คาดโทษ
เมื่อเห็นว่าคนตรงหน้าไม่ได้เอ่ยอันใด อิ่นซูหนี่จึงได้เอ่ยอีกประโยคเป็นการบังคับกลาย ๆ ว่าฮูหยินเอกเช่นนางควรจัดการอย่างไรจึงจะไม่ทำให้ผู้เป็นสามีและตระกูลเมิ่งต้องอับอายต่อหน้าผู้คน
“เรื่องแค่นี้ข้าไม่จำเป็นต้องให้เจ้าบอกหรอกว่าควรทำเช่นไร”
“ถ้าอย่างนั้น...” นางยิ้มร่าขึ้นมาทันใด
“เจ้าคงไม่รู้กระมังว่าตระกูลขุนนางให้ความสำคัญกับชนชั้นมากเพียงใด หากข้าให้เจ้านั่งรถม้ากลับด้วยเกรงว่าคงต้องทำให้ฮูหยินทั้งหลายผิดหวังแล้ว”
“ฮูหยิน” นางเรียกด้วยน้ำเสียงไม่พอใจนัก แต่ไม่อาจทำอันใดได้เพราะอยู่ท่ามกลางผู้คนมากมาย
“ตอนมาเจ้ายังหาทางดิ้นรนเพื่อให้ได้มางานเลี้ยงในครั้งนี้ ขากลับเจ้าก็หาทางกลับเองเถิด”
“หากใต้เท้ารู้เรื่องเข้าว่าท่านปฏิบัติต่อข้าเช่นนี้ เป็นฮูหยินเองที่จะลำบาก ท่านย่อมรู้ดีว่าใต้เท้าโปรดปรานข้ามากถึงเพียงใด”
“แล้วอย่างไรเล่า ข้าคงไม่ลดตัวลงไปทำตัวเช่นนั้นเพื่อให้บุรุษผู้หนึ่งพึงพอใจเหมือนกับเจ้า แต่ข้าคงลืมไปกระมังว่าพื้นเพเจ้ามิใช่คนชั้นสูงถึงได้ไร้ความเหนียมอายที่จะรบกวนผู้อื่นเช่นนี้” ทันทีที่ได้ยินประโยคเมื่อครู่ของฮูหยินสาว สตรีชั้นสูงที่นั่งอยู่ถึงกับยกยิ้มพึงพอใจในคำตอบ
“น่าแปลกใจยิ่งนักที่สตรีสามัญชนคิดริอาจอยากเสนอหน้ามาเทียบเคียงกับพวกเราทั้ง ๆ ที่รู้อยู่เต็มอกว่าตัวเองมีฐานะเช่นไร”
“นั่นสิ โชคดีที่นางอยู่ที่จวนสกุลเมิ่ง หากมิใช่เช่นนั้นแล้วเห็นทีนางคงรนหาที่ ข้าไม่ได้ใจดีเหมือนฮูหยินเมิ่งเสียด้วยสิ” ฮูหยินเจียงแทรกขึ้นพร้อมกับจ้องใบหน้าของอิ่นซูหนี่ด้วยรอยยิ้ม เดิมทีใช่ว่าความสัมพันธ์ระหว่างฮูหยินเอกกับอนุจะรักใคร่กลมเกลียวกันตั้งแต่แรก พวกนางย่อมเข้าใจความรู้สึกของผู้เป็นฮูหยินเอกดียิ่งกว่าใครว่าต้องทนแบกรับเรื่องใส่ร้ายริษยาของพวกอนุในจวนนับครั้งไม่ถ้วน
“แม้ข้าจะไม่ได้มาจากตระกูลขุนนางเหมือนพวกท่าน แต่ข้านับว่าเป็นคนในตระกูลเมิ่งคนหนึ่งและอีกไม่นานข้าคงตั้งครรภ์ ต่างจากฮูหยินที่แม้แต่คืนเข้าหอสามียังไม่มาเหลียวแล มีหรือจะได้รับโอกาสให้เป็นมารดาของเด็ก ๆ สกุลเมิ่ง”
“อนุอิ่นช่างฝีปากกล้ายิ่งนัก เจ้าไม่ไว้หน้าฮูหยินเมิ่งไม่พอหนำซ้ำยังต่อล้อต่อเถียงต่อหน้าพวกเราอีก”
“จริงอย่างที่อนุอิ่นเอ่ย แม้ข้าอาจไม่มีโอกาสได้เป็นแม่คน แต่ข้าก็ยังคงเป็นฮูหยินเอกอยู่ดี ผิดกับเจ้าที่ไม่ว่าจะตั้งท้องสักกี่หนเจ้าก็ยังเป็นได้เพียงอนุที่ต้องรับใช้ข้าอยู่ดีมิใช่หรือ”
“นี่ท่าน”
“ในเมื่อรู้ดีอยู่แล้วว่าฐานะของเจ้ากับข้าต่างกัน เจ้าไม่ควรเอ่ยวาจาดูถูกข้าต่อหน้าคนอื่น อิ่นซูหนี่ เจ้าล้วนรนหาที่เองกลับถึงจวนเมื่อใดเจ้าต้องถูกลงโทษตามกฎตระกูล แม้เจ้าจะแหกปากร้องโวยวายให้สามีข้าได้ยินแต่เขาไม่อาจช่วยเหลืออันใดเจ้าได้ ข้าควรทำให้เจ้าเข้าใจว่าสิ่งที่เจ้าต้องให้ความสำคัญคือเรื่องใด เจ้าจะได้ไม่ทำผิดอีก”
โจวอันหรงนั่งจิบชาขณะมองดูอนุอิ่นถูกโบยพร้อมกับเสียงร้องโหยหวนตามมาไม่ขาดสาย
“สี่ยิบแปด ยี่สิบเก้า สามสิบ!”
“โบยครบสามสิบทีแล้วเจ้าค่ะ”
“ส่งนางกลับเรือน เชิญท่านหมอมารักษาบาดแผลให้นางด้วย”
“เจ้าค่ะ ฮูหยิน”
ข่าวที่ฮูหยินเมิ่งผู้ที่อยู่อย่างเงียบสงบมาโดยตลอดนับตั้งแต่แต่งเข้าสกุลเมิ่งสั่งโบยอนุแพร่สะพัดไปทั่วทั้งจวนด้วยความรวดเร็ว ถือว่าเป็นครั้งแรกที่นางสั่งลงโทษคนในจวนเช่นนี้พาลทำให้บ่าวทั้งหลายรู้สึกแปลกใจไม่น้อยที่เห็นนายหญิงกระทำเช่นนี้ ไม่เว้นแม้กระทั่งเมิ่งลู่หลิงเองเช่นกัน
“คุณชาย ได้ยินเรื่องที่ฮูหยินสั่งลงโทษอนุอิ่นแล้วรึยังขอรับ”
“คนในจวนพูดกันให้ควั่กมีหรือข้าจะไม่รู้”
