เริ่มมีบทบาทในจวน
“เรื่องนี้ไม่ช้าก็เร็วก็เกิดขึ้นอยู่ดี นับตั้งแต่ท่านพี่คิดแต่งนางเข้าจวนข้าได้ทำใจเอาไว้แล้ว เพียงแต่นึกไม่ถึงว่านางจะแสดงท่าทีเช่นนี้ใส่ข้าเร็วปานนี้”
“ฮูหยิน ท่านได้เตรียมแผนรับมือไว้แล้วหรือยังเจ้าคะ”
“เจ้าย่อมรู้ดีว่าข้าไม่ชอบใช้เล่ห์เหลี่ยมเหมือนนางจิ้งจอก คอยดูต่อไปก่อนเถิด หากนางไม่ล้ำเส้นข้าก่อนข้าล้วนไม่โต้ตอบกลับคืน แต่ถ้าไม่แล้ว...คงได้รู้กันว่าคนอย่างข้าทำอันใดได้บ้าง”
“แต่คุณชายหลงนางมากถึงเพียงนั้น หากผลีผลามลงโทษนางเข้ามีหวังได้เกิดเรื่องใหญ่แน่”
“เรื่องนี้เจ้าไม่ต้องบอกข้าย่อมรู้ดีกว่าใครอื่น คนที่ไม่เคยชายตาแลสตรีใดนอกจากพี่สะใภ้ข้าน่ะหรือจะสนใจคนพื้น ๆ เช่นนาง อิ่นซูหนี่ผู้นี้ทำให้ท่านพี่สนใจในตัวนางได้คงไม่ธรรมดา ให้คนของเราจับตาดูนางไว้”
“เจ้าค่ะ”
คืนวันผ่านพ้นไปได้เดือนเศษ นับวันนายท่านสกุลเมิ่งยิ่งหลงใหลอนุมากขึ้นทุกวันจนเผลอไผลให้ความสำคัญกับนางมากกว่านายหญิงของจวนทุกขณะ
“พ่อบ้านหลงบอกเจ้ารึยัง ว่าเรื่องซื้อขายต่าง ๆ ภายในจวนข้ายกให้ซูหนี่เป็นคนดูแลทั้งหมด ส่วนที่เหลือยังคงเป็นหน้าของฮูหยินเช่นเจ้า”
“ข้าขอถามเหตุผลได้รึไม่ ว่าเหตุใดท่านพี่ถึงได้ทำเช่นนี้”
“นางมาจากตระกูลพ่อค้า ย่อมรู้จักกับเหล่าบรรดาพ่อค้าต่าง ๆ เป็นอย่างดี ข้าเห็นสมควรให้นางรับหน้าที่นี้เพื่อแบ่งเบาภาระเจ้า เจ้าควรขอบคุณข้าถึงจะถูก”
“ขอบคุณงั้นหรือเจ้าคะ ท่านคงไม่รู้ว่าในจวนวุ่นวายแค่ไหน”
“เป็นเรื่องธรรมดาอยู่แล้วนี่ สกุลเมิ่งมีผู้คนนับร้อยคงไม่แปลกถ้าจะเกิดเรื่องวุ่นวายไปบ้าง”
“แต่ต้นเหตุเกิดจากอนุอิ่นนะเจ้าคะ”
“เจ้าอย่าได้โยนความผิดไปให้ผู้อื่น เจ้าเป็นถึงฮูหยินหากเรื่องเล็ก ๆ แค่นี้ยังจัดการไม่ได้ มิสู้ให้ข้าลดตำแหน่งเจ้าไปเป็นอนุแทนนางดีหรือไม่”
“นี่ท่าน” อันหรงถึงกับพูดไม่ออก เมื่อได้ยินคำกล่าวของสามี นี่เขาหลงใหลคนแซ่อิ่นถึงขั้นคิดปลดนางเชียวหรือ
“ตอนนี้ข้ายุ่ง เจ้ากลับไปก่อนเถิด” เมิ่งลู่หลิงแทรกขึ้น เพื่อไม่ให้หญิงสาวเอ่ยอันใดอีก
“ท่านทำเช่นนี้กับข้าได้อย่างไรกันเจ้าคะ ที่ผ่านมาข้าล้วนไม่เคยขัดใจท่าน ท่านอยากแต่งอนุเข้าจวนข้าก็หาได้คัดค้านไม่พอใจ ท่านให้นางดูแลเรื่องซื้อขายภายในจวนข้าไม่เคยขัดข้อง แต่นี่ท่านถึงกลับมีความคิดที่จะปลดข้าจากตำแหน่งฮูหยินไปเป็นอนุ ในใจของท่านเคยคิดถึงความรู้สึกของข้าบ้างหรือไม่”
“ข้าบอกให้เจ้ากลับไป ไม่ได้ยินรึ หรือเจ้าอยากให้ข้าลงโทษเจ้าที่ขัดคำสั่งของข้า” เขาเงยหน้าจากกองจดหมายขึ้นมาสบตานางด้วยสีหน้าถมึงตึง
“…” เขารอฟังคำตอบ แต่กลับไร้ซึ่งเสียงตอบกลับ
“ฮุ่ยหมิง!”
“เรียกบ่าวหรือขอรับ” บ่าวรับใช้คนสนิทรีบปรี่เข้ามาข้างในด้วยความรีบเร่ง
“ฮูหยินมีความผิด นางไม่เชื่อฟังคำสั่งของข้า ครึ่งเดือนต่อจากนี้ให้นางพักผ่อนอยู่แต่ในเรือน ห้ามนางก้าวเท้าออกจากเรือนแม้แต่ก้าวเดียวมิเช่นนั้นข้าจะปลดนางจากตำแหน่งฮูหยินเสีย”
“หากทำเช่นนี้บ่าวเกรงว่าคงไม่เหมาะ อีกไม่นานท่านหญิงชิงอีจะจัดงานเลี้ยงที่จวน หากฮูหยินไม่ได้ไปที่นั่นด้วยคงได้เกิดข่าวลือไม่ดีตามมาแน่ขอรับ”
“แล้วอย่างไรเล่า ข้าสั่งให้เจ้าทำอะไรก็ไปทำเสีย พาตัวนางออกไป!”
สองมือที่กำลังปักผ้าเป็นลวดลายดอกท้อหยุดชะงักลง เมื่อได้ยินเสียงบ่าวรับใช้คนสนิทของสามีเอ่ยเรียก คงถึงเวลาต้องไปร่วมงานเลี้ยงที่จวนท่านหญิงแล้วกระมัง คิดได้เช่นนี้ถึงได้ตอบรับกลับไปแล้ววางมือจากสิ่งที่ทำอยู่เพื่อไปเตรียมตัว
“ฮูหยิน อีกครึ่งชั่วยามงานเลี้ยงที่จวนท่านหญิงซิงอีจะเริ่มแล้ว บ่าวให้รถม้าจอดรอท่านที่หน้าประตูจวนแล้วนะขอรับ”
“แล้วท่านพี่เล่า”
“คุณชายกับอนุอิ่นล่วงหน้าไปก่อนแล้วขอรับ”
