บทที่ 5 อาหารมื้อแรก
สามคนพี่น้องเดินเลียบตามลำธารไปเรื่อย ๆ เยว่ซินมองไปรอบ ๆ นางหวังว่าจะเจออะไรที่สามารถกินได้บ้าง จากสภาพครอบครัวที่เป็นอยู่ตอนนี้ นางกลัวเหลือเกิน กลัวว่าจะตายอีกรอบเพราะอดตาย หรือไม่ก็หนาวตายดูจากสภาพบ้านของนางไม่น่าจะผ่านลมผ่านฝนไปได้
อันดับแรกเลยปลาที่แหวกว่ายอยู่เต็มลำธาร จะทำยังไงถึงจะจับมันขึ้นมาได้ ถ้าใช้ตาข่ายล่ะจะสามารถจับมันได้หรือไม่ แล้วจะเอาอะไรมาทำ ตาข่ายเชือกก็ไม่มี
“พี่สาว ท่านมองหาอะไรขอรับ” เทียนฉีที่เห็นพี่สาวของเขามองหาอะไรสักอย่าง เขาจึงได้ถามออกมาเผื่อว่าจะได้ช่วยหา
“ฉีเอ๋อร์ พี่อยากได้เถาวัลย์ที่เหนียว ทนทาน จะหาได้จากที่ไหน”
“เอ๋ เถาวัลย์หรือขอรับ พี่สาวจะเอามาทำอะไรหรือขอรับ”
“เดี๋ยวเจ้าจะได้รู้เองตอนที่พี่สาวคนนี้ทำเสร็จแล้ว แต่ตอนนี้ช่วยพี่สาวหาเถาวัลย์ก่อน”
“ได้ ข้ารู้จักข้าเคยเห็นท่านพ่อใช้มัดฟืนอยู่บ่อย ๆ พี่สาวต้องการเยอะหรือไม่ขอรับ”
“เอามาเยอะ ๆ หน่อย หากว่าพี่ทำสำเร็จพวกเราจะมีปลากินเย็นนี้”
“ขอรับ ทางนี้เลยขอรับ ตรงนั้นมีอยู่เต็มไปหมด”
ทั้งสามคนช่วยกันดึงเถาวัลย์ออกมากองรวมกันไว้ เยว่ซินลงมือถักเถาวัลย์เป็นตาข่ายตาถี่แบบง่าย ๆ นางทำไปเรื่อย ๆ จนได้ผืนใหญ่พอสมควร
เมื่อได้ตาข่ายที่ต้องการแล้ว ที่ปลายตาข่ายทั้งสองด้านนางผูกติดกับกิ่งไม้ขนาดใหญ่ทั้งสองข้าง นางหวังว่ามันจะสำเร็จไม่เช่นนั้นนางคงได้กลับไปกินวิญญาณข้าวอีกแน่ ๆ
“ฉีเอ๋อร์ เจ้าจับด้านนี้ ส่วนพี่สาวจะข้ามลำธารไปอีกด้าน แล้วเราก็เอาตาข่ายนี่กางเอาไว้แบบนี้ ลี่เอ๋อร์น้องหากิ่งไม้มาตีไล่ปลาในลำธาร พอปลาว่ายมาชนตาข่าย เราจะใช้ตาข่ายนี้ช้อนเอาปลาขึ้นมา”
“มันจะได้ผลหรือไม่พี่สาว”
“ได้ผลไม่ได้ผลก็ขึ้นอยู่กับความสามารถของเราพี่น้องแล้ว เรามาพยายามด้วยกันเถอะ”
“ได้เลยขอรับ พวกเราพร้อมแล้ว”
หลังจากนั้นทั้งสามคนก็ช่วยกันจับปลา ตอนแรกยังจับไม่ได้เสียทีเดียวเพราะจังหวะการยกตาข่ายเถาวัลย์ไม่พร้อมกัน แต่พอทั้งสองคนจับจังหวะได้ ไม่นานก็สามารถจับปลาตัวใหญ่ได้หลายตัว
“ได้แล้ว ๆ พี่สาวเก่งที่สุด ข้าจะมีปลากินแล้ว” เทียนลี่ร้องขึ้นอย่างดีใจ
“น้องเล็กเร็วเข้าไล่ปลามาทางนี้ระวังด้วย เดี๋ยวตกน้ำ”
“พี่สาววางใจข้าได้เลยขอรับ”
เยว่ซินที่เห็นว่าพวกเขาจับปลาได้พอสมควรแล้วอีกทั้งพวกเขาออกมานานแล้วกลัวว่าท่านแม่จะเป็นห่วง เยว่ซินจึงชวนน้องชายทั้งสอง กลับบ้าน
