บท
ตั้งค่า

โต้ตอบ

“เช่นนั้นเจ้ากลับไปทำหน้าที่ของเจ้าต่อเถิด หากข้าพร้อมแล้วจะออกไปพร้อมลั่วซิน”

“ขอรับ”

โจวอันหรงหมุนตัวมองตัวเองในกระจกอีกครั้ง ก่อนเดินออกจากเรือนมุ่งหน้าไปที่จวนสกุลกงด้วยท่าทีสงบนิ่ง หลายวันมานี้นางเอาแต่นั่งปักผ้าทั้งวัน เพื่อหวังให้จิตใจที่เดือดพล่านสงบลงและดูเหมือนว่าจะได้ผลดีเสียด้วย

ครั้นมาถึงงานเลี้ยงที่เต็มไปด้วยผู้คนเดินขวักไขว่ทั่วงานเพื่อชื่นชมดอกไม้หลากชนิดที่จวนสกุลกง ก่อนหันไปเห็นสามีของตนกับอนุอิ่นที่ยืนพูดคุยกับขุนนางท่านหนึ่งอยู่ไม่ไกลนัก ขณะที่นางกำลังจะเดินหนีไปอีกทางกลับถูกเหล่าคุณหนูที่ยังไม่ออกเรือนขัดขึ้นเสียก่อน

“นั่นสามีของเจ้าไม่ใช่หรือ ทำไมเขาถึงได้พาสตรีอื่นมาแทนเจ้ากัน”

“แม่นางหลง เจ้าคงไม่รู้กระมังว่าใต้เท้าเมิ่งแต่งอนุเข้าจวนแล้ว เห็นทีนางคงเป็นอนุของเขากระมัง” เอ่ยพลางยิ้มเยาะ

“ในเมื่อแม่นางหลินตอบแทนข้าเสร็จสรรพเช่นนี้ ข้าคงไม่ต้องตอบแล้วกระมัง เช่นนั้นข้าขอตัวก่อน”

“ช้าก่อน ฮูหยินเมิ่งไม่พอใจที่ข้าถามอย่างนั้นหรือ ข้าแค่สงสัยก็เท่านั้น หากทำให้ท่านรู้สึกไม่ดีข้าต้องขออภัยด้วยจริง ๆ “แม้ปากเอ่ยเช่นนั้น ทว่าใบหน้าของนางกลับเหยียดยิ้มกว้างมองมาราวกับสมเพช

“ฮูหยินเมิ่งเป็นถึงญาติผู้น้องของท่านโหว มีหรือนางจะรู้สึกดังที่เจ้าว่า มิเช่นนั้นคงได้ถูกผู้คนตราหน้าว่ามีจิตใจคับแคบ เพราะถึงอย่างไรเสียหญิงงามที่สามีนางพามามิใช่ใครอื่นแต่เป็นภรรยาอีกคนไม่ใช่หรือ” หลินฮุ่ยเอินเอ่ยซ้ำเติมอีกรอบเป็นการย้ำเตือนหวังให้คนตรงหน้ารู้สึกโกรธ แต่ไม่เป็นผลเพราะนอกจากนางจะไม่ได้มีท่าที่โกรธเคืองแล้ว หญิงสาวยังส่งยิ้มหวานหยดย้อยให้

“เรื่องธรรมดามิใช่หรือ ในเมืองหลวงนี้มีบุรุษใดบ้างที่ไม่มีอนุ ไว้รอให้พวกเจ้าทั้งสองแต่งงานออกเรือนแล้วข้าจะให้ญาติผู้พี่ของข้าส่งหญิงงามไปให้สามีของพวกเจ้าสักสองสามคนเป็นการตอบแทนที่พวกเจ้าทั้งสองใส่ใจเรื่องของข้านัก ดีหรือไม่”

“โจวอันหรง! เจ้ากล้าหรือ”

“ข้าน่ะมีหรือจะกล้า แต่พี่ชายข้าไม่แน่ หมดเรื่องสนทนาแล้วข้าคงต้องขอตัวไปพบเจ้าของงานก่อน ประเดี๋ยวอาจถูกคนช่างใส่ใจเรื่องคนอื่นนำไปติฉินนินทาได้” เท้าเล็กเดินออกห่างเพียงไม่กี่ก้าวก็ถูกคนคุ้นเคยทักขึ้น

“ไม่เจอกันเพียงสองปีวาจาของเจ้าเชือดเฉือนสตรีพวกนั้นเสียหน้าเจื่อนกันเป็นแถวเชียว ข้าไม่ค่อยได้เห็นเจ้าในมุมนี้เสียด้วย เห็นทีที่จวนสกุลเมิ่งคงมีเรื่องให้เจ้าจัดการอยู่ไม่น้อย”

“พี่สวี่หยาง ท่านกลับมาเมืองหลวงตั้งแต่เมื่อใดหรือเจ้าคะ” นางถามด้วยความตกใจ เมื่อเห็นบุรุษตรงหน้า

“สักสองวันก่อนได้กระมัง ว่าแต่เจ้าเถิดสบายดีหรือไม่” เขาถามด้วยความเป็นห่วง ทั้งยังมองนางด้วยสายตาอ่อนโยนเสียจนคนที่เผลอมองเห็นฮูหยินของตัวเองอยู่กับบุรุษแปลกหน้าถึงกับหน้าตึงกระทันหัน

“ข้าสบายดีเจ้าค่ะ”

“ที่ว่าสบายดีน่ะ ข้าไม่ได้หมายถึงร่างกายแต่เป็นนี่ต่างหาก” ว่าพลางใช้นิ้วจิ้มที่อกข้างซ้ายของตัวเอง ทำให้อันหรงที่มองตามรู้ว่าเขาต้องการพูดสิ่งใดได้แต่สิ่งยิ้มจาง ๆ แทนคำตอบ หากต้องพูดโกหกกับเขาคนนี้สู้นางไม่ตอบอะไรเลยคงดีเสียกว่า

งานเลี้ยงที่จวนท่านหญิงไม่ได้อะไรแตกต่างจากงานเลี้ยงของตระกูลขุนนางทั่วไปนัก แขกส่วนใหญ่ล้วนเป็นชนชั้นสูงทั้งสิ้น

“ฮูหยิน ขากลับข้าขอรบกวนกลับพร้อมท่านได้ไหมเจ้าคะ” อนุอิ่นเดินเข้ามาหาพร้อมกับเอ่ยความต้องการของตัวเอง

“เจ้ามากับท่านพี่ไม่ใช่หรืออย่างไร”

“เจ้าค่ะ เพียงแต่ใต้เท้ามีธุระต้องไปจัดการ ข้าขอติดรถม้าฮูหยินกลับจวนได้หรือไม่”

“…”

“ข้ารู้ดีว่าฮูหยินให้ความสำคัญกับขนบธรรมเนียมเสียยิ่งกว่าสิ่งใด แต่ท่านอย่าลืมว่าสายตาของฮูหยินคนอื่น ๆ กำลังจ้องมองมาที่ท่านอยู่นะเจ้าคะ”

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel