บทที่ 4 คำตอบของคำถาม
เวลาผ่านมาแล้วหลายวัน นับตั้งแต่เอ๋ถูกถีบให้เข้ามาอยู่ในร่างของหญิงสาวที่ชื่อเยี่ยเยว่ซิน
ใช่ทุกคนฟังไม่ผิดหรอก เธอถูกถีบจริง ๆ แถมชีวิตใหม่หลังความตายที่ได้มาก็รันทดสุด ๆ
อะไรคือครอบครัวโดนขับไล่ออกมาและโดนตัดขาดไม่ยุ่งเกี่ยวกันอีก
ไอ้ตัดขาดมันก็ดีอยู่หรอกนะ แต่อะไรคือสมบัติพัสถานไม่แบ่งให้ สักแดง
แบบนี้มันใช่คำตอบที่ตามหาไหม ตายแล้วยังมาเกิดใหม่ในร่างคนอื่นไม่พอ
ยังต้องมามีชีวิตรันทดโดนขับไล่ออกจากตระกูล โดนแย่งคู่หมั้น แถมยังยากจนเข้าไปอี๊ก
ไหนยัยดาบอกว่าตายแล้วมามีสามี ไหนล่ะสามีอ่ะโถ่ ยัยเอ๋ โดนผีเพื่อนหลอกจนได้
ในขณะที่เอ๋ในร่างของเยว่ซินกำลังนอนคิด ว่าจะทำยังไงดีกับชีวิตใหม่ที่ได้รับมานี้
ชีวิตหลังความตายของเธอมันช่างยากลำบากเสียเหลือเกิน
ได้ชีวิตใหม่มามันก็ดีอยู่หรอก แต่จะให้มาแบบรวย ๆ หรู ๆ หน่อยก็ไม่ได้
จนแสนจนขนาดนี้คงต้องหาทางเอาชีวิตให้รอดก่อนที่จะได้ตายรอบสอง
ในตอนที่เอ๋กำลังนอนคิดอะไรเรื่อยเปื่อยอยู่นั้น ก็มีเสียงคนพูดคุยกันมาจากข้างนอก
“ท่านแม่เมื่อไหร่พี่สาวจะตื่นขอรับ”
“พวกเจ้าอย่าเสียงดัง ให้พี่สาวของพวกเจ้านอนพักผ่อนให้มาก ๆ อีกไม่นานพี่สาวของพวกเจ้าก็จะตื่นแล้ว”
“จริงนะขอรับท่านแม่”
“จริงสิแม่เคยโกหกเจ้าหรืออย่างไร”
ในตอนที่สามแม่ลูกคุยกันอยู่หน้าห้อง เอ๋ซึ่งตอนนี้อยู่ในร่างของ เยี่ยเยว่ซิน ลูกสาวคนโตของบ้านเยี่ยที่เสียชีวิตไปเมื่อหลายวันก่อน
“เอายังไงดีวะเนี่ยเอ๋เอ๊ย ทำไมมันจะต้องยุ่งยากขนาดนี้” เอ๋ได้แต่คิดและพูดกับตัวเองอยู่นานสองนาน
“แค๊ก ๆ แค๊ก ๆ” เยว่ซินไอออกมา (จากตอนนี้ไป จะเรียกเอ๋เป็นเยว่ซินแทนนะคะ)
“ท่านแม่ พี่สาวตื่นแล้วข้าได้ยินเสียงพี่สาวไอด้วย”
“ซินเอ๋อร์ เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง ได้ยินที่แม่พูดหรือไม่ เจ้าไม่สบายตรงไหน หรือว่าเจ็บที่ตรงไหน ให้แม่ไปตามหมอหยุนหรือไม่”
“ท่านแม่ ข้าไม่เป็นไรเจ้าค่ะ”
“พี่สาว พี่สาว พวกเราคิดถึงพี่สาวมากเลยขอรับ”
เยว่ซินคนใหม่ได้แต่มองดูแม่ของนางและน้องชายทั้งสองของนาง เห็นแล้วรู้สึกสงสารและเวทนา เด็กชายทั้งสองคนทั้งผอมแห้ง ท่านแม่เองก็ผอมมาก นางได้แต่คิดในใจว่าตอนนี้คงต้องหาทางเอาชีวิตให้รอดจากความโหดร้ายนี้ก่อน ก่อนที่จะได้ตายรอบสอง
“ท่านพ่อล่ะเจ้าคะท่านแม่”
“พ่อของเจ้าเข้าป่าไปล่าสัตว์ จะได้มีเนื้อมาให้เจ้ากินบำรุงร่างกายน่ะ”
“ใช่แล้วพี่สาวพวกเราเองก็ปลูกผัก วันนี้ไก่บ้านเราออกไข่ 1 ฟอง ข้าเก็บเอาไว้ให้ท่านพี่แล้ว ท่านพี่จะได้หายเร็ว ๆ”
