ตอนที่ 6 นางไม่ใช่คุณหนูจ้าว
ตอนที่ 6
นางไม่ใช่คุณหนูจ้าว
“เจ้าพูดจริง ๆ หรือ” พ่อบ้านหลงกระซิบกระซาบกับบ่าวรับใช้
“เชิญตามข้ามาเถิดฮูหยิน” หลงเฟยฟาหันไปมองเจ้าสาวที่อยู่ใต้ผ้าคลุมหน้า
พ่อบ้านหลงเดินนำเจ้าสาวพร้อมกับแม่สื่อมู่มู่ตรงไปยังห้องหอ หลังจากนั้นเขาก็ยื่นเงินถุงใหญ่ให้แม่สื่อ เมื่อแม่สื่อเดินออกไปแล้ว พ่อบ้านหลงจึงเปิดประตูเรือนหอทำให้ฟางเซียนกุมมือของตนไว้แน่น นางพยายามจะไม่ทำตัวมีพิรุธแต่ไม่คิดเลยว่าเพียงแค่นางก้าวเข้ามาในห้องหอก็โดนจับได้แล้ว
“เกิดอะไรขึ้นกับจวนของท่าน” พ่อบ้านหลงถามขึ้นเสียงดัง อันอันที่วิ่งตามมาด้วยใบหน้าตื่นเพื่อที่จะมาบอกเรื่องใหญ่ให้กับพ่อบ้านหลงได้รู้
“พ่อบ้านหลง” นางพูดเพียงเท่านั้นก็ชี้ไปที่ฮูหยินที่เพิ่งจะแต่งงานเข้าจวนฉิน
“นางไม่ใช่คุณหนูจ้าว” พ่อบ้านหลงได้ยินดังนั้นจึงรีบดึงอันอันเข้ามาในห้องหอแล้วปิดประตูทันที
“เจ้าเงียบก่อน” อันอันที่มีใบหน้าเหลอหลารีบแกะมือของพ่อบ้านหลงออกจากปากของตนเองทันที
“ข้ารู้แล้ว ข้ารู้แล้ว” นางพูดขึ้นมาอีกครั้งอย่างติด ๆ ขัด ๆ จนฟางเซียนกำกระโปรงชุดแต่งงานไว้แน่นเพราะตอนนี้ทั้งจวนก็คงจะรู้แล้วว่านางนั้นไม่ใช่คุณหนูจ้าวตัวจริง อันอันจึงรีบดึงแขนของพ่อบ้านหลงไปคุยกันเบา ๆ
“ข้ารู้แล้วว่าเหตุใดนางฟางผู้นั้นจึงยอมให้นายท่านฉินแต่งงานกับคุณหนูจ้าวเพราะนางรู้ว่าคุณหนูจ้าวติดโรคฝีดาษ นางหวังจะให้นายท่านฉินติดโรคฝีดาษไปด้วยและเสียชีวิตไป นางถึงจะได้ครองสมบัติและเรือนตระกูลฉินโดยปราศจากข้อกังขา นางนี่ช่างร้ายกาจมากนักกล้าที่จะวางแผนฆ่าแม่ทัพใหญ่ของราชสำนัก” พ่อบ้านหลงได้ยินดังนั้นจึงรีบปิดปากของอันอันเอาไว้
“พูดเบา ๆ หน่อยสิ หากมีผู้ใดล่วงรู้ว่าเจ้ารู้แผนการทั้งหมดของนาง เจ้าได้ไม่ตายดีแน่ บ่าวรับใช้เพิ่งมาบอกข้าเมื่อกี้นี้เองว่าจวนตระกูลจ้าวนั้นเพิ่งจัดงานศพให้คุณหนูจ้าวแล้วนางเป็นผู้ใด” พ่อบ้านหลงและอันอันหันกลับไปมองเจ้าสาวที่อยู่ภายใต้ผ้าคลุม
“ข้ารู้แล้วว่าท่านไม่ใช่คุณหนูจ้าว ท่านเป็นผู้ใดกันเหตุใดจึงแต่งเข้ามาในตระกูลฉิน” ฟางเซียนได้ยินดังนั้นดวงตาของนางก็ไหวระริกแต่ก็ยังกุมมือของตนไว้แน่นในที่สุดนางก็ตัดสินใจเปิดผ้าคลุมของตนออก
พ่อบ้านหลงเบิกตาขึ้นเล็กน้อยเพราะใบหน้าของนางนั้นงดงามยิ่งนัก เขาเคยเจอคุณหนูจ้าวอยู่ไม่กี่ครั้งแต่ก็ยังจำได้แม่นว่าคุณหนูจ้าวนั้นใบหน้างดงามและแม่นางผู้นี้ก็ใบหน้าละม้ายคล้ายคุณหนูจ้าว ถ้าเทียบกันนางนั้นดูจะงดงามกว่าคุณหนูจ้าวด้วยซ้ำแต่ดูเหมือนจะอ่อนเยาว์กว่าคุณหนูจ้าวเล็กน้อย
“ขอโทษด้วยที่ข้าต้องแต่งงานแทนพี่หญิงของข้า”
“พี่หญิงหรือ” พ่อบ้านหลงพูดขึ้นเหมือนคนละเมอ เหตุใดเขาจึงไม่รู้ว่าตระกูลจ้าวนั้นมีบุตรีถึงสองคนแต่แล้วเขาก็ขมวดคิ้วพลางขยับเดินเข้ามาใกล้ ๆ นาง
“ว่าแต่ท่านติดโรคฝีดาษมาจากคุณหนูจ้าวหรือไม่” เขาถามขึ้นเสียงสั่น ฟางเซียนส่ายหน้าไปมา
“ไม่ ข้าไม่ได้ติด” นางพูดเพียงเท่านั้นอันอันจึงหันมองหน้ากับพ่อบ้านหลงอย่างมีความหวัง
“พี่หญิงเสียชีวิตกะทันหัน แต่ด้วยคำสัญญาที่ท่านพ่อได้ให้ไว้กับบิดาของแม่ทัพฉินผู้ล่วงลับ ข้าจึงต้องแต่งออกเรือนแทนพี่หญิง”
ณ ห้องโถงจัดพิธีเมื่อแขกเหรื่อร่วมพิธีเสร็จแล้วก็เริ่มฉลองดื่มกินและพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน เจียลี่กำลังคุยกับผู้หลักผู้ใหญ่ในราชสำนักที่คุ้นเคยกับบิดาของจื่อหาน ไม่นานลี่จ้งก็ขยับเข้าไปหานาง นางกระตุกแขนเสื้อของเจียลี่หลายครั้งจนเจียลี่หันมามองด้วยความขุ่นใจ นางจึงพยักหน้าให้ลี่จ้งออกไปรอข้างนอกก่อน
ลี่จ้งเดินวนเวียนไปมาอยู่ข้างนอกห้องโถงด้วยความร้อนใจ เจียลี่ก็เดินออกมาพร้อมกับบิดเข้าที่ต้นแขนของลี่จ้งด้วยความโมโห
“โอ๊ย ๆ ๆ ๆ ข้าเจ็บนะเจ้าคะ”
“มีเรื่องอะไรก็พูดมา ข้าบอกเจ้าแล้วอย่าทำตัวเยี่ยงนี้ ในนั้นมีแต่คนมีอำนาจ เจ้าทำตัวเยี่ยงคนไม่มีมารยาทได้อย่างไร”
“ข้ามีเรื่องสำคัญเจ้าค่ะ”
“เรื่องอันใดก็รีบว่ามา ข้าจะต้องกลับไปต้อนรับแขกเหรื่ออีกมากมาย”
“เกิดเรื่องแล้วเจ้าค่ะ คุณหนูจ้าวนางเสียชีวิตด้วยโรคฝีดาษแล้ว” เมื่อได้ยินดังนั้นเจียลี่ก็ขมวดคิ้วมุ่น
“นางก็เพิ่งเข้าพิธีแต่งงานไปเมื่อครู่ เหตุใดจึงไม่เห็นทีท่าว่านางจะเจ็บป่วยจนล้มตายไปเยี่ยงนั้น”
“ไม่ใช่เจ้าค่ะ คนที่แต่งงานเข้าจวนไม่ใช่คุณหนูจ้าวผู้ติดฝีดาษเจ้าค่ะ” เมื่อได้ยินลี่จ้งพูดดังนั้น เจียลี่จึงรีบดึงตัวของลี่จ้งเดินออกห่างจากห้องโถงทันที
“เจ้าว่าอย่างไรนะ”
“ข้าพยายามจะบอกท่านหลายคราแต่ท่านก็ไม่ยอมให้ข้าพูดนี่เจ้าคะ” นางยกมือขึ้นหมายจะฟาดหน้าลี่จ้งที่ตอนนี้แผนของนางล่มไม่เป็นท่าแต่แล้วกลับได้ยินเสียงแขกที่กำลังเดินออกมานอกห้องโถง
นางจึงรีบลดมือลงทันทีเมื่อแขกผู้นั้นเดินผ่านไปแล้ว นางจึงรีบดึงแขนของลี่จ้งออกให้ห่างห้องโถงแล้วไปคุยกันที่สวนข้างเรือน
“เจ้ารีบเล่ารายละเอียดทั้งหมดให้ข้าฟังเดี๋ยวนี้” นางพูดขึ้นด้วยท่าทางร้อนใจเมื่อรู้ว่าตอนนี้แผนของนางล่มไม่เป็นท่าและนางก็ต้องหาวิธีรับมือกับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น
“คุณหนูจ้าวเจ้าค่ะ นางเสียชีวิตไปตั้งแต่เมื่อวานและคนที่ถูกส่งตัวมาแทนได้ยินว่าเป็นเพียงบุตรสาวที่เกิดจากบ่าวในเรือนที่มารดาของนางนั้นเสียไปตั้งแต่นางยังเล็กเจ้าค่ะ”
“แล้วนางติดโรคฝีดาษมาหรือไม่”
“ไม่เจ้าค่ะ เพราะนางถูกเลี้ยงที่ท้ายครัวมาตั้งแต่เล็กเลยไม่ได้มายุ่มย่ามกับบ้านใหญ่ เป็นเพียงบุตรสาวที่เกิดจากบ่าวนอกสายตาที่บิดาชิงชัง แต่ด้วยนางก็เป็นบุตรสาวจึงถูกส่งมาแต่งงานแทนเจ้าค่ะ” เจียลี่ได้ยินดังนั้นนางกำผ้าเช็ดหน้าของตนเองแน่นจนมือของนางสั่นเทาไปหมด ไม่คิดเลยว่าแผนการของนางครั้งนี้จะล่มไม่เป็นท่า คิดแล้วยิ่งเจ็บใจหากเป็นไปได้นางจะให้แต่งตั้งแต่เมื่อวาน แต่ด้วยนางเพิ่งรู้ว่าคุณหนูจ้าวนั้นติดโรคฝีดาษ ถ้ารู้ก่อนหน้านี้นางจะรีบให้จื่อหานนั้นแต่งงานแต่เนิ่น ๆ
“เพลี๊ยะ!” และแล้วฝ่ามือก็ตวัดลงบนใบหน้าของลี่จ้งจนได้ ลี่จ้งล้มคะมำลงไปกับพื้น
“โอ๊ย!”
“เหตุใดท่านจึงตบข้าเล่าสะใภ้รอง”
“เพราะเจ้ารู้ว่าคุณหนูจ้าวตายแล้วควรที่จะมาบอกข้าตั้งแต่แรก ข้าก็คงจะแก้ไขเรื่องนี้ได้”
“แล้วท่านจะแก้อย่างไรเล่า ในเมื่อคุณหนูจ้าวตายไปแล้วเจ้าค่ะ”
“ก็ให้เจ้าไปเอาสะเก็ดฝีดาษไปวางบนที่นอนจื่อหานกับฮูหยินที่เพิ่งแต่งเข้าจวนมานะสิ” อันอันที่ยืนแอบฟังอยู่หลังต้นไม้ดวงตาของนางเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจ นางรีบยกมือขึ้นปิดปากตัวเองทันทีไม่คิดว่านางฟางผู้นี้จะมีจิตใจร้ายกาจถึงเพียงนี้ อันอันรีบถอยหลังแล้ววิ่งตรงมาหาพ่อบ้านหลงในทันที
