ตอนที่ 2 การหมั้นหมายของสองตระกูล
ตอนที่ 2
การหมั้นหมายของสองตระกูล
“ถ้าเช่นนั้นก็แล้วแต่ท่านอาสะใภ้เถิดขอรับ” จื่อหานไม่ได้ขัดอันใด เพราะในใจของเขาตั้งแต่เล็กจนโต เขาก็ไม่ได้ถูกตาต้องใจแม่หญิงนางใดเลยถ้าจะรักษาสัญญาของบิดามารดาผู้ล่วงลับและแต่งงานกับคู่หมั้นก็คงจะดี หากนางยินยอมร่วมทุกข์ร่วมสุขไปกับเขา เมื่อเห็นใบหน้าของผู้เป็นหลานชายดูมีกังวลเจียลี่จึงเอ่ยถามขึ้น
“เหตุใดใบหน้าของเจ้าดูมีกังวลเยี่ยงนั้นเล่า”
“ข้าก็แค่กังวลว่านางจะไม่อยากไปอยู่ที่ชายแดนกับข้า ข้ากลัวว่านางจะทนความลำบากไม่ได้”
“การหมั้นหมายของผู้ใหญ่ทั้งสองตระกูลก็เกิดขึ้นมานานแล้ว ตระกูลจ้าวก็รู้ดีว่าตระกูลฉินเราเป็นนักรบชายชาติทหารแต่ก็ยังตกปากรับคำให้บุตรสาวมั่นหมายกับตระกูลฉินของเรา เมื่อลั่นสัตย์วาจาก็ต้องรู้อยู่แล้วว่าบุตรสาวจะต้องเจอความลำบากอยู่แล้วเมื่อแต่งกับตระกูลแม่ทัพ เจ้าอย่าได้เป็นกังวลหากตระกูลจ้าวแต่งกับตระกูลเราก็จะทำให้ตระกูลจ้าวได้รับเกียรติยศชื่อเสียงเงินทองเพิ่มมากขึ้นด้วยเช่นกัน ข้าได้ยินว่าหลายปีมานี้ตระกูลจ้าวค่อนข้างตกต่ำลงเรื่อย ๆ ต้องกินอยู่ยังกระเบียดกระเสียนหลังจากที่สิ้นผู้นำตระกูลจ้าวคนก่อน ตอนนี้ผู้นำตระกูลจ้าวก็ได้รั้งตำแหน่งอารักษ์เล็ก ๆ ก็เพียงเท่านั้น หากคุณหนูจ้าวแต่งงานกับเจ้าอย่างน้อยนางก็จะได้สินสอดไปสักหน่อยจะได้ช่วยประคับประคองตระกูลจ้าวให้คงอยู่อย่างไรตระกูลจ้าวก็ไปมาหาสู่กับบิดาของเจ้าแต่ไหนแต่ไรมา ก็ถือว่าพวกเราได้ช่วยพวกเขาในทางอ้อม เขาก็ได้ช่วยเราเช่นเดียวกัน” เมื่อได้ยินคำพูดของผู้เป็นอาสะใภ้ เขาก็พยักหน้าเห็นด้วยกับนางอีกครั้ง เขาไม่ได้สนใจกิจธุระพวกนี้อยู่แล้วเพราะหน้าที่ของเขานั้นยิ่งใหญ่กว่าเรื่องหยุมหยิมแบบนี้ การแต่งงานกับคุณหนูตระกูลจ้าวครั้งนี้ก็เป็นประโยชน์แก่ทั้งสองฝ่ายเหมือนที่อาสะใภ้เขาว่า
“ถ้าเช่นนั้นเรื่องนี้ข้าขอฝากอาสะใภ้ด้วยนะขอรับ”
“ได้ ๆ ไม่ต้องเป็นห่วงข้าจะจัดการเรื่องมงคลนี้ให้เร็วที่สุด” เมื่อนางปรึกษาหารือกับหลานชายเสร็จก็เห็นเส้าซางลูกน้องคนสนิทของจื่อหานนั้นยืนรออยู่ไม่ไกล นางจึงรู้ว่าคงมีธุระการทหาร นางจึงรีบเดินออกห่างไปทันที เมื่อเจียลี่เดินออกมาแล้วนางจึงมุ่งหน้าไปหาพ่อบ้านหลงที่กำลังจะเดินเข้าไปในครัว
