ตอนที่ 18 ปรึกษาหารือ
หลังจากขนซากสัตว์ป่าที่ล่าได้ออกมาจนหมดแล้วท่านพ่อและ ท่านลุงอี้ถังพร้อมด้วยพี่ชายอี้ห่าวเอาหมูป่าและกวางเข้าไปส่งที่เหลาอาหาร และหลังจากที่แบ่งเงินกันแล้ว ท่านลุงอี้ถังยังได้ซื้อข้าวสารและธัญพืชเอาไว้อีกมากมาย
ส่วนที่เหลืออยู่ทั้งสองบ้านได้แบ่งกันคนละครึ่ง เยว่ซินเองตอนนี้ไม่รู้จะหาทางบอกท่านพ่ออย่างไรดี นางอยากเตือนชาวบ้านในหมู่บ้านให้กักตุนอาหารและยังอยากจะเตือนชาวเมืองเจี้ยนอันด้วยถึงภัยหนาว
แต่นางจะทำอย่างไรดีล่ะ หากว่านางพูดออกไปแล้วจะมีใครเชื่อนางบ้าง ดีไม่ดีอาจจะหาว่านางโดนปีศาจร้ายเข้าสิงร่าง ทีนี้แหละนางคงได้โดนจับไปเผาแน่ ๆ
คงต้องเปิดอกพูดกับท่านพ่อเสียแล้ว นางเองก็ไม่อยากจะต้องมาเก็บความลับเอาไว้แบบนี้มันช่างหนักอกหนักใจเสียเหลือเกิน เมื่อตัดสินใจได้แล้วว่าจะคุยกับท่านพ่อและทุกคนในครอบครัวไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นท่านพ่อและท่านแม่รวมถึงน้อง ๆ จะเชื่อนางหรือไม่ก็เป็นอีกเรื่อง
ทางด้านลู่เฟยหลงที่มาแอบมองเยว่ซินดังเช่นทุกวัน เขาไม่สบายใจเลยที่นางมีท่าทางทุกข์ใจแบบนี้ จะทำยังไงดีเขาอยากเข้าไปพูดคุยกับนาง แต่ว่าจะเข้าไปแบบนี้มันก็ออกจะเกินไปหน่อย
“เจี้ยนเหวิน เจ้าว่านางมีเรื่องทุกข์ใจอันใดทำไมนางถึงได้เศร้าหมองขนาดนั้น”
“ข้าไม่ทราบขอรับคุณชาย แล้วเมื่อไหร่ท่านจะไปทำความรู้จักกับ ว่าที่ฮูหยินเล่าขอรับ การที่ท่านมาทำตัวเป็นถ้ำมองอยู่แบบนี้มันไม่ดีเลยนะขอรับ”
“ข้ารู้แล้วน่ะ แต่มันยังไม่มีโอกาสเหมาะนี่ เจ้าจะให้ข้าทำยังไงหะ”
“เอาแบบนี้ดีหรือไม่คุณชาย เวลาที่นางเข้าป่าไปล่าสัตว์ท่านก็แอบตามนางไปด้วยดีหรือไม่ หรือไม่ท่านก็ไปล่าสัตว์เสียเลย แล้วก็แกล้งบาดเจ็บเป็นยังไง”
“เจี้ยนเหวิน นี่เจ้าไม่มีความคิดดี ๆ หรือยังไง”
“ไม่มีขอรับ แต่มันก็คงดีกว่าที่คุณชายจะมาแอบดูนางอยู่แบบนี้นะขอรับ”
“แล้วเรื่องที่ดิน เจ้าไปกว้านซื้อมาหรือยังที่ดินรอบ ๆ บ้านของนางทั้งหมดน่ะ”
“ซื้อมาแล้วขอรับ คุณชายจะเอาที่ดินไปทำไมเยอะแยะเล่าขอรับ”
“เอาไว้เป็นสินสอดไปสู่ขอนางน่ะสิ”
“กลับกันเถอะขอรับคุณชาย ท่านออกมานานแล้ว อ่อ อีก 2 วันว่าที่ฮูหยินจะไม่อยู่นะขอรับ นางจะเดินทางไปเยี่ยมท่านตากับท่านยาย คุณชายจะได้ไม่ต้องมาให้เสียเที่ยว”
ลู่เฟยหลงไม่ได้รู้เลยว่าแผนการแกล้งบาดเจ็บของเจี้ยนเหวินจะเกิดขึ้นกับเขาจริง ๆ เพียงแต่ไม่ได้เกิดจากสัตว์ป่าเท่านั้นหากเกิดจากคู่แข่ง ทางการค้าของตระกูลลู่ นั่นเป็นเรื่องที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้
บ้านเยี่ยในค่ำคืนนี้หลังจากที่กินมื้อเย็นเรียบร้อยแล้ว เยว่ซินได้บอกกับทุกคนในครอบครัวว่านางมีเรื่องจะพูดคุยและปรึกษา ทำให้ในเวลานี้นอกจากน้องชายทั้งสองที่หลับไปแล้ว แต่ยังไม่มีใครเข้านอนทั้ง ๆ ที่เวลาก็ล่วงเลยไปมากแล้ว
“ซินเอ๋อร์ ลูกมีอะไรก็พูดมาเถอะ”
“ท่านพ่อท่านแม่ จำตอนที่ข้าตกเขาแล้วหลับไปได้หรือไม่เจ้าคะ”
“ต้องจำได้อยู่แล้ว ตอนนั้นแม่ทุกข์ใจมากเลยและยังเสียใจมากด้วยที่ไม่สามารถพาเจ้าไปหาหมอในเมืองได้”
“หรือว่าลูกยังรู้สึกไม่สบายอยู่หรือ ยังเจ็บหัวอยู่หรือไม่ ตอนนี้เราพอมีเงินแล้วพรุ่งนี้พ่อจะพาเจ้าไปหาหมอดีหรือไม่”
“ท่านพ่อท่านแม่ข้าไม่ได้เป็นอะไรเจ้าค่ะ ข้าสบายดี แต่เรื่องที่ข้าจะบอกท่านพ่อท่านแม่ต่อไปนี้ มันอาจจะเหลือเชื่อไปสักนิด แต่มันเป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นกับข้าเจ้าค่ะ”
“เกิดอะไรขึ้นกับลูกหรือซินเอ๋อร์”
“ท่านแม่ใจเย็น ๆ เจ้าค่ะ ข้าไม่เป็นไร ตอนที่ข้าหลับไปนั้นวิญญาณข้าหลุดออกจากร่างไปเจ้าค่ะ และได้ไปพบกับท่านเทพเข้า ท่านพาข้าไปเรียนรู้ในโลกอีกโลกในที่แห่งนั้นข้าได้เรียนรู้เกี่ยวกับการทำอาหารข้าได้รู้ว่าอะไรที่สามารถกินได้ และท่านยังให้ความสามารถในการดมกลิ่นข้ามาด้วย ทุกครั้งที่ข้าเข้าป่าจมูกของข้าจะได้กลิ่นหอม ๆ หวาน ๆ พอข้าเดินตามไป ก็จะเจอของที่สามารถนำมากินได้เจ้าค่ะ หากเป็นสมุนไพรกลิ่นจะแตกต่างกันออกไป แต่ท่านก็มอบภารกิจให้ข้าด้วยนะเจ้าคะท่านพ่อ ท่านแม่ เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนกับความสามารถพิเศษนั้น”
“แล้วภารกิจของลูกที่ได้รับมอบหมายคืออะไร อันตรายหรือไม่”
“คือการช่วยเหลือผู้คนเจ้าค่ะท่านพ่อ”
“ช่วยเหลือผู้คนหรือ”
“เจ้าค่ะท่านพ่อ ท่านเทพมาหาข้าและบอกให้ข้าหาทางเตือนชาวบ้านให้กักตุนอาหารปีนี้จะเกิดภัยหนาว และหลังจากนั้นอีก 5 ปี จะเกิดภัยแล้งเจ้าค่ะ แต่ข้าก็จนปัญญาจะไปบอกกล่าวกับผู้คนจะมีใครเชื่อข้ากัน”
“แต่แม่กับพ่อเชื่อลูกนะซินเอ๋อร์ แต่เรื่องความสามารถของลูก อย่าได้นำออกไปพูดให้ใครรู้เป็นอันขาด มันจะนำพาอันตรายมาสู่เจ้า”
“เจ้าค่ะท่านแม่ ข้ารู้เจ้าค่ะ แล้วเราจะทำยังกันดีเจ้าคะท่านพ่อ”
“ท่านพี่ ข้าเป็นห่วงท่านพ่อท่านแม่แล้วก็น้องเล็ก หากว่าเกิดภัยหนาวแล้วท่านทั้งสองจะทำเช่นไร สภาพครอบครัวก็ไม่ได้ดีเลย ข้าเองก็ไม่ได้กลับบ้านไปเยี่ยมท่านพ่อท่านแม่ หลายปีแล้วไม่รู้ว่าจะเป็นเช่นไรบ้าง”
“ฮูหยิน น้องอย่าเพิ่งร้อนใจเลย อีก 2 วันเราก็จะกลับไปเยี่ยมพ่อตาแม่ยายแล้ว พี่ว่ารับทั้งสามคนมาอยู่กับเราดีหรือไม่ ซินเอ๋อร์เองก็อยากให้พ่อตาแม่ยายย้ายมาอยู่ด้วยกันเสียที่นี่”
“ข้าหวังว่า ทั้งสามคนจะยอมย้ายมาอยู่กับพวกเรานะเจ้าคะ”
“ท่านพ่อเจ้าคะ ท่านไปบอกกับหัวหน้าหมู่บ้านได้หรือไม่เจ้าคะ เรื่องภัยหนาว ให้หัวหน้าหมู่บ้านได้เตือนชาวบ้านให้เตรียมตัวรับมือเอาไว้”
“แล้วหัวหน้าหมู่บ้านจะเชื่อพ่อหรือลูก เราไม่สามารถมีสิ่งใดไปยืนยันได้”
“ท่านพ่อเพียงบอกว่าได้ข่าวมาจากพวกพ่อค้าต่างเมืองในตอนที่ท่านนำซากสัตว์ไปขายในเมืองก็ได้เจ้าค่ะ จากนั้นจะเชื่อไม่เชื่อก็สุดแล้วแต่ เราทำได้เท่านี้เจ้าค่ะ”
ในขณะที่สามคนพ่อแม่ลูกปรึกษากันอยู่นั้น บนหลังคาบ้านมีบุรุษชุดดำนั่งอยู่และได้ยินที่สามพ่อแม่ลูกคุยกันทั้งหมด ลู่เฟยหลงหันหน้ามามองคนสนิทพร้อมทั้งออกคำสั่งทันที
“เจี้ยนเหวินเรื่องที่เจ้าได้ยินวันนี้ เจ้าจงเหยียบให้มิดห้ามนำไปพูดที่ไหน ส่วนเรื่องภัยหนาวข้าจะช่วยนางอีกแรง เจ้าส่งจดหมายไปแจ้งพี่ใหญ่พี่รอง และพี่สาม ให้บอกว่าข้าเจอนักพรตผู้หนึ่งในป่าโดยบังเอิญ และนักพรตนั้นได้เตือนข้าเอาไว้ ส่วนเรื่องเจ้าเมืองข้าจะไปพบเขาด้วยตัวเอง”
“คุณชายใหญ่จะเชื่อหรือขอรับ”
“พี่ใหญ่ต้องเชื่ิอข้าอยู่แล้ว ข้าไม่เคยโกหกเลยสักครั้ง ไปจัดการได้แล้ว แล้วอย่ากล่าวพาดพิงถึงฮูหยินของข้าด้วย เข้าใจหรือไม่”
“ขอรับ เข้าใจแล้วขอรับ”
“ดี กลับกันเถอะ”
เจี้ยนเหวิน ได้แต่คิดว่าคุณชายนั้นช่างกล้ายื่นมือ อีกทั้งยังเชื่อใจและพร้อมสนับสนุนแม่นางเยว่ซินทุกเรื่อง คุณชายช่างทุ่มเทเสียจริงเห็นทีว่าเมื่อไหร่ที่คุณชายสามารถแต่งนางมาเป็นฮูหยินได้แล้ว ก็ถึงคราวที่จะสับเปลี่ยนตำแหน่งผู้นำในบ้านแน่ ๆ เจี้ยนเหวินเอาหัวเป็นประกันเลย
“ท่านพ่อท่านแม่เจ้าคะ ลูกมีอะไรจะให้ท่านทั้งสองดูเจ้าค่ะ”
“อะไรหรือซินเอ๋อร์ มีอะไรเช่นนั้นหรือ”
“เจ้าสิ่งนี้เจ้าค่ะ วันนี้ข้ากับฉีเอ๋อร์เจอมาในป่า”
“นี่มัน… นี่มัน… ตึ๊ง!” เสียงพ่อเยี่ยล้มลงไป
“นี่มันอะไรกัน ข้าตาฝาดไปหรือ หรือว่าข้ากำลังฝันไป…” แม่หลิว
“ท่านพ่อ ท่านพ่อ ท่านเป็นอะไรเจ้าคะ”
“ท่านแม่ ท่านแม่เจ้าคะ ท่านพ่อล้มลงไปแล้ว”
“อ๊ะ ท่านพี่ ท่านพี่ทำใจดี ๆ เอาไว้เจ้าค่ะ”
หลังจากเหตุการณ์ชุลมุลวุ่นวายจบลง พ่อเยี่ยที่ได้สติกลับมาแล้ว ในมือถือโสมคนและเห็ดหลินจือเอาไว้ ถึงแม้ว่าจะมือไม้สั่นแต่เขาเป็นพ่อ เป็นหัวหน้าครอบครัวจะมาอ่อนแอแบบนี้ไม่ได้
