ตอนที่ 10 วางแผนซ่อมบ้านกันเถอะ
ท่านพ่อเยี่ยที่ตอนนี้กลับมาถึงบ้านพร้อมข้าวของอีกมากมายเต็มเกวียน ระหว่างทางกลับบ้านก็มีชาวบ้านไม่น้อยที่เห็นบ้านเยี่ยสายรอง ซื้อข้าวของมามากมาย
เยี่ยหานจางไม่ได้สนใจเสียงซุบซิบนินทาจากชาวบ้านหากใครมีข้อสงสัยเขาก็พร้อมจะตอบคำถามเสมอ ในเมื่อมีหลายคนที่เห็นเขานำสมุนไพรหายากหลายต้นไปขายในเมืองเมื่อเช้าก็เพียงพอที่จะเป็นคำตอบได้ดีแล้ว
ท่านพ่อเยี่ยขนของลงจากเกวียนโดยมีภรรยาและลูกชายคนเล็ก ช่วยขน เมื่อจัดเก็บของที่ซื้อมาให้เข้าที่เข้าทางแล้วท่านแม่หลิวรีบลงมือทำอาหารทันที
ตั้งแต่เยว่ซินฟื้นขึ้นมาและนางขอให้เพิ่มมื้ออาหารจากวันละ 2 มื้อเป็นวันละ 3 มื้อโดยเพิ่มมื้อกลางวันเข้าไปด้วย โดยนางให้เหตุผลว่าน้อง ๆ กำลังโตหากได้รับอาหารไม่เพียงพอจะทำให้ร่างกายไม่แข็งแรงรวมถึง ท่านพ่อเยี่ยและท่านแม่เยี่ยด้วย
ถึงแม้ว่าจะต้องประหยัดและใช้ชีวิตแบบรัดเข็มขัดกันมานานแล้ว แต่เมื่อเป็นคำขอร้องของลูกสาวที่เมื่อก่อนนางไม่เคยจะร้องขออะไรเลย สองสามีภรรยาจึงได้ตามใจบุตรสาวของตน
“ท่านพี่ ต่อไปนี้ลูก ๆ จะไม่อดมื้อกินมื้อแล้วใช่หรือไม่เจ้าคะ”
ท่านแม่หลิวที่เห็นสามีซื้อข้าวปลาอาหารและเครื่องปรุงเครื่องเทศต่าง ๆ กลับมามากมาย ถามสามีออกมาด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ
“ใช่แล้วฮูหยินเพราะซินเอ๋อร์ของเราแท้ ๆ เงินยังเหลืออีกหลายสิบตำลึง พี่ว่าจะซ่อมบ้านของเราก่อนพี่กับลูกปรึกษากันแล้วตอนนี้ถึงแม้ว่าเราจะพอมีเงินขึ้นมาบ้างแต่ยังไม่สามารถสร้างบ้านใหม่ในตอนนี้ได้ คงต้องหาไม้และใช้ดินเหนียวผสมฟางทำผนังไปก่อนเอาไว้เรามีเงินพอแล้วค่อยสร้างบ้านหลังใหม่ที่ดีกว่านี้ อีกทั้งพี่ว่าจะขยายห้องนอนออกไปอีกห้องให้ฉีเอ๋อร์และ ลี่เอ๋อร์เจ้าว่าดีหรือไม่”
“ดีเจ้าค่ะท่านพี่ จะให้นอนกับพี่สาวตลอดไม่ได้ เช่นนั้นท่านพี่วางแผนจะทำอะไรก่อนเจ้าคะ”
“พี่คงต้องไปขอแรงชาวบ้านให้มาช่วยนั่นแหละหากไม่มีใครอยากมาพี่คงต้องไปขอให้อี้ถังมาช่วย”
“เช่นนั้นเอาตามที่ท่านพี่เห็นสมควรเถอะเจ้าค่ะ ข้าขอตัวไปทำมื้อเที่ยงก่อน”
“เจ้าไปเถอะ แล้วนี้ซินเอ๋อร์กับฉีเอ๋อร์เข้าป่ากันอีกแล้วหรือ”
“เจ้าค่ะ ลูกบอกว่าอยากหาอาหารมากักตุนเอาไว้เจ้าค่ะ”
“เป็นพี่ที่ไม่ได้เรื่อง ทำให้พวกเจ้าแม่ลูกลำบาก พี่ขอโทษนะ”
“ท่านพี่ไม่ผิดเจ้าค่ะ หากจะมีใครผิดย่อมไม่ใช่พวกเรา ท่านพี่อย่ากล่าวโทษตัวเองอีกเลยนะเจ้าคะ”
“ขอบใจเจ้ามาก เช่นนั้นหลังจากกินมื้อกลางวันแล้วพี่จะไปตัดไม้ไผ่เอาลงมาไว้ก่อนก็แล้วกัน”
ทางด้านสองพี่น้องเยว่ซินและน้องชายอย่างเทียนฉีที่ได้แต่เดินตามพี่สาวต้อย ๆ ไม่ว่าพี่สาวจะพาไปไหนเขาทำได้เพียงแค่เดินตามนางเท่านั้น
เยว่ซินเองก็หวังเอาไว้ว่านางจะเจอของที่กินได้บ้างหลังจากที่เดินตามกลิ่นหอมที่ลอยมาตามลมได้สักพักแล้วก็ยังไม่เจอต้นตอของกลิ่นเลย
“พี่สาวเจออะไรบ้างหรือยังขอรับ”
“ยังเลยฉีเอ๋อร์แต่พี่ว่ามันจะต้องอยู่แถวนี้เป็นแน่”
“แต่ข้าไม่เห็นได้กลิ่นอะไรเลยนะขอรับ พี่สาวแน่ใจหรือ”
“แน่ใจสิเจ้าไม่เชื่อพี่สาวคนนี้หรืออย่างไร”
“ไม่ใช่แบบนั้นนะขอรับ ข้าเชื่อพี่สาวแต่เราไม่ควรเดินเข้าไปลึกมากกว่านี้”
“เชื่อมือพี่สาวเถอะไม่มีอะไรแน่นอน เอ๊ะ นั่นมัน….” เยว่ซินหันไปเจอสิ่งที่คุ้นเคยมากและบริเวณนี้ยิ่งมีกลิ่นหอมรุนแรงมากอีกด้วย
“อะไรขอรับพี่สาว”
“ฉีเอ๋อร์ เราเจอของดีเข้าให้แล้ว ฉีเอ๋อร์เคยเห็นสิ่งนี้หรือไม่”
“อะไรหรือขอรับ”
“นี่ไง เจ้าลูกเขียว ๆ กลม ๆ มีลายแบบนี้เจ้าไม่รู้จักเหรอ”
“พี่สาวท่านเก็บอะไรมามันมีพิษหรือเปล่า ทิ้งไปเถอะขอรับหากท่านอยากกินผลไม้เราค่อยไปหาผิงกั่วป่าก็ได้”
“ฉีเอ๋อร์ เจ้านี่ไม่มีพิษหรอก เจ้านี่เรียกว่าซีกวาหรือแตงโม เชื่อพี่สาวเถอะมันอร่อยมาก เรามาลองชิมกันเถอะ”
“ขอรับ ขอรับ”
เยว่ซินเอามีดเล่มเล็กที่พกมาด้วยผ่าแตงโมออกเป็นซีก ๆ และแบ่งกันกินกับน้องชาย แตงโมลูกใหญ่เปลือกบางเนื้อข้างในสีแดงสดกลิ่นหอมหวานทำให้สองพี่น้องก้มหน้าก้มตากินและนางยังบอกให้น้องชายเก็บเมล็ดเอาไว้ด้วย
“ฉีเอ๋อร์อร่อยหรือไม่ ถ้าเราเอาไปขายคงจะดีไม่น้อย”
“อร่อยมากเลยแบบนี้น้องเล็กกับท่านแม่คงชอบ พี่สาวพวกเราจะสามารถสร้างบ้านใหม่ได้หรือไม่ขอรับ”
“ได้แน่นอน แต่คงไม่ใช่ตอนนี้หรอกนะ รอให้เรามีเงินมากกว่านี้ก่อน ถึงแม้ว่าวันนี้ท่านพ่อจะเอาเห็ดหลินจือดอกที่เราพบไปขายพี่คิดว่าน่าจะได้ไม่เกิน 30 ตำลึง ถึงแม้ว่าเห็ดหลินจือจะหายากแต่ราคาคิดตามอายุน่ะ พี่ดูแล้วดอกที่เราเจอเมื่อวานน่าจะอายุเพียง 30 ปีเท่านั้น”
“ขอรับพี่สาว แต่อย่างน้อยพวกเราก็จะมีเงินซื้อข้าวมากักตุนเอาไว้พวกเราคงไม่ต้องทนหิวทนหนาวอีกต่อไป”
“ใช่แล้วล่ะ พี่คุยกับท่านพ่อแล้ว เราจะซ่อมบ้านก่อนแล้วก็ขยายห้องให้ฉี่เอ๋อร์กับลี่เอ๋อร์อยู่ด้วยกันไปก่อน หากวันนี้เราเก็บสมุนไพรล้ำค่าได้อีกพี่จะให้ท่านพ่อซื้อเกวียนวัว”
“ขอรับ แล้วแตงโมนี่พวกเราจะเอาไปยังไงมันลูกใหญ่และหนักมาก”
“เอาไปแค่ 2 ลูกก่อน ที่เหลือค่อยพาท่านพ่อมาเก็บ ถ้าหากเราซื้อเกวียนวัวแล้วจะได้ขนไปขายในเมืองได้ เรื่องนี้เราค่อยปรึกษากับท่านพ่อ อีกที”
“ขอรับ”
“เอ๊ะ กลิ่นแบบนี้ มันกลิ่นอะไร หอมเหมือนกลิ่นสมุนไพรอะไรสักอย่าง จะว่าหอมก็ไม่ใช่ จะว่าไม่หอมก็ไม่เชิง”
“พี่สาว ท่านได้กลิ่นอะไรอีกแล้วขอรับ”
“พี่เองก็ไม่รู้ เราเดินตามไปดูเถอะ แต่ครั้งนี้พี่สาวมั่นใจมากว่ามันจะต้องเป็นสมุนไพรหายากแน่นอน”
เยว่ซินเดินตามกลิ่นไปเรื่อย ๆ โดยมีน้องชายเดินตามมาไม่ห่าง เดินมาได้ประมาณ 1 เค่อ สิ่งที่เห็นอยู่ข้างหน้านี้ทำให้เยว่ซินถึงกับน้ำตาไหลออกมา
“พี่สาวท่านเป็นอะไรขอรับ ท่านร้องไห้ทำไม” เทียนฉีที่เดินตามหลังพี่สาวมาแล้วอยู่ ๆ นางก็หยุดเดินละน้ำตาไหลออกมา
“พี่ดีใจ ดีใจจนร้องไห้เลยล่ะฉีเอ๋อร์ ดูนี่สิมันคือตังกุย หรือที่ชาวบ้านเรียกโสมตังกุยถึงแม้ว่ามันจะไม่ได้มีราคาแพงเท่าโสมคนหรือโสมซีซาน แต่ ตังกุยก็ราคาแพงไม่น้อยเลย ช่วยพี่สาวขุดเถอะน่าจะได้หลายตำลึง”
“ขอรับ”
หลังจากที่ทั้งสองคนขุดตังกุยบริเวณนี้หมดแล้วนางก็ไม่ได้กลิ่นอะไรอีก ตังกุยที่ขุดมาได้มีจำนวนมากพอสมควร นางให้น้องชายแบกตะกร้าใส่ ตังกุยส่วนนางเอาแตงโมและเห็ดต่าง ๆ ที่เก็บมาก่อนหน้านั้นใส่ตะกร้าของตัวเองและพาน้องชายออกจากป่าทันที
“ฉีเอ๋อร์ตังกุยเกือบเต็มตะกร้าเลยแค่นี้เราก็สามารถซื้อเกวียนวัว ได้แล้ว พี่นับดูแล้วมี 110 ต้นเลยนะ”
“ขอรับข้าดีใจมากจริง ๆ แต่ว่าพี่สาวเมื่อก่อนจมูกของท่านไม่เห็นจะได้กลิ่นอะไรแบบนี้ไม่ใช่หรือขอรับ”
“นั่นสิ ตั้งแต่พี่บาดเจ็บตอนนั้นพี่ตื่นขึ้นมาก็เป็นแบบนี้แล้วสงสัยท่านเทพจะสงสารที่บ้านเราโดนรังแกจึงประทานพรให้พี่มาน่ะ”
“ถ้าเป็นแบบนั้นดียิ่งขอรับ ต่อไปนี้ไม่ว่าพี่สาวจะได้กลิ่นอะไรต้องบอกข้านะขอรับ”
“ได้ ๆ พี่ต้องบอกกับเจ้าอยู่แล้ว” เยว่ซินได้แต่คิดในใจ ทำไมเหมือนเราจะได้ความสามารถแปลก ๆ มากัน จมูกดียิ่งกว่าหมาอีก
สองพี่น้องพากันเดินออกจากป่าอย่างร่าเริง วันนี้ก็หาเงินได้อีกแล้วนางจะไม่ยอมตายอีกครั้งเพราะอดตายหรอก คอยดูก็แล้วกันใครมันทำอะไรไว้นางจะต้องหาทางเอาคืนให้จงได้ นี่นางไม่ได้มีความแค้นอะไรกับใครเลยนะ
นางแค่จะทำเพื่อเยว่ซินคนเก่าให้นางได้ไปอย่างสงบไม่ต้องมีบุญคุณความแค้นติดค้างอีก นางจะต้องพาครอบครัวเยี่ยให้ร่ำรวยขึ้นอยู่ดีกินดี ไม่ต้องถูกใครรังแกอีก
ทางด้านเยี่ยหานจางเองก็กำลังเข้าป่าไปตัดไม้ไผ่เอามากองรวมกันไว้จะได้ขนลงไปเสียทีเดียว ไม้ไผ่คงต้องใช้มากหน่อยนอกจากจะซ่อมบ้านแล้วยังต้องทำรั้วบ้านให้เรียบร้อยอีกด้วย
สองพี่น้องกลับมาถึงบ้านก็พอดีกับท่านพ่อขนไม้ไผ่ลงมารอบสุดท้ายพอดี ทั้งสองวางตะกร้าและรีบไปช่วยท่านพ่อเยี่ยขนไม้ไผ่อีกแรง
“ท่านพ่อพวกข้าช่วยเจ้าค่ะ”
“ไม่ต้อง ๆ ลูก พ่อขนลงมาหมดแล้วแค่นี้น่าจะพอ ส่วนหลังคาพ่อจะไปซื้อที่หมู่บ้านข้าง ๆ ดินเหนียวที่จะเอามาก่อผนังก็หาเอาในป่าได้”
“เจ้าค่ะท่านพ่อ ท่านพ่อเจ้าคะ พวกข้ามีอะไรให้ท่านพ่อดูและมีเรื่องจะปรึกษาท่านพ่อด้วยเจ้าค่ะ”
“มีอะไรหรือ ไหนเอามาให้พ่อดู วันนี้พวกเจ้าได้อะไรมา”
“นี่เจ้าค่ะท่านพ่อ”
“ซินเอ๋อร์ นี่มัน.. นี่มันตังกุยนี่พวกเจ้าไปเอามาจากที่ใดมากมายเพียงนี้”
“ในป่าทางด้านโน้นเจ้าค่ะท่านพ่อ”
“พวกเจ้าไปป่าหมอกมาเหรอ มันอันตรายมากนะ”
“ไม่อันตรายเลยเจ้าค่ะท่านพ่อ ข้าไม่พบเจอแม้แต่กระต่ายป่าสักตัวเหมือนไม่มีสัตว์อาศัยอยู่เลย นี่ข้ากับน้องไม่ได้เข้าไปลึกนะเจ้าคะ”
“เอาเถอะ ๆ หากจะไปอีกวันหลังต้องรอให้พ่อไปด้วยเข้าใจหรือไม่”
“เจ้าค่ะ”
“ท่านพ่อเจ้าคะพรุ่งนี้เราเอาตังกุยเข้าเมืองไปขายและซื้อเกวียนวัว ดีหรือไม่เจ้าคะ ข้าอยากพาท่านแม่ไปซื้อผ้าและเสื้อกันหนาวมาเตรียมไว้ พาน้อง ๆ ไปเที่ยวตลาดในเมืองด้วย”
“ดี เอาตามที่ลูกว่าตอนนี้เข้าบ้านกันเถอะ แม่ของเจ้าคงจะรอแล้ว”