เยว่ซินที่ได้ฟังน้องชายในโลกนี้ของนางพูดแบบนี้นางก็อดจะน้ำตาไหลไม่ได้ เด็กตัวแค่นี้ยังรู้จักอดทนเพื่อที่จะให้นางได้กินไข่น้องชายทั้งสองยอมที่จะไม่เอามากินแต่เก็บเอาไว้ให้นางได้กิน
เยว่ซินรู้สึกได้ถึงความรักความอบอุ่นที่ครอบครัวนี้มีให้กัน นางถึงกับร้องไห้ออกมา เพราะอยู่ดี ๆ ลูกสาวพี่สาวของพวกเขาร้องไห้โฮออกมา ทำเอาแม่และน้องชายตกใจเป็นอย่างมาก
“ซินเอ๋อร์ เจ้าเป็นอะไร ร้องไห้ทำไมลูก เจ้าเจ็บตรงไหนบอกแม่”
“ข้าไม่เป็นไร เพียงแต่ข้าคิดว่าจะไม่ได้กลับมาหาพวกท่านอีกแล้ว มันทำให้ข้าเศร้าใจมากเจ้าค่ะ”
“เจ้าไม่เป็นไรก็ดีแล้ว หลายวันมานี้ แม่ปวดใจเหลือเกินที่เห็นเจ้าเป็นแบบนี้”
“ข้าขอโทษที่ทำให้ท่านแม่ ท่านพ่อและน้อง ๆ ต้องลำบากและเป็นห่วงเจ้าค่ะ ต่อไปข้าจะระวังให้มากกว่านี้”
ในวันที่ 7 ที่เอ๋มาอยู่ที่นี่ในร่างของเยว่ซินสาวน้อยที่มีชะตารักไม่ต่างกับเธอ เอ๋ตั้งใจแล้วว่าจะต้องเอาคืนพวกมันให้สาสมกับที่มันทำเอาไว้ และจะต้องพาครอบครัวใหม่ในโลกนี้ก้าวผ่านความยากลำบากไปให้ได้
“ซินเอ๋อร์ มากินข้าวได้แล้วลูก แม่ทำโจ๊กมาให้”
“ท่านแม่ข้าหายแล้วเจ้าค่ะ ท่านแม่กับน้อง ๆ กินแล้วหรือยังเจ้าคะ แล้วท่านพ่อล่ะไปที่ใดแล้ว”
“พ่อเจ้าเข้าป่าไปตั้งแต่ยามเหม่าแล้ว ส่วนแม่กับน้อง ๆ เจ้าพวกเรากินมันเผาไปแล้ว”
หลังจากที่เยว่ซินกินโจ๊กที่มองแทบไม่เห็นเม็ดข้าวเลยไปจนหมดชาม นางเอาชามไปล้างและเดินออกมานอกบ้าน เห็นน้องชายสองคนกำลังช่วยกันถอนหญ้าออกจากแปลงผักอย่างขยันขันแข็ง
จากความทรงจำของเยว่ซินคนเก่าหลังบ้านมีลำธารไหลผ่าน และเดินไปอีกไม่ไกลก็จะเป็นชายป่า สามารถเข้าไปหาผักป่าได้ นางเดินมาหาน้องชายที่แปลงผัก
เยว่ซินตั้งใจจะเดินสำรวจไปรอบ ๆ ตอนนี้นางหิวจะแย่แล้ว เมื่อมอง เห็นเด็กเล็ก ๆ สองคนช่วยกันทำงานก็ยิ่งปวดใจ นี่มันอะไรกัน เด็กวัยนี้สมควรจะไปเรียนหนังสือไม่ใช่หรือ
“พวกเจ้าทำอะไรกันอยู่หรือ น้องรอง น้องเล็ก”
“พี่สาว ท่านออกมาทำไมขอรับ ทำไมไม่พักผ่อนอยู่ในบ้าน ท่านยังไม่หายดีนะขอรับ”
“ข้าหายดีแล้วน้องรอง และข้าเบื่อที่จะนอนเต็มทีแล้ว แล้วอีกอย่างข้าว่าจะเดินดูอะไรแถว ๆ นี้เสียหน่อย”
“ถ้าเช่นนั้น พวกเราจะไปกับพี่สาวด้วย”
“ย่อมต้องเป็นเช่นนั้นอยู่แล้วสิ”
“เราจะไปไหนกันดีขอรับพี่สาว” เยี่ยเทียนฉี ถามออกมา
“น้องรอง พี่สาวอยากไปเดินดูแถว ๆ ลำธารน่ะ ตอนนี้พี่สาวหายดีแล้ว และแข็งแรงมากด้วย”
“ขอรับ เช่นนั้นไปกันเถอะ”
