ตอนที่ 7 ในที่สุดก็มีเนื้อกิน
สองพี่น้องลากแพที่มีหมูป่านอนอยู่ออกจากป่าอย่างทุลักทุเล กว่าจะพ้นชายป่าทำเอาเยว่ซินกับน้องชายถึงกับหมดแรง
“พี่สาวข้าว่าเราพักก่อนหรือไม่ ข้าเดินไม่ไหวแล้วขอรับ”
“อดทนเดินให้ถึงลำธารหลังบ้านเราก่อนค่อยพักดีหรือไม่ พี่ว่ามันน่าจะปลอดภัย”
“ขอรับ เช่นนั้นเราไปกันเถอะ”
ทั้งสองคนมาถึงลำธารหลังบ้านในที่สุด เมื่อเห็นว่าปลอดภัยแล้ว เยี่ยเทียนฉีวางตะกร้าที่สะพายอยู่และนอนลงกับพื้นด้วยความเหนื่อยล้า
“เฮ้อ ค่อยยังชั่วหน่อย ข้านึกว่าจะเดินไม่ถึงบ้านเสียแล้ว”
เยี่ยเทียนฉีถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกเขากลัวมากจริง ๆ เพราะเขาเองก็ยังเด็กหากมีสัตว์ร้ายออกมาเพราะได้กลิ่นเลือดของหมูป่าต้องแย่ แน่ ๆ
“เอาน่า ถือว่าเป็นการฝึกไปในตัว ต่อไปพี่สาวจะหาของอร่อยให้เจ้ากับน้องเล็กกินเยอะ ๆ เลย”
“ขอรับ”
ท่านแม่หลิวที่ตอนนี้เพิ่งจะนึกขึ้นได้ว่าลูกสาวกับลูกชายเข้าป่าไปนานมากแล้วและยังไม่กลับมา
“ท่านพี่เจ้าคะ ซินเอ๋อร์กับฉีเอ๋อร์เข้าป่าไปตั้งแต่เมื่อเช้า นี่มันก็นานมากแล้วนะเจ้าคะ ข้าเป็นห่วงลูกเจ้าค่ะ”
“ไปนานขนาดไหนแล้วหรือ”
“สามชั่วยามแล้วเจ้าค่ะ ลูกบอกว่าแค่จะไปหาผักป่าแถวชายป่า หลังบ้านเท่านั้น”
“คงไม่มีอะไรหรอกเจ้าวางใจเถอะ หากเจ้ากังวลพี่จะไปตามลูกให้เอง”
“เจ้าค่ะท่านพี่”
“เจ้ากับลี่เอ๋อร์ไปรอที่บ้านเถอะ”
ท่านพ่อเยี่ยถึงแม้ปากจะพูดว่าไม่มีอะไรแต่จิตใจของเขาหาได้สงบเหมือนคำพูดไม่
เขารีบเดินออกออกไปทันที เยี่ยหานจางเดินมาถึงลำธารที่อยู่หลังบ้านของตัวเอง
เห็นลูกสาวและลูกชายนอนอยู่ที่พื้นก็ตกใจเป็นอย่างมาก
เขารีบวิ่งตรงไปหาทั้งสองคนทันที ปากก็ตะโกนเรียกลูกสาวลูกชาย
“ซินเอ๋อร์ ฉีเอ๋อร์ พวกเจ้าเป็นอะไร ทำไมมานอนอยู่ตรงนี้”
ส่วนสองพี่น้องจากที่ตอนแรกแค่นอนพักผ่อนเพราะใช้แรงไปเยอะ ด้วยความเหนื่อยล้าทำให้เผลอหลับไปจริง ๆ
ด้วยเสียงที่ดังราวฟ้าผ่าของพ่อเยี่ยทำให้สองพี่น้องที่กำลังหลับอยู่ตกใจตื่นทันที
“ว่ายังไง พวกเจ้าเป็นอะไร บาดเจ็บตรงไหนทำไมมานอนกันอยู่ ตรงนี้”
“ท่านพ่อ ใจเย็น ๆ เจ้าค่ะ พวกเราไม่ได้เป็นอะไรก็แค่เหนื่อย นิดหน่อยเท่านั้นเอง”
“พวกเจ้าแน่ใจนะ เหนื่อยแล้วทำไมไม่กลับไปนอนที่บ้านมานอน ตรงนี้มันอันตรายรู้หรือไม่”
“ข้าขอโทษเจ้าค่ะท่านพ่อ ต่อไปข้าจะไม่ทำแบบนี้อีกแล้ว แต่ว่ามันเหนื่อยมากจริง ๆ เจ้าค่ะ”
“ใช่ขอรับท่านพ่อ ข้ากับพี่สาวรีบออกจากป่าเพราะกลัวสัตว์ร้าย จะได้กลิ่นเลือดขอรับ เลยทำให้หมดแรงและเผลอหลับไป”
“กลิ่นเลือด กลิ่นเลือดอะไร กลิ่นเลือดใคร ไหนพวกเจ้าบอกว่าไม่ได้รับบาดเจ็บยังไงล่ะ”
“ท่านพ่อ ใจเย็น ๆ เจ้าค่ะ ไม่ใช่เลือดข้ากับน้อง แต่เป็นเลือดหมู เจ้าค่ะ”
“อะไรนะ เจ้าว่าเลือดหมูเรอะ”
“เจ้าค่ะท่านพ่อ ตอนที่พวกเรากำลังจะออกจากป่าเดินมาเจอหมูป่ากำลังต่อสู้กันอยู่ ข้าเองก็ไม่รู้ว่าพวกมันต่อสู้กันด้วยเหตุใด ข้ากับน้องแอบอยู่จนหมูสองตัวรู้แพ้รู้ชนะกัน พอข้าเห็นว่าหมูป่าตัวที่ชนะจากไปแล้ว ข้าเลยใช้ก้อนหินทุบหมูตัวที่แพ้และบาดเจ็บสาหัสจนมันตาย จากนั้นข้ากับน้องเลยช่วยกันลากออกมาจากป่าเจ้าค่ะ”
“ทีหลังพวกเจ้าอย่าทำแบบนี้อีกนะลูก หากเกิดอะไรขึ้นกับเจ้าพ่อกับแม่คงไม่อาจให้อภัยตัวเองได้”
“ข้าทราบเจ้าค่ะ ขอโทษที่ทำให้ท่านพ่อเป็นห่วง”
“ไม่เป็นไรก็ดีแล้ว กลับบ้านกันเถอะแม่เจ้าร้อนใจจะแย่แล้ว”
“เจ้าค่ะท่านพ่อ”
“ขอรับท่านพ่อ”
เยี่ยหานจางแบกหมูป่าเดินนำหน้าลูกทั้งสองกลับบ้าน โดยมีเยว่ซินกับเทียนฉีแบกตะกร้าที่เต็มไปด้วยเห็ดและผักป่าเดินตามมาไม่ห่าง
แม่หลิวที่รออยู่ที่บ้านด้วยใจไม่สงบเพราะกลัวว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับลูกสาวอีก จึงได้เดินวนไปวนมาด้วยความกังวล
“ท่านแม่ ท่านพ่อกลับมาแล้ว อู๊ว มีหมูด้วยล่ะท่านแม่”
“จริงด้วยลี่เอ๋อร์ พี่สาวกับพี่ชายเจ้าก็กลับมาแล้ว”
“ท่านแม่น้องเล็ก พวกเรากลับมาแล้ว”
“กลับมาก็ดีแล้ว ไม่เป็นไรก็ดีแล้ว ทำไมไปนานนักล่ะลูก”
“พอดีว่าข้ากับน้องไปเจอหมูป่ากำลังต่อสู้กันอยู่เจ้าค่ะ ข้ากับน้องเลยรอดูเผื่อว่าตัวที่แพ้จะบาดเจ็บสาหัสจะได้เอากลับมาทำอาหาร”
“ถึงจะพูดแบบนั้น ต่อไปห้ามทำแบบนี้อีกมันอันตราย เกิดมีสัตว์ร้ายออกมาจะทำยังไง”
“ข้าขอโทษเจ้าค่ะท่านแม่ ต่อไปข้าจะไม่ทำแบบนี้อีกแล้ว”
“เข้าบ้านกันเถอะ ไม่ต้องพูดแล้ว”
“เย้ ๆ หมูล่ะ มีเนื้อหมูล่ะ ข้าจะได้กินเนื้อแล้ว”
“แม่ว่าเราเอาไปขายดีไหม ตอนนี้บ้านเราไม่มีเงินเลย”
“ท่านแม่เก็บไว้กินเองเถอะเจ้าค่ะ ส่วนเรื่องเงินเราค่อยหา ข้าสัญญาว่าต่อไปนี้ข้าจะทำทุกอย่างให้ครอบครัวของเรามีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น”
“ใช่แล้วฮูหยิน หมูตัวนี้ลูก ๆ หามาก็ให้ลูก ๆ ตัดสินใจเถอะ อีกอย่างลูก ๆ ไม่ได้กินเนื้อมานานแล้ว ส่วนเรื่องเงินพี่จะพยายามมากกว่านี้”
“เจ้าค่ะท่านพี่”
หลังจากนั้นท่านพ่อเยี่ยรับหน้าที่ทำความสะอาดหมูและแยกชิ้นส่วน เยว่ซินบอกให้ท่านพ่อเก็บเครื่องในหมูเอาไว้ให้นางด้วย
ซึ่งเขาก็ทำตามที่ลูกสาวขอทุกอย่างโดยไม่ถามแต่อย่างใด เขาเชื่อ ในการตัดสินใจของลูกสาวอย่างเต็มหัวใจ
หลังอาหารค่ำเยว่ซินนำเห็ดหลินจือที่เก็บมาได้ เอาให้ท่านพ่อดู พร้อมทั้งสอบถามว่าท่านพ่อรู้จักเจ้าเห็ดนี้หรือไม่
“ท่านพ่อเจ้าคะ ข้ามีอะไรจะให้ท่านพ่อดูเจ้าค่ะ”
“มีอะไรมาให้พ่อดูเช่นนั้นรึ”
“สิ่งนี้เจ้าค่ะ ท่านพ่อรู้จักหรือไม่”
“นี่มัน นี่มัน เห็ดหลินจือนี่ ซินเอ๋อร์ลูกเอามาจากไหน”
“ข้าเจอตอนไปหาผักป่าเจ้าค่ะ แต่น่าเสียดายมันมีแค่ดอกเดียวเอง”
“ถึงจะแค่ดอกเดียวแต่ก็ช่วยให้ครอบครัวเราสามารถอยู่ได้เป็นปี ๆ เลยนะลูก”
“แต่ข้าอยากสร้างบ้านใหม่เจ้าค่ะ ข้ากลัวว่ามันจะพังเสียก่อน อีกอย่างสภาพของบ้านเราตอนนี้คงไม่สามารถรับมือกับพายุฝนได้”
“พ่อขอโทษนะลูก ที่ทำให้พวกเจ้าพลอยลำบากไปด้วย”
“ท่านพ่อไม่ผิด อย่าได้โทษตัวเองเลยเจ้าค่ะ หากจะมีคนผิด ก็คือ คนเลวพวกนั้น”
“ท่านพ่อไปพักผ่อนเถอะเจ้าค่ะ ส่วนเห็ดนี่ รบกวนท่านพ่อเอาไปขายในเมืองพรุ่งนี้นะเจ้าคะ”
“ได้พ่อจะจัดการให้ แล้วจะได้ซื้อข้าวซื้อแป้งมาเก็บเอาไว้ให้แม่ของเจ้าทำอาหาร”
“เจ้าค่ะท่านพ่อ ท่านพ่อช่วยทำธนูให้ลูกด้วยนะเจ้าคะ”
“ได้ ๆ พ่อจะทำให้ เจ้าไปพักผ่อนเถอะ”
หลังจากที่ตกลงกันได้แล้ว เช้าวันต่อมา ท่านพ่อเยี่ยขึ้นเขาไปดูกับดักที่วางเอาไว้ตั้งแต่ยามอิ๋น มีไก่ป่าและกระต่ายป่าที่มาติดกับดักไม่กี่ตัว
ท่านพ่อเยี่ยนำเหยื่อที่ได้มาวันนี้ใส่ตะกร้าแบกลงเขาไป เมื่อมาถึง เขาหยิบเอาหมั่นโถวที่ภรรยาเตรียมเอาไว้ให้พร้อมกระบอกน้ำดื่มเดินเข้าเมืองไปทันที
การเข้าเมืองมาขายของวันนี้ของพ่อเยี่ย นับว่าแตกต่างจากทุกวันมาก เพราะวันนี้เขามีเห็ดหลินจือมาด้วย
ถึงจะเพียงแค่ดอกเดียวแต่มันก็สามารถช่วยให้ชีวิตความเป็นอยู่ ในครอบครัวของเขาดีขึ้น