อีกทั้งตาข่ายเถาวัลย์เองก็ขาดแล้วเช่นกัน ยังดีที่สามารถจับปลาได้ตั้งหลายตัว วันนี้นางคงได้กินปลาเผาเป็นอาหารเย็น เยว่ซินมองรอยยิ้มของน้องชายทั้งสองคนด้วยความสงสาร
เด็กเล็กขนาดนี้ ผอมแห้งจนนางกลัวว่าหากลมพัดแรง ๆ จะพัดเอาน้องชายของนางลอยตามลมไปได้ นางสัญญาว่าจะทำให้ครอบครัวนี้กินอิ่มนอนอุ่น และมีความเป็นอยู่ที่ดีมากกว่านี้
ที่สำคัญ ชายโฉดหญิงชั่วคู่นั้น จะต้องได้รับการเอาคืน มิเช่นนั้น เยว่ซินคนเก่าที่ตายไปแล้ววิญญาณของนางคงจะไม่สงบสุขเป็นแน่
ตอนนี้ท่านพ่อเยี่ยและท่านแม่หลิวร้อนใจจะแย่ ลูกสาวยังไม่หายป่วยดี แต่ก็หายออกไปนอกบ้านโดยมีน้องชายทั้งสองตามไปด้วย
เวลาผ่านไป 1 ชั่วยามแล้วไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับทั้งสามคนหรือเปล่า อีกคนก็ป่วยอีกสองคนก็เด็กเล็กในตอนที่ท่านพ่อเยี่ยกำลังจะออกไปตามหาลูก ๆ นั้นก็ได้ยินเสียงของลูก ๆ พูดคุยกันและหัวเราะอย่างมีความสุขดังมาจากสวนหลังบ้าน สองสามีภรรยาจึงได้รีบเดินไปหาทั้งสามคนทันที
“พวกเจ้าไปที่ใดกันมา พ่อแม่เป็นห่วงจะตายแล้ว”
“ท่านแม่ข้าขอโทษที่ทำให้เป็นห่วงนะเจ้าคะ พอดีข้าชวนน้อง ๆ ออกไปเดินเล่น ข้านอนมาหลายวันแล้วเลยอยากออกไปสูดอากาศบ้าง ข้าขอโทษนะเจ้าคะท่านแม่”
“เอาล่ะ ๆ ฮูหยิน ลูก ๆ ไม่เป็นไรก็ดีแล้ว”
“ท่านแม่ท่านพ่อดูสิ พี่สาวพาพวกข้าไปจับปลามาด้วยล่ะ พี่สาวเก่งมากเลย”
“ปลาเหรอ มันจะเป็นไปได้ยังไง”
“นี่ไง ท่านพ่อดูสิ เราจะมีเนื้อกินแล้วพี่สาวเก่งมาก ๆ เลย พี่สาวใช้เถาวัลย์ทำตาข่ายล่ะท่านพ่อ ท่านต้องคิดไม่ถึงแน่ ๆ ใช่หรือไม่ขอรับ”
“ไหน ๆ เอาปลามาให้พ่อดูหน่อย ลี่เอ๋อร์ของเราช่วยพี่สาวด้วยหรือไม่”
“ลี่เอ๋อร์ช่วยพี่สาวไล่ปลา แล้วพี่รองกับพี่สาวก็ยกตาข่ายขึ้น แต่ น่าเสียดายตาข่ายขาดเสียก่อนเราเลยได้มาเท่านี้”
“ลี่เอ๋อร์ของเราเก่งจริง ๆ ปลาตัวใหญ่ ๆ ทั้งนั้นเลย”
“ท่านพี่พาลูกเข้าบ้านเถอะเจ้าค่ะ”
“ได้ ๆ เข้าบ้านกัน ซินเอ๋อร์ลูกรู้สึกยังไงบ้าง ยังเจ็บอยู่หรือไม่”
“ข้าหายแล้วเจ้าค่ะท่านพ่อ พักผ่อนอีกสักสองวันก็พอแล้วเจ้าค่ะ”
“เจ้าหายก็ดีแล้ว ดีแล้ว ดีแล้ว วันหลังอย่าทำเรื่องอันตรายแบบนั้นอีกเข้าใจหรือไม่”
“เข้าใจแล้วเจ้าค่ะท่านพ่อ เดี๋ยวข้าไปช่วยท่านแม่ทำอาหารก่อนนะเจ้าคะ”