ทางด้านท่านแม่หลิวที่เดินเข้ามาในบ้านหลังจากที่นางเอาผ้าที่ซักไว้ขึ้นตาก ในบ้านกลับไม่มีใคร ลูกสาวของนางหายไป ส่วนลูกชายทั้งสองก็หายไปเช่นเดียวกันไม่ได้อยู่ที่แปลงผัก
ไม่รู้ว่าเจ้าพวกนั้นมาลากพี่สาวที่ยังไม่หายดีไปที่ไหนแล้ว นางเดินกลับไปกลับมาอยู่หน้าบ้าน ทางด้านสามีอย่างเยี่ยหานจาง ตอนนี้ก็กำลังกลับบ้านเช่นเดียวกัน
วันนี้เขาล่าอะไรไม่ได้เลย ทำให้ต้องกลับบ้านมือเปล่า พอคิดถึง ลูกสาวที่นอนป่วยอยู่ และค่ายาที่ค้างหมอหยุนเอาไว้ ทำให้หานจางได้แต่ถอนหายใจ
เขาเดินมาถึงบ้านก็เห็นภรรยาของเขาเดินกลับไปกลับมา ด้วยท่าทีร้อนใจ เขาจึงได้เอ่ยปากถามขึ้นมาทันที
“ฮูหยิน เจ้าเป็นอะไร เดินกลับไปกลับมา มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นเช่นนั้นหรือ”
“ท่านพี่ ท่านมาก็ดีแล้ว ไม่รู้ว่าฉีเอ๋อร์กับลี่เอ๋อร์พาพี่สาวไปเล่นซนเสียที่ไหนแล้ว ข้าไปตากผ้ากลับมาก็ไม่เจอพวกเขาแล้ว ซินเอ๋อร์ยังไม่หายดี ข้ากลัวว่าจะเกิดเรื่องขึ้นกับนางอีก”
“ไม่มีอะไรหรอก ข้าจะออกไปเดินดูแถว ๆ ลำธารนางอาจจะอยากอาบน้ำก็ได้ นอนมาหลายวันแล้ว เจ้าอย่าเพิ่งคิดมากเลยนะ”
“เจ้าค่ะท่านพี่”
ทางด้านสามพี่น้องที่เดินตามลำธารย้อนเข้าป่ามา ไม่ได้รับรู้เลยว่าทำพ่อแม่เป็นห่วงขนาดไหน ทั้งสามคนเดินมาเรื่อย ๆ เยว่ซินได้ถามน้องชายทั้งสอง ว่าทำไมไม่จับปลาไปกินบ้าง ปลาว่ายอยู่เต็มลำธารไปหมด
แต่คำตอบที่ได้คือ ปลาว่ายน้ำไวมากและทำให้จับไม่ทัน ท่านพ่อเคยมาจับอยู่เช่นเดียวกัน ปลาบางตัวก็ก้างเยอะเกินไป จนทำให้กินลำบาก ทำได้แค่ต้มน้ำแกงกินแค่น้ำแกงเท่านั้น บางตัวก็ว่ายน้ำเร็วมากจนไม่สามารถจะจับมันได้ง่าย ๆ
และอีกอย่างปลาในลำธารแห่งนี้มีกลิ่นคาวมาก ชาวบ้านไม่นิยมกินเหมือนกับปลาในแม่น้ำใหญ่ที่อยู่อีกด้านของหมู่บ้าน แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะจับปลาได้ง่าย ๆ
แม่น้ำทั้งลึกและน้ำไหลเชี่ยว อันตรายมาก นอกจากปลาแล้วยังมี ปูภูเขาตัวใหญ่อยู่เต็มไปหมด เยว่ซินจึงคิดว่าจะจับเอาเจ้าพวกนี้ไปทำอาหารกินเย็นนี้
สามพี่น้องท่องเที่ยวไปในป่า แต่พ่ออย่างหานจางวิ่งวุ่นตามหาลูกชายลูกสาวไปทั่วหมู่บ้าน เมื่อเห็นว่าพวกเขาไม่ได้เข้าไปในหมู่บ้านก็คงเหลือ ที่เดียวเท่านั้นคือป่าหลังบ้าน
แม่หลิวที่อดทนรอไม่ไหวก็เริ่มร้องไห้ออกมา จนพ่อเยี่ยต้องมาปลอบว่าลูก ๆ ไม่เป็นอะไรหรอก ทั้งสามน่าจะปลอดภัยดี อาจจะเดินเข้าไปเก็บผักป่าก็เป็นได้ ให้นางทำใจเย็น ๆ รออยู่ที่บ้าน ส่วนเขาจะเดินเข้าไปตามหาลูก ๆ ในป่าหลังบ้านเอง
