ตอนที่ 13 ความจริงเปิดเผย
หลังจากที่กินข้าวกันเรียบร้อยแล้ว พ่อลูกบ้านเยี่ยก็เตรียมตัวเข้าป่า เยี่ยหานจางเอาตะกร้าไม้ไผ่ไปเป็นจำนวนมาก เยว่ซินเดินนำหน้าท่านพ่อและน้องชายเข้าป่าไปด้วยความชำนาญ
จมูกของนางยังทำหน้าที่ได้ดีเช่นเคยหากเป็นของที่กินได้นางจะได้กลิ่นหอมหวลชวนให้น้ำลายไหล หากเป็นสมุนไพรจะได้กลิ่นที่หอมเย็นสดชื่น หากเป็นสิ่งที่เป็นอันตรายต่อชีวิตนางจะได้กลิ่นเหม็นทันที
เยว่ซินรู้สึกว่าตัวเองจะเหมือนหมาเข้าไปทุกวันนี่มันความสามารถของสุนัขชัด ๆ ให้มาเกิดใหม่ในครอบครัวยากจนไม่พอแถมให้ความสามารถแปลก ๆ มาอีก
จะว่าไปตอนนั้นใครกันนะที่ถีบนาง จำได้ว่าตอนนั้นนางกำลังกินผลไม้อย่างเอร็ดอร่อยอยู่ ดีเท่าไหร่แล้วที่ไม่สำลัก ถีบมาได้หากผลไม้ติดคอนางตายใครจะรับผิดชอบ เอ๊ะแต่ว่าตอนนั้นนางก็ตายไปแล้วนี่นะ
“ซินเอ๋อร์ อีกไกลหรือไม่แล้วนั่นลูกคิดอะไรอยู่หรือพ่อเห็นเจ้า หน้านิ่วคิ้วขมวดตั้งแต่เดินเข้าป่ามาแล้ว หรือว่ามีอะไรที่ไม่สบายใจบอกพ่อได้นะ”
“ไม่มีอะไรเจ้าค่ะท่านพ่อ ข้าแค่คิดอะไรนิดหน่อยเท่านั้นเอง”
“พี่สาว ถ้าหากแตงโมนี่ขายได้เราจะมีเงินสร้างบ้านใหม่ใช่หรือไม่”
“ย่อมเป็นแบบนั้น แต่ตอนนี้เรามีเงินไม่พอสร้างบ้านหลังใหม่ เอาไว้เรามีเงินมากพอพี่สาวจะสร้างบ้านหลังใหญ่ ๆ ดีหรือไม่ ตอนนี้เราคงต้องซ่อมแซมต่อเติมไปก่อน”
“ดีขอรับ”
“ท่านพ่อแล้วช่างจะเข้ามาซ่อมบ้านให้เราตอนไหนเจ้าคะ แล้ว ท่านพ่อได้ไปบอกกล่าวท่านลุงอี้ถังหรือยัง”
“วันมะรืนนี้ช่างจะเข้ามาซ่อมบ้าน ส่วนอี้ถัง พ่อจะไปหาเขาที่บ้านหลังจากช่วยพวกเจ้าขนแตงโมเสร็จแล้ว”
“เจ้าค่ะท่านพ่อ”
ทั้งสามคนเดินมาถึงชายป่า เยว่ซินพาพ่อและน้องชายเดินแยกไป อีกทางซึ่งทางนี้ชาวบ้านจะไม่นิยมเข้ามาหาของป่ายกเว้นพรานป่าที่มีฝีมือเพราะกลัวสัตว์ป่าทำร้าย เดินมาได้ไม่ไกลก็พบกับดงแตงโมประมาณ 1 หมู่เห็นจะได้ เยว่ซินและน้องชายรีบหาลูกที่สุกแล้วทันที
เยว่ซินสอนพ่อเยี่ยถึงวิธีการดูว่าแตงโมลูกไหนสุกแล้ว หลังจากนั้นทั้งสามคนช่วยกันเก็บแตงโมและนำมาใส่ตะกร้าไม้ไผ่ พ่อเยี่ยทำหน้าที่ขนกลับบ้าน
ส่วนเยว่ซินกับน้องชายช่วยกันเก็บลูกที่สุกแล้วใส่ตะกร้าเอาไว้ แตงโมมีขนาดใหญ่มากแต่ละลูกน่าจะหนักประมาณ 4 ถึง 5 ชั่ง ด้วยจำนวนเงินที่มีตอนนี้ไม่นับว่ายากจนอีกต่อไปแต่ก็ไม่อาจนับได้ว่าร่ำรวยเช่นกัน
สามคนพ่อลูกช่วยกันเก็บแตงโมและขนกลับมาไว้ที่บ้านจนเวลาล่วงเลยไปถึงยามเซิน จึงขนแตงโมออกจากป่าหมดส่วนลูกที่ยังไม่สุกเหลืออยู่ไม่มากแล้วเยว่ซินตัดสินใจว่าจะเอาไว้กินเองและนำเมล็ดไปปลูกในสวนของนาง
“ท่านพี่ ซินเอ๋อร์ ฉีเอ๋อร์ ดื่มน้ำก่อน เหนื่อยกันมากหรือไม่”
“ข้าไม่เหนื่อยท่านแม่”
“ซินเอ๋อร์ พ่อจะไปหาอี้ถังที่บ้านก่อนนะ แล้วจะไปพูดคุยเรื่องที่ดินให้เจ้าด้วย เจ้าอยากได้ที่ดินตรงไหนหรือลูก”
“ท่านพ่อ ที่ดินที่ติดกับบ้านของเรายาวไปถึงลำธารเลยเจ้าค่ะ”
“ได้ ๆพ่อจะไปถามหัวหน้าหมู่บ้านให้”
ทางด้านกัวมู่ หลังจากหาความสำราญที่หอโคมเขียวแล้วเขาก็กลับเข้ามาในหมู่บ้านทันที ระหว่างทางเขาขบคิดทุกวิธีที่จะไม่ต้องแต่งงานกับ เยี่ยเหมยเหลียน
เขาไม่น่าพลาดไปเลยจริง ๆ หากวันนั้นเขาไม่เมาก็คงไม่เกิดเรื่องผิดพลาดแบบนี้ขึ้น เขาแค่จะมาหาเยี่ยเยว่ซินเพื่อต้องการตกลงกับนาง เรื่องถอนหมั้น
แต่ใครจะไปรู้ว่าเมื่อมาถึงบ้านเยี่ยกลับไม่เจอเยี่ยเยว่ซินแต่กลับเจอจางเหมยเหลียนจะว่าเขาเมามันก็ใช่ แต่เยี่ยเหมยเหลียนนั้นได้วางยากำหนัดเขาด้วยเช่นเดียวกัน
แล้วแบบนี้จะให้เขาทำยังไง หลังจากวันนั้นท่านพ่อท่านแม่ก็โกรธเคืองเขาแทบจะไล่เขาออกจากบ้านอยู่แล้ว ไม่เพียงแต่ถอนหมั้นไม่สำเร็จ ยังพลาดไปทำเยี่ยเหมยเหลียนท้องอีก
บ้านตระกูลกัว
“เจ้าลูกไม่รักดีของเจ้ายังไม่กลับมาอีกหรือ” พ่อกัว
“ท่านพี่ลูกแค่ออกไปหาความสุขเล็ก ๆ น้อย ๆ ท่านพี่จะบ่นให้มันได้อะไรนักหนา”
“เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้วจะทำยังไง จะจัดการกับคนบ้านเยี่ยยังไง มู่เอ๋อร์จะแต่งเยี่ยเหมยเหลียนเข้ามาไม่ได้ หากเป็นเช่นนั้นแล้วคุณหนูเจียงหลินจะทำเช่นไร เจ้าก็รู้ว่าคุณหนูเจียงปักใจรักมู่เอ๋อร์ แล้วปัญหานี้จะจัดการยังไง”
“ท่านพี่ใจเย็น ๆ นะเจ้าคะ จะไปยากอะไร นางสองแม่ลูกนั่นโลภมากจะตายไป แค่ให้เงินพวกนางไปก็จบแล้ว”
“เจ้าไปจัดการให้เรียบร้อย ในอนาคตมู่เอ๋อร์ยังต้องอาศัยบ้านพ่อตาหนุนหลัง ปีหน้าก็จะสอบถงเซิงแล้ว”
“ข้าจะรีบจัดการให้เจ้าค่ะ”
บ้านเยี่ยสายหลัก
“ท่านแม่ จะทำยังไงดีเจ้าคะ หากพี่กัวมู่รู้ความจริงว่าข้าไม่ได้ตั้งท้องลูกของเขาขึ้นมา เขาต้องไม่ยอมแต่งให้ข้าแน่ ๆ”
“อย่าใจร้อนเรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว เจ้าใจเย็น ๆ ก่อน”
“ท่านแม่ท่านช่วยไปเร่งบ้านกัวได้หรือไม่เจ้าคะ”
“ข้ารู้แล้ว พรุ่งนี้ข้าจะไปพูดคุยให้ เรื่องนี้เจ้าอย่าได้เที่ยวไปพูด ที่ไหน เข้าใจหรือไม่”
“ข้าทราบแล้วเจ้าค่ะ หากพี่มู่รู้ว่าข้าแกล้งท้องแล้วล่ะก็พี่มู่ต้องทิ้งข้าไปแน่ ๆ”
กัวมู่ที่กลับมาจากในตัวเมืองก็ตรงมาที่บ้านเยี่ยสายหลักทันที เพราะเขามีเรื่องต้องพูดคุยตกลงกับเหมยเหลียนแต่ใครจะไปคิดล่ะว่าเขาจะทันมาได้ยินแผนการของสองแม่ลูกนี้ให้
กัวมู่ยิ้มจนแทบปากจะฉีกถึงหูในที่สุดเข้าก็สามารถหาข้ออ้างที่จะ ไม่แต่งงานกับนางได้แล้ว มันไม่ใช่เรื่องที่เขาจะต้องเอาชีวิตมาผูกติดกับสตรีโง่เบาปัญญาและต่ำช้าเช่นนี้
หากเทียบกันระหว่างเยี่ยเยว่ซินกับเยี่ยเหมยเหลียน เยว่ซินยังดีกว่ามากถึงแม้ว่านางจะดูไม่ทันคนแต่นางก็ไม่เคยทำตัวเช่นเยี่ยเหมยเหลียน
ยังไม่ทันที่สองแม่ลูกจะได้คุยกันต่อ กัวมู่ที่ยืนฟังอยู่นานแล้วจึงได้ยกเท้าถีบประตูอย่างแรงด้วยความโมโห เขาไม่คิดว่านางและแม่ของนางจะใช้แผนต่ำช้าเช่นนี้
วันนี้เขาตั้งใจจะมาคุยและตกลง ถึงแม้ว่านางจะไม่ยอมถอนหมั้น แต่เขาจะแต่งงานให้เป็นภรรยารอง แต่กลับกลายเป็นว่าเขามาได้ยินเรื่องดี ๆ เข้าให้แล้ว
“ปัง! ดี ดีจริง ๆ พวกเจ้าสองคนแม่ลูกโกหกข้า สร้างเรื่องหลอกลวงข้า”
“พี่มู่ ท่านมาได้อย่างไรเจ้าคะ ฟังข้าก่อนนะเจ้าคะ”
“ฟังเหรอ จะให้ข้าฟังอะไรอีก ข้าฟังเจ้าแม่ลูกสองคนคุยกันอยู่ เป็นนานสองนานแล้ว ยังมีอะไรจะแก้ตัวอีกหรือไม่”
“นี่มันเรื่องอะไรกัน มีอะไรเช่นนั้นหรือ กัวมู่ เจ้าถึงได้พังประตูเข้ามาเช่นนี้” หยวนเทาเดินออกจากห้องนอนมาเพราะได้ยินเสียงดังจึงได้ถามออกมา
“เรื่องอะไร ภรรยาและลูกสาวท่านรู้ดี ต่อไปนี้ระหว่างข้ากับนางขาดกัน กล้าสร้างเรื่องหลอกลวงว่าอุ้มท้องลูกของข้า ในเมื่อในท้องเจ้าไม่มีลูกของข้าแล้ว เราสองคนก็ไม่เกี่ยวกัน ส่วนของหมั้นไม่ต้องเอามาคืนข้ายกให้”
“นี่มันเรื่องจริงหรือ ว่ายังไงเหมยเหลียน ฮูหยิน”
“ท่านพี่ อย่าไปฟังกัวมู่นะเจ้าคะ เขาตั้งใจจะไม่รับผิดชอบลูกสาวของเรา” นางจางที่เพิ่งได้สติเพราะตกใจไม่คิดว่ากัวมู่จะถีบประตูเข้ามาเช่นนี้รีบอธิบายปากคอสั่น
“นี่เจ้าแม่ลูกยังกล้าโกหกอีกหรือ ข้าจะไม่แต่งกับนางและจะไม่มีงานแต่งงานเกิดขึ้น หญิงชั่วช้าเช่นเจ้าข้าไม่แต่งเข้าบ้านไปให้เป็นเสนียดหรอก”
“นี่มันจะมากไปแล้วนะกัวมู่ เจ้าบอกจะไม่แต่งก็ไม่แต่งได้หรือเจ้าล่วงเกินลูกสาวของข้าไปแล้ว เจ้าจะไม่รับผิดชอบใช่หรือไม่”
“เหอะ รับผิดชอบอะไร ในเมื่อเรื่องทั้งหมดลูกสาวกับภรรยาท่านวางแผนวางยาข้า”
“นี่มันเรื่องอะไรกันแน่ ทำไมถึงได้กลายมาเป็นแบบนี้ไปได้”
“ข้าโดนลูกสาวเจ้าวางยา ทำให้ข้าและนางได้เสียกัน ตอนแรกข้าเองก็กะว่าจะใช้เรื่องนี้เพื่อยกเลิกสัญญาหมั้นหมายของข้ากับเยี่ยเยว่ซิน ในเมื่อนางตั้งท้องลูกของข้าข้าก็จะรับผิดชอบเลี้ยงดูนาง แต่ใครจะไปรู้ว่าความจริงแล้วนางไม่ได้ตั้งท้องลูกของข้า และข้าก็ไม่จำเป็นต้องแต่งให้นาง แล้วอย่ามาเรียกร้องเรื่องที่ข้าล่วงเกินนาง”
หลังจากที่กัวมู่จากไปแล้วบ้านเยี่ยสายหลักเต็มไปด้วยเสียงด่าทอและเสียงร้องไห้ ปะปนไปด้วยเสียงทำลายข้าวของ หลังจากวันนั้นนางจางโดนสามีให้ไปช่วยทำนาส่วนเหมยเหลียนเองก็ต้องไปทำนาด้วยเช่นกัน
ด้วยความอับอาย หลายวันต่อมาเยี่ยหยวนเทาได้ให้เหมยเหลียนแต่งงานออกไปกับพ่อค้าคนหนึ่งในตัวเมืองเจี้ยนอันส่วนนางจางนั้นยังคง ร้ายกาจเช่นเดิม
หลังจากที่จับเหมยเหลียนใส่ตะกร้าล้างน้ำแต่งออกไปได้ไม่นาน หยวนเทาได้พาหญิงสาวนางหนึ่งเข้ามาในบ้านพร้อมลูกชายวัย 11 ขวบ ที่หน้าตาเหมือนกับหยวนเทายังกับแกะออกมาจากพิมพ์เดียวกัน
ไม่ต้องมีใครบอกก็จะรู้ได้ด้วยตัวเอง นี่คือเมียและลูกชายที่เขาแอบเลี้ยงเอาไว้ในเมือง นางจางรับไม่ได้กับสิ่งที่เกิดขึ้น จึงได้ล้มป่วยและตรอมใจตายไปในที่สุด นี่คือเรื่องที่เกิดขึ้นในอนาคต
ทางด้านเยี่ยหานจางนั้นหลังจากที่ไปบอกให้สหายมาช่วยซ่อมแซมบ้านในวันมะรืน หลังจากกลับจากบ้านลู่อี้ถัง เยี่ยหานจางก็ไปที่บ้านหัวหน้าหมู่บ้านทันที เพื่อติดต่อขอซื้อที่ดินเพิ่ม
“ท่านหัวหน้าหมู่บ้านอยู่หรือไม่ขอรับ”
“เจ้ามาหาข้ามีธุระอันใดหรือหานจาง”
“ข้าอยากจะขอซื้อที่ดินที่ติดกับบ้านข้ายาวไปถึงลำธารด้านหลังขอรับ”
“เจ้ารอสักครู่ ข้าจะไปเอาแผนที่มาดูก่อน”
“ขอรับ”
“ที่ดินรอบ ๆ บ้านเจ้ายาวไปถึงลำธาร ทั้งหมด 30 หมู่ หมู่ละ3 ตำลึงเงิน คิดเป็นเงิน 90 ตำลึงเงิน”
“นี่ขอรับ 90 ตำลึงเงิน ส่วนนี่ 2 ตำลึงเงินเป็นค่าดำเนินการและ ค่าน้ำชาขอรับ”
“พรุ่งนี้ข้าจะไปจัดการเรื่องโฉนดที่ดินให้เจ้า ว่าแต่ลูกสาวของเจ้าหายดีแล้วเช่นนั้นหรือ”
“หายดีแล้วขอรับ เงินทั้งหมดนี่ นางก็เป็นคนเข้าป่าหาสมุนไพร มาขาย พอได้เงินมาบ้างขอรับ”
“ดีแล้วที่นางหายดี นับว่าเจ้ามีลูกสาวที่ดี ผิดกับพี่ชายของเจ้าข้าเองก็ไม่รู้ว่าเขาหน้ามืดตาบอดไปได้ยังไง ข้าเองจะยื่นมือเข้าไปก็ไม่ได้”
“ข้าเข้าใจขอรับ ตอนนี้ข้าเองก็ไม่ได้ติดใจอะไร ข้าและลูกมีความสุขดีขอรับ ต่อจากนี้ก็แค่ขยันมากขึ้นเท่านั้น”
“เจ้าเป็นคนดี สวรรค์ต้องคุ้มครอง”
“ขอบพระคุณขอรับ ข้าขอตัวกลับก่อน”
“ได้ ๆ เจ้าไปเถอะพรุ่งนี้ได้โฉนดแล้วข้าจะเอาไปให้ที่บ้าน”
“ขอรับ”