“ไปเถอะ ถ้าเหนื่อยก็พักเจ้าอย่าฝืนใช้ร่างกายให้มากนัก รอให้หายดีเสียก่อนเข้าใจหรือไม่”
“เข้าใจแล้วเจ้าค่ะท่านพ่อ”
เพราะในบ้านอาหารมีน้อย ข้าวสารเหลือเพียงแค่ติดก้นไหเท่านั้น เยว่ซินจึงได้ตัดสินใจนำปลาที่จับมาได้ ต้มน้ำแกงปลาและทำปลาเผาเกลือ จะเรียกว่าปลาเผาเกลือคงไม่ได้เสียทีเดียว
เพราะเกลือในบ้านมีอยู่น้อยนิดมาก นางทำได้แค่โรยนิดหน่อยเท่านั้น อาหารการกินในบ้านอัตคัดมาก เห็นทีว่านางคงจะต้องเข้าป่าเสียแล้ว
ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมาเยว่ซินก็พาน้อง ๆไปจับปลามาทำอาหาร ทุกวัน ถึงแม้ว่าพวกเขาจะกินปลาทุกวันแต่ก็ไม่มีใครพูดอะไรออกมา มีกินก็ดีเท่าไหร่แล้ว
ในที่สุดวันที่เยว่ซินรอคอยก็มาถึง วันที่นางหายดีจากอาการบาดเจ็บแล้ว ตอนนี้นางเตรียมของเพื่อที่จะเข้าไปขุดผักป่ากับน้องชาย
เพราะอาการบาดเจ็บครั้งนั้นทำให้ท่านแม่หลิวไม่อนุญาตให้เข้า ป่าลึก นางเพียงทำได้แค่เข้าไปหาของป่าที่ป่าบริเวณหลังบ้านเท่านั้น
เยว่ซินหวังว่านางจะพบเจออะไรที่สามารถกินได้บ้าง ไม่เช่นนั้นนางคงได้กินปลาอีกเป็นแน่แท้ จากตอนแรกที่ไม่มีใครบ่นอะไรแต่ตอนนี้เยว่ซิน เองไม่อยากกินปลาแล้ว
“น้องรอง เสร็จหรือยังเดี๋ยวสายแล้วจะร้อน”
“เสร็จแล้วขอรับพี่สาว เราไปกันเถอะ”
“ลี่เอ๋อร์วันนี้อยู่บ้านเป็นเพื่อนท่านแม่นะ พี่สาวจะไปหาของอร่อยมาให้ลี่เอ๋อร์กิน”
“ขอรับพี่สาว ลี่เอ๋อร์จะเป็นเด็กดีขอรับ”
เยว่ซินแบกตะกร้าเดินนำน้องชายมุ่งหน้าเข้าป่าไปทันที ผักป่าถึงแม้ว่าจะเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ แต่ก็มีไม่มากนัก ทั้งสองคนมุ่งหน้าเข้าป่าไปอีกด้านหนึ่ง
ซึ่งทางด้านนี้เป็นป่ารกชัฎชาวบ้านไม่นิยมเข้ามาหาของป่า เพราะกลัวว่าจะถูกสัตว์มีพิษเช่นงูฉกเอา แต่สำหรับเยว่ซินที่กำลังมุ่งมั่นหาอาหารนางแทนที่จะมาห่วงว่าจะได้รับอันตรายจากงูหรือไม่ นางได้แต่หวังว่าวันนี้นางจะไม่กลับบ้านไปมือเปล่า เดิมทีนางอยากจะเข้าป่าไปกับท่านพ่อเยี่ย แต่พ่อที่รักลูกสาวมากขนาดนั้นมีหรือจะยอมให้นางไปในที่เสี่ยงอันตราย
เยว่ซินพาน้องชายเดินมุ่งหน้าเข้าป่าลึก เทียนฉีอยากจะคัดค้านพี่สาว แต่เขาไม่กล้าที่จะพูดมันออกมา ทำได้เพียงแค่เดินตามพี่สาวไปเท่านั้น ในใจเขาคิดขึ้นได้ว่าหากท่านแม่รู้เข้าว่าพี่สาวแอบเข้าป่าลึกคงโดนท่านแม่โกรธอีกแน่ ๆ
