บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 16 ฝันประหลาด

หลังจากที่เยว่ซินได้พูดคุยกับท่านแม่หลิวเรื่องวางแผนกลับไปเยี่ยมท่านตาท่านยายและชักชวนให้ย้ายมาอยู่ด้วยกันเสียที่นี่

ท่านแม่หลิวดีใจมากที่ลูกสาวของนางคิดตอบแทนบุพการีของนางเช่นนี้ ลูกสาวของนางนับว่าเป็นคนที่มีจิตใจดีงามเสมอมา

แต่ท่านแม่หลิวไม่เข้าใจเหตุใดลูกสาวของนางถึงได้มาเจอกับชะตาชีวิตแบบนี้กัน ถึงแม้ตัวเยว่ซินเองจะไม่สนใจถึงขี้ปากชาวบ้านเรื่องที่นางถูกถอนหมั้น หรือแม้กระทั่งนางจะไม่ยอมแต่งออกไป แต่จะมีบุรุษคนใดเล่า ยอมแต่งเข้าบ้านภรรยากัน

ลูกสาวของนางดีออกปานนี้ งดงามทั้งกายและใจทำไมต้องมาพบเจอกับเรื่องแบบนี้ด้วย อีกไม่นานเยว่ซินก็จะอายุ 17 แล้ว หากเป็นแบบนี้ต่อไปลูกสาวของนางจะไม่กลายเป็นสาวเทื้อหรืออย่างไร

ถ้าหากลู่เฟยหลงล่วงรู้ความคิดของท่านแม่หลิว เขาคงจะรีบตะโกนออกมาทันทีว่า “ท่านแม่ยาย ข้าอย่างไรเล่าขอรับที่ยอมแต่งเข้าบ้านท่าน ข้าคนนี้เต็มใจมากเลยขอรับ”

ทางด้านลู่เฟยหลงเองตอนนี้เขากำลังคิดหาทางเพื่อทำความรู้จักกับภรรยาในอนาคตของเขาอย่างเต็มที่และจะทำให้แนบเนียนที่สุด แต่คนที่ โชคร้ายนั้นหาใช่ใครอื่น

เจี้ยนเหวินนั้นทั้งต้องส่งคนออกไปคอยดูแลความปลอดภัย และต้องคอยรายงานเรื่องของเยว่ซินทุกเรื่องในแต่ละวัน

บางวันนายเหนือหัวเขาก็จะลากเขาออกจากที่นอนกลางดึกเพราะทนคิดถึงนางในดวงใจไม่ไหวจึงต้องไปแอบดู ถึงแม้ว่าจะไม่ได้เจอหน้าเห็นหลังคาบ้านก็ยังดี

เจี้ยนเหวินสุดจะทนกับคุณชายแล้ว เรื่องนี้ต้องถึงหูคุณชายใหญ่ คุณชายรอง และคุณชายสาม

หลังมื้อเย็นเยว่ซินก็ได้ปรึกษาเรื่องกลับไปเยี่ยมบ้านเดิมของท่านแม่กับท่านพ่อเยี่ยอีกทั้งยังปรึกษากับท่านพ่อเยี่ยเรื่องที่นางจะทำต่อไป

และอยากจะให้ครอบครัวของท่านตาท่านยายย้ายมาอยู่เสียด้วยกันที่นี่ ซึ่งเยี่ยหานจางเห็นด้วยกับลูกสาวทุกเรื่อง

สองพ่อลูกพูดคุยถึงเรื่องเตรียมเสบียงให้เพียงพอสำหรับฤดูหนาวปีนี้ เยว่ซินกลัวว่าจะเกิดภัยหนาวขึ้น

ที่โลกเดิมนางไม่เคยต้องพบเจออากาศหนาวหรือหิมะเลยสักครั้งถึงแม้ในความทรงจำของร่างเดิมอากาศหนาวค่อนข้างจะรุนแรงอยู่บ้าง

แต่เยว่ซินมีความรู้สึกว่าจะต้องเกิดภัยหนาวขึ้นแน่ ๆ

นอกจากจะมีจมูกเหมือนหมา ยังมีลางสังหรณ์แปลก ๆ อีก นี่ใครกันนะที่มอบของแบบนี้ให้นาง แทนที่จะให้พรกับนางสักสองสามข้อไหนจะถูกถีบลงมาอีกทั้ง ๆ ที่ตอนนั้นนางกำลังกินอยู่แท้ ๆ

เมื่อพูดคุยปรึกษาหารือเกี่ยวกับการวางแผนอนาคตกับพ่อเยี่ยเสร็จแล้วทุกคนต่างแยกย้ายกันพักผ่อน

กลางดึกในขณะที่เยว่ซินกำลังนอนหลับอย่างมีความสุขเหนือหลังคาบ้านเยี่ยได้มีร่างโปร่งแสงสองร่างลอยอยู่

“นี่ตาเฒ่าท่านจะไม่ให้อะไรนางเลยรึ ท่านอย่าลืมว่านางยังมีภาระอันยิ่งใหญ่ที่ต้องทำอยู่นะ ท่านจะไม่ให้ตัวช่วยนางเลยรึ”

“ยายเฒ่าจันทรา ไม่ใช่ท่านรึ ที่พานางมาแล้วท่านล่ะให้อะไรนางบ้าง”

“ข้าก็ให้นางสมหวังในความรักอย่างไรเล่า ชาติไหน ๆ ของนางก็ ไม่สมหวัง แต่ชาตินี้คู่ด้ายแดงของนางมารออยู่แล้ว แล้วแบบนี้ท่านจะมาว่าข้าไม่ให้อะไรนางได้อย่างไร เทพชะตา”

“นั่นมันเป็นหน้าที่ของเจ้าอยู่แล้วไม่ใช่รึไง ที่ต้องผูกด้ายแดงให้ทุกคู่ชะตา และไม่ใช่ท่านรึไงที่ทำด้ายแดงนางขาด แบบนี้จะไม่ชดเชยให้นางรึไง”

“ท่านเองก็ส่งนางไปเกิดผิดที่ผิดทางเหมือนกันนั่นแหละ แถมท่านยังถีบนางมาเข้าร่างด้วย”

“เรื่องนั้นช่างมันก่อน เราต้องเตือนนางเรื่องภัยหนาวที่กำลังจะมาถึง และให้นางหาทางรับมือและช่วยผู้คนให้มาก”

เยว่ซินที่กำลังหลับอย่างมีความสุข นางไม่ได้รับรู้เลยว่าภาระอันยิ่งใหญ่จะหล่นทับหัวนาง

ในฝันเยว่ซินเห็นพายุหิมะพัดถล่มหมู่บ้านและมีชาวบ้านล้มตาย เป็นจำนวนมาก พอหลังจากผ่านพ้นภัยหนาวไปแล้ว

ในเวลา 5 ปี ต่อมาเยว่ซินเห็นผู้คนจำนวนมากล้มตายเพราะขาดแคลนอาหารและน้ำดื่มและตามมาด้วยที่ชาวบ้านผันตัวมาเป็นโจรเพื่อปล้นชิงอาหารเพื่อความอยู่รอด

เยว่ซินตกใจตื่นขึ้นมาจากความฝันทั้ง ๆ ที่อากาศตอนกลางคืนเย็นมากแต่นางกลับเหงื่อออกท่วมตัว ทำไมกันทำไมถึงได้ฝันประหลาดแบบนี้เล่า

นางล้มตัวนอนต่อและก็หลับไปในที่สุด และครั้งนี้นางฝันถึงชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลา แถมยังมีด้ายแดงผูกที่ข้อมือและด้ายแดงอีกด้านผูกที่ข้อมือของนางเช่นเดียวกัน ในฝันชายคนนั้นส่งยิ้มอบอุ่นมาให้นาง พร้อมทั้งยังบอกกับนางอีกว่า

“ซินเอ๋อร์ ในที่สุดเจ้าก็กลับมาหาพี่ ต่อไปนี้เราจะไม่พรากจากกันอีก ไม่ว่าจะภพชาติไหน ๆ”

สิ้นคำพูดของชายในฝันเยว่ซินตกใจตื่นอีกครั้ง ปรากฎว่าตอนนี้ เป็นเวลายามเหม่าแล้ว เยว่ซินได้แต่ถอนหายใจออกมาด้วยความเสียดาย

เยว่ซินตื่นขึ้นมาล้างหน้าบ้วนปาก และเตรียมตัวไปวางกับดักกับท่านพ่อ นางยังกังวลในเรื่องที่นางฝันเกี่ยวกับภัยพิบัติ นางไม่รู้ว่ามันจะเกิดขึ้นจริงหรือไม่ หรือจะเป็นเพียงแค่ความฝันเท่านั้น

จากเรื่องราวเหล่านี้ทำให้เยว่ซินรู้สึกหดหู่เป็นอย่างมาก นางได้แต่คิดว่าจะทำเช่นไรดี ถึงจะสามารถช่วยเหลือชาวบ้านเหล่านั้นให้รอดพ้นภัยพิบัติเหล่านี้ไปได้

ครอบครัวนางเองตอนนี้ก็ไม่ใช่ว่าจะมีเงินทองมากมายเสียเมื่อไหร่ เพิ่งจะได้กินอิ่มนอนอุ่นเพียงไม่นาน ตัวเองยังเอาตัวไม่รอดเลยแต่ก็ยังอยากจะช่วยชาวบ้าน

ไม่ใช่ว่าต้องมาตายรอบสองจริง ๆ หรอกนะ ไม่ได้สิ นางยังไม่มีสามีเลยนะจะมาตายแบบนี้ไม่ได้ ถึงแม้ว่าจะเคยผิดหวังจากความรักมาแต่ใช่ว่าทุกคนจะเลวเหมือนกันหมดเสียเมื่อไหร่

เบื้องบนเทพจันทรากับเทพชะตากำลังคุยกันพร้อมกับจิบน้ำชาอยู่ที่สวนท้อสวรรค์พร้อมกับเดินหมากไปด้วย

“เทพชะตา ท่านทำให้นางฝันร้ายแบบนี้จะดีหรือ”

“มีอะไรไม่ดี ในเมื่อมันเป็นเรื่องที่ต้องเกิดขึ้นอยู่แล้วนางจะได้หาทางป้องกันอย่างไรเล่า ถึงแม้ว่ามันจะไม่รุนแรงขนาดนั้นก็เถอะ”

“แล้วท่านจะทำให้ความฝันของนางร้ายกาจและรุนแรงขนาดนั้นไปเพื่ออะไร”

“เพื่อเตือนสติให้นางใช้ชีวิตอย่างไม่ประมาทอย่างไรเล่า”

“แต่นางเป็นเพียงชาวบ้านที่ยากจน หากท่านห่วงปากท้องของมนุษย์โลก ทำไมท่านไม่ทำให้ฮ่องเต้นิมิตเห็นเรื่องราวเหล่านี้เล่า ให้นางฝันแบบนี้ทำไมกัน”

“นี่เทพจันทรา ทีเจ้าแทรกแซงความฝันของนางเพราะต้องการช่วยเจ้าหนุ่มนั่นข้ายังไม่ว่าอะไรเจ้าเลยนะ”

“จะเอาอะไรมาว่าข้าได้ ในเมื่อทั้งสองคนเป็นคู่ด้ายแดงกันอยู่แล้ว หากไม่ใช่เพราะใครบางคนทำงานพลาดแล้วล่ะก็ป่านนี้ทั้งสองคนคงได้อยู่ด้วยกันไปนานแล้วไม่ต้องมาพลัดพรากจากกันนับหมื่นชาติเช่นนี้หรอก”

“เอาน่า ไหน ๆ เรื่องมันก็ผ่านมาแล้ว เดี๋ยวข้าจะให้ตัวช่วยนาง ก็แล้วกันนะ”

“จะยังไงก็แล้วแต่ ข้าว่าท่านควรไปเตือนนางตรง ๆ ดีกว่าจะทำให้นางฝันเห็นเรื่องราวไปก่อน อย่างน้อย ๆ ท่านต้องให้อะไรนางเพื่อเป็นการชดเชยบ้าง”

“ข้ารู้แล้วน่า เจ้าบ่นมานับหมื่นปีแล้วไม่เบื่อบ้างหรือยังไง”

หลังจากกลับจากการวางกับดัก เยี่ยซินกลับออกจากป่าเพื่อกินมื้อเช้าก่อนหลังจากนั้นนางค่อยเข้าป่าไปหาของป่าอีกสักรอบ นางต้องเตรียมของไปเยี่ยมบ้านเดิมของแม่หลิวด้วย

ส่วนพ่อเยี่ยกับท่านลุงอี้ถังนั้นได้ไปช่วยกันทำเล้าไก่ใกล้ ๆ กับบ่อน้ำที่ขุดเอาไว้ หลังจากผ่านพ้นฤดูหนาวไปบ้านเยี่ยถึงจะเริ่มปลูกผัก ปลูกผลไม้และเลี้ยงไก่ ตอนนี้ได้แต่เตรียมการเอาไว้ล่วงหน้าเท่านั้น

เยว่ซินเองยังมีความวิตกกังวลเกี่ยวกับความฝันของตัวเอง หากมันเกิดขึ้นจริง ๆ จะทำยังไงดี คงต้องเอาเรื่องนี้ไปปรึกษากับท่านพ่อดูก่อน ยังดีว่าบ้านของนางได้ซ่อมแซมดีแล้ว เสบียงอาหารนับว่าเตรียมเอาไว้มากมาย

เพราะนางถือคติที่ว่ามีเหลือดีกว่าไม่พอ ตอนนี้ห่วงแต่บ้านท่านตาท่านยายเท่านั้น เยว่ซินตั้งใจจะชวนท่านพ่อและลุงอี้ถังเข้าป่าล่าสัตว์ให้มากหน่อยในวันพรุ่งนี้

และแล้วคืนนี้เยว่ซินก็ฝันอีกเช่นเคย แต่ครั้งนี้กลับมีชายชรามาพูดคุยกับนางและเตือนนางให้เตรียมพร้อมกับภัยพิบัติและให้นางช่วยเหลือชาวบ้านให้มากที่สุดเท่าที่จะสามารถทำได้

ก่อนจากไปชายชรายังให้ไข่มุกนางมา 1 เม็ด ไข่มุกวิญญาณนี้หากนำไปแช่น้ำดื่มจะช่วยรักษาอาการเจ็บป่วยได้ หากนำน้ำที่แช่ด้วยไข่มุกวิญญาณไปรดพืชผักจะเร่งเวลาในการเจริญเติบโตได้ หากดื่มน้ำแช่ไข่มุกวิญญาณจะทำให้ร่างกายแข็งแรง

เยว่ซินสะดุ้งตื่นขึ้นมายามเหม่าก่อนจะลุกออกไปล้างหน้าบ้วนปาก สายตาพลันเหลือบไปเห็นไข่มุกสีดำร้อยอยู่กับเชือกสีแดงที่ข้อมือของนาง

เยว่ซินตกใจเป็นอย่างมาก นี่ไม่ใช่เพียงแค่ความฝันหรอกหรือ ทว่ามันคือเรื่องจริงต่างหาก ชายชรามาเตือนถึงภัยหนาวที่จะมาถึง ในเมื่อนางมีตัวช่วยแล้ว คงต้องเร่งปลูกข้าวอย่างน้อย ๆ จะได้ช่วยให้ชาวบ้านมีกินบ้าง

ถึงแม้ว่ามันจะไม่มากมายแต่ยังดีกว่าไม่มีเลย ไม่ได้แล้วเรื่องนี้คงต้องปรึกษาท่านพ่อ จะช้าไม่ได้แล้วเรื่องนี้จะทำยังไงดีเล่า หากจะไปบอกเจ้าเมืองตรง ๆ ก็ไม่ได้ ใครจะมาเชื่อนางกันล่ะ

“โอ๊ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย ทำไมมันยุ่งยากแบบนี้เล่า เงินก็ไม่มี”

“ซินเอ๋อร์ ลูกเป็นอะไรบอกพ่อมา ลูกเจ็บปวดตรงไหน ถึงได้ร้องเสียงดังเช่นนี้”

“ไม่มีอะไรเจ้าค่ะท่านพ่อ เอาไว้กลับจากล่าสัตว์วันนี้แล้วข้ามีเรื่องจะปรึกษาท่านพ่อนะเจ้าคะ ตอนนี้ข้าหิวแล้ว ข้าขอไปช่วยท่านแม่ทำอาหารก่อนนะเจ้าคะ”

“เอาอย่างนั้นก็ได้ หากลูกไม่สบายต้องบอกพ่อนะ อย่าได้ฝืน”

“เจ้าค่ะท่านพ่อ”

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel