บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 12 ซื้อเกวียนวัว

สองคนพ่อลูกหลังออกจากร้านยาถังซานแล้วก็มุ่งหน้าไปยังร้านบะหมี่ที่มีสามแม่ลูกนั่งรออยู่ ระหว่างทางท่านพ่อเยี่ยพูดคุยปรึกษากับเยว่ซิน เรื่องการซ่อมแซมบ้านด้วยเช่นกัน

“ท่านพ่อหลังจากที่เราไปรับท่านแม่และน้อง ๆ แล้ว เราค่อยไปว่าจ้างช่างให้ไปซ่อมแซมบ้านของเราดีหรือไม่เจ้าคะ”

“ได้ ตอนนี้เงินที่เรามีไม่สามารถที่จะสร้างบ้านในแบบของลูกได้ เอาเป็นว่าเราจะซ่อมแซมให้ดีและเปลี่ยนเป็นหลังคามุงกระเบื้องและต่อเติมห้องให้น้องชายทั้งสองของเจ้าก่อน แบบนี้ดีหรือไม่”

“ดีเจ้าค่ะท่านพ่อ ถ้าเราจะสร้างบ้านก็สร้างให้ดีไปเลยเสียทีเดียว อีกอย่างข้าอยากได้ที่ดินเพิ่มด้วยเจ้าค่ะ ที่ดิน 5 หมู่ของพวกเรามันน้อยเกินไป ในอนาคตข้าอยากปลูกผักและผลไม้ขายด้วยเจ้าค่ะ”

“ได้พ่อตามใจเจ้า”

“วันนี้เราจะซื้อเกวียนวัว กลับไปเลยนะเจ้าคะ พวกเราต้องซื้อข้าวสารและธัญพืชไปกักตุนเอาไว้ หากว่ารอซื้อก่อนจะถึงหน้าหนาวทีเดียวข้ากลัวว่าราคาจะแพงขึ้นจนเราไม่สามารถซื้อได้ ตอนท่านพ่อให้ช่างมาต่อเติมบ้าน ท่านพ่อทำห้องเก็บเสบียงเอาไว้ด้วยนะเจ้าคะ”

“ได้ พ่อจะทำให้ ตามที่เจ้าต้องการ”

“อีกอย่างข้าอยากให้น้องชายเข้าเรียนที่สำนักศึกษาด้วยเช่นกัน เจ้าค่ะ”

“อันนี้เจ้าต้องไปถามความสมัครใจของน้อง ๆ เจ้าแล้วล่ะ”

“เจ้าค่ะท่านพ่อ รีบไปหาท่านแม่กับน้อง ๆ กันเถอะเจ้าค่ะ”

บนชั้นสองของโรงเตี๊ยม ในตอนที่สองพ่อลูกเดินผ่านไป ไม่ได้รู้ตัวเลยว่ามีสายตาคู่หนึ่งจ้องมองรอยยิ้มของพ่อลูกอยู่ตลอดจนกระทั่งทั้งสองคนเดินออกไปจนลับตา

ลู่เฟยหลงที่ตั้งใจจะลงหลักปักฐานที่เมืองเจี้ยนอันแห่งนี้ และได้ซื้อกิจการโรงเตี๊ยมแห่งนี้มาอีกทอดหนึ่ง ตั้งแต่ที่เขาได้พบกับรอยยิ้มของนางผู้นั้นทำให้ใจของเขาเต้นไม่เป็นส่ำ

ถึงแม้ว่านางจะยิ้มให้ท่านพ่อของนางหาใช่ยิ้มให้กับเขาไม่แต่เขากลับทึกทักเอาว่านางยิ้มให้ตัวเขา ก็แล้วใครจะทำไม ในเมื่อเขาบอกว่านางยิ้มให้เขาก็ต้องยิ้มให้เขาสิ

“คุณชาย จะให้ข้าส่งคนไปสืบหรือไม่ขอรับ”

“ส่งคนไปสืบมาว่านางเป็นลูกสาวบ้านไหนแล้วอย่าทำให้นางตกใจเชียว นั่นน่ะว่าที่ฮูหยินของข้าเชียวนะ”

“คุณชายหากว่านางมีคู่หมั้นหรือมีสามีอยู่แล้วล่ะขอรับ”

“เจี้ยนเหวิน ไปสืบมา”

“ขอรับคุณชาย”

ส่วนคนที่ตกเป็นประเด็นอยู่นั้นไม่ได้รู้เลยว่ารอยยิ้มของตัวเอง ได้สร้างความปั่นป่วนและวิตกกังวลให้กับอีกหนึ่งคน เยว่ซินและท่านพ่อเยี่ยรีบเดินไปให้ถึงร้านบะหมี่ที่ท่านแม่และน้องชายรออยู่

