ตอนที่ 19 ขายเห็ด ซื้อของฝาก
เช้าวันต่อมาพ่อเยี่ยตื่นมาตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง เพราะต้องนำเห็ดหลินจือและโสมคนไปที่ร้านยาถังซาน พ่อเยี่ยตื่นเต้นจนไม่อยู่รอกินมื้อเช้า เขาตั้งใจว่าจะไปรอเข้าเมืองเป็นคนแรก
พ่อเยี่ยใช้เวลาจากบ้านเดินทางเข้าเมืองครึ่งชั่วยามพียงเท่านั้น หลังจากมาถึงหน้าประตูเมืองแต่เพราะมาถึงเช้าเกินไปประตูเมืองยังคง ไม่เปิด พ่อเยี่ยได้แต่นั่งรออยู่บนเกวียนด้วยความร้อนใจ
ทันทีที่ประตูเมืองเปิดพ่อเยี่ยรีบนำเกวียนวัวไปฝากที่จุดรับฝากและเดินเข้าเมืองมุ่งหน้าไปร้านยาถังซานทันที คนงานที่ทำหน้าที่เปิดประตูร้าน ทันทีที่เขาเปิดประตูก็ต้องตกใจที่เห็นพ่อเยี่ยยืนอยู่หน้าร้าน
“สวัสดีตอนเช้าขอรับ ไม่ทราบว่าท่านต้องการซื้อสมุนไพรหรือพบท่านหมอขอรับ หากต้องการขายสมุนไพรเชิญเข้ามาด้านในก่อนขอรับ”
“ข้านำสมุนไพรมาขายน่ะ รบกวนเรียนหลงจู๊ให้ได้หรือไม่”
“ได้ขอรับ เชิญนั่งรอด้านในสักครู่ข้าจะไปเรียนหลงจู๊ให้”
นั่งรอไม่นานหลงจู๊ก็มาถึงห้องที่พ่อเยี่ยนั่งรออยู่ก่อน เมื่อพ่อเยี่ยเห็นว่าหลงจู๊มาถึงแล้วก็กล่าวทักทายทันที
“คาระวะหลงจู๊ขอรับ”
“ตามสบายเถอะ เด็กในร้านบอกข้าว่าท่านนำสมุนไพรมาขายเช่นนั้นหรือ ไม่ทราบว่าเป็นสมุนไพรอะไรรึ ท่านเอาออกมาให้ข้าดูหน่อยข้าจะได้ ทำการประเมินราคาซื้อขายให้”
“นี่ขอรับ” พ่อเยี่ยพูดพร้อมกับนำเห็ดหลินจือ 1 ดอกวางไว้บนโต๊ะด้านหน้าหลงจู๊ทันที
“โอ๊ะ นี่มัน … นี่มันเห็ดหลินจืออายุ 100 ปี ข้าให้ท่านดอกละ 500 ตำลึงทองท่านพอใจจะขายให้ข้าหรือไม่”
“พอใจขอรับ ข้ายังมีอีก 4 ดอกท่านจะรับซื้อทั้งหมดหรือไม่”
“รับสิ ข้ารับหมด เห็ดหลินจือที่มีอายุมากเช่นนี้หายากมาก โดยทั่วไปแล้วถึงแม้ว่าเห็ดหลินจือจะหายากมากแล้วในปัจจุบัน แต่เพราะชาวบ้านนำมาขายอยู่เนือง ๆ แต่เป็นเห็ดหลินจือที่อายุน้อย ๆ ทั้งนั้น ไม่น่าเชื่อว่าจะเหลือรอดสายตาชาวบ้านมาได้”
“เป็นเช่นนั้นขอรับ”
“เห็ดหลินจือ อายุ 100 ปี 5 ดอก คิดเป็นเงิน 2,500 ตำลึงทอง ท่านจะรับเป็นตั๋วเงินทั้งหมดหรือไม่”
“ข้ารับเป็นตั๋วเงิน ทั้งหมด 2,450 ตำลึงทองขอรับ ที่เหลือข้าขอเป็น 500 ตำลึงเงินขอรับ”
“ได้ ท่านรอสักครู่ข้าจะออกไปเตรียมเงินให้”
“เอ่อท่านหลงจู๊ข้ายังมีอีกเรื่องจะรบกวนท่านขอรับ”
“หือ เรื่องอะไรเช่นนั้นหรือ”
“ข้ายังมีสิ่งนี้ขอรับ ข้ารบกวนหลงจู๊ช่วยดูให้หน่อยได้หรือไม่”
“นี่ นี่ นี่มันโสมพันปี โสมพันปีจริง ๆ ด้วย ท่าน ท่านมีกี่หัว”
“มีเพียงแค่ 1 หัวขอรับ ไม่ทราบว่าหลงจู๊จะรับซื้อหรือไม่”
“ข้าขอบอกตามตรง ข้าไม่มีปัญญาจะรับซื้อ เอาแบบนี้ดีหรือไม่ ข้าจะส่งเข้าโรงประมูลในนามร้านขายยาถังซานท่านคิดเห็นเป็นเช่นไร”
“ข้าตกลงขอรับ เพียงแต่ข้าอยากรบกวนหลงจู๊ช่วยปกปิดที่มาของโสมได้หรือไม่ ครอบครัวข้าแค่ชาวบ้านทำไร่ทำนาหาของป่าเท่านั้น กลัวว่าจะมีอันตรายน่ะขอรับ”
“ได้เรื่องนี้ท่านไม่ต้องเป็นห่วง ข้าจะนำไปส่งโรงประมูลที่เมืองหลวงให้เองขอท่านวางใจได้ โรงประมูลจะได้ค่าธรรมเนียม 2 ส่วนจากรายได้ทั้งหมด เช่นนั้นเรามาทำสัญญากันเลย ท่านไม่ต้องห่วงนะข้าจะดูแลให้ อย่างดีและขอบคุณท่านมากที่ไว้วางใจร้านยาถังซานของเรา”
“ด้วยความยินดีขอรับ”
“อีก 15 วันท่านมารับเงินได้เลย ข้าเองก็คงเดินทางเข้าเมืองหลวงเลยในวันพรุ่งนี้ และนี่ ตั๋วเงินและเงินของท่าน”
“ขอบพระคุณหลงจู๊มากขอรับที่ให้การช่วยเหลือ”
“ข้าเองก็ต้องขอบคุณท่านด้วยที่ทำให้ร้านยาของข้าได้ลืมตาอ้าปากได้เช่นกัน”
“เช่นนั้นข้าขอตัวก่อนขอรับ”
หลังจากที่รับเงินจากหลงจู๊มาแล้ว เยี่ยหานจางรีบนำเงินไปฝากเอาไว้ที่โรงรับฝากเงินทันที ด้วยเงินจำนวนนี้นับว่ามากมายที่สุดที่เขามีมา ในชีวิต ตั้งแต่ลูกสาวได้พรจากท่านเทพมาครอบครัวของพวกเขาก็มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นมาก
เขาต้องรีบกลับไปรับภรรยาเพื่อมาเลือกซื้อข้าวของเตรียมกลับไปเยี่ยมบ้านเดิมของนาง พ่อเยี่ยขับเกวียนกลับบ้านด้วยความสุขและรอยยิ้มเต็มหน้า ต่อไปนี้ลูก ๆ และภรรยาจะไม่ต้องทนหิวทนหนาวอีกต่อไป
ส่วนทางด้านลู่อี้ถังหลังจากได้รับความช่วยเหลือจากสหายรัก ตอนนี้เขาและลูกชายช่วยกันขุดบ่อน้ำในพื้นที่เพาะปลูกของตัวเองตามคำแนะนำจากสหายอย่างเยี่ยหานจาง
อีกทั้งเขาและลูกชายยังช่วยกันซ่อมแซมบ้านให้แข็งแรงและซ่อมแซมรั้วบ้าน ลู่อี้ถังมีที่ดินที่บิดามารดาทิ้งเอาให้ให้เพียง 30 หมู่เท่านั้น ตอนนี้เขาได้เริ่มทำการปรับหน้าดินเอาไว้บ้างและเข้าป่าหาของป่าเพื่อเก็บเอาไว้เป็นเสบียงอาหาร
นอกจากนี้เขายังได้รับเงินส่วนแบ่งจากการขายสัตว์ป่าที่ล่ามาได้ นับว่าตอนนี้เขามีเงินมากพอที่จะซื้อข้าวมากักตุนเอาไว้จำนวนมาก
หลังจากที่เยี่ยหานจางมารับภรรยาเข้าไปซื้อของในเมืองพร้อมด้วย ลี่เอ๋อร์ลูกชายคนเล็ก เยว่ซินจึงให้ฉีเอ๋อร์ไปชวนพี่ชายอี้ห่าวเข้าป่าเพื่อหา ของป่าและล่าสัตว์ด้วยกัน
ในระหว่างที่เยี่ยเทียนฉีไปชวนลู่อี้ห่าวนั้น เยว่ซินก็เตรียมของรอ วันนี้นางเอาธนูไปด้วยและนำตะกร้าไป 3 ใบ นางตั้งใจจะเข้าป่าลึกไปอีก ท่านพ่อท่านแม่ไม่อยู่ และพี่ชายอี้ห่าวก็ตามใจนางอยู่แล้วส่วนน้องชาย ของนาง นางว่าดีเขาก็ว่าดี
วันนี้ต้องได้ของดี ๆ กลับมาขายแน่ ๆ นางต้องหาเงินเอาไว้ให้มาก และนางตั้งใจว่าจะปลูกผักในฤดูหนาวด้วย ในเมื่อนางมีตัวช่วยทำไมนางจะไม่ทำล่ะ นางยังไม่อยากอดตายและยังอยากกินอาหารที่อร่อยด้วย
ที่สำคัญนั้น นางยังไม่มีสามีเลย หน้าตาของนางในภพนี้ออกจะเป็นสาวงามแถมหน้าอกหน้าใจก็สะบึมออกปานนี้ เหอะ ดีเท่าไหร่ที่นางไม่ต้องได้แต่งงานกับกัวมู่ ที่หน้าตาเหมือนเอนกแฟนของนางในชาติที่แล้ว ไม่เช่นนั้น ก็คงจะมีเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยกันบ้างล่ะ
รอไม่นานฉีเอ๋อร์กลับมาพร้อมกับพี่ชายอี้ห่าว เมื่อพร้อมกันแล้ว ทั้งสามคนก็เดินออกไปทางหลังบ้านและเดินขึ้นเขาไปทันที แม้ลู่อี้ห่าวจะแปลกใจว่าเหตุใดนางถึงเดินเข้าป่าด้านนี้มา
ซึ่งเป็นป่าที่ไม่ค่อยมีชาวบ้านเข้ามาเพราะเชื่อว่ามีสัตว์ป่าดุร้าย อาศัยอยู่แต่เขาก็ไม่ได้พูดอะไรได้แต่เดินตามน้องสาวและน้องชายไปเท่านั้น
“พี่ชายอี้ห่าว ท่านป้าเฉียนและอี้หยวนสบายดีนะเจ้าคะ”
“ท่านแม่และน้องชายสบายดี ขอบใจเจ้ามากนะน้องซินเอ๋อร์ที่ช่วยเหลือครอบครัวพี่”
“พี่ชายอี้ห่าวอย่าพูดเช่นนั้นเลยเจ้าค่ะ หากไม่ได้ท่านลุงอี้ถังยื่นมือมาช่วยครอบครัวข้าในครั้งนั้น ท่านคิดว่ายังจะมีพวกข้าในตอนนี้อยู่หรือ เจ้าคะ พี่ชายอี้ห่าวไม่ต้องขอบใจข้าหรอกเจ้าค่ะ ถือว่าพวกเราเป็นครอบครัวเดียวกันต้องช่วยเหลือกันถึงจะถูกต้อง”
“พี่เข้าใจแล้ว วันนี้จะเข้าป่าลึกหรือ ถึงได้พาพี่เดินมาทางนี้”
“ท่านพี่อี้ห่าวอย่าไปบอกท่านแม่กับท่านพ่อนะเจ้าคะ ข้ากับฉีเอ๋อร์เห็นว่าป่าด้านนี้อุดมสมบูรณ์กว่าป่าด้านนั้นก็เลยคิดว่าจะวางกับดักและหาของป่าไปขาย เผื่อว่าเราโชคดีจะเจอสมุนไพรล้ำค่าไปขายด้วย”
“ได้ ๆ พี่ตามใจเจ้า รีบเดินกันเถอะ”
เมื่อเดินเข้าป่าลึกมาได้พอสมควร ทั้งสามคนเริ่มวางกับดักเมื่อวางกับดักเอาไว้ทั้งหมดแล้ว จึงได้ออกเดินต่อ ตลอดเวลาเยว่ซินจะได้กลิ่นหอมจาง ๆ ตลอดเวลา เมื่อมองไปรอบ ๆ พบว่าเป็นเพียงกลิ่นของผิงกั่วป่าเท่านั้น
“ผิงกั่วนี่หวานดีนะ พวกเจ้าลองชิมดูสิ”
“พี่อี้ห่าว เราค่อยเก็บตอนขากลับก็ได้เจ้าค่ะ จะได้ไม่ต้องหนักเรายังต้องเดินไปอีก”
“พี่สาวข้าเก็บไปสัก 4-5 ผลได้หรือไม่ เอาไว้กินตอนหิวน่ะ”
“ได้ แต่พี่เตรียมของกินมาด้วยฉีเอ๋อร์หิวข้าวแล้วหรือ”
“ข้ายังไม่หิวขอรับเอาไว้ค่อยกินพร้อมกันก็ได้”
“เช่นนั้นก็เดินต่อเถอะ พี่มีลางสังหรณ์ว่าวันนี้พวกเราต้องได้อะไร ดี ๆ กลับไปเป็นแน่”
“ข้าเชื่อพี่สาวขอรับ”
ในขณะที่ลูกสาวถือโอกาสตอนที่ท่านพ่อท่านแม่ไปหาซื้อข้าวของเตรียมกลับไปเยี่ยมท่านตาท่านยาย ทั้งสองคนไม่ได้รู้เลยว่าลูกสาวพาน้องชายและพี่ชายเข้าป่าลึกไปเสียแล้ว หากแม่หลิวรู้เข้าล่ะก็แย่แน่ ๆ
“อ๊ะ พี่สาวดูนั่น ผูเถาป่าเยอะมากเลย”
“จริงด้วย พี่อี้ห่าว ฉีเอ๋อร์ช่วยกันเก็บกลับไปให้หมด ไหนข้าขอชิมหน่อยหวานหรือไม่”
“หวานมากเลย พี่ไม่เคยกินผูเถาที่อร่อยขนาดนี้มาก่อนเลย” อี้ห่าว
ทั้งสามช่วยกันเก็บผูเถาที่สุกแล้วไปจนหมดและเยว่ซินยังให้ทั้งสองคนช่วยขุดต้นอ่อนกลับไปด้วย นางจะเอาไปปลูกเอาไว้ที่บ้าน จากนั้นทั้งสามคนเดินมุ่งหน้าเข้าป่าไป
เยว่ซินที่เดินนำหน้าเข้าป่ามาจมูกของนางก็ได้กลิ่นหอม ๆ มากขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อทั้งสามเดินมาถึงบริเวณที่มีกลิ่นหอมมากที่สุดลู่อี้ห่าวก็ต้อง อ้าปากค้างตาโต เยว่ซินและฉีเอ๋อร์เองก็เช่นเดียวกัน
“ซินเอ๋อร์ นี่มันเรื่องจริงหรือ หรือว่าพี่ตาฝาดไป”
“นั่นสิพี่สาว ข้าเพียงแค่ฝันไปใช่หรือไม่”
“ไม่มีใครฝันทั้งนั้นแหละ นี่มันเรื่องจริงวันนี้พวกเราโชคดีแล้ว นี่มันขุมทรัพย์ในป่าเลยนะเนี่ย พี่อี้ห่าว ฉีเอ๋อร์จะยืนอึ้งอีกนานหรือไม่ รีบขุดเข้าสิ”
“นี่มันโสมคนเลยนะ โสมคนจริง ๆ ด้วย”
“ขุดแค่หัวใหญ่ ๆ ก็พอ ส่วนหัวเล็กเหลือเอาไว้เข้าใจหรือไม่”
“พี่เข้าใจแล้ว”
“ข้าก็เข้าใจขอรับพี่สาว”
ทั้งสามคนช่วยกันขุดโสมคน จากสายตาเยว่ซินที่มองดูโสมคนน่าจะมีอายุ 100 ปีเป็นอย่างต่ำ ทั้งสามใช้เวลา 3 เค่อในที่สุดก็ขุดโสมหัวใหญ่ออกมาทั้งหมด นับรวมกันแล้วได้ 15 หัว อี้ห่าวดีใจจนน้ำตาคลอหน่วย
เขาไม่รู้ราคาของโสมคน แต่เขาเชื่อว่ามันจะทำให้ครอบครัวเขาอยู่ดีกินดีขึ้นได้และน้องชายได้จะเรียนหนังสือ ท่านแม่เองจะได้ไม่ต้องลำบาก อดอาหารให้ลูกได้กินอิ่ม
“พี่อี้ห่าว ร้องไห้ทำไมเจ้าคะพี่เป็นอะไร”
“พี่ดีใจน่ะ ต่อไปนี้ท่านแม่จะได้กินอิ่มไม่ต้องอดข้าวเพื่อให้พี่และน้องชายกินอิ่มแล้ว”
“พี่ไม่ต้องกังวลนะต่อไปนี้พวกเราจะต้องอยู่ดีกินดี โสมนี่เราจะนำไปขายแล้วแบ่งกันคนละครึ่งเท่า ๆ กัน”
“พี่ขอบใจเจ้ามากนะซินเอ๋อร์”
“ข้าเต็มใจเจ้าค่ะ”
“พรุ่งนี้เจ้าจะเข้าป่ามาอีกหรือไม่”
“เข้าแน่นอนเจ้าค่ะ พี่อี้ห่าวมาที่บ้านข้าแต่เช้าหน่อยนะเจ้าคะ ส่วนโสมเราจะให้ท่านพ่อเอาไปขายกับลุงอี้ถัง”
“ได้ตกลงตามนั้น เรากลับออกไปกันเถอะจะได้แวะดูกับดักด้วย”
ทั้งสามคนเดินออกจากป่าพร้อมทั้งแบกตะกร้าที่เต็มไปด้วยผูเถาและโสมอีก 15 หัว เมื่อแวะมาดูกับดักที่วางเอาไว้ พบว่ามีกระต่ายป่าและไก่ฟ้าติดกับดักอย่างละ 6 ตัว
ทั้งสามคนปลดไก่กับกระต่ายออกจากกับดักจนหมด จึงมุ่งหน้ากลับบ้านทันที เมื่อกลับมาถึงบ้านก็พบว่าท่านพ่อท่านแม่กลับมาแล้วพร้อมด้วยข้าวของที่เตรียมเอาไว้ไปฝากท่านยายและท่านตา