“ซินเอ๋อร์ พรุ่งนี้พ่อจะเอาไปขายที่ร้านถังซาน แต่พ่อจะขายแค่ เห็ดหลินจือเท่านั้น ส่วนโสมพ่อจะขอให้ทางร้านส่งเข้าโรงประมูล”
“ท่านพ่อร้านยาถังซานไว้ใจได้ใช่หรือไม่เจ้าคะ อีกอย่างข้าไม่อยากให้ใครรู้ว่าได้สมุนไพรมาจากบ้านเรา มิเช่นนั้นอันตรายคงวิ่งมาหาเราแน่ ๆ”
“ไว้ใจได้ พ่อรู้จักหลงจู๊มานานและเถ้าแก่เองเป็นคนจิตใจดีซื่อสัตย์และยุติธรรม แต่ถ้าเราเอาไปขายที่ร้านเหลิ่งซี ก็ไม่แน่ว่านอกจากจะกดราคาแล้วพวกเราอาจจะได้รับอันตรายก็เป็นได้”
“เจ้าค่ะท่านพ่อ แล้วหลังกลับมาจากในเมืองแล้วท่านอย่าลืมไป บอกกล่าวกับหัวหน้าหมู่บ้านด้วยนะเจ้าคะ”
“ได้ ๆ วางใจได้พ่อจะจัดการให้ อีกอย่างวันนี้ท่านลุงอี้ถังบอกกับพ่อว่าลุงใหญ่ของเจ้าต้องการจะขายที่ดินทั้งหมดและย้ายไปอยู่ที่บ้านเกิดของภรรยาใหม่ พ่อว่าจะซื้อเก็บเอาไว้”
“ดีเจ้าค่ะท่านพ่อ เอาไว้ให้ท่านยายและท่านน้ามาอยู่ เห็นแก่ที่ ท่านลุงเป็นพี่ชายของท่านพ่อ อย่าลืมเตือนเรื่องภัยหนาวด้วยนะเจ้าคะ ข้าเองไม่อยากผูกใจเจ็บอันใดกับใครอีก สุดแล้วแต่เวรกรรมของใครเถอะ เจ้าค่ะ”
“ได้ พ่อจะทำตามความต้องการของเจ้า”
“เจ้าค่ะท่านพ่อเช่นนั้นเราแยกย้ายกันไปพักผ่อนเถอะเจ้าค่ะท่านแม่เองยังต้องเตรียมของกลับไปเยี่ยมท่านตาท่านยายอีกนะเจ้าคะท่านพ่อเจ้าคะท่านลุงหยวนเทาจะขายหมดเลยหรือเจ้าคะ รวมทั้งบ้านด้วยเช่นนั้นหรือ”
“น่าจะเป็นอย่างนั้น เดิมทีพ่อไม่อยากจะไปวุ่นวายหรอกแต่พ่อเสียดายสมบัติที่ท่านปู่ท่านย่าของเจ้าหามาด้วยความยากลำบาก หากแต่ท่านลุงของเจ้าประสงค์จะขายพ่อเองก็จะซื้อเก็บเอาไว้”
“เจ้าค่ะท่านพ่อ ท่านพ่อตัดสินใจได้เลย แล้วอย่าลืมบอกท่านลุงอี้ถังขุดบ่อในที่ดินของท่านลุงด้วยนะเจ้าคะ บ่อน้ำพอผ่านพ้นฤดูหนาวไปหิมะจะละลายกลายเป็นน้ำ จะได้เก็บเอาไว้ใช้ หลังจากกลับมาจากบ้านท่านตา ท่านยายแล้วข้าจะพาทุกคนเข้าป่าเพื่อหาสมุนไพรมาขาย จะได้ช่วยเหลือบ้านท่านลุงด้วย ข้าไม่เคยลืมในวันที่เราจะอดตายแล้วท่านลุงอี้ถังแบ่งอาหารให้กับพวกเรา บุญคุณต้องทดแทนเจ้าค่ะท่านพ่อ”
“ขอบใจเจ้ามาซินเอ๋อร์ ขอบใจเจ้าจริง ๆ”
“ข้าเต็มใจเจ้าค่ะท่านพ่อ หรือเราจะสร้างบ้านใหม่เสียตอนนี้เจ้าคะ เวลาจะทันหรือไม่เหลือเวลาไม่ถึง 2 เดือนจะเข้าหน้าหนาวแล้ว”
“เอาไว้พ้นหน้าหนาวไปก่อนนะลูกตอนนี้บ้านเราก็ต่อเติมซ่อมแซมเอาไว้แข็งแรงมากแล้ว เวลาเท่านี้คงไม่ทัน”
“เจ้าค่ะท่านพ่อ”