“พ่อบ้านหลง” เสียงเรียกจากทางด้านหลังจนทำให้หลงเฟยฟาสะดุ้งสุดตัว
“เหตุใดพ่อบ้านจึงดูตื่นตกใจเยี่ยงนั้นเล่า” ดวงตาชั้นเดียวของเจียลี่หรี่มองหลงเฟยฟาด้วยความสงสัย
“เปล่าขอรับ”
“เช่นนั้นก็ดี เรื่องที่ควรพูดก็พูด เรื่องที่ไม่ควรพูดก็อย่าได้พูดออกมา” นางพูดย้ำเพียงแค่นั้น พ่อบ้านหลงรีบพยักหน้าทันที
“ขอรับ ข้าเข้าใจ ข้าจะจำคำของสะใภ้รองให้ขึ้นใจขอรับ”
“ดี ข้ามีเรื่องจะให้ท่านทำ”
“เรื่องอันใดหรือขอรับ”
“เจ้าจงส่งจดหมายสู่ขอไปยังตระกูลจ้าวเถิด”
“นายท่านฉินจะแต่งงานหรือขอรับ”
“ก็ตามที่นายท่านฉินห่าวอู๋และฮูหยินใหญ่ฉินคนก่อนเคยตกลงหมั้นหมายกันเอาไว้กับตระกูลจ้าว เจ้าจะตกใจอันใด”
“เปล่าขอรับ ข้าจะรีบทำตามที่ท่านสั่ง” เมื่อพ่อบ้านหลงเดินทางออกไปแล้ว นางก็หันมายิ้มกับลี่จ้งด้วยความพอใจแต่แล้วก็เห็นใบหน้าของลี่จ้งมีท่าทางเป็นกังวลขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด
“แต่นางติดโรคฝีดาษนะเจ้าคะ ถ้านางแต่งเข้ามาแล้วเราจะติดด้วยหรือไม่เจ้าคะ” เจียลี่หันไปตบหน้าลี่จ้งทันทีเพราะนางกลัวว่าจะมีผู้อื่นมาได้ยินเข้าแล้วแผนการของนางจะพังลง
“เพลี๊ยะ!”
“โอ๊ย!”
“หุบปากของเจ้าเดี๋ยวนี้ ข้าจะตัดลิ้นของเจ้าแล้วโยนให้สุนัขกิน” นางมองลี่จ้งด้วยหางตา ลี่จ้งลุกขึ้นมาได้จึงรีบเดินตามเจียลี่กลับไปที่ห้องทันที
“เจ้าจะเดินตามข้ากลับมาด้วยเหตุอันใด เจ้าต้องรีบไปตรวจรายการสินสอดแล้วเอามาให้ข้าตรวจดู” ลี่จ้งได้ยินดังนั้นจึงพยักหน้าและกำลังจะวิ่งออกไปจากห้อง
“เดี๋ยวก่อน”
“เจ้าค่ะ”
“นี่เป็นงานแต่งของนายท่านฉินเชียวนะ เจ้าจงทำให้สมฐานะของฮูหยินฉินผู้ที่จะมาเป็นสะใภ้ของข้าด้วย” เมื่อผู้เป็นเจ้านายพูดแบบนั้นลี่จ้งก็กระตุกยิ้มด้วยใบหน้าที่แสนร้ายกาจ
เจียลี่ก็รอคอยฟังผลงานของตัวเองอย่างอารมณ์ดี นางเด็ดองุ่นใส่ปากของตัวเองแล้วยกพัดขึ้นมาพัดเพื่อรอพ่อบ้านหลงและลี่จ้ง ไม่นานนางก็เห็นลี่จ้งเดินถือเทียบสินสมรสมายื่นให้นาง นางเปิดดูด้วยความพอใจแล้วส่งยิ้มให้ลี่จ้ง
“ดีมากสมแล้วที่เจ้าติดตามข้ามาหลายปี” สายตาของนางเหลือบไปเห็นพ่อบ้านหลงกำลังเดินเข้ามาด้วยท่าทางรีบร้อน
“เรียบร้อยแล้วขอรับ นี่คือเทียบสมรสขอรับ” นางเปิดดูแล้วก็คลี่ยิ้มออกมาด้วยความพอใจ
“พรุ่งนี้ข้าจะไปที่จวนตระกูลจ้าวด้วยตัวเอง”
“พรุ่งนี้หรือขอรับ” พ่อบ้านหลงถามขึ้นจนเจียลี่รู้สึกหงุดหงิดใจขึ้นมา นางฟาดพัดลงบนโต๊ะเสียงดังและถลึงตาหันไปมองพ่อบ้านหลงด้วยท่าทางไม่พอใจ
“นายท่านฉินจะเดินทางกลับไปสนามรบเมื่อใดก็ไม่รู้ หากมีพระราชโองการมาในเร็ววันนี้จะแต่งงานทันได้อย่างไร เจ้าไม่เห็นหรือว่าในตระกูลฉินนั้นมีแค่นายท่านฉินคนเดียวที่เหลืออยู่ตอนนี้ นายท่านฉินไม่ได้มีหน้าที่เพียงเป็นแม่ทัพใหญ่อย่างเดียวแต่มีหน้าที่เป็นผู้นำตระกูลฉินในเวลานี้ ก็ต้องสืบทอดทายาทให้ตระกูลฉินต่อไปเรื่องแบบนี้เจ้าไม่เข้าใจหรือ” นางพูดขึ้นเสียงดังด้วยความโมโหที่นางต้องอธิบายเรื่องพรรค์นี้ให้กับพ่อบ้านหลง พ่อบ้านหลงได้ยินดังนั้นก็ตัวสั่นรีบพยักหน้าทันที
“ขอรับ ข้าจะรีบส่งสินสมรสไปในวันพรุ่งนี้ทันที” หลังจากที่พ่อบ้านหลงเดินเข้ามาในห้องครัวก็ได้พบกับฉุยอันอันที่กำลังทำกับข้าวอยู่ พ่อบ้านหลงจึงรีบส่งสัญญาณมือให้อันอัน นางรีบวางพัดที่กำลังพัดเตาไฟอยู่แล้วเดินเข้าไปด้านหลังครัวด้วยกันสองคน
“นางฟางผู้นั้นไม่รู้ว่าวางแผนร้ายอันใด” พ่อบ้านหลงเรียกชื่อของฮูหยินรองฉินด้วยแซ่เดิมของนางเมื่อเขาได้อยู่ด้วยกันกับอันอันสองคน อันอันมองสบตาของพ่อบ้านหลงทันที
“ท่านว่าอันใดนะพ่อบ้านหลง”
“วันนี้ ข้าเกือบจะได้มีเวลาอยู่กับนายท่านฉินแล้วแต่นางฟางผู้นั้นเข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน” ใบหน้าของอันอันนั้นดูท่าจะหมดหวังขึ้นมาอีกครั้ง
“แต่นางสั่งให้ข้าสินสอดไปส่งที่จวนตระกูลจ้าวในวันพรุ่งนี้”
“นางอยากให้นายท่านฉินแต่งงานเยี่ยงนั้นหรือ” ฉุยอันอันถามขึ้นด้วยความประหลาดใจ นางรู้ว่าเจียลี่นั้นมีความร้ายกาจมากถึงเพียงใดเหตุใดนางผู้นี้จึงได้ยอมให้นายท่านฉินแต่งงานมีภรรยาได้
“แล้วนางไม่กลัวหรือว่าฮูหยินฉินจะมาแย่งอำนาจในเรือนของตัวเอง ไป อีกทั้งหากคุณหนูจ้าวแต่งเข้ามา นางก็จะถือว่าเป็นฮูหยินฉินที่มีสิทธิ์ในการดูแลทรัพย์สินของตระกูลฉินทั้งหมด” พ่อบ้านหลงส่ายหน้าไปมาแล้วหัวเราะเหมือนจะเป็นเรื่องขำขันหลังจากได้ฟังสิ่งที่อันอันพูดแต่มันเป็นเสียงหัวเราะของความสิ้นหวังต่างหาก