“ท่านแม่ พี่สาวกับท่านพ่อมาแล้วขอรับ”

“ซินเอ๋อร์หิวหรือไม่ รีบกินเถอะลูกแม่สั่งบะหมี่เอาไว้ให้แล้วประเดี๋ยวจะเย็นเสียก่อนจะไม่อร่อย”

“เจ้าค่ะท่านแม่”

“ท่านพี่เองก็นั่งลงแล้วรีบกินเถอะเจ้าค่ะ”

“ท่านแม่เจ้าคะหลังจากกินเสร็จแล้วข้าอยากให้ท่านแม่ซื้อผ้าเพื่อไปตัดชุดให้กับพวกเราทุกคนและเตรียมเสื้อกันหนาวเอาไว้ด้วย ส่วนผ้าห่มและพวกฟูกนอนเราจะซื้อกลับไปด้วยเจ้าค่ะ รวมถึงข้าวสารและพวกธัญพืชด้วย”

“แม่รู้แล้ว แล้วเรื่องซ่อมบ้านล่ะท่านพี่เรามีเงินพอหรือไม่”

“ฮูหยินไม่ต้องเป็นห่วง เรามีเงินพอซ่อมบ้าน ซินเอ๋อร์อยากได้ที่ดินเพิ่มลูกบอกว่าจะปลูกผักขายและปลูกผลไม้ขายด้วย”

“ท่านพ่ออย่าลืมว่าเราต้องซื้อเกวียนวัวกลับไปด้วยนะเจ้าคะ ข้าวางแผนว่าพรุ่งนี้จะเอาแตงโมที่ข้าเจอในป่าออกมาขายที่เหลาอาหาร ดูเสียหน่อย ข้ามั่นใจว่ามันจะต้องขายได้แน่นอนเจ้าค่ะ”

“เช่นนั้นก็รีบกินเถอะ จะได้ไปซื้อของและไปติดต่อนายช่างให้ไปซ่อมบ้าน”

หลังจากที่ทั้งครอบครัวกินบะหมี่จนอิ่มหนำสำราญแล้ว ท่านแม่หลิวไปร้านขายผ้า ส่วนเยว่ซินไปที่ร้านขายข้าวสารและร้านเครื่องเทศ ส่วนท่านพ่อไปติดต่อช่างเรื่องซ่อมแซมและต่อเติมบ้าน

หลังจากที่ซื้อของจนครบแล้วทั้งท่านแม่หลิวและเยว่ซินฝากเอาไว้ที่ร้านก่อน ค่อยกลับมาเอาตอนที่ซื้อเกวียนวัวแล้ว หลังจากนั้นที่แม่หลิวและเยว่ซินก็พาน้องชายทั้งสองไปที่ร้านตำราและซื้อกระดาษ หมึกและพู่กันรวมถึงตำรากลับไปด้วย

เยี่ยเทียนลี่ดีใจจนกระโดดโลดเต้นไปมา เด็กน้อยชอบเรียนหนังสือมาก ส่วนเยี่ยเทียนฉีถึงแม้จะไม่แสดงออกแต่ดูก็รู้แล้วเขานั้นดีใจมากเพียงใด

เมื่อพ่อเยี่ยกลับมาจากร้านช่างไม้ ทั้งครอบครัวก็มุ่งหน้าไปที่ตลาดค้าสัตว์ทันที เยว่ซินต้องการวัวที่แข็งแรง 2 ตัว และเกวียนขนาดใหญ่อีก 1 เล่ม

“ท่านพ่อเจ้าคะ เราซื้อวัว 2 ตัวนะเจ้าคะ เกวียนข้าขอเล่มใหญ่หน่อยเจ้าค่ะ เวลาเราขนผักและผลไม้มาขายจะได้ใส่ได้เยอะหน่อย”

“ได้ ๆ ตามใจเจ้า”

เมื่อทั้งครอบครัวเดินมาถึงตลาดค้าสัตว์ ที่มีขายตั้งแต่วัว ม้า ลา เป็ดและไก่เองก็มีด้วย ท่านพ่อเยี่ยเลือกซื้อวัวหนุ่มไป 2 ตัวและเกวียนขนาดใหญ่อีก 1 เล่ม

ใช้เงินไปทั้งหมด 20 ตำลึงเงินเลยทีเดียว วัวตัวละ 8 ตำลึงเงิน ส่วนเกวียนนั้นขายให้ในราคาพิเศษ 4 ตำลึงเงิน ซึ่งนับว่าแพงมากเลยทีเดียว

หลังจากที่จ่ายเงินเรียบร้อยแล้ว พ่อเยี่ยบังคับเกวียนออกจากตลาดค้าสัตว์และกลับไปรับของที่ซื้อเอาไว้จากนั้นก็มุ่งหน้ากลับบ้านทันที

ระหว่างทางกลับบ้านมีการพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน หลิวอวี้หลัน ไม่คิดว่าตัวเองจะมีวันนี้ วันที่ได้เห็นรอยยิ้มและเสียงหัวเราะอย่างมีความสุขของลูก ๆ

นับตั้งแต่นางแต่งให้เยี่ยหานจางมา ตอนแรกทุกอย่างดีมากจริง ๆ พ่อแม่สามีรักใคร่ถึงแม้ว่าจะไม่ค่อยลงรอยกับนางจางพี่สะใภ้ของสามีก็ไม่เป็นไร

แต่ใครจะไปคิดล่ะว่าหลังจากที่พ่อแม่สามีจากไป นางและสามีจะต้องเผชิญกับชะตากรรมเช่นนี้ หลายปีมาแล้วที่นางไม่ได้กลับไปเยี่ยมบ้านพ่อแม่เลยไม่รู้ว่าพวกเขาเป็นอยู่อย่างไรบ้าง

“ท่านแม่เจ้าคะ คิดอะไรอยู่เจ้าคะ ข้าเห็นท่านแม่เงียบมาสักพักแล้ว”

“แม่คิดถึงตากับยายของเจ้าน่ะไม่รู้ว่าป่านนี้จะเป็นอย่างไรกันบ้าง แม่ไม่ได้กลับไปเยี่ยมพวกท่านเลยตั้งแต่พวกเราแยกบ้านออกมา”

“ท่านแม่อย่าคิดมากเลยนะเจ้าคะ เอาไว้เราซ่อมบ้านเสร็จ แล้วเราค่อยไปเยี่ยมท่านตาท่านยายดีหรือไม่ ข้าจะได้เตรียมของไปฝากด้วย”

“ขอบใจมากนะลูก”

“พี่ขอโทษที่ทำให้เจ้าต้องลำบากนะ เป็นเพราะพี่ไม่ดีเอง”

“ท่านพี่อย่าโทษตัวเองเลยนะเจ้าคะ มันไม่ใช่ความผิดของท่านพี่เลยแม้แต่น้อย”

“พี่สาว เราจะเข้าป่าหรือไม่ขอรับวันนี้”

“แน่นอนอยู่แล้วว่าต้องไป ท่านพ่อก็จะต้องไปช่วยพวกข้าเก็บแตงโมด้วยนะเจ้าคะ”

“ได้ ๆ พ่อต้องไปช่วยพวกเจ้าอยู่แล้ว”

“วันนี้หลงจู๊ให้ตำราสมุนไพรข้ามา ข้ากำลังอยากได้อยู่พอดี ต่อไปนี้ข้าจะตั้งใจทำงานและจะต้องทำให้บ้านเรามีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ท่านพ่อ ท่านแม่วางใจได้เลยนะเจ้าคะ”

“ข้าก็จะช่วยพี่สาวด้วยขอรับ”

“ข้าก็จะช่วยด้วย”

“พ่อกับแม่เองก็จะช่วยลูกด้วยซินเอ๋อร์”

ท่านพ่อเยี่ยเร่งฝีเท้าวัวให้เดินเร็วขึ้นเพราะตอนนี้เวลาล่วงเลยมาจนเกือบจะถึงยามอู่แล้ว ลูกสาวและลูกชายบอกว่าจะเข้าป่า แต่หากไม่รีบกลับไปตอนนี้เกรงว่าจะกลับออกจากป่ามืดค่ำเสียก่อน

เกวียนวิ่งเข้ามาในหมู่บ้านก็ตกเป็นเป้าสายตาของชาวบ้านทันที แต่ไม่มีใครพูดจาไม่ดียกเว้นคนที่สนิทกับนางจางยังพูดจากระแหนะกระแหน อยู่เสมอแต่พวกเขาก็หาได้สนใจไม่

เกวียนวิ่งมาถึงบ้านหลังจากที่ขนของลงจากเกวียนและนำไปเก็บเอาไว้ในบ้านเรียบร้อยแล้ว พ่อเยี่ยนำวัวไปผูกเอาไว้ให้เล็มหญ้าอยู่หลังบ้าน

แม่หลิวและเทียนลี่ก็ออกไปดูแลแปลงผักเช่นที่เคยทำมา เยว่ซิน เทียนฉีเตรียมตัวเข้าป่าทันทีหลังจากที่กินมื้อกลางวันเสร็จ โดยที่ครั้งนี้ ท่านพ่อเยี่ยจะตามเข้าป่าไปด้วย

