ตอนที่ 8 เงิน เล็ก ๆ น้อย ๆ ก้อนแรก
เยี่ยหานจางที่ตอนนี้แบกตะกร้าที่ใส่สัตว์ป่าเตรียมนำไปขายที่เหลาอาหารในตัวเมืองวันนี้ลูกสาวของเขากำชับเอาไว้ว่าให้เขานั่งเกวียนรับจ้างของหมู่บ้านไป จะได้รีบไปรีบกลับ
ในตะกร้าของเขายังมีสมุนไพรที่ลูกสาวลูกชายช่วยกันเก็บมาอีก ไม่น้อยด้วยเช่นกัน ที่สำคัญเขามีเห็ดหลินจือมาตั้งหนึ่งดอกใหญ่
เพียงเท่านี้เขาก็จะมีเงินซื้อข้าวและเสบียงอาหารอื่น ๆ ไปสะสมเอาไว้สำหรับหน้าหนาวที่จะมาถึง ส่วนบ้านเขายังไม่สามารถสร้างใหม่ในตอนนี้ได้
คงต้องหาไม้มาซ่อมให้มันแข็งแรงมากกว่านี้และมุงหลังคาใหม่ ส่วนผนังคงต้องเอาดินเหนียวผสมฝางข้าวมาทำ ลูกสาวของเขาบอกว่าอยากจะสร้างบ้านใหม่แต่นางอยากทำทีเดียวให้ดีไปเลย จะได้ไม่ต้องเสียเงินสร้างบ้านหลายครั้ง
“อ้าวหานจางวันนี้ก็จะเข้าเมืองไปขายของรึ ลูกสาวของเจ้าหายดีแล้วหรือ” ลุงเฉินเจ้าของเกวียนเอ่ยถาม
“ขอรับท่านลุง ลูกสาวข้าก็หายดีแล้วเช่นกันขอรับ ตอนนี้นางสามารถเข้าป่าไปหาของป่าได้แล้วขอรับ”
“ดี ๆ นังหนูเยว่ซินเป็นเด็กดี สิ่งศักดิ์สิทธิ์จะต้องคุ้มครองนาง เจ้าวางใจเถอะ”
“ขอรับ”
บนเกวียนรับจ้างของลุงเฉินนั้นตอนนี้มีชาวบ้านขึ้นมานั่งอยู่จนเต็มและหนึ่งในนั้นคืออดีตพี่สะใภ้ของเขานั่นเอง หลังจากที่นางจวงซึ่งเป็นภรรยาของพี่ชายเยี่ยหานจางเห็นว่ามีเยี่ยหานจางอยู่นางไม่ได้พูดอะไรเพียงปรายตามองอย่างดูถูกเท่านั้น
เยี่ยหานจางเองก็คร้านที่จะสนใจนางจวงด้วยเช่นเดียวกันหากว่านางไม่ทำอะไรล้ำเส้นของเขามากนักเขาก็จะนิ่งเฉยไม่ตอบโต้กับคนเช่นนางจวงให้เสียเวลา
“อ้าวหานจางวันนี้เจ้าก็จะเข้าเมืองไปขายของอีกหรือ ได้อะไรมาเยอะแยะ” ลู่อี้ถังสหายสนิทวัยเยาว์เพียงหนึ่งเดียวของเขาเอ่ยทักออกมา
“อี้ถัง เจ้าเองก็จะเข้าเมืองไปเหมือนกันหรือ”
“ใช่ พอดีข้าได้ของป่ามานิดหน่อยน่ะ”
“ข้าเองก็ไม่ได้มีอะไรมากมายหรอก สมุนไพรพวกนี้ลูก ๆ ช่วยกันไปหามาน่ะ ภรรยาและลูก ๆ ของเจ้าสบายดีนะ”
“พวกนางสบายดี”
“เอาไว้วันหลังข้าจะไปเยี่ยมเจ้าที่บ้านนะ”
“ตกลง”
เกวียนเทียมวัววิ่งผ่านทุ่งนามาเรื่อย ๆ จนถึงประตูเมือง ลุงเฉินจอดเกวียนที่นอกเมืองให้ทุกคนลง และนัดแนะเวลากลับหมู่บ้านในยามเว่ย หากใครมาไม่ทันคงต้องเดินเท้ากลับเอง
เยี่ยหานจางเดินมุ่งหน้าไปที่เหลาอาหารเพื่อที่จะนำกระต่ายป่าและไก่ป่าไปขายตามปกติ สัตว์ป่าเล็ก ๆ แค่นี้นับว่าทำเงินให้ได้ไม่มากมายนัก กระต่ายป่ามีราคาตัวละ 20 อิแปะเท่านั้น ส่วนไก่ป่า 25 อิแปะ
วันนี้เขาได้กระต่ายป่ามาแค่ 3 ตัวเท่านั้นส่วนไก่ป่า 2 ตัว ขายได้เงินทั้งหมด 110 อิแปะ ด้วยเงินจำนวนเพียงแค่นี้เขาสามารถซื้อข้าวสารได้แค่ไม่กี่จินและพอซื้อแป้งได้ 2 จินเท่านั้น
หากจะบอกว่าเนื้อมีราคาแพงแล้ว ข้าวและธัญพืชเองก็มีราคาแพงเช่นกัน เพราะผลผลิตของชาวบ้านไม่ค่อยดี เนื่องจากประสบภัยแล้งบ่อยครั้ง
หลังจากออกจากเหลาอาหารแล้ว เขามุ่งหน้าตรงไปที่ร้านยาถังซานทันที ที่ร้านยาแห่งนี้หมอหยุนทำงานอยู่ที่นี่ เมื่อหมอหยุนเห็นเยี่ยหานจางเดินเข้ามา เขาได้แต่นึกว่าในบ้านของชายหนุ่มคนนี้มีคนเจ็บป่วยอีกแล้วหรือ
“คารวะท่านหมอหยุนขอรับ”
“ไม่ต้องมากพิธี ลูกสาวของเจ้าไม่สบายอีกแล้วหรือ หรือว่ามีใคร ในบ้านเป็นอะไร”
“เปล่าขอรับท่านหมอ ข้าเพียงแค่นำสมุนไพรมาขายเท่านั้น”
“อ่อ เช่นนั้นหรือ ถ้าอย่างนั้นก็เอามาให้ข้าดูหน่อยว่าเจ้าได้อะไรมา”
“นี่ขอรับ สมุนไพรพวกนี้ลูก ๆ ของข้าช่วยกันเก็บมา”
“นับว่าลูก ๆ ของเจ้ามีความสามารถ สมุนไพรพวกนี้นับว่ามีคุณภาพดี บางต้นเป็นสมุนไพรหายาก เจ้ารอสักครู่ข้าจะไปตามหลงจู๊มาให้ จะได้มาคิดเงินให้เจ้า”
“ขอบพระคุณท่านหมอมากขอรับ”
หลังจากที่หมอหยุนออกไปไม่นานหลงจู๊เตียวเมิ่งก็เดินเข้ามา เขารู้จักเยี่ยหานจางเป็นอย่างดีเพราะตลอดหลายปีมานี้เขาได้นำสมุนไพร มาขายที่ร้านยาถังซานเป็นประจำ
“คารวะหลงจู๊ขอรับ”
“ตามสบายเถอะ เดี๋ยวข้าจะคิดเงินให้เจ้าก็แล้วกันนะ สำหรับสมุนไพรแก้ไข้พวกนี้ข้าให้ 20 อิแปะ ส่วนสมุนไพรห้ามเลือด ข้าให้ 30 อิแปะ ส่วนสองต้นนี้เป็นสมุนไพรหายาก ข้าให้ ต้นละ 100 อิแปะ รวมทั้งหมด 250 อิแปะ”
“ขอบคุณหลงจู๊ขอรับ ข้ามีนี่มาด้วยขอรับ ไม่ทราบว่าหลงจู๊จะรับซื้อหรือไม่”
“ไหน เอามาให้ข้าดูก่อนเจ้าได้สมุนไพรอะไรมา”
“นี่ขอรับ” หานจางเอาเห็ดหลินจือที่ลูกสาวห่อผ้าเอาไว้อย่างดีออกมาจากอกเสื้อยื่นให้กับหลงจู๊ พอหลงจู๊เห็นสิ่งที่อยู่ในห่อผ้าก็ทำเอาเขาตกตะลึงไปชั่วขณะ
“นี่มัน นี่มัน เห็ดหลินจือดำ เจ้าไปได้มาจากไหนมีอีกหรือไม่”
“ไม่มีแล้วขอรับ ข้าได้มาตอนเข้าป่าไปล่าสัตว์มีเพียงดอกเดียวเท่านั้น”
“ดอกใหญ่และสมบูรณ์มาก อีกทั้งมีอายุ 30 ปี ข้าให้เจ้า 30 ตำลึงเงิน เจ้าพอใจหรือไม่”
“พอใจขอรับ ขอบคุณหลงจู๊มาก”
“ถ้าหากมีสมุนไพรหายากอีกอย่าลืมมาขายที่ร้านอีกก็แล้วกัน”
“ได้ขอรับ”
“นี่เงิน 30 ตำลึงเงิน 250 อิแปะ”
“ขอบคุณหลงจู๊ขอรับ ข้าขอตัวก่อน”
หลังออกมาจากร้านยาถังซานแล้วเยี่ยหานจางมีรอยยิ้มอยู่เต็มหน้า เพราะลูกสาวของเขาเจอเห็ดหลินจือดอกนี้ทำให้เขาไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับ หน้าหนาวที่จะมาถึง เงิน 30 ตำลึงเพียงพอที่จะให้เขาซ่อมบ้านและซื้อเสบียงอาหาร พร้อมทั้งเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม
วันนี้เขามีเงินในมือ 30 ตำลึงเงิน 360 อิแปะ เยี่ยหานจางรีบไปซื้อข้าวของตามที่ลูกสาวต้องการทันทีและขากลับเขาจะไม่รอกลับพร้อมเกวียนของลุงเฉิน
ด้วยข้าวของที่เขาต้องซื้อมีจำนวนมากเขาจึงจำเป็นต้องว่าจ้างเกวียนจากในเมืองไปส่ง หลังจากที่ซื้อข้าวสาร แป้งสาลี และเครื่องปรุง เครื่องเทศต่าง ๆ จนครบแล้วเขาจึงได้ว่าจ้างเกวียนวัวและรีบกลับบ้านทันที
ทางด้านเยว่ซินและเทียนฉีหลังจากที่ท่านพ่อเยี่ยเข้าเมืองไป นางและน้องชายก็เข้าป่าไปด้วยเช่นเดียวกัน เห็ดป่าสามารถนำมาตากแห้งเก็บเอาไว้ได้ นางลืมบอกให้ท่านพ่อซื้อเชือกเส้นเล็ก ๆ กลับมาด้วย นางจะลองทำที่จับปลาขึ้นมาใหม่
แม่หลิวและเทียนลี่ยังคงทำหน้าที่ดูแลแปลงผักอย่างเช่นทุกวัน ตอนแรกนางจะเข้าป่าไปด้วยแต่ลูกสาวไม่ยินยอมบอกให้นางรอสามีอยู่ที่นี่ เมื่อเห็นความไม่ยินยอมของลูกสาวแล้วนางก็ได้แต่อ่อนใจ ไม่รู้ว่าจะไปหาเรื่องซุกซนอันใดอีก
“ฉีเอ๋อร์วันนี้พี่ว่าเราจะต้องได้ของดี ๆ อีกแน่ เจ้าเชื่อพี่สาวหรือไม่”
“เชื่อขอรับ เราไปกันเถอะ”
สองพี่น้องเดินเข้าป่าไปเรื่อย ๆ โดยเว้นระยะห่างจากชาวบ้านที่เข้าป่ามาหาของป่าพอสมควร เพราะหากอยู่ใกล้กับพวกชาวบ้านคนอื่น ๆ นั่นย่อมหมายถึงผักป่าย่อมไม่มีเหลือให้พวกนางได้เก็บสักเท่าไหร่
นางจึงพาน้องชายเดินออกไปอีกทางที่ชาวบ้านไม่ไป และป่าทางด้านนี้เหมือนจะอุดมสมบูรณ์มากกว่าป่าอีกด้าน ทั้งสองคนเดินเรื่อย ๆ ในตะกร้าของทั้งสองคนเต็มไปด้วยเห็ดหอมและเห็ดหูหนูดำ และเห็ดป่า ชนิดอื่น ๆ
หลังจากเดินเข้าป่ามาได้ 1 ชั่วยามเยว่ซินจึงได้หาที่พักและนำน้ำ กับหมั่นโถวออกมาแบ่งกันกินกับน้องชาย หลังจากกินอาหารและดื่มน้ำเรียบร้อยแล้วทั้งสองคนนั่งพักอีกประมาณ 1 เค่อ จึงได้ออกเดินต่อ
สองพี่น้องเพลิดเพลินอยู่กับการหาของป่าและเก็บทุกอย่างที่สามารถกินได้ลงตะกร้า พลันจมูกของเยว่ซินก็ได้เริ่มทำงานอีกแล้ว นางได้กลิ่นหอมหวานโชยมาตามลม
“กลิ่นอะไรน่ะ หอมน่ากินมากเลย”
“กลิ่นอะไร พี่สาวข้าไม่เห็นได้กลิ่นเลย”
“ฉีเอ๋อร์ตามพี่มาทางนี้ พี่คิดว่าเราน่าจะเจอของที่กินได้ล่ะ พี่ได้กลิ่นหอม ๆ หวาน ๆ ไปดูกันเถอะว่ามันคืออะไร”
เทียนฉีได้แต่มองพี่สาวตาปริบ ๆ อะไรคือได้กลิ่นหอม ๆ หวาน ๆ เขาไม่เห็นจะได้กลิ่นอะไรแบบนั้นเลย แต่ในเมื่อพี่สาวบอกว่าได้กลิ่นก็ต้อง ได้กลิ่น เขาเป็นน้องชายที่รักพี่สาวมากจะไปพูดคัดค้านพี่สาวไม่ได้
“ขอรับ” นี่คือสิ่งที่เทียนฉีทำได้ตอนนี้ คือขานรับพี่สาวและตามนางไปเท่านั้น
