ตอนที่ 9 ลู่เฟยหลง
จวนตระกูลลู่ตอนนี้กำลังเกิดเรื่องวุ่นวายขึ้น เมื่อคุณชายสี่ลู่เฟยหลงหนีออกจากบ้านเพราะไม่พอใจที่ฮูหยินรองที่ท่านพ่อของเขาเลื่อนให้ขึ้นมาเป็นฮูหยินเอกหลังจากที่ท่านแม่ของเขาเสียชีวิต
นางต้องการยัดเยียดหลานสาวของนางให้ตบแต่งเข้ามาเป็นภรรยาของเขา ซึ่งเขาเองไม่ได้ยินยอมพร้อมใจ มีใครไม่รู้บ้างว่านางต้องการอะไร อย่าคิดว่านางจะสมหวัง
พวกเขาพี่น้องเองก็ระแคะระคายถึงสาเหตุการตายของมารดา และพี่ชายทั้งสามคนของเขาเองก็รู้สึกเช่นนั้น ท่านพ่อของเขามีลูกชายกับนางหนึ่งคนซึ่งก็คือเจ้าเด็กนิสัยเสียลู่เสียน
ลู่เฟยหลงมีพี่น้องร่วมมารดา 4 คน พี่ใหญ่ของเขาเป็นแม่ทัพบูรพา พี่รองเป็นกุนซือให้กับพี่ใหญ่ พี่สามช่วยท่านพ่อทำการค้าส่วนตัวเขาแยกออกมาทำการค้าของตัวเอง เพราะพี่ชายทั้งสามต่างแต่งงานมีครอบครัวและแยกบ้านกันออกไปถึงสองคน
ทำให้เหลือตัวเขาและพี่สามที่ยังอยู่จวนตระกูลลู่ เมื่อ 15 ปีที่แล้วท่านพ่อออกไปทำการค้าต่างเมืองและได้พาหวังเฉียวหมิ่นกลับมาและยกให้เป็นฮูหยินรองท่ามกลางความไม่พอใจของลูกชายและภรรยา
แต่เมื่อไม่สามารถแก้ไขได้เพราะท่านพ่อเองก็กำลังหลงใหลในตัวนางมาก ท่านแม่ของเขาได้ตรอมใจจนล้มป่วยและตายไปในที่สุด
ในเรือนนอนปีกซ้ายอันเป็นที่อยู่อาศัยของลู่เฟยเทียนพี่สามของ ลู่เฟยหลงที่ตอนนี้สองพี่น้องนั่งปรึกษากันอย่างเคร่งเครียด
“น้องสี่เจ้าตัดสินใจดีแล้วใช่หรือไม่ว่าจะทำเช่นนี้” ลู่เฟยเทียน
“นั่นสิน้องสี่คิดใหม่อีกครั้งเถอะนะ” พี่สะใภ้สาม
“ข้าคิดดีแล้วพี่สาม พี่สะใภ้สาม ข้าจะไม่ยอมให้นางงูพิษทั้งสองได้ในสิ่งที่นางต้องการ ข้าคงต้องไปจากที่นี่ก่อนที่ท่านพ่อจะกลับมา หากว่าข้ารั้งรอจนท่านพ่อกลับมาจากเมืองโจวแล้วข้าคิดว่าท่านพ่อคงโดนนางงูพิษนั่นเป่าหูจนมาบีบบังคับข้าให้แต่งงานแน่ ๆ”
“เช่นนั้นเจ้าจะไปที่ใด บอกพี่ได้หรือไม่”
“ข้าเองก็ยังไม่รู้ อาจจะเดินทางไปเรื่อย ๆ ข้าฝากพี่สามดูแลทางนี้ให้ข้าด้วยเอาไว้ข้าจะส่งข่าวมา”
“ได้ เจ้าอย่าลืมไปบอกกล่าวพี่ใหญ่กับพี่รองเล่า ทั้งสองจะได้ไม่ต้องเป็นห่วง อีกอย่างอยู่นอกบ้านก็ระวังด้วยล่ะจะทำอะไรก็คิดให้รอบคอบส่วนเรื่องทางนี้พี่จะขอคนพี่ใหญ่มาช่วยสืบต่อจากเจ้าก็แล้วกัน ข้าเองก็จะไม่ยอมให้นางได้เสวยสุขอีกต่อไป พวกเราทนมามากพอแล้ว ต่อให้ข้าต้องแตกหักกับท่านพ่อก็ไม่เป็นไร”
“ข้าฝากพี่สามด้วย จำเอาไว้ว่าอย่าดื่มกินอะไรที่มาจากเรือนของนาง หาไม่แล้วท่านจะบ้านแตกเอาได้ ข้าไม่อยู่แล้วเป้าหมายย่อมเป็นท่าน และท่านต้องดูแลพี่สะใภ้ให้ดี”
“ข้ารู้แล้ว เดี๋ยวข้าจะจดหมายไปขอคนพี่ใหญ่เพิ่ม แล้วเจ้าจะไป ทั้ง ๆ ที่ไม่มีคนติดตามหรือ”
“ขอรับ ข้าอยากจะท่องเที่ยวไปเรื่อย ๆ บางทีข้าอาจจะพาภรรยากลับมาด้วยก็ได้”
“เอาเถอะ ๆ หาให้ได้ก่อนเถอะ เจ้าเคยสนใจหญิงสาวด้วยหรือ”
“ข้าต้องไปแล้วพี่สาม พี่สะใภ้สาม รักษาตัวด้วย”
“เจ้าเองก็รักษาตัวด้วยเช่นกัน ข้าจะรอเจ้ากลับมานะ”
หลังจากที่น้องชายจากไปแล้วลู่เฟยเทียนได้ส่งจดหมายหาพี่ชายที่ชายแดนเพื่อขอคนมาคุ้มกันภรรยาและลูก ๆ พร้อมทั้งบอกเล่าเกี่ยวกับเรื่องราวทั้งหมดที่ได้พูดคุยกับน้องชายวันนี้ และจะพยายามรวบรวมหลักฐานให้เร็วที่สุด ถึงเวลานั้นหากว่าท่านพ่อไม่เชื่อก็ไม่เป็นไร ถ้าท่านพ่อยังตาบอดอยู่พวกเขาพี่น้องพร้อมแตกหัก ตอนนี้เขาได้ย้ายสินเดิมของท่านแม่โอนเป็นชื่อพี่น้องทั้งสี่คนเท่า ๆ กันแล้ว
ชายแดนค่ายทหารในสังกัดแม่ทัพบูรพา ตอนนี้ลู่เฟยฉีผู้ที่รั้งตำแหน่งแม่ทัพบูรพากำลังอ่านจดหมายของน้องชายด้วยสีหน้ามืดครึ้ม เขาและน้องชายอุตส่าห์ออกมาจากจวนแล้วเพราะไม่อยากจะวุ่นวายกับเรือนหลังของท่านพ่อ
แต่เมื่อมันเกี่ยวกับการตายของท่านแม่ที่น้องสี่เพิ่งจะได้เบาะแสสำคัญมาและส่งต่อมาให้เขาจัดการ เขาย่อมไม่ปล่อยเอาไว้แน่ จากครั้งแรกท่านพ่อบอกว่าท่านแม่ป่วยเพราะร่างกายไม่แข็งแรงตอนคลอดน้องสี่ แต่แล้วมันกลับไม่ใช่
เมื่อท่านพ่อพาหวังเฉียวหมิ่นเข้ามาไม่นานท่านแม่ก็เสียชีวิตลง ตอนนั้นพวกเขาไม่ได้เอะใจอะไรเลย กลับเชื่อคำพูดของท่านพ่อหมดใจ เพราะคิดว่าท่านพ่อคงจะไม่ทำร้ายท่านแม่
มันก็ใช่ที่ท่านพ่อไม่ได้ทำร้ายท่านแม่ แต่ท่านพ่อพาหวังเฉียวหมิ่นเข้ามาและนางมีความโลภและมักใหญ่ใฝ่สูงถึงขั้นวางยากำจัดท่านแม่ เรื่องนี้เขายอมไม่ได้
“พี่ใหญ่เกิดอะไรขึ้น” ลู่เฟยอวี่ที่เพิ่งมาถึง
“เจ้าดูนี่ก็แล้วกัน แล้วก็จัดการส่งคนของเราไปให้น้องสามด้วย ตอนนี้น้องสี่ออกจากบ้านไปแล้วอีกนานเขาถึงจะกลับ”
“เจ้าสี่ไปไหนขอรับ”
“เจ้าสามบอกว่าเขาไปตามหาภรรยาในอุดมคติ”
“ห๊ะ พี่ใหญ่ท่านล้อข้าเล่นหรือขอรับ เจ้าสี่เนี่ยนะ ภูเขาน้ำแข็งเดินได้ หน้าตายเป็นที่สุด รังเกียจหญิงสาวเป็นที่สุดบอกว่าจะออกไปตามหาภรรยา ท่านจะให้ข้าเชื่อลงไปได้ยังไง”
“เชื่อไม่เชื่อพอถึงเวลานั้นก็จะรู้เอง จัดการต่อด้วยข้าจะกลับจวน ไปหาเมีย”
“ขอรับ ๆ ข้าจะจัดการตอนนี้เลย”
จวนตระกูลลู่ หลังจากที่ลู่เฟยหลงออกมาได้ 5 วัน พรุ่งนี้จะเป็นวันที่หวังเฉียวหมิ่นจัดงานหมั้นให้กับหลานสาวของนางกับเขาและเขาไม่ได้เต็มใจถึงแม้ท่านพ่อจะเห็นดีเห็นงามไปด้วย
และวันจัดงานก็มาถึงท่ามกลางแขกเหรื่อมากมายที่มาร่วมงานแต่กลับไร้วี่แววของว่าที่คู่หมั้นอย่างลู่เฟยหลง เรื่องนี้เป็นที่เล่าขานและ นินทากันในเมืองหลวง
นอกจากจะหักหน้าแม่เลี้ยงแล้วยังหักหน้าพ่อตัวเองอีกด้วยแต่แล้วยังไงใครสน ชีวิตเขาเขาเลือกเอง เมียก็เมียของเขาทำไมต้องให้คนอื่นหาให้ เขาหาเองได้
หวังเฉียวหมิ่นล้มทั้งยืน หลานสาวนางที่ทนความอับอายไม่ไหวจึงเก็บข้าวของกลับบ้านเดิมไป ส่วนคหบดีลู่เหวินหลาง โมโหถึงกับล้มป่วย ไปหลายวัน
เรื่องของคนในจวนจะเป็นอย่างไร เฟยหลงหาได้เอามาใส่ใจตอนนี้เขาเดินทางผ่านเมืองน้อยใหญ่มาเรื่อยและแวะท่องเที่ยวอยู่ตามเมืองต่าง ๆ และทำการค้าขยายสาขาไปทุกที่เขาเดินทางผ่าน
ส่วนเรื่องของตระกูลเขาปล่อยให้พี่ชายทั้งสามเป็นคนจัดการและ ไม่เอาตัวเองเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้อีก เฟยหลงที่ออกจากบ้านมาพร้อมผู้ติดตามเพียงแค่หนึ่งคนที่ตามมาสมทบกับเขานอกประตูเมือง
และเมืองสุดท้ายที่เขาจะเดินทางไปก็คือเมืองเจี้ยนอันเพราะเมืองนี้เคยเป็นบ้านเดิมของท่านแม่เมื่อครั้งนางยังอยู่กับท่านตาท่านยาย ก่อนที่ครอบครัวของท่านตาจะย้ายเข้าไปอยู่ที่เมืองหลวง
เขาจึงคิดจะมาลงหลักปักฐานที่เมืองอันห่างไกลเช่นนี้และหาภรรยาสักคน ใช้ชีวิตอยู่แบบเรียบง่ายเมื่อตกลงใจได้แล้วว่าจะมาปักหลักที่นี่ เข้าจึงได้พาผู้ติดตามเดินทางมุ่งหน้ามาที่เมืองเจี้ยนอันแห่งนี้
เขาได้แต่หวังว่าเขาจะหาภรรยาที่แสนดีเจอและเขาจะไม่ทำเหมือนท่านพ่อที่ทำร้ายท่านแม่ หากเขาจะมีเมีย เมียของเขาไม่จำเป็นต้องร่ำรวยหากนางเป็นคนดีเขาก็ไม่สนใจเรื่องอื่นแล้ว
ขอแค่นางขยัน ไม่พูดมาก จิตใจดีและซื่อสัตย์ต่อครอบครัวและ ที่สำคัญนางต้องงดงามทั้งร่างกายและจิตใจ เท่านี้ก็เพียงพอ
โดยที่เฟยหลงไม่ได้รู้เลยว่าคำขอของเขาจะเป็นจริงในอนาคตอันใกล้นี้ และเขาเองจะตกเป็นทาสเมียด้วยเช่นกัน หากเขารู้อนาคต ก็ไม่รู้ว่าเขายังอยากแต่งภรรยาอยู่อีกหรือไม่