นางจางที่กลับมาพร้อมเกวียนรับจ้างของหมู่บ้านด้วยอารมณ์บูดบึ้งเดินกระแทกเท้าเข้าบ้านไปพร้อมด้วยลูกสาวอย่างเยี่ยเหมยเหลียน

“ท่านพี่ ท่านจะนอนอยู่แบบนี้ไม่คิดจะออกไปทำงานเลยหรือ เจ้าคะ” นางจางที่กลับมาเห็นสามีกำลังหลับอยู่

“ข้าเพิ่งจะกลับจากแปลงนา ข้าไม่ได้เหมือนเจ้าสองแม่ลูกที่วัน ๆ ไม่ทำอะไรเลย แล้วนี่พวกเจ้าไปไหนมา อาหารไม่ทำเอาไว้ข้ากลับมาไม่มีแม้แต่ข้าวตกถึงท้อง กลับมาแล้วก็รีบไปทำอาหารได้แล้ว”

“เอ๊ะ ท่านพี่นี่ยังไง ข้าไม่ได้ทำเอาไว้ทำไมท่านไม่ทำกินเองไปก่อนล่ะเจ้าคะ”

“เช่นนั้นข้าจะมีเจ้าเป็นเมียไว้ทำไม”

“ท่านพูดแบบนี้หมายความว่ายังไงเจ้าคะ”

“หมายความอย่างที่พูด ข้าจะนอนไปทำอาหารได้แล้ว”

“ท่านพ่อเจ้าคะ อีกไม่กี่วันจะถึงงานแต่งงานของข้าแล้วท่านพ่อจะไม่ทำอะไรหน่อยเหรอเจ้าคะ”

“เจ้าจะให้พ่อทำอะไร ก็สมใจเจ้าแล้วไม่ใช่หรือไง ไม่รู้ว่าเจ้าไปหลงอะไรกับคนอย่างกัวมู่”

“ข้าไม่พูดกับท่านพ่อแล้ว”

เยี่ยหยวนเทารู้สึกปวดหัวมาก ส่วนนางจางก็รีบไปทำอาหารให้สามีทันที อีกไม่กี่วันจะถึงวันแต่งงานของเหมยเหลียนแล้วส่วนตอนนี้กัวมู่ จอมเสเพลนั้นกำลังดื่มเหล้าเคล้านารีอยู่ที่หอโคมเขียวในเมืองเจี้ยนอัน เขาหาได้สนใจเยี่ยเหมยเหลียนไม่

“คุณชาย ท่านออกมาหาข้าแบบนี้จะดีหรือเจ้าคะ ข้ารู้มาว่าอีกไม่ กี่วันท่านจะแต่งฮูหยินเข้าบ้านแล้ว”

“แต่งก็ส่วนแต่งสิ เจ้าก็ส่วนเจ้า เอามาเปรียบเทียบกันไม่ได้หรอก เจ้าว่าจริงหรือไม่”

“หากแม่นางเหมยเหลียนรู้เข้าจะไม่เป็นไรจริง ๆ หรือเจ้าคะ นางกำลังตั้งท้องลูกของท่านอยู่นะเจ้าคะ”

“อย่าไปพูดถึงนางเลย มาพูดเรื่องของเราดีกว่านะ”

ทางด้านเยว่ซินและครอบครัวหลังจากที่กินมื้อเที่ยงเรียบร้อยแล้ว พวกเขาก็เข้าป่าไปทันทีวันนี้เยว่ซินตั้งใจจะเก็บแตงโมลูกที่สุกแล้วลงมาให้ได้มากที่สุด

นางวางแผนว่าจะนำไปเสนอขายที่เหลาอาหารที่ท่านพ่อนำสัตว์ป่า ที่ล่าได้ไปขายด้วย ส่วนเมล็ดที่นางกับน้องชายเก็บเอาไว้มีจำนวนไม่มากเท่าไหร่เห็นทีว่านางคงต้องกินแตงโมพวกนี้เพิ่มเสียแล้ว

ในอนาคตนางจะปลูกแตงโมพวกนี้และส่งขายในเมืองเจี้ยนอันและส่งไปยังเมืองต่าง ๆ รวมถึงผักและผลไม้ด้วยไหน ๆ มีโอกาสได้มีชีวิตใหม่ อีกครั้งนางจะทำความฝันให้เป็นจริง

ชีวิตในชาตินี้ของเอ๋ที่กลายมาเป็นเยว่ซิน นางไม่ต้องการอะไรมาก ขอแค่ครอบครัวมีความสุขไม่ต้องร่ำรวยมากมายแค่อยู่ดีกินดีมีเงินส่งน้องชายเรียนหนังสือก็พอแล้ว

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel