ตอนที่ 6 ข้าจะไม่ยอมตายรอบสอง
เยว่ซินพาน้องชายเดินเข้าป่ามาเรื่อย ๆ ถึงแม้ว่าน้องชายจะทักท้วงอยู่ตลอดเวลาว่าอย่าเข้าป่าลึกไปมากกว่านี้แต่เยว่ซินก็ไม่สนใจ
นางพาน้องชายเดินเข้าป่าลึกและมองหาของที่กินได้อยู่ตลอดเวลา ในใจคิดว่ามันจะต้องหาเจอสิอะไรที่กินได้ สมัยนี้ไม่มีหัวเผือกหัวมันเกิดอยู่บ้างหรืออย่างไร
“พี่สาว อย่าเข้าไปลึกอีกเลย มันอันตรายหากท่านพ่อท่านแม่รู้เข้าจะทำยังไง”
“หากว่าฉีเอ๋อร์ไม่พูด พี่ไม่พูดท่านแม่ไม่รู้หรอกน่า เชื่อพี่สาวคนนี้ ได้เลย”
เยี่ยเทียนฉีที่รักและเคารพพี่สาวของเขามาก ในเมื่อพี่สาวพูดแบบนี้เขาก็ไม่มีอะไรจะพูดอีก
เยว่ซินนั้นมุ่งมั่นมากที่จะหาของกินให้เจอ ตั้งแต่เดินเข้าป่ามานางรู้สึกว่าจมูกของนางไวต่อกลิ่นมาก บางครั้งได้กลิ่นเหม็นเน่าของใบไม้ที่ทับถมกัน บางครั้งลมยังหอบเอากลิ่นสาบโคลนลอยมานางเองก็ไม่เข้าใจ ว่าทำไมถึงเป็นแบบนี้
ตามความทรงจำของเยว่ซินคนก่อนก็ไม่เห็นว่านางจะมีความสามารถพิเศษอะไร หรือพระเจ้าจะสงสารนางที่มาเกิดใหม่ในที่แห่งนี้ เลยให้พรนี้กับนางมา
ในตอนที่มีลมพัดมาหอบใหญ่ และสายลมนั้นได้พัดพาเอากลิ่นหอม ๆ มาด้วย เยว่ซินไม่รู้ว่ามันเป็นกลิ่นของอะไรจากความทรงจำของร่างเดิม เยว่ซิน คนก่อนมีความรู้ด้านสมุนไพรแต่ไม่เคยพบว่ามีสมุนไพรชนิดไหนที่หอมแบบนี้
หรือว่ามันจะเป็นของที่กินได้กัน ไม่ว่ามันจะเป็นกลิ่นของอะไรไปถึงเดี๋ยวก็จะได้รู้เอง นางจะไม่ยอมอดตายและตายเป็นครั้งที่สองแน่
ก่อนจะตายก็ต้องตายแบบที่นางยังไม่มีสามีเลย ชาติที่แล้วก็ถูกหักหลังมาชาตินี้ก็แย่งคู่หมั้นไปอีก ประวัติศาสตร์จะต้องไม่ซ้ำรอยเป็นครั้งที่สาม
“ฉีเอ๋อร์พี่ได้กลิ่นอะไรไม่รู้หอม ๆ เราตามไปดูกันอาจจะเจอของที่กินได้ ไม่เช่นนั้นเราคงต้องกลับไปจับปลาไปเป็นอาหารแล้ว”
“ขอรับพี่สาว แต่ข้าว่าปลาก็อร่อยมากนะขอรับ ปลาตากแห้งที่พี่สาวทำก็อร่อยมาก”
“พี่ยังทำอย่างอื่นได้อร่อยกว่านี้ เอาไว้พี่หาเงินเข้าบ้านได้มากกว่านี้พี่จะทำของอร่อยให้เจ้ากับน้องเล็กกินนะ”
“ขอรับ ข้าจะรอกินนะขอรับ”
เยว่ซินพาน้องชายเดินมาเรื่อย ๆ ตามสายลมที่พัดพาหอบเอากลิ่นหอม ๆ ลอยตามลมมาด้วย ในที่สุดก็เดินมาถึง เยว่ซินดีใจมากนี่มันไม่ใช่กลิ่นของลูกท้อหรือยังไง หอมมากจริง ๆ ถึงจะไม่สามารถนำไปทำอาหารได้แต่ก็สามารถทำให้ท้องอิ่มได้
“ฉีเอ๋อร์ ลูกท้อล่ะ น่าอร่อยจังเลยนะพี่จะเก็บให้เจ้าลองกินดู”
“ขอรับ”
จากนั้นสองพี่น้องก็นั่งกินลูกท้อไปหลายลูก ลูกท้อที่นางหาเจอทั้งลูกใหญ่และหวานมาก เยว่ซินเก็บใส่ตะกร้าของนางทั้งหมดและขุดต้นเล็ก ๆ ที่นางหาเจอใส่ตะกร้าของน้องชาย 2 ต้น จากนั้นนางจึงพาน้องชายเดินต่อ
ทางด้านท่านพ่อเยี่ยที่ตอนนี้เอาซากสัตว์ที่ล่ามาได้เช่น ไก่ป่า และกระต่ายป่าไม่กี่ตัวเดินเท้าเพื่อไปขายในเมือง เงินที่ขายได้นั้นนำมาจ่ายค่ายาให้กับหมอหยุนที่มารักษาเยว่ซินก่อนหน้านี้ไปจนหมด
เยี่ยหานจางได้แต่ถอนหายใจเขาเหลือเงินไม่กี่อิแปะ ทำให้เขาซื้อ ได้เพียงข้าวสารชั้นเลวกลับไป 2 จินเท่านั้น หลังจากกลับมาถึงบ้านก็พบว่าลูกสาวและลูกชายเข้าป่าไปอีกแล้ว ที่บ้านเหลือเพียงภรรยาและลูกชายคนเล็กเท่านั้น
เมื่อเขาเห็นภรรยากำลังพลิกหน้าดินเพื่อที่จะทำแปลงผักโดยมีลูกชายอย่างเทียนลี่ช่วยเก็บกิ่งไม้และหญ้าออกจากแปลงดิน ท่านพ่อเยี่ยรีบเข้าไปช่วยทันที
“ท่านพี่กลับมานานหรือยังเจ้าคะ”
“เพิ่งถึงเมื่อสักครู่ วันนี้ได้ไก่ป่ากับกระต่ายป่าไม่กี่ตัว เงินที่ขายได้ พี่จ่ายค่ารักษาซินเอ๋อร์ไปจนครบแล้ว เหลือเงินอีกไม่กี่อิแปะทำให้ซื้อได้เพียงข้าวสารชั้นเลวกลับมาได้ 2 จินเท่านั้น พี่ขอโทษนะที่ทำให้เจ้าและลูก ๆ ต้องลำบาก”
“ได้เท่านี้ก็ดีแล้วเจ้าค่ะ พรุ่งนี้ท่านพี่อาจจะได้ไก่ป่ากระต่ายป่าไปขายอีกหลายตัวถึงตอนนั้นค่อยซื้อก็ได้เจ้าค่ะ”
“ขอบใจเจ้ามากนะ”
“ท่านพ่อ พี่สาวกับพี่ชายบอกว่าจะหาของอร่อยกลับมาล่ะ”
“เช่นนั้นหรือ ลี่เอ๋อร์ของพ่อเป็นเด็กดี พี่สาวกับพี่ชายต้องมีของอร่อยให้ลี่เอ๋อร์ของเรากินแน่ ๆ”
เยว่ซินพาน้องชายเดินมาถึงป่าทึบ ป่านี้เป็นป่าดิบชื้นดูเหมือนว่าพวกนางจะเดินมาไกลมาก ตอนนี้รู้สึกเหนื่อยแล้วจึงได้หาที่นั่งพักเอาแรงก่อน
“พักสักครู่เถอะฉีเอ๋อร์ กินน้ำก่อนเจ้าเหนื่อยมากหรือไม่”
“ไม่เหนื่อยมากขอรับข้าทนไหว”
ในตอนที่นั่งพักอยู่นั้น เยว่ซินสอดส่ายสายตามองไปรอบ ๆ และในตอนนั้นเองนางก็เจอเข้ากับเห็ดหอมเกิดอยู่บนต้นไม้และต้นไม้ข้าง ๆ กันยังมีเห็ดหูหนูดำด้วย ไม่รอช้านางรีบวิ่งเข้าไปดูทันที
ส่วนเทียนฉีเมื่อเห็นพี่สาวของตัวเองที่ลุกขึ้นวิ่งพรวดพราดออกไปก็ตกใจลุกขึ้นวิ่งตามไปด้วยอีกคน เยว่ซินหยุดมองต้นไม้ด้วยความพอใจ ใช่ จริง ๆ ด้วยมันคือเห็ดหอมและเห็ดหูหนูดำจริง ๆ
“ฉีเอ๋อร์ เห็ดนี่กินได้อร่อยมากด้วยไปเอาตะกร้าของเจ้ามาเอาต้นท้อใส่ไปในตะกร้าของพี่ก่อน”
“ขอรับ ข้าจะไปเอามาเดี๋ยวนี้”
หลังจากนั้นเยว่ซินก็เก็บเห็ดหอมทั้งหมดและเห็ดหูหนูดำ นอกจากนี้นางยังถอนเอาต้นหอมป่า กระเทียมป่าที่เกิดอยู่แถวนั้นกลับไปด้วย
เมื่อเก็บทุกอย่างหมดแล้วนางพาน้องชายนั่งพักต่อ เมื่อเห็นว่า พวกเขาเข้าป่ามานานแล้ว จึงคิดว่าวันนี้คงจะพอแค่นี้ก่อน เยว่ซินตัดสินใจพาน้องชายเดินออกจากป่า
ในตอนที่เดินออกมานั้นเยว่ซินเดินไม่ทันระวังทำให้ไปสะดุดเข้ากับต้นไม้ที่ล้มพาดอยู่ โชคยังดีที่ต้นไม้นั้นตายมานานแล้วตอนนี้เริ่มเน่าผุทำให้นางไม่ได้รับบาดเจ็บอะไร
ก่อนที่เยว่ซินจะเดินจากมา หางตาของนางเหลือบไปเห็นอะไรบางอย่างอยู่บนต้นไม้ล้มนั้น ไม่รอช้าเพื่อความแน่ใจนางหันกลับไปดูทันที
และสิ่งที่เห็นอยู่ตรงหน้านี้ทำให้นางดีใจจนวิ่งไปกอดน้องชาย แม่เจ้านี่มันเห็ดล้ำค่า นี่มันเห็ดหลินจือชัด ๆ ในที่สุดก็หาเจอ ในที่สุดข้าก็ไม่ต้องตายรอบสองเพราะอดตายแล้ว
“ฉีเอ๋อร์ มาช่วยพี่หาเห็ดแบบนี้ ว่ามีอีกหรือไม่”
“เห็ดนี่คือเห็ดอะไรหรือขอรับ กินได้หรือไม่”
“เห็ดนี่กินไม่ได้แต่ขายได้ราคามาก เรียกว่าเห็ดหลินจือเป็นสมุนไพรล้ำค่า ฉีเอ๋อร์ต้องเก็บเป็นความลับเข้าใจหรือไม่”
“ขอรับ ข้าเข้าใจแล้ว แบบนี้บ้านเราก็จะมีเงินแล้วใช่หรือไม่ขอรับพี่สาว”
“ใช่แล้วแต่พี่ไม่รู้ว่าจะขายได้ราคาเท่าไหร่ และตอนนี้เราเจอแค่เพียงดอกเดียวเท่านั้น”
“เช่นนั้นข้าจะช่วยหาอีกแรง”
“จากนั้นทั้งสองคนก็ช่วยกันพลิกต้นไม้เน่าผุที่ล้มพาดทางเดินขึ้นมาเพื่อดูว่ามีเห็ดหลินจืออยู่หรือไม่ แต่น่าเสียดายที่พวกเขาไม่เจอเห็ดหลินจือเพิ่มแต่อย่างใด
เยว่ซินเห็นว่าไม่มีอะไรแล้วจึงได้พาน้องชายเดินกลับบ้าน และ ในตอนระหว่างทางเดินกลับบ้านนั้นทั้งสองคนได้ยินเสียงของหมูป่ากรีดร้อง ทั้งคู่จังได้แอบย่องไปดู ก็พบว่าหมูป่ากำลังต่อสู้กันเองไม่รู้ว่าพวกมันสู้กันเพราะเหตุใด
ไม่ว่าพวกมันจะสู้กันด้วยเหตุผลใดก็ตามตัวที่แพ้จะตกเป็นอาหารของคนบ้านเยี่ยแน่นอน เยว่ซินพาน้องชายแอบอยู่หลังก้อนหินใหญ่อย่าง ใจจดใจจ่อ
“ฉีเอ๋อร์เห็นทีวันนี้เราจะได้กินเนื้อแล้วล่ะ”
“จริงหรือขอรับพี่สาว”
“จริงสิ รอดูไปก่อนเถอะรอให้เจ้าหมูป่าตัวใหญ่นั้นไปก่อนส่วนเจ้าตัวที่เล็กกว่าและบาดเจ็บเราจะจัดการกับมันทันที”
“เราจะจัดการมันยังไงล่ะ เราไม่มีอาวุธเลยนะ ท่านพ่อเองก็ไม่ได้มากับเราด้วย”
“พี่มีวิธี เพียงแต่ว่าตอนนี้เราต้องรอดูไปก่อน”
“ขอรับ”
สองพี่น้องนั่งอยู่หลังก้อนหินแบบนั้นจนในที่สุดเจ้าหมูป่าตัวใหญ่ ก็จากไปอย่างผู้ที่ได้รับชัยชนะส่วนเจ้าหมูที่ตัวเล็กกว่านอนหายใจรวยริน
เยว่ซินเมื่อเห็นว่าเจ้าหมูตัวนั้นทำท่าจะไม่รอดแล้วนางไม่รอช้านางยกก้อนหินที่หาได้แถวนั้นทุ่มลงไปบนหัวของหมูป่าทันที และทำให้หมูป่าขาดใจตายลงทันทีเช่นเดียวกัน
“เรียบร้อยแล้วฉีเอ๋อร์”
“พี่สาวเก่งที่สุดขอรับ แล้วเราจะเอาหมูตัวนี้กลับไปยังไงล่ะขอรับ”
“พี่มีวิธี เราช่วยกันหากิ่งไม้ที่ใหญ่ประมาณแขนของพี่มาให้เยอะที่สุด จากนั้นก็หาเถาวัลย์ที่เหนียว ๆ หน่อยพี่จะทำแพไม้ลากเจ้าหมูนี่กลับบ้าน”
หลังจากตกลงกันได้แล้วทั้งสองคนรีบไปหากิ่งไม้มาอย่างรวดเร็วเพราะตอนนี้เยว่ซินกลัวว่าจะมีสัตว์ป่าอันตรายออกมาเพราะได้กลิ่นเลือด หลังจากนั้นน้องชายก็เอาเถาวัลย์มาให้นาง
เยว่ซินทำแพอย่างง่าย ๆ แล้วยังเอาเถาวัลย์ทำเป็นเชือกผูกติดกับแพไม้เพื่อลากออกจากป่าด้วยเช่นกัน เมื่อทุกอย่างจัดการเสร็จแล้ว นางและน้องชายรีบเดินออกจากป่าทันที
