บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 15 ความตั้งใจของเยว่ซิน

ถึงแม้ว่าตอนนี้บ้านเยี่ยจะพอมีเงินขึ้นมาบ้างแล้ว แต่ก็ยังไม่สามารถวางใจได้ เยว่ซินต้องการสร้างบ้านที่ดีและใช้วัสดุที่ดี ด้วยเหตุนี้นางจึงไม่รีบร้อนสร้างบ้านหากแต่ให้ท่านพ่อซ่อมแซมให้ดีและต่อเติมออกบ้านไปก่อน จำนวนเงินที่มีจะว่ามากก็มากแต่จะว่าน้อยก็น้อยเช่นกัน

นางต้องการสร้างบ้านด้วยอิฐและหลังคามุงกระเบื้อง นอกจากนี้ นางต้องการส่งน้องชายทั้งสองให้เข้าเรียนที่สถานศึกษาในเมือง จากนี้นางต้องรีบคิดวิธีหาเงินให้ได้มากกว่านี้ หากจะรอขายแตงโมในปีหน้าหรือรอให้ผักผลไม้ในสวนของนางเติบโตเห็นว่าเงินที่ได้มาจะหมดลงไปก่อน

ค่าซ่อมและต่อเติมบ้านเองก็ไม่ใช่ถูก ๆ เลย ช่างลำบากยากเย็น เสียจริงดันมาโผล่ในยุคที่เงินหายากแต่ราคาข้าวของก็แพงมากเช่นเดียวกัน ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมชาวบ้านถึงได้ยากจนและอดมื้อกินมื้อ

ในเมื่อมาแล้วก็ต้องอยู่ให้ได้ นางไม่เชื่อหรอกว่านางจะไม่สามารถนำพาครอบครัวให้อยู่สุขสบายได้ ไม่ต้องร่ำรวยล้นฟ้าขอแค่ไม่ขาดเงินและข้าวปลาอาหารเครื่องนุ่งห่มนางก็พอใจมากแล้ว

ตอนนี้บ้านของนางได้ซ่อมแซมและต่อเติมเสร็จแล้วเมื่อ 3 วันก่อน และแตงโมชุดสุดท้ายก็เก็บและนำไปขายหมดแล้วเช่นเดียวกัน ที่ดินที่ซื้อมาใหม่ก็ทำการล้อมรั้วเสร็จแล้ว ตอนนี้ท่านพ่อเยี่ยได้จ้างชาวบ้านมาขุดบ่อน้ำในจุดที่ลูกสาวกำหนดเอาไว้ตามคำขอร้องของนาง

การขุดบ่อน้ำนั้นใช้เวลาในการขุดทั้งหมด 10 วัน หลังจากนั้นท่านพ่อจ่ายค่าจ้างให้ชาวบ้านและท่านลุงอี้ถังที่มาช่วยตั้งแต่ซ่อมแซมต่อเติมบ้าน ล้อมรั้วและขุดบ่อน้ำ

ถึงแม้ว่าท่านลุงจะไม่ยอมรับเงินแต่เมื่อท่านพ่อยื่นคำขาดว่าจะจ่ายให้หากท่านลุงไม่รับเงินครั้งต่อไปท่านพ่อจะไม่ไปขอให้ท่านลุงมาช่วยอะไร อีกแล้ว

ด้วยเหตุนี้ท่านลุงอี้ถังจึงจำใจรับเงินจากท่านพ่อเยี่ยไป และบอกว่าหากครั้งต่อไปมีอะไรให้ช่วยก็ให้ท่านพ่อเยี่ยบอกมาได้เลยไม่ต้องเกรงใจ นอกจากนี้ท่านพ่อยังซื้อข้าวอย่างดีให้ท่านลุงอี้ถังไปจำนวน 30 จินด้วย ถึงแม้ท่านลุงจะยังบ่นว่าท่านพ่อแต่ก็ยอมรับข้าวไปด้วยความดีใจ

ตอนที่ท่านพ่อเยี่ยลำบาก ท่านลุงอี้ถังเองก็ลำบากมากเช่นกันแต่ยังยื่นมือมาช่วยเหลือท่านพ่อเยี่ยเสมอแม้กระทั่งแบ่งข้าวสารที่ตัวเองมีเพียงน้อยนิดมาให้ก็ยังเคยมีมาแล้ว ท่านพ่อเยี่ยและทุกคนในบ้านย่อมสำนึกในบุญคุณของท่านลุงอี้ถังอยู่เสมอ

เยว่ซินเองก็คิดว่าหากนางพาครอบครัวให้เจริญรุ่งเรืองแล้วย่อมไม่ทิ้งครอบครัวของท่านลุงอี้ถังอย่างแน่นอน ทางด้านอี้ถังเองที่ได้รับเงินจากท่านพ่อเยี่ยก็รีบนำเงินไปให้ภรรยาและชักชวนกันเข้าเมืองเพื่อไปซื้อข้าวสารและแป้งมากักตุนเอาไว้สำหรับฤดูหนาวที่จะถึงนี้

เพราะได้เงินจากท่านพ่อเยี่ยทำให้ท่านป้าเฉียนภรรยาของท่านลุงอี้ดีใจถึงกับร้องไห้ออกมาอย่างน้อย ๆ ลูก ๆ ของนางจะได้ไม่ต้องทนหิว ทนหนาวอีกต่อไป

วันนี้หลังจากที่เยว่ซินไปวางกับดักในป่านางพบว่าลำธารต้นน้ำที่อยู่ในป่านั้นมีปลาอยู่เป็นจำนวนมากแต่ปลาพวกนั้นว่ายน้ำเร็วยิ่งนักด้วยความเจ็บใจเยว่ซินกลับบ้านมาด้วยใบหน้าบูดบึ้ง

พร้อมทั้งเค้นหัวสมองอันน้อยนิดของนางถึงวิธีการจับปลาจาก โลกเดิมว่ามีวิธีใดบ้างที่สามารถจับปลาได้จำนวนมากและปลายังมีชีวิตอยู่ หากสามารถทำได้นางก็จะมีรายได้เพิ่มขึ้นจากการขายปลาด้วย

“ซินเอ๋อร์เป็นอะไรทำไมทำหน้าเช่นนั้นล่ะลูก”

“ไม่มีอะไรหรอกเจ้าค่ะท่านแม่ข้าเพียงแต่เจ็บใจเท่านั้น”

“เจ็บใจหรือ มีใครรังแกลูกเช่นนั้นหรือ”

“ไม่มีหรอกเจ้าค่ะ เพียงข้าเห็นปลาว่ายอยู่ในลำธารจำนวนมาก แต่ไม่สามารถจับมันได้เลยได้แต่กลับบ้านมาด้วยความเจ็บใจ แล้วนี่ท่านพ่อกับน้อง ๆ ไปที่ใดเจ้าคะทำไมท่านแม่ถึงอยู่บ้านคนเดียว”

“ท่านพ่อของเจ้าพาท่านลุงอี้ถังไปซื้อข้าวของในเมืองน้องชายของเจ้าเลยขอตามไปด้วยน่ะ”

“ท่านแม่เจ้าคะ เราไปเยี่ยมท่านยายดีหรือไม่ ตอนนี้ที่บ้านไม่มีอะไรต้องทำแล้วอะไรที่สมควรทำก็ทำไปหมดแล้ว เหลือแค่พลิกหน้าดินอีก ไม่เท่าไหร่ก็จะเสร็จแล้ว”

“แม่เองก็อยากลับไปเยี่ยมท่านตาท่านยายของลูกเช่นกันตั้งแต่เราแยกบ้านออกมาแม่เองก็ไม่ได้กลับไปเลย ท่านตาท่านยายของลูกมีเพียงแม่และท่านน้าของเจ้าเท่านั้น ตอนนี้แม่เองก็เป็นห่วงอยู่เหมือนกัน”

“เอาเช่นนี้ดีหรือไม่เจ้าคะ รอให้เราพลิกหน้าดินเสร็จก่อนแล้วค่อยไปเยี่ยมท่านตาท่านยาย ข้าเองจะได้เตรียมของฝากไปด้วย ท่านตาท่านยายจะได้มีอาหารพอสำหรับหน้าหนาวด้วยเจ้าค่ะ ระหว่างนี้ท่านแม่ก็เตรียมทำเสื้อกันหนาวไปให้ท่านตากับท่านยายด้วยนะเจ้าคะ แล้วท่านน้ามีครอบครัวหรือไม่เจ้าคะ”

“ไม่มีหรอกท่านน้าของเจ้าอายุห่างจากแม่มาก ตอนที่แม่แต่งงานกับท่านพ่อของเจ้าท่านน้าของเจ้าเพิ่งจะอายุ 7 ขวบปีเท่านั้น”

“ท่านแม่ให้ท่านยาย ท่านตากับท่านน้าย้ายมาอยู่กับเราดีหรือไม่ เจ้าคะ เอาไว้ข้าหาเงินสร้างบ้านหลังใหม่เสร็จแล้วเราค่อยซื้อที่ดินเพิ่มหรือไม่หากท่านตาท่านยายไม่อยากอยู่บ้านเดียวกับเรา ก็ปลูกบ้านใหม่ให้ท่านตาท่านยายแยกต่างหาก ถึงยังไงท่านน้าย่อมตบแต่งภรรยาเข้าบ้านมาในสักวัน แบบนี้ดีหรือไม่เจ้าคะ”

“แม่ไม่รู้ว่าตากับยายของเจ้าจะยอมมาอยู่กับเราหรือไม่นี่สิ แม่เองก็ไม่ได้กลับไปเยี่ยมบ้านตั้งหลายปีแล้ว เดิมทีความเป็นอยู่ก็ไม่ได้ดีนักแม่เองก็เป็นห่วงอยู่ตลอด”

“ท่านแม่ เอาไว้เราไปถึงแล้วค่อยไปคุยกับท่านตาท่านยายเถอะ เจ้าค่ะ หากว่าพวกเราทำสวนผลไม้ในปีหน้า ท่านพ่อย่อมต้องการคนช่วย ท่านน้าคือตัวเลือกที่ดี ข้าเองไม่รู้ว่าท่านลุงอี้ถังจะเต็มใจมาช่วยหรือไม่ ข้าวางแผนจะทำการค้าระยะยาวกับเหลาอาหารในเมืองด้วยนะเจ้าคะ”

“แม่ขอบใจซินเอ๋อร์นะลูก ขอบใจมากจริง ๆ”

“ขอบใจข้าทำไมเล่า พวกเราเป็นครอบครัวเดียวกันนะเจ้าคะ อีกอย่างข้ามีเรื่องจะขอร้องท่านแม่ด้วยเจ้าค่ะ”

“เรื่องอะไรเช่นนั้นหรือ”

“ข้าไม่อยากแต่งงานเจ้าค่ะ”

“ไม่ได้นะลูก จะทำเช่นนั้นได้อย่างไร”

“ท่านแม่เจ้าคะข้าไม่ได้หมายความว่าจะไม่แต่งงานเลย ข้าหมายถึงตอนนี้ ข้าต้องการให้ครอบครัวของเราอยู่สุขสบายเสียก่อน อีกอย่างข้าเพิ่งจะอายุเท่าไหร่กัน ข้าไม่รีบเจ้าค่ะ”

“ถ้าลูกต้องการแบบนั้นพ่อกับแม่ย่อมตามใจเจ้า”

“อีกอย่างข้าต้องการแต่งสามีเข้าบ้านต่างหาก ข้าไม่ต้องการจะแต่งออกไปเจ้าค่ะ ข้าไม่อยากแยกจากท่านพ่อท่านแม่และน้อง ๆ หากในภายภาคหน้า มีคนยอมรับข้อตกลงนี้ได้ข้าก็ยินดีจะแต่งเจ้าค่ะ”

เยว่ซินไม่ได้รู้เลยว่าคำพูดที่นางพูดกับท่านแม่หลิวนั้นจะล่องลอยมาเข้าหูถ้ำมองอย่างลู่เฟยหลง เพราะเขาทนคิดถึงนางไม่ไหวจึงได้แอบมาที่บ้านของนางและแอบซุ่มดูนางอยู่เสมอ ใครจะว่าเขาหน้าด้านก็ช่างปะไรเขาพอใจที่จะได้เห็นรอยยิ้มของนาง

“อืม ๆ แต่งเข้าหรือ ข้าก็ไม่มีปัญหานะ ดีเสียอีก ข้าจะได้หลีกหนีความวุ่นวายด้วย”

“คุณชายขอรับ ต่อให้ท่านแต่งเข้าบ้านฮูหยิน ท่านก็ยังแซ่ลู่อยู่นะขอรับ จะหลีกหนีพ้นจริง ๆ หรือ”

“หรือข้าจะเปลี่ยนมาใช้แซ่เดียวกับภรรยาดี เจี้ยนเหวินเจ้าว่าดีหรือไม่”

“เอ่อ ข้าก็ไม่ทราบขอรับคุณชายแต่นายท่านลู่บิดาของท่านจะยอมหรือขอรับ”

“ยอมไม่ยอมก็เรื่องของตาแก่นั่น เมียข้าข้าเลือกเองได้ เจ้าไม่เคย ได้ยินหรือ ว่าลูกชายที่แต่งออกไปแล้วก็เหมือนน้ำที่สาดออกไป ไม่เกี่ยวกับบ้านเดิมพ่อแม่”

“ไม่ขอรับ คุณชายไปได้ยินมาจากที่ใดขอรับ”

“เรื่องของข้าน่ะ กลับได้แล้วจะได้ไปทำงานรีบหาสินสอดเตรียมเอาไว้”

“คุณชายขอรับข้าว่าท่านน่าจะหาทางทำความรู้จักและพูดคุยกับ ฮูหยินก่อนดีหรือไม่ ไม่ใช่ว่ากลางวันมาแอบมอง กลางคืนก็มาแอบมอง แบบนี้”

“ข้ารู้แล้วน่า ไปกลับ ๆ ๆ”

เจี้ยนเหวินไม่เข้าใจคุณชายจริง ๆ ความคิดแปลก ๆ นี่มาจากที่ใดกัน นี่ยังเป็นคุณชายตัวจริงอยู่หรือไม่ ที่ผ่านมาไม่เคยสักครั้งจะชายตาแล สาวงาม แถมตั้งแง่รังเกียจอีกด้วย แต่ตอนนี้ทำไมถึงได้กลายเป็นแบบนี้ไปได้หรือว่ามีวิญญาณร้ายมาสิงสู่คุณชายกันแน่

ทางด้านพ่อเยี่ยวันนี้ได้พาสหายอย่างลู่อี้ถังมาซื้อข้าวสาร และสิ่งของจำเป็นอื่น ๆ ที่จำเป็นสำหรับฤดูหนาวที่จะมาถึงในไม่ช้านี้ ซึ่งวันนี้ ลูกชายทั้งสองขอตามมาด้วย ส่วนภรรยาของอี้ถังไม่ได้มาด้วยเพราะนางเพิ่งจะคลอดลูกคนที่ 4 ได้ไม่กี่เดือนเท่านั้น

“หานจาง ครั้งนี้ข้าต้องขอบคุณเจ้ามากนะ หากไม่ได้เจ้าช่วยเอาไว้ข้าเองก็ไม่รู้ว่าจะผ่านหน้าหนาวไปได้หรือไม่ อีกอย่างลูกคนเล็กข้าเพิ่งจะ3 เดือนเอง”

“ข้าย่อมเต็มใจช่วยอยู่แล้ว อีกหน่อยเจ้าก็ไม่ต้องไปหางานในเมืองแล้วทิ้งภรรยากับลูกของเจ้าเอาไว้ที่บ้านตามลำพัง มันอันตรายมากนะ เจ้าอย่าลืมว่าลูกชายคนโตของเจ้าเพิ่งจะ 9 ขวบ กว่าเจ้าจะได้แต่งงานก็อายุปาไปเท่าไหร่แล้ว มันไม่เป็นการดีที่จะปล่อยให้ผู้หญิงและเด็กอยู่บ้าน ตามลำพัง”

“จะทำเช่นไรได้เล่า ก็ข้าเกิดมาจนนี่ ยังดีที่สามารถแต่งภรรยาที่ดี มาได้”

“เอาเถอะ อย่าคิดมากเลย ตอนนี้เจ้ามาช่วยงานข้าที่ไร่ก็แล้วกัน ส่วนเรื่องค่าจ้างของเจ้าลูกสาวข้าจะเป็นคนจัดการ วางใจได้ซินเอ๋อร์ของข้าย่อมไม่เอาเปรียบเจ้าหรอก นางเองก็อยากช่วยเหลือเจ้าเหมือนที่เจ้าช่วยเหลือข้ามาตลอด เจ้าวางใจเถอะ ต่อไปนี้พวกเราจะได้กินอิ่มและเจริญรุ่งเรืองไปด้วยกัน”

“ขอบใจเจ้ามากจริง ๆ”

“ระหว่างเราไม่จำเป็นต้องขอบใจหรอก เราสองคนเป็นยิ่งกว่าสหาย หากในอดีตเจ้าไม่ยื่นมือมาช่วยทั้ง ๆ ที่เจ้าเองก็ลำบากมาก ข้ากับลูก ๆ คง ไม่มีชีวิตมาถึงวันนี้ ตอนนี้พวกเราพอจะลืมตาอ้าปากได้แล้ว ข้าจะทิ้งเจ้าเอาไว้ข้างหลังได้ยังไง แบบนั้นข้าทำไม่ได้หรอกนะ”

“อืม ข้าเข้าใจแล้ว”

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel