมาให้ไป๋เอ๋อร์เสีย นางจะได้เตรียมตัวไปรับช่วงต่อบัญชีที่ถนนสายบูรพาในวันนี้"
ไป๋เหลียนช้อนตามองเซียวอวี้ถิงด้วยท่าทีอ่อนแอน่าทะนุถนอม นางก้าวออกมากึ่งหนึ่งแล้วค้อมศีรษะลงเล็กน้อย
"รบกวนฮูหยินใหญ่แล้วเจ้าค่ะ ตัวข้าต่ำต้อย ทว่าท่านโหวเมตตาอยากให้ข้าช่วยแบ่งเบาภาระของฮูหยินใหญ่ หวังว่าท่านจะไม่ถือสา"
เซียวอวี้ถิงปรายตามองสตรีมารยาจริตเบื้องหน้าเพียงครู่เดียว ก่อนจะเบือนหน้าไปทางฮูหยินผู้เฒ่าที่เพิ่งลืมตาขึ้นมามองนางด้วยแววตาประเมิน
นางไม่เอ่ยตอบคำถามของสามี แต่กลับล้วงมือเข้าไปในแขนเสื้อ ดึงสมุดบัญชีเล่มเก่าออกมาถือไว้
"สัญญาทาสที่อ้างจารีตบังคับเอาสินเดิมของภรรยาไปบำเรออนุภรรยา ข้าเผาทิ้งไปแล้ว"
น้ำเสียงของเซียวอวี้ถิงราบเรียบ ทว่าก้องกังวานไปทั่วโถงกว้าง
คำกล่าวของนางทำเอาลูกประคำในมือฮูหยินผู้เฒ่าจ้าวชะงัก จ้าวซื่อเซิงผุดลุกขึ้นยืนด้วยโทสะ ใบหน้าหล่อเหลาบิดเบี้ยวด้วยความโกรธจัด
"สตรีไร้คุณธรรม เจ้ากล้าขัดคำสั่งข้าหรือ" เขาตวาดเสียงแข็ง
"บิดาเจ้าสั่งสอนมาเช่นไรจึงได้หวงแหนของนอกกายยิ่งกว่าชื่อเสียงและตระกูลสามี หากเจ้าไม่ยอมมอบร้านค้านั้นมา ข้าจะเขียนหนังสือหย่าขับไล่เจ้าออกจากจวน"
ไป๋เหลียนรีบถลันเข้าไปเกาะแขนเสื้อจ้าวซื่อเซิง แสร้งบีบน้ำตาอย่างน่าสงสาร
"ท่านโหวโปรดระงับโทสะ หากฮูหยินใหญ่ไม่ยินยอม ข้าก็ไม่ปรารถนาร้านค้าพวกนั้นแล้วเจ้าค่ะ ข้าไม่อยากให้พวกท่านต้องบาดหมางกันเพราะข้า"
ท่าทางหลอกลวงนั้นยิ่งทวีความโกรธให้จ้าวซื่อเซิง เขาดึงตัวไป๋เหลียนมาปกป้องไว้ด้านหลัง ก่อนจะหันมามองเซียวอวี้ถิงอย่างกินเลือดกินเนื้อ
ทว่าแทนที่จะหวาดกลัวคำขู่เรื่องการหย่าร้างเหมือนในอดีต เซียวอวี้ถิงกลับคลี่ยิ้มเย็นชา นางเดินเข้าไปใกล้โต๊ะไม้หนานมู่เบื้องหน้าแม่สามี กางสมุดบัญชีในมือออกแล้วพลิกไปยังหน้าที่มีรอยหมึกเพิ่งแห้งสนิท
"พูดถึงของนอกกาย ข้าก็มีเรื่องต้องสะสางกับจวนโหวเช่นกัน" นิ้วเรียวชี้ลงบนตัวเลขที่เรียงรายอย่างเป็นระเบียบ
"ตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา จวนหย่งอันโหวเบิกเงินจากกองสินเดิมของข้าไปทั้งหมดห้าหมื่นสองพันตำลึงทอง ค่าจัดงานเลี้ยงชมบุปผาเมื่อฤดูหนาวสามพันตำลึง ค่าชุดไหมปักดิ้นทองของท่านโหวสองพันตำลึง ไม่เว้นแม้แต่ค่าปิ่นหยกเนื้อดีบนศีรษะของท่านแม่ และชาหลงจิ่งชั้นเลิศที่พวกท่านกำลังดื่มด่ำ ทุกอย่างล้วนมาจากเงินของข้าทั้งสิ้น"
ฮูหยินผู้เฒ่าจ้าวหน้าถอดสี ริมฝีปากสั่นระริก นางพยายามรักษามาดนายหญิงใหญ่ด้วยการเชิดหน้าขึ้น
"เจ้าเป็นสะใภ้ตระกูลจ้าว ทรัพย์สินของเจ้าก็คือทรัพย์สินของตระกูลจ้าว การนำมาจุนเจือครอบครัวถือเป็นความกตัญญู เจ้ากล้านำเรื่องพวกนี้มาทวงถามผู้ใหญ่เชียวหรือ"
"กฎหมายแคว้นระบุชัดเจน สินเดิมเป็นของภรรยาเอกโดยชอบธรรม ตระกูลสามีมิอาจแตะต้อง" เซียวอวี้ถิงสวนกลับทันควัน แววตาดอกท้อทอประกายเยือกเย็นราวกับใบมีดน้ำแข็ง
"การที่ขุนนางขั้นสามแอบยักยอกสินเดิมของภรรยาไปใช้จ่ายอย่างฟุ่มเฟือย ซ้ำยังบังคับขู่เข็ญจะเอาร้านค้าไปปรนเปรอสตรีคณิกา หากเรื่องนี้ถึงพระเนตรพระกรรณฝ่าบาท เกียรติยศและหมวกขุนนางของท่านโหวคงรักษาไว้ไม่ได้"
ไป๋เหลียนหน้าซีดเผือดเมื่อถูกประจานกำพืดเดิม นางถอยหลังไปซ่อนตัวมิดชิดกว่าเดิม จ้าวซื่อเซิงโกรธจนตัวสั่น ชี้นิ้วมาที่หน้าอดีตภรรยาด้วยความกราดเกรี้ยว
"เจ้ามันสตรีใจแคบ โหดเหี้ยมไร้ยางอาย"
เซียวอวี้ถิงไม่สะทกสะท้าน นางปิดสมุดบัญชีลงด้วยท่วงท่าเนิบนาบ ก่อนจะโยนมันลงบนโต๊ะไม้หนานมู่เบื้องหน้าฮูหยินผู้เฒ่า เสียงสมุดกระทบพื้นโต๊ะดังก้องกังวานราวกับเสียงเคาะไม้ของศาล
"ข้าจะให้เวลาพวกท่านหาเงินมาคืนข้าภายในสามวัน" เซียวอวี้ถิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชาไร้เยื่อใย
"หากไม่ได้เงินคืนครบทุกอีแปะ พวกท่านก็เตรียมตัวไปพบข้าที่ศาลได้เลย"
